แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 41 การต่อสู้อันดุเดือด
แย่แล้ว อวี้เซียนรีบยกกระบี่ขึ้น เตรียมจะพุ่งเข้าไปช่วย
เจ้าสำนักอีกสามคนก็ไม่รอช้า รีบลงมือเช่นกัน
ฟึ่บ ฟึ่บ
แต่ทว่าในวินาทีต่อมา สัตว์อสูรระดับ ขั้นกายาบริสุทธิ์ อีกสี่ตัว ก็แยกย้ายกันเข้ามาขวางทางเจ้าสำนักทั้งสี่ไว้
เมื่อเห็นฉากนี้ สีหน้าของอวี้เซียนและพวกก็เคร่งเครียดลงทันตา
สัตว์อสูรเสือยักษ์ที่เพิ่มเข้ามานั้น ลำพังแค่ผู้อาวุโสของพวกเขา ไม่มีทางรับมือได้แน่
แต่เสือยักษ์ที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง กลับไม่ได้สนใจคนอื่นเลย มันพุ่งตรงดิ่งไปหาหลานหลิงที่อยู่ใกล้ที่สุด
เห็นแบบนั้น ทุกคนก็ชะงักไป
เวรเอ๊ย ลุยก็ลุย กู้เฉินหน้าเครียด
วิ้ง
วินาทีต่อมา ถุงมือผลึกใสคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนมือทั้งสองข้างของเขา
ช่วยไม่ได้ แม้ว่า ตอนนี้เขาจะดึงพลังของถุงมือคู่นี้ออกมาได้เพียงน้อยนิด แต่วัสดุที่ใช้สร้างนั้นแข็งแกร่งของจริง
ทุกคนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่มือของกู้เฉิน แต่ด้วยสายตาที่จำกัด
บวกกับกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากถุงมือนั้นเบาบาง ผู้คนจึงแค่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
มีเพียงหลานหลิงที่อยู่ไม่ไกล หรี่ตาลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
แครู้สึกว่าถุงมือของกู้เฉิน ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแก่นาง
หมอนี่มีของดีเยอะจริงๆ หลานหลิงอดทึ่งไม่ได้
ตอนนี้นางมีพลังจำกัด ต่อให้มีความรู้กว้างขวางแค่ไหน ก็ไม่อาจสัมผัสถึงระดับของสมบัติวิเศษที่เหนือกว่าระดับพลังของนางได้
เว้นแต่จะได้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง ถึงจะรู้
ถ้าเป็นผู้ฝึกตนคนอื่น ต่อให้ได้สมบัติล้ำค่าระดับพลิกฟ้าดินมา ก็คงไม่มีวาสนาได้ใช้ คงแค่คิดว่าโชคดีได้ของดีมาเฉยๆ
และสมบัติบางชิ้น ดูภายนอกเหมือนขยะ แต่แท้จริงแล้วกลับไม่ธรรมดา
เสือยักษ์พุ่งเข้ามาแล้ว ไม่มีเวลาให้นางคิดมาก
อวี้เซียนและฉินอู๋เต้าอยากจะเข้าไปขวาง แต่ก็จนปัญญา
เพราะ สัตว์อสูรระดับ ขั้นกายาบริสุทธิ์ สองตัว กำลังพุ่งเข้าใส่พวกเขา
บ้าเอ๊ย ฉินอู๋เต้าโกรธจนตาแทบถลน
สำหรับเขา หลานหลิงคืออนาคตของสำนักไร้ขอบเขต ต่อให้ผู้อาวุโสตายหมด หลานหลิงก็ต้องห้ามเป็นอะไร
เจ้าหาทางถ่วงเวลาไว้ก่อน รอข้าฆ่าไอ้เดรัจฉานตัวนี้เสร็จ ข้าจะรีบไปช่วย อวี้เซียนตะโกนบอกกู้เฉินเสียงดัง
เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับ ขั้นกายาบริสุทธิ์ นางไม่อาจแบ่งสมาธิได้
นางรู้ดีว่าบนตัวกู้เฉิน ต้องมีของดีป้องกันตัวอยู่ไม่น้อย
เมื่อเห็นอุ้งเท้าเสือยักษ์ตะปบลงมา หลานหลิงก็ไม่ซ่อนฝีมืออีกต่อไป
