แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 58 แม้แต่กางเกงในก็ไม่เว้น
อาศัยพวกเจ้าเนี่ยนะ ไป๋หลิงยิ้มเยาะ
ทำไม ถูกทำลายวรยุทธ์ไปแล้วยังปากดีอยู่อีก ต่อให้เจ้าพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง ข้าว่า ก็คงงั้นๆ แหละมั้ง ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ากลุ่มแค่นเสียงดูแคลน
ไป๋หลิงถูกชิงรากวิญญาณ ฐานพลังถูกทำลาย การบำเพ็ญเพียรหยุดชะงัก การจะก้าวหน้าต่อไปนั้นยากยิ่งกว่าปีนป่ายสวรรค์
เมื่อก่อน พวกเขาไม่กล้าหือกับไป๋หลิง
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป พวกเขาจะจับนางกลับไปรับรางวัล
ศิษย์พี่ นี่มันอดีตดาวรุ่งพุ่งแรงเชียวนะ พอจับได้แล้ว ขอพวกเราเล่นสนุกหน่อยได้ไหม ทันใดนั้น ศิษย์หน้าตาหื่นกามคนหนึ่งก็กระซิบถามหัวหน้ากลุ่ม
ได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเริ่มพินิจพิจารณาไป๋หลิง
เมื่อกี้มัวแต่อยากได้หน้า เลยไม่ได้สังเกต
พอดูดีๆ ไป๋หลิงหุ่นดีไม่ใช่เล่น ส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน นับเป็นสาวงามหาตัวจับยากจริงๆ
ชั่วพริบตา สายตาของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นหื่นกระหาย แทบอยากจะกลืนกินไป๋หลิงไปทั้งตัว
เห็นสายตาพวกนั้น จิตสังหารของไป๋หลิงยิ่งพุ่งพล่าน
เมื่อก่อนนางตาบอดหรือไง ถึงได้หลวมตัวเข้ามาอยู่ในสำนักพรรค์นี้
จับตัวนาง หัวหน้ากลุ่มตะโกนสั่ง
สิ้นเสียง ทุกคนพุ่งเข้าใส่ไป๋หลิงราวกับฝูงหมาป่าผู้หิวโหย
ไป๋หลิงไม่พูดพล่ามทำเพลง พุ่งสวนเข้าไปทันที
นางจะฆ่าไอ้เดรัจฉานพวกนี้ให้หมด ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
เคร้ง
พริบตาเดียว ไป๋หลิงเรียกกระบี่สีขาวเล่มยาวที่ส่องประกายเย็นเยียบออกมา
นี่คือกระบี่ที่นางเลือกมาจากคลังสมบัติของเย่หนาน ตั้งชื่อให้มันว่าแสงเหมันต์
แก๊ง แก๊ง แก๊ง
เสียงปะทะของอาวุธดังสนั่นหวั่นไหว
แต่ทว่า อาวุธชิ้นใดที่สัมผัสโดนแสงเหมันต์จะถูกแช่แข็งในทันที
จากนั้นก็แตกละเอียดเป็นเศษน้ำแข็ง
นะ นี่มันสมบัติวิเศษอะไรกัน แล้วก็ วรยุทธ์ของเจ้า ฐานพลังถูกทำลายไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาถึง ขั้นผสานแก่นแท้ ได้ หนึ่งในนั้นอุทานด้วยความตกใจ
พวกเขาส่วนใหญ่เป็นแค่ ขั้นรวบรวมวิญญาณ และ ขั้นกลั่นลมปราณ จะไปสู้ ขั้นผสานแก่นแท้ ได้อย่างไร
แต่ไป๋หลิงไม่สนใจเสียงนกเสียงกา ตอนนี้นางมีเพียงเป้าหมายเดียว คือฆ่าล้างบางคนพวกนี้ ถือเป็นการเก็บดอกเบี้ยล่วงหน้า
ระ รีบหนีเร็ว มีคนเริ่มกลัว หันหลังวิ่งหนี
แต่ไป๋หลิงจะปล่อยให้พวกมันรอดไปได้ยังไง
