แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 57 นักพรตซอมซ่อผู้ขยันขันแข็ง
อาศัยฝีมือกระจอกๆ อย่างพวกเจ้าน่ะเหรอ ไป๋หลิงยิ้มเยาะ
ทำไม โดนทำลายวรยุทธ์ไปแล้วยังปากดีอยู่อีก ต่อให้เจ้าพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง ข้าว่า ก็คงงั้นๆ แหละมั้ง ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ากลุ่มแค่นเสียงดูแคลน
ไป๋หลิงถูกชิงรากวิญญาณ ฐานพลังถูกทำลาย การบำเพ็ญเพียรหยุดชะงัก การจะก้าวหน้าต่อไปนั้นยากยิ่งกว่าปีนป่ายสวรรค์
เมื่อก่อน พวกเขาไม่กล้าหือกับไป๋หลิง
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป พวกเขาจะจับนางกลับไปรับรางวัล
ศิษย์พี่ นี่มันอดีตดาวรุ่งพุ่งแรงเชียวนะ พอจับได้แล้ว ขอพวกเราเล่นสนุกหน่อยได้ไหม ทันใดนั้น ศิษย์หน้าตาหื่นกามคนหนึ่งก็กระซิบถามหัวหน้ากลุ่ม
ได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มหัวหน้ากลุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเริ่มพินิจพิจารณาไป๋หลิง
เมื่อกี้มัวแต่อยากได้หน้า เลยไม่ได้สังเกต
พอดูดีๆ ไป๋หลิงหุ่นดีไม่ใช่เล่น ส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน นับเป็นสาวงามหาตัวจับยากจริงๆ
ชั่วพริบตา สายตาของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นหื่นกระหาย แทบอยากจะกลืนกินไป๋หลิงไปทั้งตัว
เห็นสายตาพวกนั้น จิตสังหารของไป๋หลิงยิ่งพุ่งพล่าน
เมื่อก่อนนางตาบอดหรือไง ถึงได้หลวมตัวเข้ามาอยู่ในสำนักพรรค์นี้
จับตัวนาง หัวหน้ากลุ่มตะโกนสั่ง
สิ้นเสียง ทุกคนพุ่งเข้าใส่ไป๋หลิงราวกับฝูงหมาป่าผู้หิวโหย
ไป๋หลิงไม่พูดพล่ามทำเพลง พุ่งสวนเข้าไปทันที
นางจะฆ่าไอ้เดรัจฉานพวกนี้ให้หมด ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
เคร้ง
พริบตาเดียว ไป๋หลิงเรียกกระบี่สีขาวเล่มยาวที่ส่องประกายเย็นเยียบออกมา
นี่คือกระบี่ที่นางเลือกมาจากคลังสมบัติของเย่หนาน ตั้งชื่อให้มันว่าแสงเหมันต์
แก๊ง แก๊ง แก๊ง
เสียงปะทะของอาวุธดังสนั่นหวั่นไหว
แต่ทว่า อาวุธชิ้นใดที่สัมผัสโดนแสงเหมันต์จะถูกแช่แข็งในทันที
จากนั้นก็แตกละเอียดเป็นเศษน้ำแข็ง
นะ นี่มันสมบัติวิเศษอะไรกัน แล้วก็ วรยุทธ์ของเจ้า ฐานพลังถูกทำลายไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาถึง ขั้นผสานแก่นแท้ ได้ หนึ่งในนั้นอุทานด้วยความตกใจ
