แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 47 ลูกพี่ใหญ่ ยอมเป็นลูกน้องก็ได้วะ
อืม ออกไปเดินเล่นมานิดหน่อย เจ้ามาหาข้ามีธุระอะไรหรือเปล่า เย่หนานหันไปถามอวี้เซียวจื่อ
เอ่อ ไม่มีอะไรขอรับ แค่แวะมาดูว่าท่านผู้อาวุโสต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ อวี้เซียวจื่อลังเลครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าเอ่ยปากขอให้เย่หนานช่วย
อืม ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรขาดเหลือนนะ เย่หนานตรองดูแล้วก็ตอบไป
ทั้งสองคุยสัพเพเหระกันอีกครู่หนึ่ง อวี้เซียวจื่อจึงขอตัวกลับ
อวี้เซียวจื่อเก็บอาการได้เนียนมาก เย่หนานจึงไม่สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ
เหตุผลหลักคือ ในหัวของเย่หนานมีแต่เรื่องกิน เที่ยว เล่น สนุกสนาน เขาขี้เกียจไปเดาใจใครให้ปวดหัว
ค่ำคืนมาเยือน เย่หนานและหลิงหลงต่างแยกย้ายเข้าห้องนอน
ภายในห้องของหลิงหลง บนโต๊ะข้างหัวเตียง
ลูกแก้วสีดำค่อยๆ ลอยขึ้น
แสงสีดำส่องสว่างวาบขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่หลิงหลงที่หลับสนิทไม่รู้เรื่องรู้ราว
ภายในห้องเริ่มมีหมอกควันสีดำปกคลุม
แม้แต่ตัวลูกแก้วเอง ก็สลายกลายเป็นหมอกควันสีดำ
เหลือเพียงหัวใจสีดำดวงเล็กๆ ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ
แต่ทว่าในวินาทีต่อมา
หมอกควันสีดำทั้งหมดในห้อง ต่างพากันไหลไปรวมตัวที่หัวใจดวงนั้น
ไม่นานนัก โดยมีหัวใจสีดำเป็นแกนกลาง ร่างเงาสีดำรูปร่างคล้ายมนุษย์ขนาดใหญ่ยักษ์ก็ก่อตัวขึ้น
มีแขนมีขา แต่ไร้ซึ่งใบหน้าและอวัยวะ บนศีรษะมีเขาเดี่ยวที่เกิดจากหมอกควันสีดำงอกออกมา
รูปลักษณ์ดูแปลกประหลาดพิสดาร
เวลานี้ มันยืนนิ่งงัน จ้องมองหลิงหลงที่กำลังหลับใหล
ครู่ต่อมา มันค่อยๆ หันไปมองทิศทางห้องนอนของเย่หนาน
เจ้านั่นมันตัวอะไรกันแน่ กลิ่นอายที่แผ่ออกมา ทำเอาข้าไม่กล้าเข้าใกล้เลย เสียงแหบพร่าและน่าขนลุกดังออกมาจากเงาดำร่างยักษ์
สาเหตุที่มันยังไม่ลงมือทำอะไร ก็เพราะเกรงกลัวเย่หนาน
ไม่อย่างนั้น มันคงอาละวาดจนที่นี่พังพินาศไปนานแล้ว
ก่อนหน้านี้ตอนที่โดนเย่หนานจับไว้ มันขยับตัวไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ
เงาดำร่างยักษ์สลายตัวเป็นหมอกควัน ลอดผ่านช่องประตูออกไป
เมื่อออกมาข้างนอก มันก็ก่อตัวเป็นรูปร่างมนุษย์อีกครั้ง
มันหลับใหลมาเนิ่นนาน ในขณะที่กำลังคิดว่าจะสำรวจดูว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน
สายตาของมันก็สะดุดเข้ากับห้องห้องหนึ่งที่มีกุญแจล็อกอยู่
แปลกจริง ทำไมข้ารู้สึกถึงกลิ่นอายของพวกเดียวกันจางๆ จากข้างในนั้น น้ำเสียงของเงาดำร่างยักษ์เจือไปด้วยความประหลาดใจ
