แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 44 การแย่งชิงความลับของกู้เฉิน
ในตอนนี้ คงไม่มีใครรู้สึกอึดอัดใจเท่ากับเจ้าเสือยักษ์อีกแล้ว
ครั้งก่อนที่เจอกู้เฉินก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่ามันจะโจมตีอย่างไร ก็ไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กู้เฉินได้เลย
และครั้งนี้ก็ยังเป็นเช่นเดิม มันโกรธจนแทบคลั่ง
จะแก้แค้นทั้งที ทำไมมันถึงได้ยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้
โครมคราม การโจมตีของเสือยักษ์ยังคงดำเนินต่อไป แต่ก็ยังไร้ผลกับกู้เฉิน
ดูเหมือนเขาจะขยับตัวไม่ได้นะ ฉินอู๋เต้าสังเกตเห็นจุดสำคัญ หรี่ตามองกู้เฉิน
อืม น่าจะใช่ แถม ก่อนหน้านี้เขาตะโกนว่าอะไรนะเอ, อี, เอ, เอ๊, โอหรือว่าประโยคนี้ คือเคล็ดลับของสถานะนี้ ฉินอู๋เต๋อก็ขมวดคิ้วเช่นกัน
แม้เขาจะสงสัยว่ากู้เฉินมีสมบัติวิเศษ แต่เขาก็สัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นอายของมัน
ประเด็นสำคัญคือ ในสถานการณ์เมื่อครู่ กู้เฉินแทบไม่มีโอกาสหยิบสมบัติวิเศษออกมาใช้เลย
ฉากที่เกิดขึ้นมันเหลือเชื่อเกินไป ดังนั้น แวบแรกทุกคนจึงนึกถึงสมบัติวิเศษ
แต่พอสังเกตดีๆ กลับไร้ซึ่งร่องรอยของสมบัติวิเศษ
และ สมบัติวิเศษชนิดไหนกัน ที่ใช้แล้วห้ามขยับตัว
มีเพียงหลานหลิงที่พึมพำในใจไม่หยุดว่า เอ, อี, เอ, เอ๊, โอ, เอ, อี, เอ, เอ๊, โอ
ท่องจบ หลานหลิงก็ก้มสำรวจร่างกายตัวเอง แต่ไม่พบความเปลี่ยนแปลงใดๆ
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หลานหลิงงุนงง จ้องมองกู้เฉินด้วยสายตาแหลมคม
หวังว่าจะมองเห็นอะไรบางอย่าง
เคล็ดวิชานี้น่ากลัวเกินไป สิ่งเดียวที่นางยังไม่รู้คือ เคล็ดวิชานี้สามารถป้องกันการโจมตีได้ถึงระดับไหน
ถ้าไม่มีขีดจำกัด นางไม่อยากจะจินตนาการเลย
วินาทีนี้ ทุกสายตาจับจ้องไปที่กู้เฉิน
เต็มไปด้วยความโลภอย่างไม่ปิดบัง
ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษ หรือเคล็ดวิชาสะท้านฟ้า สำหรับพวกเขาแล้ว ล้วนเป็นสิ่งยั่วยวนใจอย่างยิ่ง
เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภของทุกคน
อวี้เซียนใจหายวาบ
ไอ้หนู นั่นมันเคล็ดวิชาอะไร ถ้าเจ้าบอกข้า ข้าจะช่วยชีวิตเจ้าเอง คนจ้องจะเล่นงานเจ้าเพียบเลยนะ อีกอย่าง เจ้าจะยืนแข็งทื่อแบบนี้ตลอดไปคงไม่ได้หรอกมั้ง ฉินอู๋เต๋อเริ่มหว่านล้อม
ได้ยินคำพูดของฉินอู๋เต๋อ คนอื่นๆ ต่างแสดงสีหน้าไม่พอใจ แต่ด้วยความเกรงกลัวในพลังของเขา จึงไม่กล้าพูดอะไร
ได้แต่บ่นอุบในใจว่าทำไมบรรพชนของสำนักตัวเองยังไม่โผล่หัวมาสักที
ห้ามบอกเขาเด็ดขาด อวี้เซียนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ตะโกนบอกกู้เฉินทันที
ขืนสำนักไร้ขอบเขตได้เคล็ดวิชานี้ไป คงยิ่งรับมือยากเข้าไปใหญ่
หือ รนหาที่ตาย ฉินอู๋เต๋อตบฝ่ามือออกไป
พลังมหาศาลพุ่งเข้าใส่อวี้เซียน
อวี้เซียนกัดฟันแน่น โคจรเคล็ดวิชาระดับนภา ฟันกระบี่สวนกลับไป
ตูม