พวกเขาส่วนใหญ่เป็นแค่ ขั้นรวบรวมวิญญาณ และ ขั้นกลั่นลมปราณ จะไปสู้ ขั้นผสานแก่นแท้ ได้อย่างไร
แต่ไป๋หลิงไม่สนใจเสียงนกเสียงกา ตอนนี้นางมีเพียงเป้าหมายเดียว คือฆ่าล้างบางคนพวกนี้ ถือเป็นการเก็บดอกเบี้ยล่วงหน้า
ระ รีบหนีเร็ว มีคนเริ่มกลัว หันหลังวิ่งหนี
แต่ไป๋หลิงจะปล่อยให้พวกมันรอดไปได้ยังไง
อ๊าก
เสียงร้องโหยหวนดังระงมไม่ขาดสาย
ไป๋หลิงกวัดแกว่งแสงเหมันต์ราวกับเทพธิดามรณะ สังหารหมู่ศัตรูอย่างง่ายดายราวกับผ่าแตงหั่นผัก
เวลานี้ ร่างของไป๋หลิงชุ่มโชกไปด้วยเลือด ด้วยความโกรธแค้น นางไม่แม้แต่จะปัดป้องเลือดที่สาดกระเซ็นเข้ามา
มองดูซากศพเกลื่อนพื้น ไป๋หลิงเอ่ยเสียงเย็น ปิงเสวียน รอข้าก่อนเถอะ
ฟึ่บ
พูดจบ ไป๋หลิงก็เก็บกระบี่แล้วเดินจากไป
และหลังจากที่ไป๋หลิงจากไปได้ไม่นาน
นักพรตเฒ่าท่าทางซอมซ่อคนหนึ่งก็เดินแคะขี้มูกเข้ามา
โอ๊ะโอ๋ แม่หนูนี่โหดเหี้ยมใช่ย่อยแฮะ พูดจบ เขาก็มองดูศพศิษย์สำนักเหมันต์น้ำแข็งเกลื่อนพื้น
แหวนมิติเยอะแยะขนาดนี้ ทิ้งไปก็น่าเสียดาย เสร็จโจรล่ะสิ อิอิ พูดไป นักพรตซอมซ่อก็ลงมือเก็บกวาดทรัพย์สินอย่างคล่องแคล่ว
เก็บไปยิ้มไปอย่างมีความสุข
เก็บเสร็จก็นั่งแปะลงกับพื้น เริ่มนับสมบัติ
ทำไมมันจนกรอบกันขนาดนี้วะ ดีใจเก้อเลย นักพรตซอมซ่อบ่นอุบ
เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จู่ๆ ตาก็ลุกวาว แม่หนูเมื่อกี้ดูเหมือนจะมีความแค้นกับสำนักเหมันต์น้ำแข็งนะ ข้าตามไปเก็บตกของดีๆ อีกดีไหมนะ
นักพรตซอมซ่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ส่ายหน้า ช่างเถอะ แม่หนูนั่นพรสวรรค์ไม่เลว แต่จะไปงัดข้อกับสำนักเหมันต์น้ำแข็ง ยังห่างชั้นอีกเยอะ ข้าไปขุดสุสานต่อดีกว่า เฮ้อ
นักพรตเฒ่าถอนหายใจอย่างจนใจ เขย่าถุงเหล้าที่ว่างเปล่าข้างเอว เฮ้อ เมื่อไหร่จะลืมตาอ้าปากได้สักทีนะ เหล้ายังไม่มีปัญญาซื้อกินเลย
บ่นจบ นักพรตเฒ่าก็เดินโซเซจากไป
ทิศทางที่มุ่งหน้าไป ดันเป็นทางเดียวกับที่ไป๋หลิงไปเสียด้วย
เวลานี้ ไป๋หลิงยังไม่ได้จากไปไหน นางยังคงอยู่ในเมืองแห่งนี้ หาโรงเตี๊ยมพักผ่อนและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่
เมืองนี้ชื่อเมืองปิงหลิง (เมืองเหมันต์) อยู่ในเขตปกครองของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง
แม้ความแค้นจะสุมอก แต่ไป๋หลิงไม่ใช่คนบุ่มบ่าม นางรู้ขีดจำกัดของตัวเองดี
ศิษย์สำนักเหมันต์น้ำแข็งน่ะนางไม่กลัว
แต่ถ้าระดับสูงของสำนักโผล่มา นางคงลำบาก
