แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 63 โดนต้มเข้าให้แล้วสิ
เมื่อได้ยินคำถามของนักพรตซอมซ่อ จูหลานเริ่มลังเล
ในขณะที่ไป๋หลิงเองก็อยากรู้เช่นกันว่า คนที่มีของวิเศษแบบนี้จะแข็งแกร่งขนาดไหน
เฮ้อ ถ้าเจ้าไม่อยากบอกก็ช่างเถอะ ข้าก็ไม่บังคับ ถือซะว่าข้าช่วยคนผิดก็แล้วกัน นักพรตซอมซ่อทำท่าทางเสียอกเสียใจ
ได้ยินแบบนี้ สองสาวถึงกับพูดไม่ออก
นี่เรียกว่าไม่บังคับ
จูหลานรู้ตัวว่าเป็นหนี้บุญคุณ จึงจำต้องพยักหน้า ท่านผู้นั้นแซ่เย่ ดูเหมือนจะอยู่ ขั้นกลั่นลมปราณ อ้อใช่… ข้างกายท่านยังมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อยู่คนหนึ่งด้วย
จูหลานบอกได้แค่นี้ รายละเอียดมากกว่านี้นางไม่อยากพูด ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า
เกิดตาแก่นี่ไปหาเรื่องเย่หนานจะทำยังไง
ได้ยินคำตอบของจูหลาน หน้านักพรตซอมซ่อดำทะมึน
ขั้นกลั่นลมปราณ แซ่เย่ มีเด็กผู้หญิงข้างกาย
ลักษณะแบบนี้ เดินออกไปข้างนอกก็เจอเป็นเบือ
นักพรตซอมซ่อคิดว่าจูหลานกำลังปั่นหัวเขาเล่น
มีเพียงไป๋หลิงที่ดวงตาเป็นประกาย
จากคำบอกเล่าของจูหลาน นี่มันตรงกับท่านอาจารย์เย่หนานของนางเป๊ะๆ เลยไม่ใช่เหรอ
ในขณะที่นางกำลังครุ่นคิด
เสียงตวาดอย่างระแวดระวังของนักพรตซอมซ่อก็ดังขึ้น นั่นใคร
ได้ยินดังนั้น สองสาวหน้าถอดสี รีบหันขวับไปมองด้านหลัง
แต่ด้านหลังกลับเงียบสงบ ไม่มีแม้แต่เงาคน หรือนกสักตัว
เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ สองสาวมองหน้ากัน แล้วรีบหันกลับมา
พอกลับมามองที่เดิม ทั้งคู่ก็ต้องอ้าปากค้าง
เงาของนักพรตซอมซ่อหายวับไปแล้ว
เห็นไหมล่ะ เจ้าโดนหลอกเข้าให้แล้ว ข้าบอกแล้วว่าตาแก่นั่นไม่ใช่คนดี ไป๋หลิงบ่นอุบใส่จูหลาน
จูหลานหน้าเขียวคล้ำด้วยความเจ็บใจ
เดินริมน้ำบ่อยๆ วันนี้ดันโดนเหยี่ยวจิกตาเข้าให้
แม้ตุ๊กตาไม้จะหมดสภาพไปแล้ว แต่… นั่นเป็นของที่เย่หนานให้ เป็นของต่างหน้าชิ้นเดียว
ดันมาโดนหลอกเอาไปง่ายๆ แบบนี้
เห็นสีหน้าไม่สู้ดีของจูหลาน
ไป๋หลิงจึงพูดปลอบใจ วันหลังก็ระวังหน่อยแล้วกัน
พวกนางคงไปตามทวงคืนจากนักพรตซอมซ่อไม่ได้หรอก
ลำพังฝีมือพวกนาง คงไม่คณามือตาแก่นั่น
ครู่ต่อมา จูหลานสูดหายใจลึก แล้วกล่าวว่า ครั้งนี้ต้องขอบคุณแม่นางที่ช่วยชีวิต ข้ามีฝีมือต่ำต้อย ไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร เชิญรับแหวนมิติของข้าไปเถอะ
ไป๋หลิงมองจูหลานด้วยความประหลาดใจ
แต่… นางไม่ได้ยื่นมือไปรับแหวนมิติ
