แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 5 ช่วยจับหมู
เอ้า เอาไป เย่หนานยื่นถุงมือคู่สวยให้กู้เฉิน
เมื่อเห็นแสงเรืองรองที่ไหลเวียนอยู่บนถุงมือ เย่หนานก็ได้แต่ลอบกลืนน้ำลาย
เขาเองก็ไม่รู้ว่าสมบัติชิ้นนี้อยู่ในระดับใดกันแน่
พวกเคล็ดวิชายังพอมีระบุไว้ที่ม้วนคัมภีร์ เปิดดูก็รูระดับ
แต่สมบัติวิเศษพวกนี้ ดูจะน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าชิ้นไหนๆ
ขอบพระคุณท่านอาจารย์ กู้เฉินตื่นเต้นจนเนื้อเต้น รีบยื่นมือออกไปรับ
ทว่าทันทีที่มือสัมผัสโดนถุงมือ
วินาทีถัดมา
ตูม
ร่างทั้งร่างของกู้เฉินคะมำหน้าทิ่มพื้นในท่ากบไสไม้
ทำไม ทำไมมันหนักขนาดนี้ขอรับ กู้เฉินนอนราบอยู่กับพื้นด้วยความตกตะลึง
สมกับที่เป็นสมบัติวิเศษระดับสุดยอด
เอ่อ ลืมบอกไป เจ้าต้องหยดเลือดทำพันธสัญญาเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเสียก่อน ไม่งั้น มันจะหนักมาก เย่หนานเอ่ยอย่างเก้อเขิน
ครู่ต่อมา
กู้เฉินหยดเลือดลงไป เพียงไม่นานสมบัติวิเศษก็ยอมรับนาย
เขาหยิบถุงมือโปร่งแสงขึ้นมาถืออีกครั้ง
คราวนี้ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ ซ้ำยังรู้สึกเบาสบายดุจขนนก
ลองสวมดูสิ เย่หนานพยักพเยิดหน้า
ขอรับ ท่านอาจารย์ กู้เฉินรีบสวมมันทันที
ทันทีที่สวมใส่ กู้เฉินก็ต้องตื่นตะลึง รู้สึกแข็งแกร่งมากเลยขอรับท่านอาจารย์ ข้ารู้สึกเหมือนจะต่อยทุกอย่างให้ระเบิดได้เลย
เพ้อเจ้ออะไรของเจ้า นั่นมันก็แค่ภาพลวงตา ความแข็งแกร่งที่แท้จริงต้องมาจากตัวเจ้าเอง จะมัวแต่พึ่งพาสมบัตินอกกายตลอดเวลาไม่ได้ เย่หนานเอ่ยสั่งสอน
ศิษย์จะจำคำสั่งสอนของท่านอาจารย์ให้ขึ้นใจ กู้เฉินรีบเก็บถุงมือลงอย่างนอบน้อม
หลังจากทั้งสามคนทานมื้อเย็นเสร็จ เย่หนานก็จัดเตรียมห้องพักให้กู้เฉิน
ที่นี่มีห้องว่างเหลือเฟือ ซึ่งเย่หนานเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว
เพราะเขารู้ดีว่า ในเมื่อมีระบบรับศิษย์
ในอนาคตลูกศิษย์ลูกหาต้องมีไม่น้อย ดังนั้นจึงเตรียมห้องหับไว้เผื่อ
ที่คาดไม่ถึงคือ ต้องรอเก้อมานานถึงสามปี
จนเขาเคยสงสัยว่าระบบของตัวเองพังไปแล้วหรือเปล่า
ค่ำคืนผ่านพ้นไปอย่างไร้เรื่องราว จนกระทั่งรุ่งเช้า
คนที่ตื่นเช้าที่สุดคือกู้เฉิน
เมื่อเห็นว่าเย่หนานและหลิงหลงยังหลับสนิท เขาจึงไม่คิดรบกวน
เขาเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารเช้าด้วยตัวเอง
ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียรที่ต้องออกท่องยุทธภพเป็นประจำ ย่อมต้องมีฝีมือทำอาหารติดตัวอยู่บ้าง
ไม่นานนัก อาหารเช้าก็เสร็จเรียบร้อย
เมื่อเห็นว่าเย่หนานและหลิงหลงยังไม่ตื่น เขาจึงเตรียมจะไปปลุก
เพราะตะวันเริ่มโด่งแล้ว
แต่ขณะที่กำลังเดินไปทางห้องของเย่หนาน
สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นประตูห้องอื่นๆ
เดิมทีก็แค่กวาดตามองผ่านๆ
แต่แล้ว ฝีเท้าของกู้เฉินก็ชะงักกึก
เขามองไปที่ห้องห้องหนึ่งที่อยู่ติดกับห้องเก็บเคล็ดวิชาและอาวุธ
จริงๆ ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ สาเหตุที่เขาสงสัย
เป็นเพราะ ห้องอื่นๆ ล้วนไม่ได้ลงกลอน
แต่ ห้องนี้กลับถูกล็อคกุญแจเอาไว้อย่างแน่นหนา
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงเตรียมจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
แอ๊ด
เสียงเปิดประตูดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
อ้าว ตื่นเช้าจังนะ เย่หนานมองกู้เฉินด้วยความประหลาดใจ
แหะๆ ศิษย์กำลังจะไปปลุกท่านอาจารย์มาทานมื้อเช้าพอดีขอรับ กู้เฉินหันมายิ้มแป้นให้เย่หนาน
เจ้าทำอาหารเป็นด้วยหรือ งั้นข้าคงต้องลองชิมสักหน่อยแล้ว เมื่อได้ยินว่ากู้เฉินทำมื้อเช้า เย่หนานก็ยิ่งแปลกใจ
เดี๋ยวศิษย์ไปเตรียมถ้วยชามก่อนนะขอรับ กู้เฉินรีบกุลีกุจอไปจัดการ
เย่หนานเดินไปที่ห้องของหลิงหลง แล้วหิ้วปีกเจ้าตัวขี้เซาออกมาจากเตียง
ทว่า หลิงหลงทำหน้าบูดบึ้งไม่เต็มใจ เพราะยังนอนไม่เต็มอิ่ม
ทั้งสามคนนั่งล้อมวงกินมื้อเช้าด้วยกัน
อืม ก็ไม่เลว แต่ ฝีมือยังพัฒนาได้อีกเยอะ เย่หนานกินไปไม่กี่คำก็พยักหน้าวิจารณ์
ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ชี้แนะ กู้เฉินรู้สึกปลาบปลื้มจนทำตัวไม่ถูก
ท่านอาจารย์ ศิษย์มีเรื่องอยากจะถามท่านสักหน่อยขอรับ หลังชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง กู้เฉินก็ตัดสินใจถามออกมา
ถามมาสิ เย่หนานตอบพลางคีบอาหารเข้าปากอย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อคืนศิษย์ลองฝึกฝนดู พบว่าความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของข้า รวดเร็วกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัวนัก กู้เฉินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟังคร่าวๆ
ตอนนั้น เขาตกใจแทบสิ้นสติ
เขาเพิ่งจะเลื่อนระดับขึ้นมาสู่ ขั้นรวบรวมวิญญาณ ได้ไม่กี่วัน
คิดไม่ถึงว่า เพียงแค่นั่งสมาธิเมื่อคืนราวหนึ่งชั่วยาม ตอนนี้ระดับพลังพุ่งทะยานไปถึง ขั้นรวบรวมวิญญาณ ระดับสามแล้ว
เขารู้ดีว่าความเร็วระดับนี้ มันผิดปกติวิสัย
การบำเพ็ญเพียรก็เหมือนการกินข้าว ต้องค่อยๆ เคี้ยวทีละคำ
ผู้บำเพ็ญเพียร ขั้นรวบรวมวิญญาณ ทั่วไป ต่อให้บำเพ็ญเพียรอย่างหนักโดยไม่หลับไม่นอน ก็ต้องใช้เวลาหลายเดือน
แถมต้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์ไม่เลวด้วย
บางคนอาจใช้เวลานานกว่านั้น
ไม่เป็นไร เจ้าวางใจฝึกฝนต่อไปเถอะ เดิมทีเจ้าก็มีพรสวรรค์ดีอยู่แล้ว ข้าแค่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายให้เจ้าเล็กน้อย ตอนนี้ความเร็วในการฝึกของเจ้าเลยเร็วกว่าเมื่อก่อนนิดหน่อย เย่หนานทำได้เพียงอ้างไปตามน้ำ
อะไรนะขอรับ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกาย กู้เฉินสะดุ้งโหยง
เย่หนานไปทำให้เขาตอนไหน
ทำไมเขาไม่รู้สึกตัวเลย
ขณะเดียวกัน เขาก็ยิ่งตระหนกในความเก่งกาจของเย่หนาน
มิน่าเล่า เขาถึงรู้สึกว่าความเร็วในการฝึกฝนของตัวเองมันน่ากลัวขนาดนี้
ขืนพูดออกไป ใครจะไปเชื่อ
ท่านอาจารย์ ท่านเป็นยอดฝีมือระดับไหนหรือขอรับ กู้เฉินย่อมไม่เชื่อว่าเย่หนานอยู่แค่ ขั้นกลั่นลมปราณ
ก็ ขั้นกลั่นลมปราณ ไง มีอะไรหรือ เย่หนานตอบกลับหน้าตาย
เอ่อ ไม่มีอะไรขอรับ ศิษย์แค่ถามดูด้วยความอยากรู้เฉยๆ กู้เฉินหัวเราะแห้งๆ
คำพูดของเย่หนาน เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
ขั้นกลั่นลมปราณ จะมีวิชาปาฏิหาริย์แบบนี้ได้อย่างไร
ในเมื่อเย่หนานไม่อยากบอก เขาก็ไม่กล้าซักไซ้ต่อ
ท่านอาจารย์ ทานข้าวเสร็จแล้ว ศิษย์อยากจะขออนุญาตไปฝึกฝนที่เทือกเขาหมื่นอสูรขอรับ กู้เฉินเอ่ยขออนุญาต
เขายังไม่ลืมว่า ตนเองแบกความแค้นดั่งทะเลเลือดเอาไว้
จะมัวมานั่งๆ นอนๆ อยู่แบบนี้ไม่ได้
ได้สิ ระวังตัวด้วยล่ะ เย่หนานพยักหน้าอนุญาต ไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด
เขาย่อมรู้ถึงความในใจของกู้เฉินดี
จริงๆ แล้ว เขาสามารถลงมือช่วยกู้เฉินล้างแค้นได้ง่ายๆ
แต่ ความแค้นชนิดนี้ ให้เจ้าตัวจัดการเองย่อมดีที่สุด
หากจัดการได้ไม่ดี มันจะกลายเป็นปมในใจขัดขวางวิถีแห่งการฝึกตน
ขอบพระคุณท่านอาจารย์ กู้เฉินนึกว่าเย่หนานจะไม่ยอมเสียอีก
อืม รีบไปรีบกลับล่ะ เย่หนานกำชับ
เทือกเขาหมื่นอสูรอยู่ห่างจากเมืองเผิงเฉิงไม่ไกลนัก ราวๆ หนึ่งร้อยลี้
เพียงแต่เทือกเขานั้นกว้างใหญ่ไพศาลมาก
ทว่า สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งล้วนอาศัยอยู่ใจกลางป่าลึก
เมื่อทานเสร็จ กู้เฉินก็เก็บล้างถ้วยชามอย่างขยันขันแข็ง แล้วจึงออกเดินทาง
มองแผ่นหลังของกู้เฉินที่ค่อยๆ หายลับไป เย่หนานก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เขานึกว่ากู้เฉินจะขอร้องให้เขาช่วยล้างแค้นเสียอีก
คิดไม่ถึงว่า กู้เฉินจะไม่เอ่ยปากแม้แต่คำเดียว
อ้าว เสี่ยวหนาน อยู่บ้านพอดีเลย ทันใดนั้น หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาหาเขา
ป้าหวัง มาซื้อเหล้าหรือครับ เย่หนานส่งยิ้มให้ป้าหวัง
ใช่แล้ว ป้าจะมาซื้อเหล้า แล้วก็ถือโอกาสวานเจ้าหน่อย ที่บ้านป้ากำลังจะฆ่าหมู อยากให้เจ้าไปช่วยจับหมูให้ป้าหน่อยสิ ป้าหวังพูดคุยกับเย่หนานอย่างสนิทสนมเป็นกันเอง
อ้อ จะฆ่าหมูเหรอครับ ได้เลย เย่หนานไม่ปฏิเสธ
ยังไงก็เป็นเพื่อนบ้านกัน ตอนที่เขาเพิ่งข้ามภพมาใหม่ๆ เพื่อนบ้านเหล่านี้ก็เคยช่วยเหลือเขาไว้ไม่น้อย
หลิงหลง เฝ้าร้านดีๆ นะ พี่จะออกไปช่วยงานป้าเขาหน่อย เย่หนานตักเหล้าให้ป้าหวัง
แถมยังอุตส่าห์ไปเปลี่ยนเป็นชุดเก่าๆ ก่อนจะเดินตามป้าหวังออกไป
อื้อ
หลิงหลงเพียงแค่ขานรับส่งๆ
จากนั้น ก็กระโดดขึ้นไปนอนเอกเขนกบนเก้าอี้โยกของเย่หนานทันที
ในมือถือหนังสือเล่มเล็กอ่านอย่างเพลิดเพลิน
หนังสือพวกนี้ระบบเป็นคนมอบให้ หลายปีมานี้ เย่หนานก็อาศัยหนังสือพวกนี้แหละฆ่าเวลา
ในขณะเดียวกัน ทางด้านกู้เฉิน
เวลานี้เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด เขากำลังหมอบดื่มน้ำอยู่ที่ริมลำธาร
ข้างกายมีซากสัตว์อสูรที่มีลักษณะคล้ายหมาป่านอนตายอยู่ตัวหนึ่ง
เลือดบนตัวเขา ก็มาจากเจ้าสัตว์อสูรตัวนี้นั่นเอง
เพิ่มระดับพลังแบบนี้มันช้าเกินไป ดูท่า คงต้องเข้าไปให้ลึกกว่านี้ กู้เฉินเช็ดคราบน้ำที่มุมปากพลางพึมพำ
บริเวณนี้ยังพอมองเห็นเงาร่างของผู้บำเพ็ญเพียรอยู่บ้างเป็นระยะ
ล้วนมาล่าสัตว์อสูรกันทั้งนั้น
หากโชคดี อาจจะได้เจอสมุนไพรวิเศษติดไม้ติดมือกลับไป
ของพวกนี้เอาไปขาย ก็แลกเป็นหินวิญญาณได้จำนวนหนึ่ง