แม้จะมีเคล็ดวิชาที่เย่หนานมอบให้ นางก็ไม่ได้เกรงกลัวอะไรมากนัก
แต่ปัญหาคือ พลังที่แท้จริงของนางมีจำกัด และเคล็ดวิชานั้นใช้ฆ่าคนไม่ได้ ทำได้แค่ตั้งรับและสะท้อนกลับ นี่คือสิ่งที่นางกลุ้มใจ
เป้าหมายหลักอีกอย่างของนางคือ ไล่ล่าสังหารศิษย์และผู้อาวุโสระดับล่างของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง
วิธีนี้ไม่เพียงช่วยให้นางได้ฝึกฝนฝีมือ แต่ยังสร้างความหวาดผวาให้คนในสำนักเหมันต์น้ำแข็งได้อีกด้วย
ในขณะเดียวกัน ภายในตำหนักใหญ่ของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง ปิงไท่กำลังนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียร
ค่อยๆ ลืมตาขึ้น แปลกจริง ทำไมช่วงนี้ข้ารู้สึกใจคอไม่ดีชอบกล
ใครอยู่ข้างนอก ปิงไท่ตะโกนเรียก
ครู่ต่อมา ผู้อาวุโสรูปร่างกำยำคนหนึ่งเดินเข้ามาในตำหนัก
ท่านเจ้าสำนัก มีอะไรให้รับใช้หรือขอรับ ผู้อาวุโสผู้นั้นทำความเคารพ
ปิงหยวน เรื่องที่ข้าสั่งให้ไปจัดการ เป็นยังไงบ้าง ปิงไท่ถาม
ท่านเจ้าสำนัก ข้าจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ ตอนนี้ยังไม่มีข่าวคราวส่งกลับมา คาดว่าอีกไม่นานคงได้เรื่อง ปิงหยวนตอบอย่างนอบน้อม
เรื่องนี้เจ้าเป็นคนรับผิดชอบ เร่งมือหน่อย อย่าให้เหลือเสี้ยนหนามตำใจ ปิงไท่กำชับเสียงเข้ม
ได้ยินคำสั่ง ปิงหยวนไม่ได้ใส่ใจนัก
แค่ศิษย์ที่ถูกทำลายรากวิญญาณและฐานพลัง จะมีพิษสงอะไร
แต่ ต่อหน้าเจ้าสำนัก ก็ต้องรับปากไปอย่างดิบดี
ท่านเจ้าสำนักวางใจ ข้าจะจัดการให้เด็ดขาด
ได้ยินคำรับรอง ปิงไท่จึงพยักหน้าเบาๆ
เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ปิงไท่ถามต่อ เสวียนเอ๋อร์ทำอะไรอยู่
ท่านเจ้าสำนัก นายน้อยกำลังเดินชมสวนดอกไม้กับคุณชายตงอยู่ขอรับ ปิงหยวนรีบตอบ
อืม ตระกูลตงมีอิทธิพลมาก แถมยังมี ขั้นสวรรค์ลี้ลับ นั่งเมือง ถ้าเราเกี่ยวดองกับตระกูลตงได้ สำนักเหมันต์น้ำแข็งของเราต้องยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกขั้นแน่ ปิงไท่ทำหน้าเพ้อฝัน
ณ สวนดอกไม้หลังสำนักเหมันต์น้ำแข็ง ในป่าละเมาะแห่งหนึ่ง
มีเสียงที่ไม่ควรได้ยินดังเล็ดลอดออกมา เสียงครวญครางของปิงเสวียน สลับกับเสียงคำรามต่ำของชายหนุ่ม
คนรับใช้และสาวใช้ที่อยู่แถวนั้น ต่างหน้าแดงก่ำ รีบก้มหน้าก้มตาเดินหนี
หลายชั่วโมงผ่านไป เสียงนั้นจึงเงียบลง
ไม่นานนัก ปิงเสวียนและชายหนุ่มรูปงามในชุดขาว ก็เดินออกมาจากป่าละเมาะ
