แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 56 อวี้เซียนย้ายเข้ายอดเขาหนาน
โอ้ พวกเจ้ามากันแล้วเหรอ เย่หนานมองเห็นอวี้เซียนและอวี้เซียวจื่อแต่ไกล
แต่ทว่าเมื่อสายตาของเย่หนานปะทะเข้ากับร่างของอวี้เซียน เขาก็ถึงกับตาถลน
แม่เจ้าโว้ย แม่นางคนนี้สวยขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย เมื่อก่อนทำไมข้าดูไม่ออกวะ เย่หนานถึงกับตะลึงในความงาม
อวี้เซียวจื่อและอวี้เซียนสังเกตเห็นสายตาของเย่หนาน
อวี้เซียวจื่อรู้สึกยินดีปรีดา
หากอวี้เซียนสามารถพิชิตใจเย่หนานได้ อนาคตของสำนักอวี้หัวย่อมไปได้ไกลกว่านี้แน่
มีเพียงอวี้เซียนที่หน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที
แต่ นางพยายามรักษาอาการสงบไว้ ทว่า เสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงนั้นยากจะปิดบัง
เย่หนานสังเกตเห็นว่าอวี้เซียนดูเขินอาย จึงรีบหันหน้าหนี
อะแฮ่ม ไม่ทราบว่าทั้งสองมาหาข้า มีธุระอันใดหรือ เย่หนานแสร้งวางมาดเป็นยอดคนผู้สูงส่ง
แต่ด้วยชุดขาวที่พลิ้วไหวและบุคลิกที่ดูหลุดพ้นทางโลก ทำให้เขาดูเหมือนเซียนจริงๆ
ติดก็ตรงที่ปากชอบบ่นพึมพำนี่แหละ
ท่านผู้อาวุโส พวกเรามาเพื่อขอบคุณท่านขอรับ อวี้เซียวจื่อกล่าวด้วยความเคารพยำเกรงยิ่งกว่าเดิม
อวี้เซียนก็รีบย่อกายคารวะ
หา ขอบคุณข้า ขอบคุณเรื่องอะไร ก็แค่เคล็ดวิชาไม่กี่เล่มเอง พวกเจ้าขอบคุณไปแล้วนี่ ไม่ต้องขอบคุณซ้ำหรอก เย่หนานเข้าใจผิด คิดว่าพวกเขามาขอบคุณเรื่องเคล็ดวิชาที่ให้ไปก่อนหน้านี้
ได้ยินคำพูดของเย่หนาน ทั้งอวี้เซียวจื่อและอวี้เซียนต่างชะงัก
ท่านผู้อาวุโสเย่หมายความว่ายังไง อวี้เซียวจื่องุนงง
อวี้เซียนและอวี้เซียวจื่อมองหน้ากันด้วยความสงสัย
พวกเขาตั้งใจมาขอบคุณเรื่องที่เย่หนานส่งคน (จอมมารเพลิงทมิฬ) ไปช่วยแก้สถานการณ์เมื่อคืนต่างหาก
แต่เย่หนานดันพูดไปถึงเรื่องเคล็ดวิชา
ในขณะที่ทั้งสองกำลังครุ่นคิด
เสียงกู้เฉินก็ดังขึ้น ท่านอาจารย์ กินข้าวเที่ยงได้แล้วขอรับ
ได้ เดี๋ยวไป เย่หนานขานรับ แล้วหันไปชวนอวี้เซียวจื่อและอวี้เซียน พวกเจ้าจะกินด้วยกันไหม
เย่หนานเอ่ยปากชวน มีหรือพวกเขาจะกล้าปฏิเสธ
งั้นต้องรบกวนท่านผู้อาวุโสแล้ว อวี้เซียวจื่อและอวี้เซียนคารวะอีกครั้ง
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะเดินเข้าประตู ก็เห็นหลิงหลงถือชามข้าวใบโต นั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยอยู่บนเก้าอี้โยกในลานบ้านแล้ว
เห็นภาพนี้ เย่หนานถึงกับมุมปากกระตุก
