แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 48 สามสำนักใหญ่รุมกินโต๊ะ
แม่งเอ๊ย ฝีมือใครวะเนี่ย เย่หนานมองยอดเขาที่หายไปแถบหนึ่งด้วยความอึ้ง
นอกจากเรือนพักรอบตัวเขา สิ่งก่อสร้างอื่นๆ บนยอดเขาพังพินาศหมดสิ้น
พี่หนาน ข้างนอกเหมือนจะตีกันเละเลย หลิงหลงมองออกไปข้างนอกด้วยความงุนงง
ได้ยินดังนั้น เย่หนานจึงสังเกตเห็นว่า ทั่วทั้งสำนักอวี้หัวกำลังโกลาหลวุ่นวาย
สาเหตุที่เรือนพักของพวกเขายังอยู่ดีมีสุข ต้องขอบคุณอวี้เซียวจื่อ ที่ตอนซ่อมแซมภูเขา ได้ติดตั้งค่ายกลป้องกันระดับสูงสุดของสำนักอวี้หัวไว้ที่ยอดเขาหนาน แถมยังติดตั้งค่ายกลเก็บเสียง เพราะกลัวจะไปรบกวนการพักผ่อนของเย่หนาน
นั่นคือเหตุผลที่ข้างนอกรบกันแทบตาย แต่เย่หนานและหลิงหลงยังหลับสบายไม่รู้เรื่องรู้ราว
ท่านอาจารย์ ตื่นแล้วหรือขอรับ กู้เฉินกลับมาถึงตั้งแต่เช้าตรู่ แต่พอมาถึงก็เจอเรื่องวุ่นวายเข้าพอดี
เขาคอยเฝ้าอยู่ที่ยอดเขาหนานไม่ไปไหน เพื่อกันไม่ให้ใครเข้ามารบกวนเย่หนาน
ศิษย์รัก นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น เย่หนานหันไปถามกู้เฉิน
กู้เฉินรีบเข้ามารายงาน ท่านอาจารย์ สามสำนักใหญ่บุกมาโจมตีขอรับ
จากนั้นก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเทือกเขาหมื่นอสูรให้ฟังอย่างละเอียด
เมื่อได้ฟังเรื่องราว แววตาของเย่หนานก็เย็นเยียบลง
ไอ้เวรพวกนี้ มารบกวนเวลานอนของข้ายังไม่พอ ยังกล้ามาหาเรื่องศิษย์ข้าอีก เย่หนานถลกแขนเสื้อ เตรียมพร้อมจะไปลุย
แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขา ก็มีคนกลุ่มหนึ่งบุกขึ้นมาบนยอดเขาหนาน
โอ๊ะโอ๋ ยังมีปลาหลุดรอดแหอยู่อีกหรือนี่
คนกลุ่มนี้คือศิษย์ของสามสำนักใหญ่
เวลานี้สำนักอวี้หัวกำลังตกเป็นรอง ผู้อาวุโสทั้งหมดกำลังรับมือกับระดับสูงของอีกสามสำนัก
ศิษย์เหล่านี้จึงฉวยโอกาสปล้นชิงทรัพยากรตามที่ต่างๆ ของสำนักอวี้หัว
รนหาที่ตาย กู้เฉินคำรามลั่น พุ่งเข้าใส่ทันที
ศิษย์เหล่านี้อยู่แค่ ขั้นรวบรวมวิญญาณ จะไปสู้กู้เฉินได้ยังไง
อ๊าก
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นระงม กู้เฉินจัดการพวกมันร่วงไปทีละคนด้วยหมัดเปล่า
โทษฐานที่ตาถั่ว บุ่มบ่ามบุกเข้ามาไม่ดูตาม้าตาเรือ
เย่หนานไม่สนใจพวกปลาซิวปลาสร้อยเหล่านี้ เขากระโดดลอยตัวขึ้นฟ้า
ตูม
พื้นดินที่เหยียบระเบิดเป็นหลุม ร่างของเขาพุ่งตรงไปยังใจกลางสำนักอวี้หัว
เวลานี้ ใจกลางสำนักอวี้หัวพังพินาศยับเยิน
ศพเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น ล้วนเป็นคนของทั้งสี่สำนัก
แต่สังเกตได้ชัดว่า ผู้อาวุโสระดับแกนนำของสำนักอวี้หัว แข็งแกร่งกว่าผู้อาวุโสของอีกสามสำนักอย่างเห็นได้ชัด นอกจากจะบาดเจ็บกันไปคนละเล็กละน้อย ก็ยังไม่มีใครตาย
