แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 54 แม่หนูคนนี้สวยจริงๆ - บทที่ 55 ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ไว้ชีวิตข้าด้วย
- Home
- แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า
- บทที่ 54 แม่หนูคนนี้สวยจริงๆ - บทที่ 55 ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ไว้ชีวิตข้าด้วย
อืม แม้คำพูดของอวี้เซียวจื่อจะฟังดูหยาบคายไปบ้าง แต่ก็ถือว่ามีเหตุผล
ความแข็งแกร่งของเย่หนานนั้น เหนือกว่าที่พวกเขาประเมินไว้มากนัก
หลังจากที่อวี้เซียวจื่อระบายความอัดอั้นจนหนำใจ เขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ หันไปมองอวี้เซียน
เขามองสำรวจอวี้เซียนหัวจรดเท้า เดี๋ยวก็พยักหน้า เดี๋ยวก็ส่ายหน้า
ทำเอาอวี้เซียนรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
นางมองอวี้เซียวจื่อด้วยความสงสัย ท่านบรรพชน มีอะไรหรือเจ้าคะ
เจ้าน่ะ ถ้าว่างก็แวะไปเที่ยวเล่นที่ยอดเขาของท่านผู้อาวุโสเย่บ่อยๆ หน่อยสิ เรื่องในสำนักก็ปล่อยให้คนข้างล่างจัดการไปเถอะ
แล้วก็เสื้อผ้าน่ะ ใส่ให้น้อยชิ้นลงหน่อย อย่าเอาแต่ปิดมิดชิดขนาดนี้ ไม่งั้น ท่านผู้อาวุโสเย่จะมาสนใจเจ้าได้ยังไง อวี้เซียวจื่อสอนสั่งด้วยน้ำเสียงของผู้มีประสบการณ์ หวังดีประสงค์ร้าย
ได้ยินคำแนะนำของอวี้เซียวจื่อ อวี้เซียนหน้าแดงก่ำทันที
ท่านบรรพชน ท่าน ท่านพูดอะไรของท่านเนี่ย อวี้เซียนถลึงตาใส่อวี้เซียวจื่อด้วยความเขินอาย
พูดจบ นางก็รีบวิ่งหนีจากไปทันที
เฮ้ อวี้เซียน ข้าพูดจริงนะ เจ้าต้องเก็บไปคิดให้ดีๆ นะ นี่คือวาสนาที่หาไม่ได้ง่ายๆ เห็นอวี้เซียนวิ่งหนี อวี้เซียวจื่อยังตะโกนไล่หลัง
ไม่ตะโกนยังพอว่า พอตะโกนปุ๊บ เหล่าผู้อาวุโสที่อยู่รอบข้างต่างพากันพูดไม่ออก
อวี้เซียนรีบวิ่งกลับมาที่ห้องพักของตน
ปัง
นางปิดประตูลงกลอนทันที ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง สองมือเรียวประคองแก้มที่แดงระเรื่อ
ท่าทางในตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับสาวน้อยวัยใสที่เพิ่งมีความรัก
ท่านบรรพชนช่างไม่สำรวมเอาเสียเลย อวี้เซียนบ่นอุบ
ปากว่าตาขยิบ ร่างกายกลับซื่อตรง
อวี้เซียนลุกเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหลังหนึ่งในห้อง
เมื่อเปิดออก ข้างในเต็มไปด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์มากมาย
ส่วนใหญ่มีรูปแบบคล้ายกับที่นางสวมใส่อยู่ แต่มีอยู่ชุดหนึ่งที่แขวนอยู่ลึกสุด ดูเหมือนจะแขวนไว้นานแล้ว
มันเป็นชุดกระโปรงสีแดงสด รูปแบบแตกต่างจากชุดอื่นอย่างสิ้นเชิง
ไม่รู้ว่าท่านผู้อาวุโสเย่จะชอบหรือเปล่า อวี้เซียนลูบคลำชุดสีแดงในมือ
คิดไปคิดมา นางตัดสินใจลองสวมดู
ครู่ต่อมา
เมื่อเห็นเงาตัวเองในกระจกทองแดง อวี้เซียนรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