ทั้งสองไม่สนใจปฏิกิริยาของบ่าวไพร่รอบข้างเลยแม้แต่น้อย
คุณชายตง ต่อไปต้องฝากท่านช่วยดูแลข้าด้วยนะเจ้าคะ ปิงเสวียนซบไหล่ชายหนุ่มอย่างออดอ้อน
ไม่มีเค้าความเย็นชาโหดเหี้ยมหลงเหลืออยู่เลย ตอนนี้ดูเหมือนหญิงสาวอ่อนแอที่รอคนมาทะนุถนอม
ฮ่าฮ่าฮ่า น้องเสวียนวางใจได้ มีข้า ตงหมิง อยู่ทั้งคน เรื่องของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง ก็คือเรื่องของตระกูลตง ตงหมิงพูดพลางบีบขยำส่วนสงวนของปิงเสวียนอย่างมันเขี้ยว
อุ๊ย คุณชายตงนี่ร้ายจริงๆ ทำคนเจ็บหมดแล้ว ปิงเสวียนทุบอกตงหมิงเบาๆ อย่างมีจริต
เห็นท่าทางยั่วยวนของปิงเสวียน ตงหมิงก็เกิดอารมณ์ขึ้นมาอีก
เขาอุ้มปิงเสวียนกลับเข้าไปในป่าละเมาะทันที
ไม่นาน เสียงที่ทำให้คนหน้าแดงก็ดังออกมาจากป่าละเมาะอีกครั้ง
เหตุผลที่ปิงเสวียนยอมทำขนาดนี้ เพราะรากวิญญาณเหมันต์ที่นางแย่งชิงมา ไม่ได้ถือว่าหายากอะไรนัก
ขีดจำกัดสูงสุดคงไปถึงแค่ ขั้นสวรรค์ลี้ลับ ยากที่จะไปต่อได้
แต่ หากได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตงที่มี ขั้นสวรรค์ลี้ลับ คอยหนุนหลัง สถานการณ์จะเปลี่ยนไป
อย่างน้อยเรื่องทรัพยากร นางก็ไม่ต้องกังวล และยังช่วยให้สำนักเหมันต์น้ำแข็งแข็งแกร่งขึ้นได้
ยิ่งผู้ฝึกตนแข็งแกร่ง พรสวรรค์สูง ทรัพยากรที่ได้รับก็ยิ่งมากและล้ำค่า
ดังนั้น เพื่อความแข็งแกร่ง ร่างกายนี้สำหรับปิงเสวียนแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
อีกด้านหนึ่ง ไป๋หลิงในสภาพชุ่มโชกไปด้วยเลือด ยืนถือกระบี่แสงเหมันต์อยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง
รอบตัวนางมีศพนอนเกลื่อน และทุกคนสวมเครื่องแต่งกายแบบเดียวกัน
คนพวกนี้คือศิษย์สำนักเหมันต์น้ำแข็ง และนี่เป็นกลุ่มที่สองของวันนี้แล้ว
ที่นี่เคยเป็นโรงเตี๊ยม ตอนนี้กลายเป็นซากไปแล้ว
และนอกจากนางกับนักพรตซอมซ่อผู้ขยันขันแข็ง ก็ไม่มีใครอื่นอีก พอเริ่มสู้กัน คนอื่นก็หนีหายไปหมด
แม้แต่เถ้าแก่โรงเตี๊ยมยังหอบผ้าผ่อนหนี ไป๋หลิงจะหาคนมาชดใช้ค่าเสียหายก็หาไม่เจอ
เวลานี้ ไป๋หลิงไม่ได้รีบร้อนจากไป นางยืนจ้องมองนักพรตซอมซ่อเขม็ง
ส่วนนักพรตซอมซ่อก็ทำเหมือนมองไม่เห็นไป๋หลิง ก้มหน้าก้มตาเก็บทรัพย์สินบนพื้นราวกับผึ้งงานผู้ขยันขันแข็ง
เจ้าเป็นใคร ในที่สุดไป๋หลิงก็เอ่ยถาม
นางไม่กล้าวู่วาม เพราะ นางสัมผัสระดับพลังของนักพรตผู้นี้ไม่ได้เลย
ดังนั้น ถามดูก่อนดีกว่า