อ๊าก
เสียงร้องโหยหวนดังระงมไม่ขาดสาย
ไป๋หลิงกวัดแกว่งแสงเหมันต์ราวกับเทพธิดามรณะ สังหารหมู่ศัตรูอย่างง่ายดายราวกับผ่าแตงหั่นผัก
เวลานี้ ร่างของไป๋หลิงชุ่มโชกไปด้วยเลือด ด้วยความโกรธแค้น นางไม่แม้แต่จะปัดป้องเลือดที่สาดกระเซ็นเข้ามา
มองดูซากศพเกลื่อนพื้น ไป๋หลิงเอ่ยเสียงเย็น ปิงเสวียน รอข้าก่อนเถอะ
ฟึ่บ
พูดจบ ไป๋หลิงก็เก็บกระบี่แล้วเดินจากไป
และหลังจากที่ไป๋หลิงจากไปได้ไม่นาน
นักพรตเฒ่าท่าทางซอมซ่อคนหนึ่งก็เดินแคะขี้มูกเข้ามา
โอ๊ะโอ๋ แม่หนูนี่โหดเหี้ยมใช่ย่อยแฮะ พูดจบ เขาก็มองดูศพศิษย์สำนักเหมันต์น้ำแข็งเกลื่อนพื้น
แหวนมิติเยอะแยะขนาดนี้ ทิ้งไปก็น่าเสียดาย เสร็จโจรล่ะสิ อิอิ พูดไป นักพรตซอมซ่อก็ลงมือเก็บกวาดทรัพย์สินอย่างคล่องแคล่ว
เก็บไปยิ้มไปอย่างมีความสุข
เก็บเสร็จก็นั่งแปะลงกับพื้น เริ่มนับสมบัติ
ทำไมมันจนกรอบกันขนาดนี้วะ ดีใจเก้อเลย นักพรตซอมซ่อบ่นอุบ
เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จู่ๆ ตาก็ลุกวาว แม่หนูเมื่อกี้ดูเหมือนจะมีความแค้นกับสำนักเหมันต์น้ำแข็งนะ ข้าตามไปเก็บตกของดีๆ อีกดีไหมนะ
นักพรตซอมซ่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ส่ายหน้า ช่างเถอะ แม่หนูนั่นพรสวรรค์ไม่เลว แต่จะไปงัดข้อกับสำนักเหมันต์น้ำแข็ง ยังห่างชั้นอีกเยอะ ข้าไปขุดสุสานต่อดีกว่า เฮ้อ
นักพรตเฒ่าถอนหายใจอย่างจนใจ เขย่าถุงเหล้าที่ว่างเปล่าข้างเอว เฮ้อ เมื่อไหร่จะลืมตาอ้าปากได้สักทีนะ เหล้ายังไม่มีปัญญาซื้อกินเลย
บ่นจบ นักพรตเฒ่าก็เดินโซเซจากไป
ทิศทางที่มุ่งหน้าไป ดันเป็นทางเดียวกับที่ไป๋หลิงไปเสียด้วย
เวลานี้ ไป๋หลิงยังไม่ได้จากไปไหน นางยังคงอยู่ในเมืองแห่งนี้ หาโรงเตี๊ยมพักผ่อนและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่
เมืองนี้ชื่อเมืองปิงหลิง อยู่ในเขตปกครองของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง
แม้ความแค้นจะสุมอก แต่ไป๋หลิงไม่ใช่คนบุ่มบ่าม นางรู้ขีดจำกัดของตัวเองดี
ศิษย์สำนักเหมันต์น้ำแข็งน่ะนางไม่กลัว แต่ถ้าระดับสูงของสำนักโผล่มา นางคงลำบาก
มีเคล็ดวิชาที่เย่หนานให้ก็จริง แต่นางก็ไม่ประมาท
ปัญหาคือ พลังที่แท้จริงของนางมีจำกัด และเคล็ดวิชานั้นใช้ฆ่าคนไม่ได้ ทำได้แค่ตั้งรับและสะท้อนกลับ นี่คือสิ่งที่นางกลุ้มใจ
เป้าหมายหลักอีกอย่างของนางคือ ไล่ล่าสังหารศิษย์และผู้อาวุโสระดับล่างของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง
วิธีนี้ไม่เพียงช่วยให้นางได้ฝึกฝนฝีมือ แต่ยังสร้างความหวาดผวาให้คนในสำนักเหมันต์น้ำแข็งได้อีกด้วย