แต่แววตากลับฉายแววพึงพอใจ
อวี้เซียนในตอนนี้ ไม่ใช่เจ้าสำนักผู้เคร่งขรึมอีกต่อไป
แต่กลับดูเหมือนนางจิ้งจอกสาวพราวเสน่ห์ ชุดกระโปรงที่เน้นสัดส่วน เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนวับๆ แวมๆ ส่วนเว้าส่วนโค้งเด่นชัด
ถ้าออกไปข้างนอกสภาพนี้ รับรองว่าหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ได้หัวใจวายตายกันเป็นแถบ
ตัดกลับมาที่ยอดเขาหนาน จอมมารเพลิงทมิฬที่เพิ่งร่อนลงพื้น รีบทำความเคารพไปทางห้องที่มีตู้เสื้อผ้าอย่างนอบน้อม ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ภารกิจสำเร็จแล้วขอรับ สองคนนั้นข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว
ทันใดนั้นเอง
ตูม
สิ้นเสียงรายงาน จอมมารเพลิงทมิฬก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นซัดกระเด็นไป
ตกลงกระแทกพื้นจนเกิดหลุมลึก
เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป แม้แต่ระดับจอมมารเพลิงทมิฬยังตั้งตัวไม่ทัน ปลิวไปตามแรงกระแทก
การโจมตีนี้เกือบทำให้หัวใจสีดำของเขาแตกสลาย
แต่ เขาไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตัวเอง
รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตุบ
จอมมารเพลิงทมิฬคุกเข่าลงทันที
ทะ ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ข้าผิดไปแล้ว ไว้ชีวิตข้าด้วย เงาดำร่างยักษ์ของจอมมารเพลิงทมิฬสั่นเทาไปทั้งร่าง
เขาไม่รู้ว่าทำไมท่านผู้ยิ่งใหญ่ในตู้เสื้อผ้าถึงลงมือกับเขา
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร การรีบยอมรับผิดและขอชีวิตคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
แต่จอมมารเพลิงทมิฬที่คุกเข่ารออยู่นาน กลับไม่ได้รับคำตอบ และไม่มีการโจมตีซ้ำเติม
เขารอแล้วรอเล่า จนฟ้าใกล้จะสาง
คราวนี้ จอมมารเพลิงทมิฬเริ่มลนลาน
เขาไม่กล้าลุกขึ้นสุ่มสี่สุ่มห้า ขืนทำให้ท่านผู้ยิ่งใหญ่ไม่พอใจ มีหวังได้ตายจริงๆ แน่
ในขณะที่เขากำลังคิดมากอยู่นั้น
เสียงอันน่าขนลุกก็ดังขึ้นข้างหู ยังจะคุกเข่าอยู่อีกทำไม อยากตายรึไง
ขอรับ ขอรับ ได้ยินเสียงสวรรค์ทรงโปรด จอมมารเพลิงทมิฬรีบลุกขึ้นราวกับได้รับอภัยโทษ
ฟึ่บ
จอมมารเพลิงทมิฬคืนร่างเป็นลูกแก้วสีดำ บินกลับเข้าไปในห้องของหลิงหลงทันที
แต่ พอกลับมาถึง จอมมารเพลิงทมิฬก็ต้องชะงัก
เพราะ เวลานี้ หลิงหลงกำลังนั่งอยู่ขอบเตียง จ้องมองมาที่เขาเขม็ง
จอมมารเพลิงทมิฬ:
ดึกป่านนี้แล้ว เจ้าไปไหนมา หลิงหลงถามลูกแก้วสีดำ
ได้ยินคำถาม จอมมารเพลิงทมิฬไม่รู้จะตอบยังไง
ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากท่านผู้ยิ่งใหญ่ในตู้เสื้อผ้า เขาไม่กล้าส่งเสียงหรือปรากฏตัวให้ใครเห็นหรอก
ทำอะไรไม่ได้ จอมมารเพลิงทมิฬจึงได้แต่สั่นรัวๆ
เห็นลูกแก้วสั่นไม่หยุด หลิงหลงคว้าหมับเข้าให้