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น มันจึงเดินตรงไปที่ห้องนั้น
ฟึ่บ
มันแปลงร่างเป็นหมอกควันอีกครั้ง แทรกซึมเข้าไปในห้องที่ถูกล็อก
เมื่อเข้าไปข้างใน มันเห็นตู้เสื้อผ้าหลังหนึ่งตั้งอยู่กลางห้อง
นี่มันตัวอะไร เงาดำเดินวนรอบตู้เสื้อผ้าด้วยความสงสัย
ในจังหวะที่มันกำลังจะยื่นมือไปเปิดตู้นั้นเอง
เสียงหัวเราะที่น่าขนลุกยิ่งกว่าก็ดังขึ้น
คิก คิก คิก
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะประหลาดดังมาจากในตู้
เงาดำร่างยักษ์ชะงักกึก ราวกับห้วงมิติถูกหยุดเวลาไปชั่วขณะ
ฟึ่บ
จากนั้น เงาดำร่างยักษ์ก็รีบดีดตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว
ไม่ลังเลที่จะแปลงร่างเป็นหมอกควัน เตรียมหนีตายออกไปข้างนอก
น่ากลัวเกินไปแล้ว เพียงแค่เสียงหัวเราะ ก็ทำเอาร่างกายของมันแทบแตกสลาย
แม้แต่หัวใจสีดำของมัน ก็สั่นสะท้านราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
มันรู้ตัวแล้วว่า ได้ไปกระตุกหนวดเสือเข้าให้แล้ว
แต่ทว่า ในจังหวะที่มันกำลังจะหนี
หมอกควันที่มันแปลงร่าง กลับถูกพลังที่มองไม่เห็นบีบอัดให้รวมตัวกัน
ชั่วพริบตา มันถูกบังคับให้คืนร่างเป็นมนุษย์อีกครั้ง
แต่ทว่า ร่างกายกลับขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ
หมอกควันสีดำที่บริสุทธิ์และเข้มข้นยิ่งกว่า ค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากตู้เสื้อผ้า
และก่อตัวเป็นเงาร่างมนุษย์สีดำอีกร่างหนึ่งต่อหน้ามัน
ร่างเงาใหม่นี้ไม่ได้สูงใหญ่ สูงเพียงราวๆ เมตรครึ่งเท่านั้น
เทียบไม่ได้เลยกับเงาดำร่างยักษ์ที่แปลงมาจากลูกแก้ว
เหมือนความต่างระหว่างยักษ์ปักหลั่นกับโลลิตัวน้อย
เงาร่างที่แปลงมาจากลูกแก้วนั้น แผ่จิตสังหารรุนแรง
ให้ความรู้สึกเหมือนมารร้ายหรือผู้ฝึกวิชามารที่ทำชั่วมาสารพัด
แต่เงาร่างที่ออกมาจากตู้เสื้อผ้า แม้จะเกิดจากหมอกควันสีดำเช่นกัน แต่กลับมีกลิ่นอายที่แตกต่างออกไป
ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอายแบบไหน ล้วนชั่วร้ายสุดขีด แต่กลับให้ความรู้สึก สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์อย่างน่าประหลาด
นี่คือความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างทั้งสอง
เวลานี้ เงาดำร่างยักษ์ที่ขยับไม่ได้ กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
มันแค่ อยากรู้อยากเห็นเลยแวะมาดู ไม่นึกว่าจะไม่ได้กลับออกไป
ต้องโทษความมั่นใจในตัวเองที่มากเกินไป คิดว่าพลังของตนเองเพียงพอจะรับมือกับทุกสถานการณ์
คิก คิก คิก เงาดำร่างเล็กเดินวนรอบเงาดำร่างยักษ์อย่างร่าเริง
มองซ้ายที ขวาที
ทำเอาเงาดำร่างยักษ์ทำตัวไม่ถูก