ไม่นานนัก ทุกคนก็นั่งล้อมวงกินข้าวที่โต๊ะ
อวี้เซียวจื่อและอวี้เซียนสังเกตเห็นกู้เฉินส่งสายตาให้พวกเขาเป็นระยะ
ทั้งสองเข้าใจความหมายทันที
เรื่องเมื่อคืน อวี้เซียวจื่อจึงไม่ได้เอ่ยถึงอีก
มีเพียงเย่หนานที่ระหว่างกินข้าว อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองอวี้เซียนเป็นพักๆ
ช่วยไม่ได้ วันนี้อวี้เซียนสวยหยาดเยิ้มจริงๆ โดยเฉพาะเรียวขายาวคู่นั้น
แม้เย่หนานจะเป็นผู้ข้ามภพมา แต่อายุจริงของเขาก็แค่ยี่สิบกว่าปี
ยังเป็นชายหนุ่มเลือดร้อน แถมไม่ได้เจอสาวงามเซ็กซี่แบบนี้มาหลายปีแล้ว
ถ้าไม่มองให้คุ้ม ก็เสียชาติเกิดแย่
เห็นปฏิกิริยานี้ อวี้เซียวจื่อยิ้มกว้างกว่าเดิม
ในขณะเดียวกัน อวี้เซียวจื่อก็คอยลอบสังเกตไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง
เพราะ เขากำลังมองหาเงาดำเมื่อคืน
แต่แน่นอนว่าหาไม่เจอ
มีเพียงอวี้เซียนที่ก้มหน้าก้มตา กินข้าวด้วยใบหน้าแดงก่ำ
ส่วนกู้เฉิน แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวในชามตัวเองไป
ท่านผู้อาวุโส ข้าเห็นว่าที่ยอดเขาหนานนี้ ไม่มีใครคอยช่วยดูแลงานบ้านงานเรือนเลย ถ้าอย่างนั้น ให้ข้าส่งอวี้เซียนมาอยู่ที่นี่ดีไหมขอรับ จะได้ช่วยดูแลแม่หนูหลิงหลงด้วย น้องชายกู้เฉินจะได้มีเวลาฝึกฝนเต็มที่ ไม่ต้องมาพะวงเรื่องงานบ้าน อวี้เซียวจื่อรีบเสนอ
ถึงขั้นเปลี่ยนสรรพนามเรียกกู้เฉินว่าน้องชายเลยทีเดียว
นี่คือบทที่เขาเตรียมมาอย่างดีก่อนมาที่นี่ เป้าหมายคือให้อวี้เซียนได้อยู่ที่นี่
อวี้เซียนที่นั่งข้างๆ ไม่ได้คัดค้าน ยังคงก้มหน้ากินข้าวต่อไป
ทว่ากู้เฉินที่อยู่ข้างๆ ขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยปากแย้ง
เสียงอันตื่นเต้นและกระตือรือร้นของเย่หนานก็ดังขึ้นสวนทันควัน แบบนั้นก็แจ๋วเลยสิ
เย่หนานตอบรับแทบไม่ต้องคิด ทิ้งมาดผู้เชี่ยวชาญไปจนหมดสิ้น
กู้เฉินที่เตรียมคำพูดไว้แล้ว ได้แต่หุบปากเงียบอย่างจนใจ
ในเมื่อเย่หนานตกลง เขาก็ขัดใจไม่ได้
หลิงหลงที่นั่งกินข้าวอยู่ในลานบ้าน ตาเป็นประกาย
บนยอดเขาหนานมีนางเป็นผู้หญิงแค่คนเดียว ถ้าอวี้เซียนมาอยู่ด้วย นางจะได้มีเพื่อน
เหมือนจะรู้ตัวว่าแสดงออกนอกหน้าเกินไป เย่หนานรีบแก้เขิน เอ่อ แล้ว เรื่องในสำนักล่ะ แม่นางอวี้เซียนยินดีจะอยู่ที่ยอดเขาหนานหรือ
พูดจบ เย่หนานก็มองอวี้เซียนด้วยความเกรงใจ
ทว่าสิ้นเสียงเย่หนาน ยังไม่ทันที่อวี้เซียวจื่อจะพูดอะไร อวี้เซียนก็ชิงตอบขึ้นมาก่อน ข้ายินดีเจ้าค่ะ
อวี้เซียวจื่อ: .
