แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 64 ปล้นสุสาน
ในเวลานี้ ไป๋หลิงที่ปลอมตัวเรียบร้อยแล้ว ได้ลอบเข้ามาในเมืองอีกครั้ง
เป้าหมายของนางชัดเจน มุ่งตรงไปยังที่ตั้งของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง
นางตั้งใจจะป่วนสำนักเหมันต์น้ำแข็งให้พังพินาศ
ทว่าในขณะที่นางมาถึงหน้าประตูทางเข้าสำนัก และกำลังคิดหาวิธีลอบเข้าไปอยู่นั้น
นางก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆ หลายเงาที่อีกฟากหนึ่งของประตูเขากำลังง่วนทำอะไรบางอย่างอยู่
ไป๋หลิงขมวดคิ้ว เพราะ… เงานั้นดูคุ้นตาเหลือเกิน
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไป๋หลิงจึงค่อยๆ ย่องเข้าไปดูใกล้ๆ
เมื่อเห็นชัดเจน ไป๋หลิงถึงกับหน้าดำคร่ำเครียด
จะไม่ให้คุ้นได้ยังไง ก็ไอ้นักพรตซอมซ่อนั่นไม่ใช่หรือไง
เวลานี้ นักพรตซอมซ่อกำลังขุดดินอย่างขะมักเขม้น เสียงดัง ฮึบ ฮึบ
ผ่านไปครู่หนึ่ง นักพรตซอมซ่อถึงสังเกตเห็นไป๋หลิง เขาชะงักไปเล็กน้อย
จากนั้นก็ยิ้มแหยๆ แก้เก้อ อ้าว แม่หนู เจ้าก็มาด้วยเรอะ
ฮึ เจ้ามันหน้าด้านจริงๆ แม้แต่ของของผู้หญิงก็ยังหลอกเอาไปได้ ของอยู่ไหน ไป๋หลิงแบมือทวงของจากนักพรตซอมซ่อ
ขะ… ของอะไร นักพรตซอมซ่อแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องทันที แม่หนู เอางี้ไหม… เรามาร่วมมือกัน แบ่งกันหนึ่งเก้า เจ้าหนึ่งข้าเก้า ตกลงไหม
ได้ยินข้อเสนอของนักพรตซอมซ่อ ไป๋หลิงถึงกับพูดไม่ออก นางรู้ทันทีว่าตาแก่นี่คิดจะทำอะไร
ถ้าข้าเก้าเจ้าหนึ่ง ข้าถึงจะตกลง ไม่อย่างนั้นไม่ต้องมาคุย ไป๋หลิงต่อรองด้วยน้ำเสียงดูแคลน
ความจริงแล้ว นักพรตซอมซ่อไม่ได้คิดจะแบ่งให้จริงๆ หรอก
เขาแค่ต้องการเบี่ยงเบนความสนใจ แต่ถ้าต้องแบ่งสักส่วนหนึ่งก็ไม่เสียหาย
เพราะเบื้องหลังของไป๋หลิงต้องไม่ธรรมดาแน่ ผูกมิตรไว้หน่อยก็ดี
สามส่วน… ให้มากสุดแค่นี้แหละ นักพรตซอมซ่อกัดฟันยื่นข้อเสนอใหม่
ตกลง ไป๋หลิงตอบรับทันทีโดยไม่ต้องคิด
นักพรตซอมซ่อ: .