เพราะพวกเขาทุกคนได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับนภานั่นเอง
เห็นพลังการต่อสู้ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของผู้อาวุโสสำนักอวี้หัว
เจ้าสำนักและบรรพชนของอีกสามสำนักต่างก็ตกตะลึง
และ สีหน้าก็ยิ่งอัปลักษณ์ลงเรื่อยๆ
ไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยว่า สำนักอวี้หัวแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไปได้วาสนาอะไรมากันแน่
ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุการณ์ที่เทือกเขาหมื่นอสูร สามสำนักคงโดนสำนักอวี้หัวหลอกต้มจนเปื่อย
ขืนปล่อยเวลาให้สำนักอวี้หัวเติบโตต่อไป สามสำนักใหญ่คงไม่มีที่ยืน
ฆ่ามันให้หมด ขอแค่แย่งชิงวาสนาของพวกมันมาได้ สามสำนักของเราก็จะผงาดขึ้นมา ฉินอู๋เต๋อมองอวี้เซียวจื่อและพวกด้วยความโลภ
คนของสามสำนักใหญ่ฮึกเหิมราวกับโด๊ปเลือดไก่
พวกเขารู้ดีว่า สำนักอวี้หัวครอบครองวาสนาอันยิ่งใหญ่
ขอแค่ได้ส่วนแบ่งมาบ้าง ก็ถือเป็นโชคลาภมหาศาล
ดูจากพลังการต่อสู้ของผู้อาวุโสสำนักอวี้หัวสิ
ระดับพลังเท่ากันแต่รับมือสามคนพร้อมกันได้ แถมยังสู้ได้สูสี แสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของวาสนานั้น
ฆ่ามัน ลุยเข้าไป เสียงโห่ร้องฆ่าฟันดังสนั่นหวั่นไหว
เห็นฉากนี้ อวี้เซียวจื่อและพวกหน้าถอดสี
ท่านบรรพชน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเราต้านไว้ไม่อยู่แน่ ไปเชิญท่านผู้อาวุโสเย่เถอะเจ้าค่ะ อวี้เซียนมองอวี้เซียวจื่อด้วยความร้อนใจ
ข้า อวี้เซียวจื่อลังเล
อย่าลังเลอีกเลยเจ้าค่ะท่านบรรพชน อวี้เซียนเร่งเร้า
เหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ข้างๆ ต่างงุนงงกับบทสนทนาของทั้งคู่
สำนักอวี้หัวมีผู้อาวุโสแซ่เย่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
ฮ่าฮ่าฮ่า วันนี้สำนักอวี้หัวต้องพินาศ ไปตามใครมาก็ไร้ประโยชน์ ฉินอู๋เต๋อหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง
ตกลง เจ้าไปเชิญท่านผู้อาวุโสเย่มา อวี้เซียวจื่อกัดฟันพยักหน้า
สำนักมาถึงจุดเป็นตาย เขาไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว
ได้ยินคำอนุญาต อวี้เซียนดีใจมาก ในขณะที่นางกำลังจะผละตัวไปตามเย่หนาน
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นกลางสนามรบ
ไม่ต้องไปตามหรอก ข้ามาแล้ว ตัวยังไม่ถึง แต่เสียงเย่หนานดังมาก่อนแล้ว
ท่านผู้อาวุโสเย่ ได้ยินเสียงเย่หนาน อวี้เซียวจื่อและอวี้เซียนดีใจจนเนื้อเต้น
ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเจ้าตายแน่ อวี้เซียวจื่อมองฉินอู๋เต๋อและพวกด้วยความสะใจ
