แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 52 ยอดฝีมือตระกูลฉู่บุกมาอีกครา
กู้เฉินไม่รอช้า รีบลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก
ตอนแรกเขาคิดจะไปปลุกเย่หนาน แต่คิดอีกที ไม่ควรรบกวนท่านอาจารย์ ตัดสินใจออกไปดูลาดเลาก่อน
และก็เป็นอย่างที่คิด ทันทีที่ก้าวเท้าออกไป เขาเห็นชายชุดดำสวมหน้ากากสองคน กำลังมุ่งหน้ามายังยอดเขาหนานอย่างรวดเร็ว
ตอนแรกกู้เฉินแค่สงสัย แต่พอเห็นเครื่องแต่งกายของชายชุดดำ ร่างกายของเขาก็สั่นเทาด้วยความโกรธแค้น
เขามองปราดเดียวก็จำได้แม่น เครื่องแต่งกายแบบนี้ เป็นของตระกูลฉู่ที่ฆ่าล้างตระกูลเขาไม่ผิดเพี้ยน
และชายชุดดำทั้งสองที่กำลังพุ่งเข้ามา ก็สังเกตเห็นกู้เฉินเช่นกัน
ไอ้เด็กนี่อยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย ฉู่หุนกับพวกคงโดนเล่นงานที่นี่แน่ หนึ่งในชายชุดดำกล่าวด้วยจิตสังหาร
เจ้ารีบจัดการให้ไว ข้าจะไปถ่วงเวลาอวี้เซียวจื่อไว้ก่อน ชายชุดดำอีกคนพูดจบ ก็พุ่งตรงไปยังตำหนักใหญ่ของสำนักอวี้หัว
เมื่อเห็นกู้เฉิน ชายชุดดำคนแรกก็ไม่อยากเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง ซัดฝ่ามือใส่กู้เฉินเต็มแรง
เมื่อสัมผัสถึงพลังกดดันมหาศาล กู้เฉินหมดความคิดที่จะต่อต้าน
เพราะ กลิ่นอายของชายชุดดำทั้งสองคนนี้ ไม่ด้อยไปกว่าอวี้เซียวจื่อเลย
นี่มัน ขั้นกายาคงกระพัน กู้เฉินตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าตระกูลฉู่จะทุ่มทุนส่งยอดฝีมือระดับนี้มาสังหารเขาถึงสองคน
แต่เขาก็ยังสงสัย จากข้อมูลที่เขาสืบมา ตระกูลฉู่มีเพียงบรรพชนคนเดียวที่อยู่ระดับนี้ ไม่น่าจะมีคนที่สองโผล่มาได้
ในขณะที่ความคิดกำลังแล่นพล่าน กู้เฉินรีบตะโกนลั่น เอ, อี, เอ, เอ๊, โอ
ตูม ฝ่ามือฟาดลงมา
พื้นดินยุบตัวลงเป็นหลุมลึก ฝุ่นควันตลบอบอวล
หือ ยังไม่ตายอีกรึ เสียงแหบพร่าดังออกมาจากปากชายชุดดำ
เจือไปด้วยความประหลาดใจ
แม้ฝุ่นจะบังตา แต่เขายังคงจับสัมผัสถึงกลิ่นอายของกู้เฉินได้
ชัดเจนว่า กลิ่นอายของกู้เฉินไม่ได้อ่อนลงเลยแม้แต่น้อย
ตัดภาพไปที่ตำหนักใหญ่ของสำนักอวี้หัว อวี้เซียวจื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายทรงพลังสองสายที่บุกรุกเข้ามาในสำนัก
แม้แต่อวี้เซียนที่กำลังเข้าฌาน ก็ยังรู้สึกได้ รีบลุกขึ้นมุ่งหน้ามายังตำหนักใหญ่
แต่ในจังหวะที่อวี้เซียวจื่อกำลังจะลุกขึ้นไปตรวจสอบ
ชายชุดดำสวมหน้ากากคนหนึ่งก็มายืนอยู่กลางตำหนัก