พลาดแล้วตู นักพรตซอมซ่อหน้ามืด
ความจริงไป๋หลิงแค่ตั้งใจมาป่วนสำนักเหมันต์น้ำแข็งเฉยๆ
พวกระดับสูงของสำนัก ตอนนี้นางยังฆ่าไม่ได้ อย่าว่าแต่จะขนสมบัติของสำนักออกไปเลย
แต่ทว่า… พอเห็นนักพรตซอมซ่อที่ขยันขันแข็งขนาดนี้ ไป๋หลิงก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา
นั่นคือลากตานักพรตนี่ลงน้ำไปด้วย นางรู้ดีว่าตาแก่นี่ฝีมือร้ายกาจ แถมยังมีผลประโยชน์มาล่อ มีหรือจะไม่เอา
ขุดต่อสิ ไป๋หลิงยิ้มหวาน มองหน้านักพรตซอมซ่อที่ดำทะมึน
นักพรตซอมซ่อทำอะไรไม่ได้ นอกจากก้มหน้าก้มตาขุดดินต่อไป ฮึบ ฮึบ
เห็นท่วงท่าการขุดที่ชำนาญระดับปรมาจารย์ของนักพรตซอมซ่อ
ไป๋หลิงอดแขวะไม่ได้ ทำบ่อยล่ะสิท่า
เป็นไปได้ไง เจ้าเห็นข้าเป็นคนแบบนั้นรึ ข้าแค่ทนเห็นการกระทำของสำนักเหมันต์น้ำแข็งไม่ได้ เลยอยากจะสั่งสอนพวกมันหน่อยก็แค่นั้น นักพรตซอมซ่อแก้ตัวด้วยถ้อยคำสวยหรูดูมีความยุติธรรม
ได้ยินดังนั้น ไป๋หลิงก็แค่นหัวเราะ เชื่อก็บ้าแล้ว
และแล้ว ภายใต้ความพยายามอย่างไม่ลดละของนักพรตซอมซ่อ
ไม่รู้ว่าขุดมานานแค่ไหน หรือลึกเท่าไหร่
ในความรู้สึกของไป๋หลิง น่าจะผ่านไปค่อนวันแล้ว
ในที่สุด เมื่อความมืดปกคลุม ทั้งสองก็ขุดทะลุไปโผล่ที่ไหนสักแห่ง
ต้องบอกว่า นักพรตซอมซ่อขุดทะลุต่างหาก
ไป๋หลิงแค่ยืนกอดอกดูเฉยๆ ตลอดงาน
เมื่อขึ้นมาบนพื้นดิน ไป๋หลิงก็ต้องยืนงง
นี่เจ้าพาขุดมาโผล่ที่ไหนเนี่ย ไป๋หลิงมองไปรอบๆ เห็นแต่หลุมศพขนาดมหึมาหลายแห่ง
แม้จะไม่เคยมาที่นี่ แต่ไป๋หลิงก็เคยอยู่ที่สำนักเหมันต์น้ำแข็งมาก่อน
อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่า ที่นี่ยังอยู่ในเขตสำนัก
พอนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง ไป๋หลิงหน้าดำคร่ำเครียดทันที นี่เจ้าคงไม่ได้ขุดเข้ามาในสุสานบรรพชนของสำนักเหมันต์น้ำแข็งหรอกนะ
ไป๋หลิงนึกว่านักพรตซอมซ่อจะพาเจาะเข้าคลังสมบัติ
ที่ไหนได้ ดันพามาปล้นสุสาน ช่างชั่วช้าขาดคุณธรรมจริงๆ
ก็ใช่น่ะสิ ไม่มาที่นี่แล้วจะไปที่ไหน นักพรตซอมซ่อค้อนขวับใส่ไป๋หลิง
พูดจบ นักพรตซอมซ่อก็ลงมือทำงานของตัวเองอย่างเมามัน
ท่าทางตื่นเต้นสุดขีด
ไป๋หลิงไม่พูดอะไรอีก ยังไงก็เป็นของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง ขุดได้ก็ขุด นางจึงเริ่มลงมือช่วย
แม่งเอ๊ย ทำไมจนขนาดนี้วะ นักพรตซอมซ่อขุดไปหลายหลุม ของที่ฝังร่วมกับศพมีแต่ขยะ
ไป๋หลิงไม่ได้สนใจสมบัติ นางมาเพื่อระบายแค้นล้วนๆ
หลุมศพทุกหลุม ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก นางงัดเรียบ ป้ายหลุมศพก็ทุบจนแตกกระจาย
ค่อยหายแค้นหน่อย ไป๋หลิงยิ้มมุมปาก
ที่นี่ไม่มีของดีหรอก... เราไปที่คลังสมบัติกันดีไหม ไป๋หลิงหันไปถามนักพรตซอมซ่อ
เออจริงด้วย ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้ไงเนี่ย เฮ้อ ขุดสุสานจนชินมือ ลืมตัวไปหน่อย นักพรตซอมซ่อตบหน้าผากฉาดใหญ่
ไป๋หลิง: .