ทะ ท่าน ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ผู้น้อยมิได้เจตนาล่วงเกิน โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด ในที่สุดเงาดำร่างยักษ์ก็ทนแรงกดดันไม่ไหว
เมื่อได้ยินคำพูดของเงาดำร่างยักษ์ เงาดำร่างเล็กก็ชะงัก
วินาทีต่อมา พันธนาการที่ตรึงเงาดำร่างยักษ์ไว้ก็คลายออก
เมื่อเป็นอิสระ เงาดำร่างยักษ์ไม่ได้หนี แต่กลับทรุดฮวบลงกับพื้น
ตุบ
ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ เห็นเงาดำร่างเล็กเงียบกริบ เงาดำร่างยักษ์กลัวจนฉี่แทบราด รีบคุกเข่าขอขมา
เงาดำร่างเล็กยังคงไม่ตอบ ได้แต่เอียงคอมองเงาดำร่างยักษ์ตาแป๋ว
ถ้าไม่ใช่เพราะทั้งคู่เป็นร่างหมอกควัน คงได้เห็นเหงื่อแตกพลั่กไหลอาบหน้าเงาดำร่างยักษ์แน่ๆ
ผ่านไปสักพัก ดูเหมือนเงาดำร่างเล็กจะเบื่อแล้ว จึงสลายร่างเป็นหมอกควัน มุดกลับเข้าไปในตู้เสื้อผ้า
เห็นเงาดำร่างเล็กไม่ได้คิดจะฆ่าแกง เงาดำร่างยักษ์รีบลุกขึ้น สลายร่างเป็นหมอกควัน พุ่งหนีออกจากห้องทันที
พอออกมาได้ เงาดำร่างยักษ์ก็เตรียมจะเผ่นแน่บ
ที่นี่มันนรกชัดๆ ทั้งไอ้มนุษย์คนนั้น ทั้งท่านผู้ยิ่งใหญ่ในตู้เสื้อผ้า ไม่ใช่สิ่งที่มันจะต่อกรด้วยได้เลย
นี่มันที่ไหนกันแน่ หรือข้าหลุดเข้ามาในแดนต้องห้ามระดับตำนาน เงาดำร่างยักษ์หวาดผวาไม่หาย
มันนึกไม่ถึงว่า แม้พลังจะถดถอยจากเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ได้กระจอก ทว่า เพิ่งจะตื่นขึ้นมา ก็เจอดีเข้าให้ซะแล้ว
ไม่ได้ ข้าจะหนีไปดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้ ท่านผู้นั้นไม่ได้ฆ่าข้า บางที ถ้าข้าลองเสี่ยงดู ข้าอาจจะได้อะไรดีๆ กลับไปก็ได้
อย่างแย่สุด ก็แค่ยอมเป็นลูกน้องให้ท่านผู้นั้น ยอมก้มหัวให้ยอดฝีมือระดับนี้ ไม่ถือว่าขาดทุนหรอกน่า ไหนๆ ก็คุกเข่าไปแล้วนี่หว่า เงาดำร่างยักษ์เริ่มคิดปลอบใจตัวเอง รีบสลัดความคิดที่จะหนีทิ้งไป
นี่คือกฎเหล็กของโลกผู้บำเพ็ญเพียร ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด ผู้ย่อมแพ้ต้องศิโรราบ
สำหรับเย่หนาน มันแค่รู้สึกเกรงขาม
แต่สำหรับเงาดำร่างเล็ก มันรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ เป็นความหวาดกลัวอย่างแท้จริง
คิดได้ดังนั้น มันจึงสลายร่างเป็นหมอกควัน กลับเข้าไปในห้องของหลิงหลง
มองดูหลิงหลงที่หลับสนิท เงาดำร่างยักษ์ไม่กล้ารบกวน คืนร่างกลับเป็นลูกแก้วสีดำวางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะตามเดิม
เช้าวันรุ่งขึ้น เกือบเที่ยง เย่หนานและหลิงหลงถึงจะตื่นนอน
เรื่องราวเมื่อคืน ทั้งสองคนไม่รู้เรื่องรู้ราว หลับเป็นตาย
แต่ทว่า ทันทีที่ก้าวออกจากห้อง ทั้งเย่หนานและหลิงหลงต่างก็ต้องชะงัก แล้ว ยืนอ้าปากค้าง