แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 37 กองภูเขาเคล็ดวิชาระดับนภา
เมื่อเห็นเย่หนานเดินเข้ามาจะพยุงตนเอง อวี้เซียวจื่อไหนเลยจะกล้ารับ
เขารวบรวมแรงกายทั้งหมดรีบดีดตัวลุกขึ้นยืน แล้วโค้งคำนับเย่หนานจนตัวงอ ท่านผู้อาวุโส ผู้น้อยไม่เป็นอะไรขอรับ
แม้แต่อวี้เซียนที่อยู่ข้างๆ ก็รีบโค้งคำนับตาม
ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร ผู้แข็งแกร่งคือผู้อาวุโส กฎข้อนี้แบ่งแยกชัดเจนยิ่งนัก
ทำไมจู่ๆ ถึงได้เกรงใจกันขนาดนี้ล่ะ เย่หนานทำหน้าไม่ถูก
มีเพียงหลิงหลงที่นั่งอ่านนิยายอยู่ไม่ไกลเท่านั้นที่ยังคงสงบนิ่ง
เป็นผู้น้อยที่มีตาหามีแววไม่ บังอาจคิดตีตนเสมอท่าน หวังว่าท่านผู้อาวุโสจะโปรดอภัย อวี้เซียวจื่อก้มหัวต่ำลงไปอีก
ได้ยินคำพูดของอวี้เซียวจื่อ เย่หนานหน้าดำคร่ำเครียด เขาแค่ ขั้นกลั่นลมปราณ จะไปตีตนเสมออะไรกันเล่า
แต่ ในเมื่อเขาเป็นกรณีพิเศษ ก็เลยไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงอะไรมาก
พอเถอะ ต่อไปพวกเจ้าก็อย่าทำตัวแบบนี้เลย ทำตัวตามสบายเถอะ ไม่งั้น ข้าย้ายบ้านหนีจริงๆ ด้วย เย่หนานแกล้งตีหน้าขรึม
ได้ยินคำขู่ของเย่หนาน ทั้งอวี้เซียวจื่อและอวี้เซียนใจหายวาบ
ขอรับ ขอรับ ท่านผู้อาวุโสพูดถูก เป็นพวกเราที่มากพิธีเอง อวี้เซียวจื่อรีบยืดตัวตรง กลับมาทำท่าทางปกติทันที
เขากลัวเย่หนานจะหนีไปจริงๆ นี่คือยอดฝีมือ ขั้นปฐพีเร้นลับ เชียวนะ
ขืนทำให้ท่านไม่พอใจจนหนีไป คงเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่หลวง
เขาใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมาทั้งชีวิต เพิ่งเคยเจอยอดฝีมือที่ทั้งแข็งแกร่งและเข้าถึงง่ายแบบเย่หนานเป็นครั้งแรก
บาดแผลของเจ้าไม่เป็นไรแน่นะ เย่หนานยังคงเป็นห่วง
มะ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริงๆ ขอรับ อวี้เซียวจื่อรีบตอบ
พูดจบ ก็ทำท่าบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสายโชว์ความฟิตปั๋ง
เมื่อเห็นภาพนี้ เย่หนานจึงวางใจ
ข้าเองก็ไม่มีของมีค่าอะไรติดตัว งั้นเอาเคล็ดวิชาพวกนี้ไปเป็นการชดเชยก็แล้วกัน ยังไม่ทันที่อวี้เซียวจื่อจะพูดอะไร เย่หนานก็วาดมือวูบหนึ่ง
ฟึ่บ
กองภูเขาคัมภีร์เคล็ดวิชา ปรากฏขึ้นตรงหน้าคนทั้งสองทันที
เมื่อเห็นกองม้วนคัมภีร์นับสิบเล่มกองอยู่ตรงหน้า ทั้งสองคนต่างสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ
ท่านผู้อาวุโส นี่มัน อวี้เซียวจื่อพูดไม่ออก
ไม่ต้องขอบใจหรอก พวกเจ้าลองดูว่าเหมาะไหม ถ้าไม่เหมาะเดี๋ยวข้าเปลี่ยนให้ใหม่ เย่หนานรีบตัดบท
เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธของเย่หนาน อวี้เซียวจื่อและอวี้เซียนจำต้องนั่งยองๆ ลงไป หยิบขึ้นมาดูคนละเล่ม