เมื่อได้ยินคำถามของไป๋หลิง นักพรตซอมซ่อไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ ยังคงก้มหน้าก้มตาเก็บทรัพย์สินบนพื้นด้วยความตื่นเต้น
แต่ก็ยังตอบกลับไปประโยคหนึ่ง ข้าก็แค่ตาแก่ซอมซ่อ มาเก็บเศษเงินหาค่าเหล้าเท่านั้นแหละ
ได้ยินคำตอบของนักพรตซอมซ่อ ไป๋หลิงขมวดคิ้ว
ชัดเจนว่าตาแก่นี่ไม่อยากบอกที่มาที่ไป
แต่ ไป๋หลิงก็ไม่ได้คาดคั้น
ขอแค่ไม่มาขวางทางนาง นางก็ไม่ใส่ใจ
เก็บกระบี่เข้าฝัก ไป๋หลิงหันหลังเตรียมจากไป
แต่ทันทีที่ก้าวเท้า เสียงของนักพรตซอมซ่อก็ดังไล่หลังมา
แม่หนู เจ้ามีความแค้นกับสำนักเหมันต์น้ำแข็งหรือ
ได้ยินเสียงนั้น ไป๋หลิงหยุดเดิน หันกลับไปมองนักพรตเฒ่า ใช่ แล้วจะทำไม
เฮ้อ สำนักเหมันต์น้ำแข็งแม้จะไม่ใช่สำนักใหญ่โตอะไร แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าในตอนนี้จะไปตอแยได้นะ
ข้าดูแล้ว พรสวรรค์เจ้าไม่เลว ทำไมไม่รอสักสิบยี่สิบปี รอให้เก่งกล้ากว่านี้ แล้วค่อยกลับมาล้างแค้นไม่ดีกว่ารึ ทำตัวเด่นแบบนี้มันไม่ดีนะ นักพรตซอมซ่อดูจะชื่นชมไป๋หลิงอยู่ไม่น้อย
ข้ารอเป็นสิบปีไม่ได้หรอก ไป๋หลิงส่ายหน้า
เท่าที่ดู นักพรตผู้นี้ก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไร
เฮ้อ วัยรุ่นใจร้อนแบบนี้ จะเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ นะ เอาไหมล่ะ มาเป็นศิษย์ข้า ข้าจะพาเจ้าไปขุด แค่กๆ ไปล่าสมบัติ ข้าจะถ่ายทอดวิชาทั้งหมดให้เจ้า ดีไหม นักพรตซอมซ่อมองไป๋หลิงด้วยความคาดหวัง
ได้ยินวาจาเพ้อเจ้อของนักพรต ไป๋หลิงถึงกับพูดไม่ออก
นางรู้สึกทะแม่งๆ กับคำว่าล่าสมบัติของตาแก่นี่ชอบกล
แต่ก็ไม่ได้คิดมาก ประสานมือคารวะ ขอบคุณในความหวังดี แต่ ข้ามีอาจารย์แล้ว และข้ายังมีธุระต้องไปทำ ขอตัวก่อน
พูดจบ ไป๋หลิงก็หันหลังเดินจากไป
ได้ยินคำปฏิเสธ นักพรตซอมซ่อไม่ได้ผิดหวังอะไร
ในสายตาเขา ไป๋หลิงไม่เพียงมีพรสวรรค์สูงส่ง โดยเฉพาะกระบี่ในมือนาง
เขาเป็นใคร เขาคือจอมโจรขุดสุสานระดับตำนานเชียวนะ มองปราดเดียวก็รู้ว่ากระบี่ในมือไป๋หลิงไม่ธรรมดา
เด็กสาวอายุสิบหกสิบเจ็ดปี กล้าทำตัวเด่นขนาดนี้ แถมมีของดีในมือ
แสดงว่าเบื้องหลังต้องมีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง หรือมียอดฝีมือระดับสูงคอยหนุนหลัง ถึงได้กล้าทำอะไรบ้าบิ่นขนาดนี้
เพียงแต่ ในดินแดนกันดารแบบนี้ จะมียอดฝีมือหรือขุมกำลังระดับไหนซ่อนอยู่กันนะ นักพรตซอมซ่อสงสัย
เขาส่ายหัว คิดไม่ออกก็เลิกคิด
ฉีกยิ้มกว้างอวดฟันเหลืองอ๋อย ก้มหน้าก้มตาเก็บทรัพย์สินบนพื้นต่ออย่างมีความสุข