เคลื่อนย้าย สิ้นเสียงของหลานหลิง
ฟึ่บ
ร่างของนาง ก็ไปปรากฏอยู่ข้างกายกู้เฉินในชั่วพริบตา
เห็นหลานหลิงโผล่มาข้างตัวดื้อๆ กู้เฉินถึงกับเหวอ
จากนั้นหน้าก็บึ้งตึง นี่เจ้าจะทำอะไร คิดจะลากข้าไปซวยด้วยเหรอ
คนอื่นๆ ที่เห็นการกระทำของหลานหลิง ต่างก็ตกตะลึง
นั่นมันวิชาตัวเบาอะไรกัน เย่ว์ซานตกใจ
แม้แต่ฉินอู๋เต้าก็ยังอึ้ง เขาเองก็ไม่เคยเห็นวิชานี้มาก่อน
แต่ ไม่มีเวลาให้คิดมาก จัดการสัตว์อสูรตรงหน้าสำคัญกว่า
ไว้กลับไปค่อยถามให้รู้เรื่อง
ฮึ เจ้าก็เห็นแล้วใช่ไหม พวกเจ้าสำนักต่างก็ติดพันการต่อสู้ ในที่นี้มีแค่เจ้าที่มีความสามารถพอจะร่วมมือกับข้า ไม่แน่ว่าเราอาจจะมีโอกาสฆ่ามันได้ หลานหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังที่หาได้ยาก
ส่วนพวกผู้อาวุโสนั้น ตอนนี้แค่เอาตัวรอดก็ยังยาก
เพราะเสือยักษ์มุ่งเป้ามาที่พวกเขาสองคน สัตว์อสูรตัวอื่นรอบๆ จึงกระจายตัวออกไป
ดูท่า มันคงอยากจะฆ่าเราด้วยมือตัวเองเพื่อล้างแค้นสินะ หลานหลิงเสริม
ทำไมข้าต้องร่วมมือกับเจ้าด้วย กู้เฉินไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ ให้หลานหลิงสักนิด
เวลานี้ทุกคนต่างกำลังต่อสู้พัวพัน สิ่งเดียวที่ทุกคนสงสัยคือ ทำไมสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุด ถึงมุ่งเป้าไปที่ผู้ฝึกตน ขั้นรวบรวมวิญญาณ สองคนนี้
แถม จิตสังหารยังรุนแรงมากอีกด้วย
ในขณะที่ทั้งสองกำลังโต้เถียงกัน เสือยักษ์ก็พุ่งเข้ามาโจมตีอีกครั้งด้วยพละกำลังมหาศาล
ตูม
ต้นไม้ล้มระเนระนาดเป็นแถบ แม้แต่กู้เฉินและหลานหลิง ก็ยังถูกคลื่นพลังจากการโจมตีซัดจนกระเด็น
โครมคราม
ทั้งสองกระแทกต้นไม้หักโค่นไปหลายต้น กว่าจะหยุดยั้งร่างได้
โชคดีที่ทั้งคู่ไม่ใช่อัจฉริยะธรรมดา จึงได้รับบาดเจ็บเพียงภายนอกเล็กน้อย
ที่สำคัญคือ ปฏิกิริยาตอบสนองของพวกเขารวดเร็วมาก ในวินาทีที่เสือยักษ์ตะปบลงมา พวกเขาก็ถอยฉากออกมาอยู่ที่ขอบของการโจมตีแล้ว
แต่ ถึงกระนั้น แรงกระแทกก็ยังทำให้เลือดลมในกายปั่นป่วน
คิดว่าข้ากลัวเจ้ารึไง กู้เฉินรู้สึกอัดอั้นตันใจ
จึงเป็นฝ่ายพุ่งเข้าใส่ก่อน
เห็นฉากนี้ หลานหลิงถึงกับอึ้ง
แต่ก็ไม่ยอมน้อยหน้า กระชับกระบี่ยาวในมือแล้วรีบตามไปติดๆ
มีแต่ต้องเป็นฝ่ายรุกเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสสังหารสัตว์อสูรตัวนี้ได้ ขืนตั้งรับมีแต่จะโดนยำฝ่ายเดียว
ในฐานะอดีตจักรพรรดินี นางเข้าใจจุดนี้ดี
เมื่อเห็นเหยื่อทั้งสองพุ่งเข้ามาหา เสือยักษ์ก็ยิ่งบ้าคลั่ง
มันจะฉีกร่างไอ้ฆาตกรสองตัวนี้ให้เป็นชิ้นๆ
กินหมัดข้าซะ กู้เฉินระเบิดพลังเต็มพิกัด ซัดหมัดออกไป
ผนึกน้ำแข็ง หลานหลิงตวัดกระบี่ปล่อยปราณกระบี่ออกไป
ปราณกระบี่ของนางเร็วกว่ากู้เฉิน มันพุ่งเข้าไปแช่แข็งขาทั้งสี่ของเสือยักษ์ที่กำลังวิ่งตะบึงมา
แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร เสือยักษ์คำรามลั่น