ตอนแรกก็แค่ดูผ่านๆ แต่พอเปิดดูเนื้อหาข้างใน รูม่านตาของทั้งคู่ก็หดเกร็งทันที
ระ ระดับนภา อวี้เซียนเก็บอาการไม่อยู่ เผลอตะโกนออกมาเป็นคนแรก
อวี้เซียวจื่อรีบบีบหยกค่ายกลในมือแตกละเอียดทันที
เมื่อหยกแตก ม่านพลังแสงก็ครอบคลุมทั่วทั้งยอดเขาหนาน
นี่คือค่ายกลป้องกันการสอดแนม ซึ่งมีติดตั้งอยู่ในทุกอาคารและยอดเขาของสำนัก
เมื่อรู้ตัวว่าเสียกิริยา อวี้เซียนรีบเอามือปิดปาก มองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง
เพียงแต่ มือที่ถือม้วนคัมภีร์อยู่นั้น สั่นระริกไม่หยุด
อวี้เซียวจื่อที่อยู่ข้างๆ ก็อาการหนักไม่แพ้กัน
เห็นท่าทางระแวดระวังราวกับหนูของทั้งคู่ เย่หนานก็ได้แต่พูดไม่ออก
เคล็ดวิชาพวกนี้ เมื่อก่อนเขาเอาไว้ใช้เป็นเชื้อเพลิงก่อไฟแท้ๆ
ท่าน ท่านผู้อาวุโส ของสิ่งนี้ล้ำค่าเกินไป อวี้เซียวจื่อพูดเสียงสั่น
สำนักอวี้หัว เคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดคือระดับแปด
ระดับนภานั้น เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง
ไม่เป็นไร เก็บไว้เถอะ แล้วก็กองที่อยู่บนพื้นนั่นด้วย ลองดูว่าอันไหนเหมาะ ถ้าไม่เหมาะก็บอกข้า เย่หนานโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
พูดจบ เขาก็กลับไปนอนเอกเขนกบนเก้าอี้โยกตากแดดต่อ
แต่ทว่า เมื่อมีเคล็ดวิชาระดับนภาอยู่ในมือ อวี้เซียวจื่อจะมีกะจิตกะใจไปดูเล่มอื่นได้อย่างไร
เขากำม้วนคัมภีร์ในมือแน่นราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต
จนลืมไปเลยว่า ในมือของอวี้เซียนก็เป็นระดับนภาเช่นกัน
มีเพียงอวี้เซียน ที่มองกองภูเขาคัมภีร์บนพื้นด้วยสายตาตื่นตระหนก
ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว นางค่อยๆ หยิบม้วนคัมภีร์อีกม้วนขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
และเมื่อเปิดออก รูม่านตาก็หดเกร็งอีกครั้ง
นางหยิบเล่มแล้วเล่มเล่าขึ้นมาเปิดดู
จากความตกตะลึงในตอนแรก แปรเปลี่ยนเป็นเหงื่อแตกพลั่ก จากมือสั่น ตอนนี้ลามไปถึงขาก็สั่นพับๆ
สุดท้ายนางถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น จ้องมองกองคัมภีร์เหล่านี้ด้วยความช็อกสุดขีด
นะ นภา ทั้งหมดนี่คือเคล็ดวิชาระดับนภา อวี้เซียนกุมหัวใจดวงน้อยๆ พึมพำเสียงเบาหวิว
อวี้เซียวจื่อที่อยู่ข้างๆ ไม่ทันสังเกตอาการของอวี้เซียน
เขายังคงจ้องมองเคล็ดวิชาในมือด้วยความหลงใหล
ท่านบรรพชน ท่านบรรพชน อวี้เซียนเรียกอยู่หลายครั้ง
หือ กว่าอวี้เซียวจื่อจะรู้สึกตัว
จริงสิ อวี้เซียน ในมือเจ้าก็เป็นระดับนภาใช่ไหม รีบเอามาให้ข้าดูหน่อย อวี้เซียวจื่อเพิ่งนึกขึ้นได้
ได้ยินคำพูดของบรรพชน อวี้เซียนถึงกับพูดไม่ออก
นางสูดหายใจลึกแล้วบอกว่า ท่านบรรพชน ท่านลองดูเล่มอื่นๆ ที่กองอยู่บนพื้นสิเจ้าคะ