เห็นท่าทางดีใจของอวี้เซียวจื่อที่ดูไม่ได้เสแสร้ง
ระดับสูงของสามสำนักใหญ่ต่างเริ่มระแวง
แม้ฉินอู๋เต๋อจะปากดีว่าใครมาก็ไร้ประโยชน์
แต่นั่นก็แค่คำพูดข่มขวัญศัตรูในสนามรบ
เขาไม่ได้โง่ เกิดสำนักอวี้หัวเตรียมการมาดี จ้างยอดฝีมือจากภายนอกมานั่งเมืองจริงๆ ก็อาจเป็นไปได้
ตูม
ในขณะที่ทุกคนกำลังคาดเดาไปต่างๆ นานา เงาร่างหนึ่งก็ร่วงลงมาจากฟากฟ้า
กระแทกพื้นจนเป็นหลุมยักษ์ต่อหน้าต่อตาทุกคน
แค่ก แค่ก เผลอใส่แรงเยอะไปหน่อย เย่หนานสำลักฝุ่นคุกๆ
เมื่อเห็นว่าเป็นเย่หนาน นอกจากอวี้เซียวจื่อและอวี้เซียนแล้ว คนอื่นๆ ต่างชะงัก
จากนั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้แก่อวี้เซียวจื่อ นี่นะเหรอไม้ตายก้นหีบของเจ้า ฉินอู๋เต๋อมองอวี้เซียวจื่อด้วยสายตาดูแคลน
ระดับพลังของเย่หนาน ทุกคนในสนามรบมองปราดเดียวก็รู้แจ้ง
แค่ ขั้นกลั่นลมปราณ กระจอกๆ ทำเอาพวกเขาตกใจแทบแย่
คิดได้ดังนั้น ศัตรูทุกคนต่างรู้สึกหงุดหงิด
อวี้เซียวจื่อไม่สนใจคำเยาะเย้ยของฉินอู๋เต๋อ รีบหันไปทำความเคารพเย่หนาน ท่านผู้อาวุโส เป็นความผิดของข้าเองที่สร้างความเดือดร้อนให้ท่าน
อวี้เซียนก็รีบทำความเคารพเช่นกัน
เห็นบรรพชนและเจ้าสำนักทำความเคารพ เหล่าผู้อาวุโสสำนักอวี้หัวแม้จะงงๆ แต่ก็รีบทำตาม
พวกเขาเชื่อใจผู้นำของตน
เห็นท่าทีนอบน้อมของคนสำนักอวี้หัวที่มีต่อเย่หนาน
คนของสามสำนักใหญ่ต่างพูดไม่ออก
โดยเฉพาะระดับสูงอย่างฉินอู๋เต๋อ สายตาที่มองคนสำนักอวี้หัวยิ่งเต็มไปด้วยความดูถูก
ดูท่าหลายปีมานี้ เจ้าจะยิ่งแก่ยิ่งเลอะเลือนนะ เสียแรงที่ข้ามองเจ้าเป็นคู่แข่งมาตลอด ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าข้าให้ค่าเจ้ามากเกินไป ฉินอู๋เต๋อยิ่งได้ใจ
ข้ามาถึงปุ๊บ เจ้าก็เอาแต่พล่ามปั๊บ พูดมากฉิบหาย เย่หนานมองฉินอู๋เต๋ออย่างไม่สบอารมณ์
ฮึ ไอ้สวะ ขั้นกลั่นลมปราณ กล้าดียังไงมาพูดกับข้าแบบนี้ ถ้าไม่เห็นแก่ที่เจ้าเป็นอาจารย์ของไอ้เด็กนั่น ข้าคงตบเจ้าตายคาที่ไปแล้ว ฉินอู๋เต๋อตวาดกลับด้วยความโกรธ พลางเหลือบมองกู้เฉิน
เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย กู้เฉินงง
ฮึ ถ้าไม่ใช่เพราะหลิงเอ๋ยบอกว่าห้ามทำร้ายเจ้า และให้จับเป็นเจ้ากลับไป เจ้าคิดว่าพวกเจ้าจะมีสิทธิ์มายืนคุยกับข้าได้นานขนาดนี้เชียวรึ ฉินอู๋เต๋อเฉลยความจริงอย่างไม่ปิดบัง
เมื่อได้ยินชื่อหลิงเอ๋ยกู้เฉินก็เข้าใจทันที
เขากวาดตามองไปรอบๆ และก็ไม่พบหลานหลิงจริงๆ
เขาคิดว่าสามสำนักใหญ่บุกมาครั้งนี้ หลานหลิงน่าจะมาด้วยเสียอีก
ยัยผู้หญิงคนนี้ ยังไม่เลิกตอแยกับเคล็ดลับของข้าอีกเหรอเนี่ย กู้เฉินบ่นอุบอย่างเอือมระอา