แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 42 ลูกแก้วสีดำปริศนา
เสือยักษ์เห็นมนุษย์สองคนยังคุยกันไม่เลิก ไม่เห็นหัวมันแม้แต่นิดเดียว จะให้มันทนได้อย่างไร
โฮก
เสือยักษ์คำรามลั่น พุ่งเข้าใส่กู้เฉินและหลานหลิงอีกครั้ง
เมื่อเห็นพละกำลังมหาศาลที่พุ่งตรงเข้ามา
กู้เฉินและหลานหลิงรีบตั้งรับทันที
ครั้งนี้ ดูเหมือนเสือยักษ์จะรู้แล้วว่าถุงมือของกู้เฉินสามารถสร้างความเสียหายให้มันได้
ดังนั้น การโจมตีครั้งนี้ มันจึงไม่บุ่มบ่ามพุ่งชนตรงๆ แต่พยายามหลบหลีกหมัดของกู้เฉินทุกครั้ง
และนั่นเองที่ทำให้มันไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้เต็มที่
ด้วยเหตุที่เสือยักษ์ออมมือ กู้เฉินและหลานหลิงจึงงัดทุกกระบวนท่าออกมาสู้ จนสามารถต่อกรกับมันได้อย่างสูสี
นี่มันปีศาจชัดๆ ผู้คนรอบข้างที่กำลังรับมือกับสัตว์อสูรตัวอื่น ต่างเหลือบมองกู้เฉินด้วยความตกตะลึง
ขั้นรวบรวมวิญญาณ สองคน สามารถต่อกรกับสัตว์อสูร ขั้นกายาบริสุทธิ์ ได้อย่างสูสี จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไร
สมกับเป็นศิษย์ของท่านผู้อาวุโสเย่ แต่ทว่า ยัยหนูหลานหลิงผู้นั้น อวี้เซียนหรี่ตาลง
ในใจเริ่มมีความคิดอยากจะกำจัดหลานหลิงทิ้งเสีย
ตัดภาพมาอีกด้าน
เย่หนานคาบไม้จิ้มฟัน เดินนำหลิงหลงเข้าไปยังส่วนลึกสุดของเทือกเขา
ฝูงสัตว์อสูรติดตามเย่หนานมาตลอดทาง แต่ไม่มีตัวไหนกล้าเข้าใกล้
ระหว่างทางมีบ้างที่พยายามจะพุ่งเข้ามาฉีกร่างเย่หนาน แต่ ก็กลายเป็นศพไปหมดแล้ว
ไม่นานนัก สองพี่น้องต่างวัยก็มาหยุดอยู่หน้าภูเขายักษ์ลูกหนึ่ง
ภูเขาลูกนี้ดูเหมือนรังผึ้ง เต็มไปด้วยรูพรุน
มีสัตว์อสูรวิ่งเข้าวิ่งออกอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเข้ามาใกล้บริเวณนี้ เย่หนานสังเกตเห็นว่าสัตว์อสูรที่ตามมาดูจะบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
และ บนตัวของพวกมันเริ่มมีไอสีดำจางๆ ไหลเวียนอยู่
ซึ่งก่อนหน้านี้ตอนอยู่รอบนอก เขาไม่เห็นไอสีดำพวกนี้เลย
หรือว่า จะเกี่ยวข้องกับภูเขาลูกนี้ เย่หนานเริ่มสงสัย
ไป เข้าไปดูกัน เย่หนานจูงมือหลิงหลงเดินเข้าไปในโพรงถ้ำแห่งหนึ่ง
ทันทีที่ก้าวเข้าไป สัตว์อสูรจำนวนมากก็พุ่งเข้าใส่
ตูม
เย่หนานตบสวนกลับไปทีเดียว
อุโมงค์ถ้ำถล่มลงมาทันที ส่วนสัตว์อสูรพวกนั้น เละไม่มีชิ้นดี
แต่ทว่า ยังคงมีสัตว์อสูรดาหน้าเข้ามาไม่ขาดสาย
แม้แต่สัตว์อสูรที่ตามเย่หนานมาจากข้างนอก ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเสียสติไปแล้ว
ดวงตาแดงก่ำ พุ่งเข้าใส่เย่หนานอย่างบ้าคลั่ง