พูดจบ อวี้เซียนก็ก้มหน้ากินข้าวต่อ
อวี้เซียวจื่อถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง นึกไม่ถึงว่าอวี้เซียนจะกระตือรือร้นกว่าเขาเสียอีก
แต่เขาก็รีบดึงสติกลับมา ท่านผู้อาวุโส เรื่องในสำนัก ข้าจะแต่งตั้งคนอื่นมาดูแลแทนขอรับ ความจริง ตอนนี้สำนักอวี้หัวก็ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรแล้ว
อิอิ งั้น งั้นก็ดี เดี๋ยวข้าไปเลือกห้องให้ เย่หนานกระตือรือร้นสุดๆ
ก็แหม เขาโสดมาตั้งกี่ปี ไม่แน่อาจจะถึงคราวสละโสดเสียที
ขอบ ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสเจ้าค่ะ อวี้เซียนตอบรับด้วยใบหน้าแดงซ่าน
หัวใจของอวี้เซียวจื่อบานฉ่ำราวกับดอกไม้
ไม่ต้องเลือกหรอก ให้พี่สาวอวี้เซียนมานอนกับหนูเลย หลิงหลงที่ถือชามข้าวใบโตเดินเข้ามาขัดจังหวะ
ได้ยินคำพูดของหลิงหลง ทุกคนชะงัก
อืม มีเหตุผล เย่หนานคิดดูแล้วก็เห็นด้วย ผู้หญิงสองคนอยู่ด้วยกันจะได้ไม่เหงา
แม่นางอวี้เซียน เจ้าคิดว่าไง ถ้าไม่สะดวก ข้าจะหาห้องใหม่ให้ เย่หนานหันไปถามอวี้เซียน
ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านผู้อาวุโส ข้ายินดีพักอยู่กับน้องหลิงหลง อวี้เซียนแทบจะจุดพลุฉลองที่ได้อยู่กับหลิงหลง
ขอแค่ได้อยู่กับหลิงหลง แล้วตีสนิทกับนางไว้
ถึงตอนนั้น นางจะได้รู้เรื่องราวของเย่หนานมากขึ้น เผลอๆ ด้วยความช่วยเหลือของหลิงหลง นางอาจจะได้ขยับสถานะความสัมพันธ์กับเย่หนานไปอีกขั้น
ยอดคนที่มีทั้งบุคลิกหลุดพ้นทางโลก แข็งแกร่ง และเข้าถึงง่ายอย่างเย่หนาน หญิงสาวคนไหนบ้างจะไม่หวั่นไหว
เมื่อได้ยินอวี้เซียนตอบตกลง เย่หนานก็พยักหน้า ไม่ได้ห้ามปราม
มีเพียงหลิงหลงที่ตื่นเต้นดีใจ ต่อไปนี้ตอนกลางคืนนางจะไม่เหงาอีกแล้ว
หลังจากอิ่มหนำสำราญ อวี้เซียนก็ย้ายเข้ามาอยู่ถาวร ส่วนอวี้เซียวจื่อก็ขอตัวกลับ
ยอดเขาหนานยังคงสงบสุขเช่นเดิม
ตัดภาพไปอีกด้าน ณ ตรอกซอยเปลี่ยวในเมืองแห่งหนึ่ง
กลุ่มชายฉกรรจ์สิบกว่าคนถือกระบี่ยาว ล้อมรอบหญิงสาวผู้มีใบหน้าเย็นชาราวน้ำแข็ง
ไม่ใช่ใครอื่น นางคือไป๋หลิง
มองดูผู้คนที่ล้อมรอบ นางแผ่จิตสังหารพลุ่งพล่าน แม้แต่อากาศรอบกายยังเย็นยะเยือก
ฮึ ข่าวของสำนักเหมันต์น้ำแข็งช่างไวจริงนะ ข้าเพิ่งมาถึงไม่นาน ก็ตามหาข้าเจอแล้ว ไป๋หลิงยิ้มเยาะ
ฮึ นังคนทรยศ กล้ากลับมาที่นี่ วันนี้ข้าจะจับเจ้ากลับไปรับรางวัล ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยขึ้น
คนกลุ่มนี้ล้วนเป็นศิษย์ของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง
ทันทีที่พบร่องรอยของไป๋หลิง พวกเขาก็รีบตามมา
สาเหตุหลักคือไป๋หลิงไม่ได้คิดจะซ่อนตัว ไม่อย่างนั้น คนพวกนี้คงหาตัวนางไม่เจอได้ง่ายๆ แบบนี้