แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 69 ความโกลาหลในสำนักเหมันต์น้ำแข็ง
ได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งของปิงเสวียน ไป๋หลิงเยาะเย้ยกลับไปว่า ในโลกนี้ยังมีผู้คนและเรื่องราวอีกมากมายที่เจ้าจินตนาการไม่ถึง คนอย่างเจ้าไม่มีวันเข้าใจหรอก
เปรี้ยะ เปรี้ยะ
ไป๋หลิงไม่อยากเสียเวลาพูดมาก นางปลดปล่อยไอเย็นยะเยือกจำนวนมหาศาลถาโถมเข้าใส่ปิงเสวียนราวกับคลื่นยักษ์
เสวียนเอ๋อร์ ปิงไท่ที่บาดเจ็บอยู่ รีบพุ่งเข้าไปช่วยปิงเสวียน
ฟึ่บ
ในเวลาเดียวกัน เงาร่างชราภาพก็ปรากฏขึ้นมาจากส่วนลึกของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง
เขาคือบรรพชนของสำนักเหมันต์น้ำแข็ง
ดูจากกลิ่นอายพลัง น่าจะเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดของ ขั้นปฐพีเร้นลับ
แต่ยังก้าวไม่ถึง ขั้นสวรรค์ลี้ลับ
ชั่วพริบตา ปิงเสวียนก็ถูกปิงไท่ช่วยออกมาได้
ท่านบรรพชน ฆ่ามัน ฆ่านังแพศยานั่น ข้าจะควักรากวิญญาณของมันออกมาอีกครั้ง เวลานี้ปิงเสวียนไม่มีมาดคุณหนูผู้สูงส่งหลงเหลืออยู่เลย
ดูไม่ต่างอะไรกับหญิงบ้าคลั่ง
ชายชราที่เพิ่งปรากฏตัวไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องของปิงเสวียน
แต่กลับหันไปมองนักพรตซอมซ่อ ท่านผู้เฒ่า ไม่ทราบว่า เรื่องนี้จะยอมความกันได้หรือไม่
ขอแค่คุยกับนักพรตซอมซ่อรู้เรื่อง ทุกอย่างก็เจรจากันได้
ทำไม รุ่นลูกหลานเขาสู้กันดีๆ พวกตัวแก่ๆ อย่างพวกเจ้าจะยื่นขาเข้ามาสอดทำไม นักพรตซอมซ่อพูดแดกดัน ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียง จะยอมความก็ใช่ว่าจะไม่ได้ ขอแค่แม่หนูไป๋ได้แก้แค้นจนพอใจก็พอ
ท่านผู้เฒ่า จะมากไปหน่อยกระมัง ปิงไท่และปิงเสวียนถือเป็นหน้าตาของสำนักข้า สิ่งที่พวกเขาทำก่อนหน้านี้อาจจะไม่ถูก แต่… ตอนนี้ไป๋หลิงก็ไม่ได้เป็นอะไรไม่ใช่หรือ ผู้อาวุโสที่เป็นหัวหน้ากลุ่มเจรจาขมวดคิ้ว
ได้ยินคำพูดของชายชรา นักพรตซอมซ่อถึงกับพูดไม่ออก
เขาคิดว่าตัวเองหน้าด้านแล้วนะ ไม่นึกว่าจะเจอคนที่หน้าด้านยิ่งกว่า
ส่วนไป๋หลิง แววตายิ่งเย็นชาลงเรื่อยๆ
ตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่า สำนักเหมันต์น้ำแข็งแห่งนี้ เป็นสำนักที่ไร้ซึ่งยางอายและคุณธรรมโดยสิ้นเชิง
ทำไม ไม่กล้าเข้ามาสู้กับข้าเหรอ ปอดแหกงั้นสิ ความเย่อหยิ่งก่อนหน้านี้หายไปไหนหมดล่ะ ไป๋หลิงมองปิงเสวียนที่หลบอยู่หลังปิงไท่ด้วยสายตาดูแคลน
ได้ยินคำดูถูกซึ่งหน้า ปิงเสวียนโกรธจนตาแทบถลน แต่ก็เถียงไม่ออก
การต่อสู้เมื่อครู่ นางถูกบดขยี้อย่างสมบูรณ์
นางรับไม่ได้ แต่มันคือความจริง
นังหนู อย่าได้กำเริบเสิบสาน ต่อให้เจ้ามีพรสวรรค์สูงส่งแค่ไหน แต่อัจฉริยะที่ยังไม่เติบโต ก็มีค่าเท่ากับศูนย์ บรรพชนสำนักเหมันต์น้ำแข็งเอ่ยขึ้น
ถ้าไม่ติดที่เกรงใจนักพรตซอมซ่อ เขาคงจัดการไป๋หลิงไปนานแล้ว
ทำไม ไม่พอใจเหรอ ไม่พอใจก็เข้ามาอัดข้าสิ ไป๋หลิงไม่เกรงกลัวคำขู่ของชายชราแม้แต่น้อย