เมื่อเห็นสภาพของอวี้เซียนที่นั่งกองกับพื้น เนื้อตัวชุ่มโชคไปด้วยเหงื่อ อวี้เซียวจื่อก็หนังตากระตุก
เขามองไปยังกองคัมภีร์บนพื้นด้วยสายตาสั่นเครือ
เมื่อครู่มัวแต่ตะลึงกับเล่มในมือ จนลืมกองที่เหลือไปเสียสนิท
ไม่ใช่ไม่เห็น แต่เพราะเล่มในมือมันลึกล้ำและทรงพลังเกินไป
ราวมนต์สะกดที่ทำให้ถอนตัวไม่ขึ้น
จนกระทั่งตอนนี้ถึงได้สติ
อวี้เซียวจื่อหยิบคัมภีร์ขึ้นมาอีกม้วนด้วยมือที่สั่นเทา แล้วเปิดออกดูด้วยใจระทึก
ทันทีที่เปิดออก เขาก็ต้องตะลึงงันอีกครั้ง
จากนั้น เขาหยิบขึ้นมาเปิดดูม้วนแล้วม้วนเล่า
ทุกครั้งที่หยิบขึ้นมา เขาต้องกลืนน้ำลายดังเอือก ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
คุณพระช่วย ทั้งหมด ทั้งหมดนี่คือเคล็ดวิชาระดับนภา อวี้เซียวจื่อเปิดดูจนครบทุกเล่ม ความรู้สึกในตอนนี้ มันเกินกว่าคำว่าตกตะลึงไปไกลโขแล้ว
เป็นไง ใช้ได้ไหม เย่หนานถามอย่างเบื่อหน่าย
ชะ ใช้ได้ ใช้ได้เกินพอเลยขอรับ ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโส อวี้เซียวจื่อโขกศีรษะให้เย่หนานดังโป๊กทันที
เฮ้ยๆ ทำอะไรของเจ้าเนี่ย ใช้ได้ก็เก็บไปสิ เย่หนานจะห้ามก็ไม่ทันแล้ว
อวี้เซียวจื่อมือไวปานวอก รีบกวาดคัมภีร์ทั้งหมดลงแหวนมิติในพริบตา
พร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ ยอดเขาหนานอย่างระแวดระวัง
ท่านบรรพชน วางใจเถอะเจ้าค่ะ เมื่อกี้ข้าตรวจสอบแล้ว ไม่มีใครอยู่แถวนี้ อวี้เซียนรีบยืนยัน
ได้ยินดังนั้น อวี้เซียวจื่อก็โล่งอก
เคล็ดวิชาเหล่านี้หากหลุดรอดไปสู่โลกภายนอก ย่อมทำให้เกิดสงครามแย่งชิงนองเลือด
ยิ่งมีจำนวนหลายสิบเล่มขนาดนี้ ขืนข่าวรั่วไหล สำนักอวี้หัวคงโดนพลิกแผ่นดินหาแน่
บุญคุณใหญ่หลวงครั้งนี้ สำนักอวี้หัวซาบซึ้งใจยิ่งนัก อวี้เซียวจื่อทำความเคารพครั้งใหญ่อีกครั้ง
โธ่เอ๊ย ก็บอกแล้วไงว่าอย่าทำแบบนี้ ข้ามากินฟรีอยู่ฟรีที่นี่ แถมเมื่อกี้ยังเผลอทำเจ้าเจ็บ ให้ของแค่นี้มันเรื่องปกติ เย่หนานโบกมืออย่างรำคาญ
ขอรับ ขอรับ ท่านผู้อาวุโส ผู้น้อยขอตัวไปจัดการธุระก่อน แล้วจะกลับมาคารวะท่านใหม่ อวี้เซียวจื่อรีบกล่าว
เย่หนานรู้ดีว่าอวี้เซียวจื่อจะรีบไปทำอะไร จึงตอบอย่างไม่ใส่ใจ ไม่เป็นไร ไปทำธุระเถอะ
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะจากไป เย่หนานก็นึกขึ้นได้ รีบตะโกนเรียกไว้ด้วยความเกรงใจ เอ่อ ช่วยซ่อมภูเขานี้ให้กลับมาเหมือนเดิมหน่อยได้ไหม
การโจมตีเมื่อครู่ทำเอายอดเขาหายไปเกือบครึ่ง อยู่แบบนี้มันไม่สบายตัวเอาซะเลย
ท่านผู้อาวุโสโปรดวางใจ ผู้น้อยจะรีบสั่งการให้คนมาจัดการให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้เลยขอรับ อวี้เซียวจื่อรับคำอย่างแข็งขัน
เวลานี้หน้าตาของเขาแดงปลั่ง ราวกับเพิ่งไปโด๊ปเลือดไก่มาอย่างไรอย่างนั้น