ดูท่า จะเป็นเพราะภูเขาลูกนี้จริงๆ ข้างในมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่นะ เย่หนานยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก
แต่มือก็ยังคงตบสัตว์อสูรไม่หยุด
เย่หนานยกมือขึ้นข้างหนึ่ง
คลื่นพลังวิญญาณมหาศาลรวมตัวกันบนท้องฟ้า
เกิดเป็นฝ่ามือปราณขนาดยักษ์ดุจขุนเขา
ตูม
ฝ่ามือยักษ์กดทับลงมา
ฝูงสัตว์อสูรที่ดาหน้าเข้ามา ไม่ว่าจะระดับไหน ล้วนแหลกสลายหายไปในพริบตา
เย่หนานปัดมือเบาๆ แล้วเอ่ยว่า ค่อยสงบหูสงบตาหน่อย
ภายในภูเขามีเส้นทางสลับซับซ้อน ทำเอาเย่หนานหน้ามืด
แม้แต่หลิงหลงยังเกาหัวแกรกๆ ด้วยความงุนงง
เพราะ เดินวนอยู่นาน สรุปว่ากลับมาที่เดิม
พี่หนาน หนูเวียนหัวไปหมดแล้ว หลิงหลงบ่นอุบ
แม่งเอ๊ย ไม่เดินแล้วโว้ย ทุบทิ้งแม่งเลยดีกว่า เย่หนานพาหลิงหลงเดินออกมาจากถ้ำ
มองดูภูเขายักษ์ตรงหน้า แล้วก้มมองมือตัวเอง เย่หนานลังเลเล็กน้อย
เพราะ เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าพลังของเขาตอนนี้ จะทุบภูเขาลูกนี้ให้แตกได้ไหม
ช่างหัวมัน ลองดูเดี๋ยวก็รู้ เย่หนานยกสองมือขึ้น
คราวนี้เย่หนานใส่เต็มเหนี่ยว
ไม่นาน ฝ่ามือปราณขนาดยักษ์สองข้างก็ปรากฏขึ้นขนาบข้างภูเขา
จากนั้น เย่หนานตบมือเข้าหากัน
ตูม
ภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
ฝ่ามือยักษ์บีบอัดเข้าหากันอย่างรุนแรง
เศษหินปลิวว่อน แผ่นดินสั่นไหว
ดูท่า ต้องออกแรงหน่อยแฮะ เย่หนานกัดฟันกรอด
รวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย
ตูม
ภูเขายักษ์ทนแรงบีบไม่ไหว ระเบิดกระจายเป็นจุณ
ฟู่ว พลังไม่เบาเลยแฮะ เย่หนานตกใจเล็กน้อย
ภูเขาลูกนี้ไม่ใช่เล็กๆ ขนาดพอๆ กับครึ่งเมืองเมฆา แต่กลับถูกเขาตบทีเดียวหายวับ
คราวนี้ เขาพอจะเข้าใจระดับพลังของตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว
ว้าว พี่หนานเก่งจังเลย หลิงหลงมองดูพื้นที่ว่างเปล่าที่เคยเป็นภูเขาด้วยความตื่นเต้น
อิอิ แน่นอนสิ ไม่ดูเลยว่าพี่ชายเจ้าเป็นใคร เย่หนานยืดอกรับคำชม
เอ๋ พี่หนาน แล้วพี่เป็นใครอะ หลิงหลงเอียงคอถามตาใส
เอ่อ. เย่หนานพูดไม่ออก เขาแค่โม้ไปงั้นเอง
วิ้ง
ในขณะที่ทั้งสองคุยกัน ลูกแก้วสีดำขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารกที่เปล่งแสงสีดำก็ลอยขึ้นมาจากใจกลางที่เคยเป็นภูเขา
พี่หนาน นั่นอะไรน่ะ หลิงหลงชี้ให้ดู
อืม ไม่รู้สิ ไปดูกัน ไม่นาน ทั้งสองก็มายืนอยู่หน้าลูกแก้วสีดำ
ว้าว สวยจัง พี่หนาน หนูขอได้ไหม หลิงหลงมองลูกแก้วตาเป็นประกาย
อืม สวยก็จริง แต่พี่รู้สึกตะหงิดๆ ว่ามันจะไม่ใช่ของดีนะสิ เย่หนานลูบคางพิจารณา
ฟึ่บ
ทันใดนั้น ลูกแก้วก็พุ่งหนีไป
เหตุการณ์กะทันหันทำเอาทั้งสองคนอึ้ง
พี่หนาน รีบจับมันเร็ว มันจะหนีแล้ว หลิงหลงได้สติก่อน รีบตะโกนบอก