ความวุ่นวายขนาดนี้ ย่อมไปเข้าหูคนของสำนักเหมันต์น้ำแข็งในเมืองอย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนจะรู้ตัวว่ามีคนกำลังมา นักพรตซอมซ่อรีบเร่งมือเก็บกวาดให้เร็วขึ้น
ไม่นาน ทรัพย์สินของศิษย์สำนักเหมันต์น้ำแข็งที่นอนตายเกลื่อน ก็ถูกกวาดเรียบ
แม้แต่กางเกงในที่ศพใส่อยู่ก็โดนถอดไปจนเกลี้ยง
ถึงของจะไม่แพง แต่เน้นปริมาณเข้าสู้
ดังนั้น นักพรตซอมซ่อจึงพอใจมาก อย่างน้อยก็ได้ค่าเหล้าดีๆ สักขวด
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ
วินาทีต่อมา นักพรตซอมซ่อก็หายวับไปราวกับแสง
หลังจากนักพรตซอมซ่อจากไปได้ไม่นาน
เงาร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับลูกปืนใหญ่
ตูม
กระแทกพื้นจนเป็นหลุมลึก
ไม่ใช่ใครอื่น ปิงหยวนนั่นเอง
เพียงครู่เดียว ด้านหลังปิงหยวนก็มีคนของสำนักเหมันต์น้ำแข็งตามมาอีกหกเจ็ดคน
ดูจากเครื่องแต่งกาย น่าจะเป็นระดับผู้อาวุโสเช่นกัน
แต่ ฐานะน่าจะต่ำกว่าปิงหยวนพอสมควร
ทันทีที่ทุกคนเห็นสภาพศพของศิษย์สำนักเหมันต์น้ำแข็งเกลื่อนพื้น ต่างก็หน้าเขียวคล้ำ
ฆ่าศิษย์พวกเขาไม่พอ ยังปล้นจนเกลี้ยง แม้แต่กางเกงในสักตัวก็ไม่เหลือไว้ให้ดูต่างหน้า
บัดซบ รังแกกันเกินไปแล้ว ปิงหยวนคำรามลั่น
ด้วยความโกรธจัด กลิ่นอายพลังอันแข็งแกร่งระเบิดออกมา จนผู้อาวุโสรอบข้างต้องถอยกรูด
เดิมทีพวกเขากำลังหารือกับคนตระกูลตงในเมือง
ระหว่างทางกลับได้ยินเสียงความวุ่นวาย จึงรีบมาดู
นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอภาพอุจาดตาเช่นนี้
พวกเจ้าแยกย้ายกันไปสืบดูว่าเป็นฝีมือใคร ไม่ว่าจะเป็นใคร หรือขุมกำลังไหน กล้ามากระตุกหนวดเสือ ข้าจะฆ่าล้างโคตรมันให้หมด ปิงหยวนตะโกนสั่งผู้อาวุโสข้างกาย
ขอรับ พวกเราจะรีบไปสืบเดี๋ยวนี้ เหล่าผู้อาวุโสตกใจกับความโกรธของปิงหยวน รีบแยกย้ายกันไปทันที
เวลานี้ ไป๋หลิงออกจากเมืองไปแล้ว
นางรู้ว่าเรื่องนี้บานปลายแน่ สำนักเหมันต์น้ำแข็งต้องแตกตื่น
เพื่อความไม่ประมาท นางจึงออกจากเมืองไปก่อน
กลัวว่าถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้น จะทำให้ผู้บริสุทธิ์โดนลูกหลง จนเมืองพังพินาศ
แม้เรื่องแบบนี้จะเป็นเรื่องปกติในโลกผู้บำเพ็ญเพียร ผู้ฝึกวิชามารบางคนถึงขั้นฆ่าล้างเมืองเพื่อสนองตัณหา
แต่นางไป๋หลิง เกลียดคนประเภทนั้นที่สุด
ปิงหยวนรออยู่ที่เดิมนานหลายชั่วโมง จนกระทั่งเหล่าผู้อาวุโสกลับมา
เป็นยังไง เจอตัวไหม ปิงหยวนถามเสียงเย็น
เรียนท่านผู้อาวุโสปิงหยวน ขะ พวกเราแจ้งข่าวไปยังขุมกำลังต่างๆ ในเมืองด้วยความเร็วสูงสุด และออกตามหาแล้ว แต่ ไม่พบตัวคนร้ายขอรับ ผู้อาวุโสคนหนึ่งตอบเสียงสั่น