เจ้าเป็นใคร อวี้เซียวจื่อหรี่ตามองผู้บุกรุก พร้อมกับแผ่พลังกดดันออกมา
อย่าเพิ่งโมโห และอย่าเพิ่งลงมือ การต่อสู้ของเราไม่มีประโยชน์ ดีไม่ดีจะทำลายตำหนักเจ้าพังเปล่าๆ ขาดทุนเห็นๆ ชายชุดดำพูดพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่งอย่างถือวิสาสะ
เจ้ายังไม่ตอบคำถามข้า เจ้าเป็นใคร และมาทำอะไรที่สำนักอวี้หัว อวี้เซียวจื่อคาดคั้น
บอกไปก็ไม่เสียหาย ข้าเป็นคนตระกูลฉู่ มาเพื่อเอาตัวกู้เฉิน จัดการเสร็จพวกเราก็จะจากไป ชายชุดดำตอบอย่างไม่ยี่หระ
เขาไม่ได้เอ่ยถึงฉู่หุนที่หายตัวไปเลยสักคำ
ได้ยินดังนั้น อวี้เซียวจื่อใจหายวาบ และตกใจที่ตระกูลฉู่มียอดฝีมือโผล่มาเยอะผิดปกติ
ดูท่า จะไม่ได้มาแค่คนเดียวสินะ อวี้เซียวจื่อจับความนัยได้
ชัดเจนว่า ชายตรงหน้ามาเพื่อสกัดเขาไว้
แต่ อวี้เซียวจื่อกลับสงบลง
จะไปฆ่ากู้เฉิน ทั้งที่เย่หนานยังอยู่เนี่ยนะ รนหาที่ตายชัดๆ
เห็นอวี้เซียวจื่อที่ตอนแรกระแวดระวังตัวแจ เปลี่ยนท่าทีเป็นสงบนิ่ง ไม่ห่วงความปลอดภัยของกู้เฉินแม้แต่น้อย ชายชุดดำก็เริ่มสงสัย
เจ้าดูไม่ยี่หระกับความเป็นความตายของกู้เฉินเลยนะ ยังไงเขาก็เป็นศิษย์สำนักเจ้าไม่ใช่หรือ ชายชุดดำถามลองเชิง
เหตุผลที่พวกเขาส่งยอดฝีมือ ขั้นกายาคงกระพัน มาถึงสองคน นอกจากจะฆ่ากู้เฉินแล้ว ยังกะจะกวาดล้างสำนักอวี้หัวด้วย
คนตระกูลฉู่มาตายที่นี่ จะไม่ให้แก้แค้นได้ยังไง
เพียงแต่ลำพังเขาคนเดียวไม่มั่นใจว่าจะเก็บอวี้เซียวจื่อลงได้ ต้องรอให้เพื่อนจัดการกู้เฉินเสร็จ แล้วค่อยมารุมกินโต๊ะอวี้เซียวจื่อ
แบบนี้ประหยัดแรงและเวลา
ได้ยินดังนั้น อวี้เซียวจื่อหัวเราะร่า ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าห่วงตัวเองก่อนดีกว่าไหม
ได้ยินคำพูดของอวี้เซียวจื่อ ชายชุดดำเสียงเข้มขึ้น หมายความว่ายังไง
เขารู้ดีว่า ยอดฝีมือระดับอวี้เซียวจื่อ ไม่พูดพล่อยๆ ในสถานการณ์เช่นนี้แน่
เว้นแต่ สำนักอวี้หัวจะเตรียมการรับมือไว้แล้ว จนไม่เกรงกลัวแม้ต้องเจอกับสอง ขั้นกายาคงกระพัน
คิดได้ดังนั้น ชายชุดดำรีบลุกขึ้น เตรียมจะไปสมทบกับเพื่อน
เพราะ ความสงบนิ่งของอวี้เซียวจื่อ ทำให้เขาสังหรณ์ใจไม่ดี และความรู้สึกนั้นก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ฮึ นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป ง่ายไปหน่อยมั้ง อวี้เซียวจื่อแค่นเสียง
ฟึ่บ
ร่างของอวี้เซียวจื่อเคลื่อนไหวราวมือผี เข้าขวางหน้าชายชุดดำไว้