คิดจะหนี กลับมานี่ซะดีๆ เย่หนานวาดมือสร้างฝ่ามือปราณคว้าจับ
แต่วินาทีต่อมา ลูกแก้วสีดำสั่นไหว ปลดปล่อยหมอกควันสีดำจำนวนมหาศาลออกมาปะทะฝ่ามือของเย่หนาน
ในหมอกควันนั้น มีหัวกะโหลกมากมายแหวกว่ายอยู่ และพวกมันกำลังกัดกินฝ่ามือปราณของเย่หนาน
เพียงครู่เดียว ฝ่ามือปราณก็ถูกกัดกินจนหมดเกลี้ยง
พี่หนาน ลูกแก้วนี่เก่งจัง หลิงหลงมองด้วยความทึ่ง ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด
ฟึ่บ
เมื่อกินฝ่ามือปราณหมด ลูกแก้วสีดำก็ไม่รอช้า รีบพุ่งหนีต่อไป
หนอยแน่ะ กินแล้วชิ่งเหรอ เย่หนานย่อเข่า แล้วดีดตัวกระโดดตาม
ตูม
พื้นดินที่เย่หนานเหยียบระเบิดเป็นหลุมลึก
ร่างของเย่หนานพุ่งตรงดิ่งเข้าหาลูกแก้วสีดำ
ถึงข้าจะเหาะไม่ได้ แต่ข้ากระโดดได้นะเว้ย หนีไม่พ้นเงื้อมมือข้าหรอก เย่หนานแสยะยิ้ม
เมื่อเห็นเย่หนานตามมาติดๆ ลูกแก้วสีดำก็เร่งความเร็วขึ้น
แต่เย่หนานไม่มีทางปล่อยมันไป
ทุกครั้งที่เท้าแตะพื้น จะเกิดหลุมระเบิดขนาดใหญ่ ส่งแรงส่งให้เขากระโจนตามไปติดๆ
เมื่อเห็นว่าสลัดเย่หนานไม่หลุด ลูกแก้วสีดำก็ปล่อยหมอกควันออกมาอีกครั้ง หวังจะกลืนกินเย่หนาน
มุกเดิม งั้นเจอหัตถ์ทองคำของท่านพี่หน่อยเป็นไง ทันใดนั้น มือขวาของเย่หนานก็เปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม
เย่หนานตบมือขวาฝ่าเข้าไปในหมอกควัน
ทันทีที่หมอกควันสัมผัสโดนมือขวาของเย่หนาน ราวกับเจอของแสลง มันรีบหดกลับไปทันที
มหัศจรรย์ขนาดนี้เลยเหรอ เย่หนานเพิ่งเคยใช้ความสามารถของมือขวาเป็นครั้งแรก
เมื่อเห็นลูกแก้วยังคิดจะหนี เย่หนานไม่เปิดโอกาสให้อีกแล้ว
ฟึ่บ
เย่หนานเร่งความเร็วถึงขีดสุด
ชั่วพริบตา เขาก็มาดักหน้าลูกแก้วสีดำ
แล้วคว้าหมับเข้าที่ลูกแก้ว
ดูเหมือนลูกแก้วจะตั้งตัวไม่ทัน พุ่งชนมือเย่หนานเข้าอย่างจัง
เย่หนานกำแน่น
ลูกแก้วสีดำดิ้นขลุกขลักอยู่สองสามที แล้วก็นิ่งสนิทไป
แสงสีดำที่เคยเปล่งออกมาก็หายวับไป
เย่หนานพินิจดูลูกแก้วในมือ
วิ้ง
ดวงตาของเย่หนานส่องประกายสีทองวูบหนึ่ง
ในลูกแก้วนี่ ทำไมมีหัวใจอยู่ด้วยล่ะ เย่หนานงุนงง
เขาใช้เนตรสยบมารตรวจสอบดูจนทะลุปรุโปร่ง
ภายในลูกแก้ว มีหัวใจสีดำขนาดย่อส่วนนอนสงบนิ่งอยู่ และหมอกควันสีดำก็แผ่ออกมาจากหัวใจดวงนี้นี่เอง
แต่สำหรับเขาแล้ว มันไม่มีประโยชน์ และไม่มีอันตรายใดๆ
ไม่นาน เย่หนานก็นำลูกแก้วกลับมาหาหลิงหลง
เอ้า เอาไป เย่หนานยื่นลูกแก้วให้หลิงหลง
แต่ พี่ว่าไอ้นี่มันดูไม่ค่อยน่าไว้วางใจนะ จะเอาจริงๆ เหรอ เย่หนานเตือนด้วยความเป็นห่วง
ก็มีพี่หนานอยู่ทั้งคนนี่นา หลิงหลงยิ้มหวาน
อืม ก็จริง มีพี่อยู่ มันจะไปทำอะไรได้ เย่หนานยืดอกรับคำชมอย่างภาคภูมิใจ