โฮก
มันออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียว อุ้งเท้าข้างหนึ่งก็หลุดออกมาจากก้อนน้ำแข็ง
ในขณะที่มันกำลังจะสลัดน้ำแข็งที่เหลือให้แตกละเอียด
กู้เฉินก็พุ่งมาถึงตรงหน้ามันแล้ว
ไม่มีทางเลือก มันจึงยกอุ้งเท้าข้างเดียวที่หลุดออกมา ตะปบใส่กู้เฉิน
ตูม
หมัดปะทะอุ้งเท้า เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
พลังงานมหาศาลกระจายตัวออกไปรอบทิศ ต้นไม้รอบกายหนึ่งคนหนึ่งเสือล้มระเนระนาด เศษหินปลิวว่อน ฝุ่นควันตลบอบอวล
แต่ในชั่วพริบตา เงาร่างหนึ่งก็ปลิวออกมาจากกลุ่มควัน
กระแทกเข้ากับก้อนหินยักษ์ข้างกายหลานหลิงอย่างจัง
อั้ก
กู้เฉินกระอักเลือดออกมาคำโต
แข็งแกร่งชะมัด กู้เฉินเพิ่งได้สัมผัสความน่ากลัวของ ขั้นกายาบริสุทธิ์ เป็นครั้งแรก
แต่ทว่า แววตาของเขากลับยิ่งฉายประกายความตื่นเต้น
ทางด้านเสือยักษ์เองก็เซถอยหลังไปหลายก้าว ร่างกายอันใหญ่โตของมันบดขยี้ต้นไม้ด้านหลังจนแหลกละเอียด
อุ้งเท้าข้างหนึ่งของมันสั่นระริก และมีเลือดไหลอาบ
แต่เมื่อเทียบกับกู้เฉินแล้ว การปะทะครั้งนี้มันได้เปรียบเห็นๆ
ก็มันเป็นถึง ขั้นกายาบริสุทธิ์ นี่นา ระดับพลังห่างชั้นกับกู้เฉินแบบเทียบไม่ติด
ทุกคนต่างเห็นเหตุการณ์นี้ แม้แต่หลานหลิงเองก็ยังตกตะลึง
แต่ สายตาของนางรีบเบนไปจับจ้องที่ถุงมือของกู้เฉินทันที
นางมั่นใจว่า พลังส่วนใหญ่ที่ใช้ต้านทานเสือยักษ์ มาจากถุงมือคู่นั้น
ไม่อย่างนั้น กู้เฉินที่มีเพียง ขั้นรวบรวมวิญญาณ ระดับเก้า จะไปสร้างบาดแผลให้สัตว์อสูร ขั้นกายาบริสุทธิ์ ได้อย่างไร
แถม เสือยักษ์ตัวนี้ยังไม่ใช่ระดับธรรมดาอีกด้วย
แม้ว่า ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะปราณกระบี่ของนางที่ช่วยสกัดกั้น ทำให้เสือยักษ์ออกแรงได้ไม่เต็มที่
ถ้าเป็นนางในชาติก่อน ต้องทุ่มสุดตัวถึงจะทำได้ขนาดนี้
แน่นอน ชาตินี้ถือเป็นข้อยกเว้น
เหลือเชื่อ นั่นมันสมบัติวิเศษอะไรกัน แม้แต่อวี้เซียนที่คอยเป็นห่วงกู้เฉินอยู่ตลอด ยังเบิกตากว้าง
คนของอีกสามสำนักต่างมองกู้เฉินด้วยสายตาเคร่งเครียด
บางคนถึงกับมองถุงมือผลึกใสบนมือกู้เฉินด้วยความโลภ
มีเพียงฉินอู๋เต้า ที่จิตสังหารรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ถุงมือของเจ้า เป็นสมบัติระดับไหนกัน หลานหลิงถามกู้เฉินด้วยความใคร่รู้
ลองเดาดูสิ กู้เฉินยิ้มกว้าง ไม่ยอมตอบ
ได้ยินคำตอบกวนๆ ของกู้เฉิน หลานหลิงขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้คาดคั้น
สมบัติอะไรบ้างที่นางไม่เคยเห็น
แม้แต่ศาสตราจักรพรรดิ นางก็เคยครอบครองมาแล้วชิ้นหนึ่ง
เพียงแต่ มันตกค้างอยู่ที่แห่งหนใดแห่งหนหนึ่ง ต้องรอโอกาสไปนำกลับคืนมา
อีกอย่าง ในสายตานาง ขอแค่สยบกู้เฉินให้มาเป็นลูกน้องนางได้ ความลับของกู้เฉิน นางก็จะล่วงรู้จนหมดเปลือกเอง