พลังฝ่ามือของฉินอู๋เต๋อสลายไป แต่อวี้เซียนก็ถูกแรงกระแทกจนเซถอยหลังไปหลายก้าว
อั้ก
อวี้เซียนกระอักเลือดออกมา
เห็นฉากนี้ ทุกคนตกตะลึง
แม้ฉินอู๋เต๋อจะไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ แต่นั่นคือการโจมตีของผู้ฝึกตน ขั้นกายาคงกระพัน ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตน ขั้นกายาบริสุทธิ์ จะรับมือได้ง่ายๆ
แต่อวี้เซียนกลับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
เคล็ดวิชาของเจ้า ฉินอู๋เต๋อหรี่ตามองอวี้เซียน
ดูท่า ช่วงนี้สำนักอวี้หัวจะมีไม้เด็ดซ่อนไว้เยอะนะ ฉินอู๋เต๋อเอ่ยเสริม
สายตาที่มองอวี้เซียนและกู้เฉิน ยิ่งเต็มไปด้วยความโลภ
แม้เขาจะดูไม่ออกว่าอวี้เซียนใช้เคล็ดวิชาระดับไหน
แต่การรับฝ่ามือของเขาได้โดยบาดเจ็บเพียงแค่นี้ ก็เพียงพอที่จะบอกว่าไม่ธรรมดา
เจ้าสำนักอีกสองคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
สำนักอวี้หัวที่เคยอยู่ในระดับเดียวกับพวกเขา จู่ๆ ก็ดูลึกลับซับซ้อนขึ้นมาจนเดาทางไม่ถูก
ฉินอู๋เต๋อไม่ได้ถามเรื่องเคล็ดวิชาของอวี้เซียนต่อ สำหรับเขา ความลับบนตัวกู้เฉินสำคัญกว่า
เพราะสมบัติวิเศษหรือเคล็ดวิชาที่ย้ายพลังโจมตีได้นั้น มันเป็นเรื่องที่สะเทือนฟ้าดิน
ถ้าเขาได้มาครอบครอง สำนักไร้ขอบเขตจะสามารถปกครองอีกสามสำนักที่เหลือได้อย่างเบ็ดเสร็จ
สำนักอื่นก็คิดเช่นเดียวกัน แต่ได้แต่ยืนมองตาปริบๆ
ได้ยินคำพูดของฉินอู๋เต๋อ กู้เฉินทำหน้าเหยียดหยาม อย่างแกน่ะเหรอจะมีปัญญาช่วยข้า
แต่ด้วยความที่ใส่อารมณ์มากไปหน่อย ร่างกายของเขาจึงขยับเล็กน้อย
วินาทีต่อมา เสือยักษ์ก็ตบลงมาอีกฉาดใหญ่
เอ, อี, เอ, เอ๊, โอ กู้เฉินรีบยืนตัวแข็งทื่อ
ตูม
เกิดหลุมยักษ์ขึ้นข้างตัวกู้เฉินอีกหลุม
คราวนี้ทุกคนเห็นชัดเต็มสองตา
ประโยคเอ, อี, เอ, เอ๊, โอนั่นคือเคล็ดลับจริงๆ แต่พวกเขาลองทำตามแล้วกลับไม่ได้ผล
แม้แต่ฉินอู๋เต้าก็ลองดูแล้ว หรือว่า ขาดองค์ประกอบอะไรไป
เมื่อลองแล้วไม่ได้ผล ทุกสายตาก็กลับไปจับจ้องที่กู้เฉินอีกครั้ง
ฮึ จับตัวเจ้าได้ เดี๋ยวก็รู้เอง ฉินอู๋เต๋อลงมือทันที พุ่งเข้าใส่กู้เฉิน
เห็นฉากนี้ อวี้เซียนอยากจะเข้าไปช่วย แต่เลือดลมที่ปั่นป่วนทำให้นางขยับตัวไม่ได้
บังอาจ ทันใดนั้น เสียงชราภาพแต่ทรงพลังก็ดังกึกก้อง
ฟึ่บ
วินาทีต่อมา ร่างของชายชราก็ปรากฏขึ้นขวางหน้ากู้เฉิน
อวี้เซียวจื่อมาถึงแล้ว
เขาไม่เกรงใจฉินอู๋เต๋อ ซัดหมัดสวนกลับไปทันที
ตูม
พลังมหาศาลสองสายปะทะกัน
ความรุนแรงครั้งนี้เหนือกว่าพลังของเสือยักษ์แบบเทียบไม่ติด
พลังงานกระจายตัวออกไปไกลหลายร้อยเมตร
คนของสำนักอื่นที่ต้านทานไม่ไหว ต่างพากันหนีตายออกจากรัศมีทำลายล้าง
เสือยักษ์ที่อยู่ใกล้ที่สุด รับเคราะห์ไปเต็มๆ
ร่างของมันถูกแรงอัดกระแทกจนแหลกเหลว
มีเพียงกู้เฉินที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
ทันทีที่คลื่นพลังเข้าใกล้ตัวเขา มันก็ถูกย้ายออกไป เหลือเพียงสภาพแวดล้อมรอบข้างที่พังพินาศ