ไม่นานนัก นักพรตซอมซ่อก็ขุดดินเร็วราวกับตัวตุ่น ด้วยเทคนิคแพรวพราวและความเร็วสูงลิ่ว แป๊บเดียวพวกเขาก็มาโผล่ที่ใต้ดินของคลังสมบัติสำนักเหมันต์น้ำแข็ง
จะไม่โดนจับได้เหรอ ปกติคลังสมบัติพวกนี้ต้องมีค่ายกลป้องกันนะ ไป๋หลิงเตือน
ชิ เจ้าคิดว่าข้าท่องยุทธภพมาตั้งกี่ปี ข้าไม่ได้มาเล่นขายของนะ แค่ค่ายกลกระจอกๆ ของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง ไม่อยู่ในสายตาข้าหรอก นักพรตซอมซ่อยิ้มเยาะ
พูดจบ เขาก็หยิบจานเข็มทิศสีดำออกมาอันหนึ่ง
ไป๋หลิงมองจานเข็มทิศด้วยความรังเกียจ
มันเต็มไปด้วยสนิมเขรอะ แถมยังสกปรกมอมแมม ราวกับเพิ่งงมขึ้นมาจากบ่อขี้
แต่นักพรตซอมซ่อกลับดูหวงแหนมันมาก ประคองไว้ในมืออย่างทะนุถนอมราวกับเป็นของรักของหวง
จากนั้นเขาก็ใช้นิ้วมือข้างเดียวร่ายคาถา… เข็มบนจานสีดำก็หมุนติ้วอย่างรวดเร็ว
ไป๋หลิงดูไม่รู้เรื่องหรอก เห็นแค่ว่ามันหมุนมั่วซั่วไปหมด
โอ๊ะ เจอแล้ว ครู่ต่อมา เสียงตื่นเต้นของนักพรตซอมซ่อก็ดังขึ้น
เวลานี้ เข็มบนจานสีดำชี้ไปที่ทิศทางหนึ่ง
ไม่รอช้า นักพรตซอมซ่อคว้าพลั่วคู่ใจ ขุดลงไปตรงจุดนั้นทันที
กริ๊ก
เสียงขุดดังเบาๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างแตกสลาย
แม้เสียงจะเบามาก แต่ไป๋หลิงก็ได้ยิน จึงถามด้วยความสงสัย เสียงอะไรน่ะ
ค่ายกลหมื่นพันในใต้หล้า ล้วนมีจุดอ่อน ขอแค่หาจุดอ่อนเจอ... ต่อให้ค่ายกลแข็งแกร่งแค่ไหน ก็เปราะบางดั่งกระดาษ นักพรตซอมซ่ออธิบายอย่างภาคภูมิใจ
ได้ยินดังนั้น ไป๋หลิงถึงเข้าใจ
ของในมือเจ้านั่น คงไม่ได้ขุดมาจากสุสานไหนสักแห่งหรอกนะ ไป๋หลิงมองจานเข็มทิศในมือนักพรตด้วยความสงสัย
เห็นสายตาของไป๋หลิง นักพรตซอมซ่อรีบเก็บเข็มทิศเข้าอกเสื้อด้วยความระแวง
ชิ ของสกปรกพรรค์นั้น ข้าไม่อยากได้หรอกย่ะ ไป๋หลิงเบ้ปากมองบน
ไม่นาน ทั้งสองก็งัดพื้นห้องที่เปราะบางขึ้นมา แล้วปีนขึ้นสู่พื้นดิน
เมื่อเห็นสมบัติละลานตาตรงหน้า นักพรตซอมซ่อตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
มีเพียงไป๋หลิงที่ทำหน้าเฉยเมย ของพวกนี้ สำหรับดินแดนแถบนี้อาจถือว่าล้ำค่า
แต่ถ้าเทียบกับคลังสมบัติของท่านอาจารย์เย่หนานแล้ว… มันก็แค่ขยะ
เจ้าไม่ตื่นเต้นเหรอ ไม่ดีใจหน่อยรึ นักพรตซอมซ่อสังเกตเห็นความนิ่งเฉยของไป๋หลิง
แค่ขยะพวกนี้ มีอะไรให้น่าตื่นเต้น ไป๋หลิงกรอกตามองนักพรตซอมซ่อ
ชัดเลย… แม่หนูนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ นักพรตซอมซ่อคิดในใจ
แต่… แม้ปากจะบอกว่าขยะ แต่มือไม้ของทั้งคู่กลับไวยิ่งกว่าลิง
สมบัติจะห่วยแค่ไหน ก็ไม่มีใครบ่นว่าเยอะเกินไปหรอกนะ