ฮึ ไอ่พวกเศษสวะ ปิงหยวนด่ากราดไม่ไว้หน้า ตอนเรามาถึง ศพพวกนี้ยังอุ่นๆ อยู่เลย ชัดเจนว่าคนร้ายยังไปได้ไม่ไกล พวกเจ้ากลับหาไม่เจอ จะมีพวกเจ้าไว้ทำซากอะไร
พูดจบ เขาตบฝ่ามือใส่ผู้อาวุโสคนที่รายงานทันที
ผัวะ
ผู้อาวุโสคนนั้นยังไม่ทันตั้งตัว หัวระเบิดกระจายคาที่
เลือดสาดกระเซ็นใส่ผู้อาวุโสคนอื่นที่ยืนอยู่ข้างๆ
เหตุการณ์กะทันหันนี้ ทำเอาผู้อาวุโสที่เหลือไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ได้แต่ก้มหน้า ตัวสั่นงันงกยืนอยู่ที่เดิม
ปิงหยวนไม่ได้ลงมือฆ่าใครต่อ
เขาแค่ต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อให้คนพวกนี้ทำงานให้มีประสิทธิภาพหน่อย
ส่วนเรื่องฆ่าผู้อาวุโสไปคนหนึ่ง ด้วยสถานะของเขาในสำนักเหมันต์น้ำแข็ง นอกจากระดับสูงไม่กี่คนแล้ว ไม่มีใครกล้าหือกับเขาหรอก
ให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งวัน หาตัวคนร้ายให้เจอ ไม่งั้น ฮึ พูดจบ ปิงหยวนก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
สำหรับความโหดเหี้ยมและป่าเถื่อนของปิงหยวน เหล่าผู้อาวุโสต่างโกรธแค้นอยู่ในใจ
แต่ทำไงได้ ปิงหยวนแข็งแกร่งกว่าพวกเขามาก และไม่ใช่แข็งแกร่งธรรมดา พวกเขาจึงต้องก้มหน้ายอมรับ
นี่คือความโหดร้ายของโลกผู้บำเพ็ญเพียร
แม้จะโกรธแค้น แต่เพื่อความอยู่รอด
เหล่าผู้อาวุโสจึงแยกย้ายกันนำกำลังออกค้นหาแบบพลิกแผ่นดิน
ชั่วพริบตา ทั่วทั้งเมืองปิงหลิงเกิดความโกลาหลวุ่นวาย
ผู้ฝึกตนหน้าไหนที่ดูขัดหูขัดตา ถูกจับตัวไปสอบสวนหมด
ใครกล้าขัดขืน ฆ่าทิ้งทันที
ที่นี่ สำนักเหมันต์น้ำแข็งคือฟ้า ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง ส่วนใหญ่จึงยอมให้ตรวจสอบแต่โดยดี
มีเพียงคนต่างถิ่นบางคนที่มั่นใจในฝีมือตัวเอง คิดจะขัดขืน ผลลัพธ์ก็คือกลายเป็นศพ
และหนึ่งในผู้เคราะห์ร้าย ก็มีร่างที่คุ้นเคยรวมอยู่ด้วย
ไม่ใช่ใครอื่น จูหลาน นั่นเอง
นางกำลังพักผ่อนอยู่ในโรงเตี๊ยมดีๆ จู่ๆ ก็ถูกเรียกตัวออกมา
แต่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา นางจึงยอมให้ตรวจสอบแต่โดยดี
ไม่นาน ผู้อาวุโสชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าชุดค้นหา ก็เดินมาหยุดตรงหน้าจูหลาน
ในมือถือสมุดบันทึกรายชื่อแขกเข้าพัก
จูหลาน มาจากต่างเมืองรึ ผู้อาวุโสผู้นั้นใช้สายตาโลมเลียจูหลานอย่างเปิดเผย
แม้ปากจะทำทีเป็นสอบสวน
แต่ลูกตากลับจ้องมองหน้าอกและบั้นท้ายของจูหลานไม่วางตา
แทบจะแปะคำว่าหื่นไว้บนหน้าผากอยู่แล้ว
เมื่อสังเกตเห็นสายตาหยาบคายของชายวัยกลางคน จูหลานขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
เพราะ นางมีพลังฝีมือต่ำต้อย จำต้องอดทนไว้ก่อน