ไม่เพียงแค่นั้น เหล่าผู้อาวุโสและอวี้เซียนก็มาถึงตำหนักใหญ่พอดี
ท่านบรรพชน เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ อวี้เซียนมาถึงเป็นคนแรก
ฮึ เจ้านี่จะมาฆ่ากู้เฉิน อวี้เซียวจื่อตอบสั้นๆ ได้ใจความ
อะไรนะ ได้ยินดังนั้น ทั้งอวี้เซียนและเหล่าผู้อาวุโส ต่างมองชายชุดดำด้วยสายตาแปลกประหลาด
พวกเขาเคยเห็นความเทพของเย่หนานมาแล้ว ตบเดียวดับ ขั้นกายาคงกระพัน
ในสายตาของชายชุดดำ ผู้อาวุโสเหล่านี้ก็แค่มดปลวก ขวางเขาไม่ได้หรอก
แต่เมื่อมีอวี้เซียวจื่อขวางอยู่ แถมฝีมือก็ไม่ด้อยไปกว่าเขา
บวกกับสายตาแปลกๆ ของคนพวกนี้ ยิ่งทำให้เขาจิตตก
สำนักอวี้หัวคิดจะเป็นศัตรูกับตระกูลฉู่จริงๆ รึ ชายชุดดำขู่
เขาไม่อยากยืดเยื้อ ต้องรีบไปสมทบกับเพื่อน ถึงจะมีโอกาสฆ่ากู้เฉินและหนีออกไปได้
แต่ตอนนี้กลับโดนกักตัวไว้
สำนักอวี้หัวไม่เคยคิดจะเป็นศัตรูกับตระกูลฉู่ แต่พวกเจ้าต่างหากที่บุกรุกเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า เห็นที่นี่เป็นสวนหลังบ้านของพวกเจ้ารึไง อวี้เซียวจื่อตอกกลับ
ลึกๆ แล้วเขาก็กังวล
ตระกูลฉู่ในตอนนี้มียอดฝีมือโผล่มาเยอะเกินคาด
แต่ถ้าต้องยอมก้มหัวเป็นสุนัขรับใช้ตระกูลฉู่เพื่อแลกชีวิต เขายอมตายดีกว่า
ดี ดีมาก รอข้ากลับไปก่อน จะพาคนมาถล่มสำนักอวี้หัวให้ราบ ชายชุดดำเลิกเสแสร้ง ประกาศกร้าวว่าจะทำลายสำนัก
ฮึ ยังคิดว่าจะได้กลับไปอีกรึ ในเมื่อมาแล้ว ข้าจะส่งเจ้าไปลงนรกเอง มาถึงขั้นนี้แล้ว อวี้เซียวจื่อไม่รอช้า ลงมือทันที
โครมคราม
ทั้งสองปะทะกันดุเดือด อาคารรอบด้านพังถล่ม
เหล่าผู้อาวุโสรีบถอยห่างออกมา
แต่ พวกเขาก็ช่วยกันปิดล้อมทางออกทุกทาง กันไม่ให้ชายชุดดำหนีรอดไปได้
ไม่ว่าจะเกิดศึกใหญ่ที่ตำหนัก หรือการต่อสู้ที่ยอดเขาหนาน เย่หนานและหลิงหลงยังคงหลับเป็นตาย
โดยเฉพาะเย่หนาน เตียงของเขาถูกหมอกควันสีดำห่อหุ้มไว้ ตัดขาดเสียงรบกวนจากภายนอกโดยสิ้นเชิง
นี่คือสาเหตุที่เย่หนานไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
และหมอกควันเหล่านี้ ล้วนมาจากในตู้เสื้อผ้า
หือ เคล็ดวิชาพิสดารชะมัด จอมมารเพลิงทมิฬมองดูกู้เฉินที่ยืนอยู่ท่ามกลางหลุมบ่อที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ตัวกู้เฉินกลับไร้รอยขีดข่วน
ทำเอาเขาตกตะลึง
ท่องยุทธภพมาทั้งชีวิต ยังไม่เคยเจอเคล็ดวิชาที่โกงขนาดนี้
หรือว่า ท่านผู้นั้นเป็นคนสอนให้ จอมมารเพลิงทมิฬเริ่มสงสัย
ถ้าสมัยก่อนเขามีเคล็ดวิชานี้ คงไม่ต้องมาจบเห่แบบนี้หรอก