เลียนแบบท่าทางเย่หนาน ลูบคางเล็กๆ ของตัวเอง พลางพินิจพิเคราะห์ลูกแก้วสีดำ
เฮ้อ ถ้าเจ้าพูดได้ก็คงดี วันๆ เอาแต่สั่นแบบนี้ ถ้าสั่นจนพังจะทำยังไง หลิงหลงจ้องอยู่นาน สุดท้ายก็พูดออกมาประโยคเดียว
ได้ยินคำพูดของหลิงหลง จอมมารเพลิงทมิฬถึงกับพูดไม่ออก
ไม่นานนัก ฟ้าก็สาง
วันนี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เย่หนานตื่นเช้าเป็นพิเศษ
พอตื่นมาเปิดประตู เขาก็ต้องอ้าปากค้างอีกรอบ
ไอ้เชี่ย ใครมันช่างกล้า ว่างมากหรือไงถึงมาขุดหลุมหน้าบ้านข้าเนี่ย เย่หนานหน้าดำคร่ำเครียด มองดูหลุมบ่อเกลื่อนกลาดหน้าเรือนพัก
ได้ยินเสียงเย่หนาน สองตัวการที่รู้เห็นเหตุการณ์บนยอดเขาหนาน ต่างแกล้งทำเป็นนอนตาย ไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น
เสียงโวยวายของเย่หนาน ปลุกหลิงหลงและกู้เฉินให้เดินออกมาดู
เมื่อเห็นสภาพลานบ้านที่เต็มไปด้วยหลุม หลิงหลงก็ตกใจเช่นกัน
จริงสิ หลิงหลง เมื่อคืนเจ้าได้ยินเสียงอะไรไหม หลุมพวกนี้มาจากไหน เย่หนานหันไปถามหลิงหลง
เพราะ เมื่อคืนเขาหลับสบายดี ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติอะไรเลย
หนูไม่ได้ยินอะไรเลยนะ หลิงหลงเกาหัวแกรกๆ ด้วยความสงสัย
ศิษย์รัก แล้วเจ้าล่ะ ได้ยินอะไรบ้างไหม เย่หนานหันไปถามกู้เฉินบ้าง
ได้ยินบ้างขอรับ แต่ เสียงมันหายไปเร็วมาก กู้เฉินคิดดูแล้ว ตัดสินใจไม่พูดความจริง
ยังไงซะนี่ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ไม่อยากให้เย่หนานลำบากใจ
และ ดูเหมือนท่านผู้ยิ่งใหญ่ในตู้เสื้อผ้าก็ไม่อยากให้เย่หนานรู้ เขาเลยเลือกที่จะเงียบไว้
ความจริงแล้ว ท่านผู้ยิ่งใหญ่ในตู้เสื้อผ้าแค่ไม่อยากย้ายบ้านอีก และช่วยกันเสียงรบกวนให้เย่หนานแบบผ่านๆ ไปเท่านั้น
กลัวว่าเย่หนานตื่นมาแล้วอาละวาดลงมือหนัก ยอดเขาจะหายไปอีก
ได้ยินคำตอบของทั้งสอง เย่หนานหน้าเครียดกว่าเดิม
มีคนมาขุดหลุมในบ้านเขา โดยที่เขาไม่รู้ตัว
ถ้าเกิดมันเปลี่ยนจากขุดหลุมเป็นเอามีดมาแทงเขา จะทำยังไง
แม้ตอนนี้เขาจะฝีมือไม่เลว แต่เย่หนานก็ตระหนักดีว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า
ดูท่า ต่อไปเวลานอน ต้องเตรียมป้องกันตัวไว้บ้างแล้ว เย่หนานพึมพำหน้าเครียด
จากนั้น เย่หนานก็คว้าจอบ เริ่มลงมือกลบหลุม
ส่วนกู้เฉินก็กลับเข้าครัวไปทำอาหารเช้า
ทุกอย่างกลับสู่ความสงบสุข ราวกับเรื่องเมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น
จนกระทั่งเที่ยง เย่หนานถึงกลบหลุมเสร็จ
แม่งเอ๊ย ถ้าข้ารู้ว่าเป็นฝีมือใคร ข้าจะไปพังบ้านมันบ้างคอยดู เย่หนานบ่นอุบ มองดูพื้นดินที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จ
ในขณะที่เย่หนานกำลังบ่นกระปอดกระแปด เงาร่างสองร่างก็มาเยือนยอดเขาหนาน
อวี้เซียนและอวี้เซียวจื่อ นั่นเอง
ความจริงพวกเขาอยากจะมาตั้งแต่เช้าตรู่
แต่เกรงใจที่เย่หนานชอบตื่นสาย เลยรอจนเที่ยงค่อยมา