เห็นฉากนี้ แม้กู้เฉินจะไม่กล้าขยับ แต่ เขาก็ลอบกลืนน้ำลาย
ถ้าไม่ใช่วิชาของท่านอาจารย์ ข้าคงแหลกไปแล้ว กู้เฉินนึกขอบคุณในใจ
เห็นกู้เฉินไร้รอยขีดข่วน ทุกคนสูดปากด้วยความตกใจอีกครั้ง
ฉินอู๋เต๋อถึงกับกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ การโจมตีเมื่อครู่เขาไม่ได้ออมมือ แถมยังมีพลังของอวี้เซียวจื่อผสมโรงเข้าไปด้วย แต่กู้เฉินกลับไม่เป็นอะไรเลย
เคล็ดวิชานี้ ข้าต้องเอามาให้ได้ ฉินอู๋เต๋อประกาศก้องอย่างไม่ปิดบัง
อวี้เซียวจื่อที่ตอนแรกหน้าเสียเล็กน้อย เพราะเมื่อกี้มัวแต่ตกใจจนลืมไปว่ากู้เฉินอยู่ข้างๆ เลยซัดพลังออกไปเต็มเหนี่ยว
เมื่อเห็นบรรพชนมาถึง อวี้เซียนก็โล่งอก
แต่เมื่อได้ยินคำพูดหน้าด้านๆ ของฉินอู๋เต๋อ อวี้เซียวจื่อก็โกรธจนหนวดกระตุก
ฉินอู๋เต๋อ ข้าขอเตือนว่าอย่าได้คิดไม่ซื่อ ระวังจะหาเรื่องใส่ตัว อวี้เซียวจื่อตวาดเตือน
ได้ยินคำเตือน ฉินอู๋เต๋อก็ไม่ยี่หระ ฮึ งั้นก็มาวัดกันดูว่าหมัดใครจะแข็งกว่ากัน
โครมคราม
วินาทีนี้ ร่างของฉินอู๋เต๋อและอวี้เซียวจื่อกลายเป็นภาพติดตา พุ่งทะยานไล่ล่ากันไปทั่วป่า
ทุกที่ที่ผ่านไป เหลือเพียงซากปรักหักพัง
ทุกการปะทะ ปลดปล่อยพลังทำลายล้างมหาศาล
ทำเอาคนของสี่สำนักได้แต่เดาะลิ้นด้วยความทึ่ง
สมกับเป็นระดับบรรพชนจริงๆ มีคนอุทาน
ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็รีบถอยห่างจากสมรภูมิของสองผู้เฒ่า
ขืนโดนลูกหลง ไม่ตายก็พิการ
แต่ในระหว่างที่สองผู้เฒ่ากำลังซัดกันนัว
ชายชราอีกสองคนก็ปรากฏตัวขึ้น และ พุ่งตรงดิ่งไปหากู้เฉิน
พวกเขาคือบรรพชนของสำนักเหมันต์และสำนักดาบอัสนี
เมื่อเห็นคนโผล่มาขนาบข้าง
กู้เฉินก็ชะงักไป
ยังไม่ทันที่กู้เฉินจะตั้งตัว มือของชายชราทั้งสองก็คว้าหมับเข้าที่ไหล่ของเขาคนละข้าง
คนของสี่สำนักสังเกตเห็นฉากนี้
พวกเขาคือ หานเทียน บรรพชนสำนักเหมันต์ และ เย่ว์ปู้ฉวิน บรรพชนสำนักดาบอัสนี
ทำไม คิดจะแย่งกับข้ารึ เย่ว์ปู้ฉวินหันไปถามหานเทียน
ฮึ เจ้ามันหน้าด้านจริงๆ หานเทียนก็ไม่ยอมลดราวาศอก
แรงบีบที่ไหล่ของกู้เฉินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งสองต่างอัดพลังลงไป ไม่มีใครยอมปล่อยมือจากกู้เฉิน
แต่ทว่าในจังหวะที่ทั้งคู่ออกแรง
มือของพวกเขาก็เหมือนควบคุมไม่ได้ มันลื่นไถลหลุดออกจากร่างของกู้เฉินไปดื้อๆ
เมื่อแรงที่ส่งออกไปไม่มีจุดรับ ทั้งสองผู้เฒ่าจึงเสียหลักหน้าทิ่มดิน
ฉากนี้ทำเอาทุกคนมองด้วยสายตาแปลกประหลาด
แต่คนที่ตกใจที่สุดคือเจ้าตัว หานเทียนและเย่ว์ปู้ฉวิน
ก่อนหน้านี้พวกเขาแอบดูความแปลกประหลาดของกู้เฉินอยู่ในที่ลับ แต่พอได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ยิ่งรู้สึกอัศจรรย์ใจ
แต่ พวกเขาไม่รอช้า รีบลุกขึ้นมาคว้าไหล่กู้เฉินไว้คนละข้างอีกครั้ง
คราวนี้ พวกเขาไม่กล้าใส่พลังลงไป ไม่กล้าแม้แต่จะออกแรงบีบ
ส่วนกู้เฉินก็ไม่กล้าขยับ เสือยักษ์ตายไปแล้วก็จริง แต่ดันมีตัวเป้งโผล่มาอีกสี่ เขาก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน