แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 4 กู้เฉินผู้ตกตะลึง
อะไรของเขาน่ะ
กู้เฉินถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
เขาคิดว่าอาจารย์จะถ่ายทอดวิชาเด็ดๆ ให้เสียอีก
สรุปแล้วได้แค่ เออีไอโอยู หยุด
ทันใดนั้น ใบหน้าของเขาก็มืดครึ้ม
เขาเริ่มสงสัยว่า อาจารย์ของเขาคนนี้สติสตังยังดีอยู่หรือเปล่า
แต่ทว่า เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก
ยังคงกล่าวอย่างนอบน้อมว่า ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เมตตาถ่ายทอดวิชา
อืม ไปเลือกเคล็ดวิชาและอาวุธเถอะ เย่หนานพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วเดินกลับไปเอนหลังที่เก้าอี้หน้าร้านตามเดิม
จากนั้น หลิงหลงก็พากู้เฉินเดินไปยังห้องเก็บเคล็ดวิชา
ทว่าทันทีที่ก้าวเข้าไปในส่วนของโรงเตี๊ยม
กู้เฉินเหลือบไปเห็นเตาไฟที่กำลังต้มน้ำอยู่โดยบังเอิญ
หือ กู้เฉินชะงักฝีเท้า เดินตรงดิ่งไปที่หน้าเตา
สิ่งที่เขาสนใจไม่ใช่ตัวเตา แต่เป็นเชื้อเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่ในนั้น
มันคือม้วนคัมภีร์ม้วนหนึ่ง ที่ยังมีแสงเรืองรองวูบวาบไหลเวียนอยู่
นี่มัน กู้เฉินขมวดคิ้ว รู้สึกคุ้นตากับม้วนคัมภีร์นั้นอย่างประหลาด จึงค่อยๆ ขยับเข้าไปดูใกล้ๆ
เมื่อเข้าไปใกล้ เขาถึงได้รู้ว่าทำไมถึงคุ้นตา
นี่มันม้วนคัมภีร์สำหรับบันทึกเคล็ดวิชาของผู้บำเพ็ญเพียรอย่างพวกเขาชัดๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ม้วนคัมภีร์ที่กำลังถูกไฟเผาผลาญ และแสงที่ไหลเวียนอยู่นั้น ทำให้เขาตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ
เพราะ เคล็ดวิชาที่มีแสงไหลเวียนได้ ย่อมไม่ใช่ของธรรมดา
แม้แต่ตระกูลเก่าของเขา ยังไม่มีม้วนคัมภีร์ระดับนี้เลยสักชิ้น
เขาเคยมีวาสนาได้เห็นเคล็ดวิชาระดับราชันมาครั้งหนึ่ง แต่มันก็ไม่มีแสงไหลเวียนแบบนี้
ชิบหาย ชิบหายแล้ว นี่ ของแบบนี้เอามาเผาได้ยังไง กู้เฉินรีบใช้มือเปล่าล้วงเอาม้วนคัมภีร์ที่เหลือเพียงครึ่งท่อนออกมาจากใต้กาต้มน้ำทันที
มือของเขาถูกไฟลวกจนเป็นแผล แต่เขา ไม่สนใจความเจ็บปวดแม้แต่น้อย
เขารีบวางม้วนคัมภีร์ที่เหลืออยู่อย่างระมัดระวังลงบนโต๊ะ
ส่วนหลิงหลงที่ยืนอยู่ข้างๆ มองกู้เฉินด้วยสายตาแปลกประหลาด
เสียของชะมัด ใบหน้าของกู้เฉินดูไม่ได้เลยสักนิด
แต่เมื่อเขาคลี่ม้วนคัมภีร์ที่เหลือเพียงครึ่งเดียวออกดู
เขาก็ถึงกับตะลึงงันอยู่กับที่
เขาเห็นอะไร เขาเห็นคำว่าเคล็ดวิชาระดับอริยะ
ด้านหลังดูเหมือนจะมีชื่อวิชาอยู่ด้วย
แต่ มันถูกเผาไปหมดแล้ว
นี่มัน เคล็ดวิชาระดับอริยะ ระดับอริยะเชียวนะ เสียดาย เสียดายจริงๆ กู้เฉินทรุดฮวบลงกับพื้น
หน้าซีดเผือดด้วยความโมโห
เคล็ดวิชาระดับอริยะ เอามาเผาต้มน้ำ
คนประเภทไหนกัน ถึงทำเรื่องพรรค์นี้ลงได้
เคล็ดวิชาระดับอริยะ หากปรากฏในโลกภายนอก ย่อมก่อให้เกิดมรสุมโลหิตและการนองเลือดอย่างแน่นอน
แถม ต่อให้แย่งกันแทบตายก็ใช่ว่าจะได้มาครอบครอง
เขาอยากจะด่ากราด อยากจะฆ่าคนเสียให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ ผ่านไปครู่ใหญ่
เขาก็ทำได้เพียงถอนหายใจ เคล็ดวิชานี้ไม่ใช่ของเขา
สิทธิ์ในการจัดการย่อมไม่อยู่ที่เขา
แต่ทว่า เขาเจ็บใจเหลือเกิน
เขาคิดว่า เย่หนานคงตาต่ำดูของไม่เป็น บังเอิญไปได้เคล็ดวิชาระดับอริยะมา
เพราะเคล็ดวิชาระดับอริยะนั้นสูงส่งจนยากจะเอื้อมถึง
ทุกครั้งที่ปรากฏขึ้น ย่อมนำมาซึ่งการเข่นฆ่าแย่งชิง
เจ้าทำอะไรน่ะ หลิงหลงขมวดคิ้วมองกู้เฉิน
ไม่มีอะไร ศิษย์พี่นำทางต่อเถอะ กู้เฉินตอบเสียงอ่อย
ไม่นาน ทั้งสองก็มาหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง
อยู่ในนี้แหละ เข้าไปเลือกเอาเองนะ หลิงหลงหันมาบอกกู้เฉิน
อืม กู้เฉินรับคำอย่างห่อเหี่ยว
หลังจากได้เห็นซากเคล็ดวิชาระดับอริยะเมื่อครู่ เขาก็หมดความสนใจในเคล็ดวิชาที่เย่หนานพูดถึงไปแล้ว
กู้เฉินเปิดประตูเดินเข้าไป
และแล้ว ในวินาทีถัดมา
อ๊ากกก
เสียงร้องโหยหวนดังลั่นออกมาจากในห้อง
เสียงนั้นราวกับคนที่ได้พบเจอกับเรื่องสยองขวัญสั่นประสาท
หลิงหลงที่กำลังจะหันหลังกลับถึงกับสะดุ้งโหยงจนเกือบล้ม
นางรีบเปิดประตูเดินดุ่มๆ เข้าไปด้วยความโมโห
จะร้องทำไมเนี่ย คนตกใจหมด หลิงหลงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันมองกู้เฉินที่ยืนแข็งทื่อ
กู้เฉินในตอนนี้ ไหนเลยจะได้ยินเสียงหลิงหลง
เขาตกตะลึงจนสติหลุดไปแล้ว
มองดูกองภูเขาเคล็ดวิชาตรงหน้า เขาถึงกับทำอะไรไม่ถูก
ส่วนใหญ่ล้วนแผ่แสงเรืองรองจนตาพร่ามัว
ตุบ
เขาทรุดลงนั่งกองกับพื้น ขาอ่อนแรงจนยืนไม่อยู่
นี่ เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม หลิงหลงมองกู้เฉินที่เหงื่อท่วมตัวพลางขมวดคิ้ว
ฮะ มะ ไม่เป็นไร กู้เฉินค่อยๆ หันคอแข็งๆ กลับมาตอบหลิงหลงอย่างช้าๆ
ศิษย์พี่ ของพวกนี้เป็นของท่านอาจารย์ทั้งหมดเลยหรือ กู้เฉินกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ มองหลิงหลงตาค้าง
ใช่สิ ปกติเราก็ใช้พวกนี้แหละต้มน้ำทำกับข้าว หลิงหลงพยักหน้ายืนยัน
อะไรนะ เอามาต้มน้ำทำกับข้าว ไม่ถามยังพอทน พอถามเข้า กู้เฉินถึงกับอ้าปากค้างจนกรามแทบหลุด
มิน่าล่ะ เมื่อกี้เขาถึงเห็นคนเอาเคล็ดวิชาระดับอริยะไปต้มน้ำ
ที่แท้ ก็ทำกันเป็นเรื่องปกติ
ภาพตรงหน้าทำลายสามัญสำนึกของเขาจนย่อยยับ
เคล็ดวิชาตั้งมากมายขนาดนี้ ไปเอามาจากไหนกัน
เขาค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบม้วนคัมภีร์ข้างตัวขึ้นมาเปิดดู
หนึ่งม้วน สองม้วน สามม้วน สิบม้วน ไม่รู้ว่าดูไปกี่ม้วนแล้ว
บางม้วนแสงที่เปล่งออกมาเจิดจ้ายิ่งกว่าระดับอริยะเสียอีก
เขาไม่กล้าจินตนาการเลยว่านั่นคือเคล็ดวิชาระดับไหน
จนกระทั่ง เขาค่อยๆ เปิดดูอีกม้วนหนึ่ง
ระ ระดับจักรพรรดิ แถมยังมีตั้งเยอะขนาดนี้ เหงื่อของกู้เฉินไหลพรากราวกับท่อน้ำแตก มือที่ถือคัมภีร์สั่นระริก
ตอนนี้เขาถึงได้ตระหนักถึงความแข็งแกร่งของเย่หนานที่อยู่ข้างนอกนั่น
เคล็ดวิชาระดับอริยะ ระดับจักรพรรดิ กองเป็นภูเขาเลากาขนาดนี้ แต่กลับวางทิ้งไว้ได้อย่างปลอดภัย ไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาแย่งชิง
เมื่อครู่เขาบังอาจคิดว่าเย่หนานตาต่ำ
ที่ไหนได้ เย่หนานไม่เห็นค่าของพวกมันเลยต่างหาก
ต่อให้เป็นมหาจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ก็คงไม่มีใครใจปล้ำขนาดนี้
ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้พบเย่หนาน และได้ฝากตัวเป็นศิษย์
ความหวังในใจเริ่มลุกโชนขึ้นมา
ด้วยเคล็ดวิชาเหล่านี้ การแก้แค้นไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป
เลือกเสร็จหรือยัง ถ้าเสร็จแล้ว ข้าจะพาไปเลือกอาวุธ หลิงหลงเอ่ยเร่ง
เมื่อได้ยินเสียงหลิงหลง กู้เฉินจึงได้สติกลับมา
ดะ เดี๋ยวเลือกเดี๋ยวนี้ พร้อมกันนั้น เขาก็เริ่มคาดหวังว่าอาวุธจะเป็นระดับไหน
ตอนนี้เขาไม่กล้าเดาสุ่มสี่สุ่มห้าแล้ว
ในที่สุด เขาก็เลือกหยิบเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิมาหนึ่งเล่ม
เขาไม่โลภ ไม่หยิบมาเยอะ
เพราะขืนโลภมากไปจะเคี้ยวไม่ละเอียด
หลังจากเลือกเสร็จ กู้เฉินเตรียมจะเดินออกจากห้อง
เขาก็เห็นหลิงหลงหอบม้วนคัมภีร์กองใหญ่เดินสวนเข้ามา
วินาทีถัดมา เขาก็รู้ทันทีว่าหลิงหลงจะทำอะไร
รีบพุ่งเข้าไปขวางนางไว้
เคล็ดวิชาพวกนี้ จะเอาไปเผาเล่นไม่ได้เด็ดขาด
ศิษย์พี่ อย่าเผาเลยได้ไหม กู้เฉินรีบขวางทางหลิงหลง
ทำไมจะเผาไม่ได้ ถ้าไม่เผา เราจะเอาน้ำที่ไหนกิน เอาข้าวที่ไหนกิน เจ้าบ้าหรือเปล่าเนี่ย หลิงหลงมองค้อนกู้เฉินอย่างหงุดหงิด
จากนั้น ท่ามกลางสายตาที่เหม่อลอยและเจ็บปวดรวดร้าวของกู้เฉิน
ม้วนคัมภีร์เหล่านั้นก็ถูกโยนเข้าเตาไฟไป
ไม่ได้การ ข้าต้องหาวิธี ขืนปล่อยให้ผลาญเล่นแบบนี้ สักวันต้องหมดเกลี้ยงแน่ กู้เฉินแทบคลั่งตายชัก
ไม่นาน เขาก็เดินมาถึงห้องอีกห้องหนึ่งด้วยใจระทึก
นี่คือห้องเก็บอาวุธ สองห้องนี้อยู่ติดกัน
ประตูไม่ได้ลงกลอนด้วยซ้ำ
แอ๊ด
ประตูถูกเปิดออก
และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่ประตูเปิด
กู้เฉินถึงกับยืนบื้อ อ้าปากค้าง ยืนตะลึงอยู่หน้าประตูมองเข้าไปข้างใน
นะ นี่มันสมบัติวิเศษทั้งนั้น กู้เฉินพูดติดอ่าง
สมบัติทุกชิ้นในห้องนี้ กระตุ้นเส้นประสาทของเขาอย่างรุนแรง
ในใจเขามีความคิดแวบหนึ่งขึ้นมา
อยากจะกวาดทุกอย่างหนีไปให้หมด
ไม่รอช้า เขาก้าวเท้าเดินเข้าไป
เป็นอะไรไป เลือกไม่ถูกเหรอ งั้นข้าช่วยเลือกให้ ขณะที่เขากำลังกลืนน้ำลาย เย่หนานก็เดินเข้ามาพอดี
ทะ ท่านอาจารย์ กู้เฉินรีบทำความเคารพ
อืม ข้าดูแล้วเจ้าไม่ค่อยเหมาะกับกระบี่เท่าไหร่ วิชามวยน่าจะเหมาะกับเจ้ามากกว่า เย่หนานพูดไปพลางคุ้ยเขี่ยกองสมบัติราวกับหาของในกองขยะ
คะ ครับ ท่านอาจารย์ กู้เฉินพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
จริงๆ แล้ว เขาก็ไม่ได้ชอบกระบี่นัก
แต่เป็นเพราะวิชาประจำตระกูลเน้นไปทางวิถีกระบี่
เขาเลยจำใจต้องใช้กระบี่มาตลอด
เอ้า เจอแล้ว ไม่นาน เย่หนานก็ค้นเจอถุงมือคู่หนึ่งที่บางเฉียบใสราวกระจก คล้ายทำจากเพชร อยู่ในซอกมุมห้อง
ดูหรูหราอลังการยิ่งนัก