กลับถามด้วยความสงสัยแทน เจ้าตามหา… เจ้าตามหาท่านผู้อาวุโสที่ให้ตุ๊กตาไม้นั้นไปทำไม
ไป๋หลิงเกือบหลุดปากไปแล้ว
ประเด็นคือ… นางยังไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของจูหลาน
แต่คนที่ได้รับของจากท่านอาจารย์ น่าจะไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร
ในใจลึกๆ ไป๋หลิงก็ตกใจไม่น้อย ท่านอาจารย์มีของดีขนาดนี้ นางไม่ยักรู้ แถมยังเอาไปแจกคนอื่นง่ายๆ อีก
ก่อนหน้านี้นางยังสงสัยว่ายอดคนท่านไหนจะใจป้ำขนาดนี้
แต่พอรู้ว่าเป็นท่านอาจารย์ของนาง นางก็หายสงสัยเป็นปลิดทิ้ง
ก่อนหน้านี้… ท่านผู้อาวุโสเคยช่วยข้าไว้ และครั้งนี้ ถ้าไม่ได้ตุ๊กตาไม้ ข้าคงตายไปแล้ว ข้าอยากจะกราบท่านเป็นอาจารย์ เพื่อตอบแทนบุญคุณ จูหลานตอบด้วยแววตามุ่งมั่น
ได้ยินคำตอบของจูหลาน ไป๋หลิงทำหน้าแปลกๆ
แม่นาง รับแหวนมิตินี้ไปเถอะ ข้าต้องไปแล้ว จูหลานย้ำอีกครั้ง
ไม่ต้องหรอก เจ้าเก็บไว้เถอะ ที่ข้าช่วยเจ้า เพราะ… ข้ามีความแค้นกับสำนักเหมันต์น้ำแข็ง ไป๋หลิงรีบปฏิเสธ
นี่ จูหลานแปลกใจ
ของในแหวนแม้อาจจะดูไม่มีค่ามากนัก แต่มันคือสมบัติที่นางสะสมมาหลายปี ผู้ฝึกตนทั่วไปคงไม่ปฏิเสธลาภลอยแบบนี้หรอก แน่นอน... ยกเว้นคนที่ให้เคล็ดวิชาระดับเทพอย่างเย่หนาน
อีกสักพัก ข้าพาเจ้าไปที่ที่หนึ่งดีไหม ไป๋หลิงมองจูหลานด้วยความสนใจ
นางตัดสินใจแล้ว… ว่าหลังจากจัดการเรื่องสำนักเหมันต์น้ำแข็งเสร็จ จะพาจูหลานไปหาเย่หนาน
ถ้าสิ่งที่จูหลานพูดเป็นเรื่องจริง ก็ถือว่าได้ช่วยสงเคราะห์
แต่ถ้าจูหลานโกหก ด้วยฝีมือแค่หางอึ่งของจูหลาน อย่าว่าแต่ถึงมือเย่หนานเลย แค่นางคนเดียวก็จัดการได้สบายๆ
ได้ยินข้อเสนอ จูหลานงุนงง
ไป๋หลิงเห็นความสงสัยของจูหลาน จึงอธิบายต่อ ถ้าเจ้าเชื่อใจข้า รับรองว่าเจ้าจะไม่ผิดหวัง แต่… ถ้าเจ้าไม่เต็มใจก็ตามใจ
จูหลานยิ่งงงหนักเข้าไปอีก
แต่ก็ไม่ได้คิดมาก ไป๋หลิงเก่งกว่านางตั้งเยอะ ถ้าคิดร้ายคงไม่มาพูดอ้อมค้อมแบบนี้ และคงไม่ช่วยชีวิตนางไว้
อีกอย่าง ตอนนี้นางก็ไม่มีที่ไป การตามหาเย่หนานก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร อาศัยดวงล้วนๆ
ตกลง ข้าจะหาเมืองเล็กๆ แถวนี้พักอยู่ ถึงเวลาเจ้าค่อยมาหาข้า จูหลานตัดสินใจเด็ดขาด
นางคงกลับเข้าเมืองปิงหลิงไม่ได้แล้ว
แต่รอบๆ ยังมีเมืองเล็กๆ อีกหลายแห่ง พอจะใช้ซุกหัวนอนได้
ไป๋หลิงไม่แปลกใจที่จูหลานตอบตกลง
ดี งั้นข้าขอตัวก่อน ข้ายังมีธุระต้องไปจัดการ พูดจบ ไป๋หลิงก็หันหลังเดินจากไป
ตัดภาพกลับมาที่เมืองปิงหลิง ตอนนี้กำลังโกลาหลวุ่นวาย
ปิงไท่หน้าเครียดมองดูศพของปิงหยวนที่ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ กองอยู่บนพื้น
ท่านพ่อ เจอตัวคนร้ายหรือยังเจ้าคะ ปิงเสวียนที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถาม
ข้างกายนางมีชายหนุ่มและชายชราในชุดหรูหรายืนอยู่
นั่นคือ ตงหมิงและผู้คุ้มกันของเขา
เวลานี้ ตงหมิงมองดูศพบนพื้นด้วยความสนใจ
ยังไม่เจอ ข้าจับตัวผู้ฝึกตนที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบสวนแล้ว พวกมันบอกว่าเป็นฝีมือของผู้ฝึกตนหญิงสาวรุ่นสองคน นอกจากนั้นก็ไม่มีเบาะแสอะไรอีก ปิงไท่หน้าดำคร่ำเครียด
ได้ยินดังนั้น ปิงเสวียนขมวดคิ้วแน่น
มีเพียงตงหมิงที่ดวงตาเป็นประกาย
เพราะ… เขาได้ยินคำว่าผู้ฝึกตนหญิงสาวรุ่นสองคน
ท่านลุง ต้องการให้ข้าช่วยไหมขอรับ ตงหมิงหันไปถามปิงไท่
ถ้าไม่ใช่เพราะปิงเสวียน ปิงไท่คงไม่มีวาสนาได้ยินคำว่าท่านลุงออกจากปากเขาหรอก
ได้ยินตงหมิงเสนอตัว ปิงไท่รีบเปลี่ยนสีหน้าจากบึ้งตึง
เป็นยิ้มแย้มและนอบน้อมทันที เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ไม่กล้ารบกวนคุณชายตงหรอกขอรับ ข้าจะจับตัวพวกหนูสกปรกนั่นมาลงโทษด้วยตัวเอง
ในเมื่อท่านลุงยืนยัน ข้าก็จะไม่สอดมือ แต่… หากท่านลุงจับตัวคนร้ายได้แล้ว รบกวนช่วยแจ้งข้าด้วย ข้าก็อยากจะเห็นหน้าคนที่กล้าแตะต้องคนของสำนักเหมันต์น้ำแข็งเหมือนกัน ตงหมิงแสร้งทำเป็นพูดดี
ปิงไท่ไม่ทันสังเกตเจตนาแฝงของตงหมิง จึงประสานมือรับคำ ฮ่าฮ่าฮ่า… แน่นอนขอรับ
มีเพียงปิงเสวียนที่ปรายตามองตงหมิงแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
สันดานของตงหมิงเป็นยังไง ช่วงที่ผ่านมานางรู้ซึ้งดี
ขอแค่ช่วยให้นางแข็งแกร่งขึ้นได้ นางก็จะทำเป็นหลับตาข้างหนึ่ง
ตัดภาพมาที่กระท่อมร้างซอมซ่อในเมืองปิงหลิง
นักพรตเฒ่าผู้มอมแมม กำลังลูบคลำตุ๊กตาไม้ในมือ
เฮ้อ ข้าจ้องจนตาจะหลุดแล้ว ยังดูไม่ออกเลยว่ามันพิเศษตรงไหน นักพรตซอมซ่อเริ่มสับสน
ไม่ว่าจะอัดพลังปราณ หรือใช้วิชาลับสารพัดวิธีที่เขารู้ ลองมาหมดแล้ว
แต่ก็ไร้ผล
หรือว่าไอ้นี่มันพังแล้ว ไม่น่าใช่นะ นักพรตซอมซ่อมองรอยร้าวบนตุ๊กตาไม้อย่างสงสัย
เขารู้ว่าสมบัติวิเศษบางชิ้นแม้จะทรงพลัง แต่ก็ใช้ได้แค่ครั้งเดียว
แต่เจ้าตุ๊กตาไม้นี่ไม่ใช่ของดาดๆ แบบนั้น มันแปลงร่างเป็นคนได้ แถมยังต่อสู้ได้อีก
ของระดับเทพขนาดนี้ จะมาพังง่ายๆ ได้ยังไง
ยังไงซะ… เขาก็ไม่เชื่อเด็ดขาด