ได้ยินดังนั้น ความโกรธของชายชราก็พุ่งปรี๊ด
ท่านบรรพชนอย่าพึ่งลงมือเจ้าค่ะ ไป๋หลิงมีสมบัติวิเศษที่สะท้อนการโจมตีได้ ท่านอย่าได้วู่วาม ปิงไท่รีบห้าม
ชายชราไม่ได้คิดจะลงมือจริงๆ เขาแค่โมโหเฉยๆ
พร้อมกันนั้นก็ถลึงตาใส่ปิงไท่ ราวกับจะตำหนิว่าทำไมตอนนั้นไม่ถอนรากถอนโคนให้สิ้นซาก จนทำให้เขาต้องตื่นจากการปิดด่านฝึกตน
เห็นสายตาดุร้ายของบรรพชน ปิงไท่ก็นึกเสียใจภายหลัง
รู้งี้ตอนนั้นเขาควรจะไปไล่ล่าไป๋หลิงด้วยตัวเอง เรื่องราวคงไม่บานปลายมาถึงขนาดนี้
เห็นชายชราตะคอกใส่ไป๋หลิง นักพรตซอมซ่อก็พูดแทรกขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ เลิกบ่นพึมพำได้แล้ว ตกลงว่าไง คิดดีรึยัง
ท่านผู้เฒ่า ท่านแข็งแกร่งกว่าข้าก็จริง แต่ที่นี่คือสำนักเหมันต์น้ำแข็ง ต่อให้ท่านเป็น ขั้นสวรรค์ลี้ลับ หากต้องเจอกับค่ายกลพิทักษ์สำนักของข้า อย่างมากก็คงต้องตกตายไปตามกัน น้ำเสียงของชายชราเต็มไปด้วยคำขู่
ล้อเล่นหรือไง จะให้ส่งตัวปิงไท่กับปิงเสวียนออกไป ขืนทำแบบนั้น ต่อไปสำนักเหมันต์น้ำแข็งคงกลายเป็นตัวตลก
ยิ่งไปกว่านั้น ปิงเสวียนยังมีโอกาสก้าวสู่ ขั้นสวรรค์ลี้ลับ จะส่งตัวนางออกไปได้ยังไง
หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิกจริงๆ ในเมื่อคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องคุยมันแล้ว นักพรตซอมซ่อหมดอารมณ์จะยืดเยื้อ
เขายังต้องรีบไปพบอาจารย์ของไป๋หลิงอีก
ตูม
นักพรตซอมซ่อระเบิดพลัง กลิ่นอายแห่ง ขั้นสวรรค์ลี้ลับ แผ่กระจายไปทั่วแปดทิศ
เห็นแบบนี้ ชายชรารู้ทันทีว่าการเจรจาล่มแล้ว
เปิดค่ายกลพิทักษ์สำนัก ชายชราคำรามก้อง
วูบ
ม่านแสงสีขาวครอบคลุมทั่วทั้งสำนักเหมันต์น้ำแข็ง
วินาทีนั้น เหล่าผู้อาวุโสของสำนักต่างประจำตำแหน่ง
ลำแสงสีขาวพุ่งออกมาจากม่านแสง ราวกับโซ่ตรวน เชื่อมต่อร่างของผู้อาวุโสทุกคน
จากนั้น โซ่เหล่านั้นก็เชื่อมโยงมายังร่างของชายชรา
พริบตาเดียว กลิ่นอายของชายชราก็พุ่งสูงขึ้น
ดูเหมือนจะยังไม่พอ เขาหยิบขวดยาออกมา
เทยาเม็ดสีแดงออกมาหนึ่งเม็ด แล้วกลืนลงท้องทันที
ตูม
กลิ่นอายของชายชราพุ่งทะยาน ทะลุขีดจำกัด ขั้นปฐพีเร้นลับ ก้าวเข้าสู่ ขั้นสวรรค์ลี้ลับ ได้ในที่สุด
หากท่านยอมถอยตอนนี้ ข้าจะถือว่าเรื่องวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ชายชรามองนักพรตซอมซ่อ
แต่… ต้องทิ้งไป๋หลิงไว้ นางเป็นคนทรยศของสำนักข้า ข้ามีสิทธิ์ที่จะจัดการ ชายชราเหลือบมองไป๋หลิง แล้วเสริมขึ้นมา
ตอนนี้เขามีพลังมหาศาล แม้แต่นักพรตซอมซ่อเขาก็ไม่กลัว เผลอๆ อาจจะฆ่านักพรตซอมซ่อได้ด้วยซ้ำ
เพียงแต่… ราคาที่ต้องจ่ายนั้นสูงลิ่ว โดยเฉพาะยาเม็ดสีแดงเมื่อครู่
เป็นของล้ำค่าที่เขาได้มาโดยบังเอิญ นึกไม่ถึงว่าจะต้องมาใช้ในวันนี้
แต่ไม่เป็นไร ขอแค่จับตัวไป๋หลิงได้ ก็ถือว่าคุ้มค่า
นักพรตซอมซ่อหรี่ตามองชายชราที่พลังพลุ่งพล่าน เขาก็เริ่มขมวดคิ้วเช่นกัน
ปิงไท่ พาเสวียนเอ๋อร์ออกไปก่อน รอเรื่องสงบแล้วค่อยกลับมา เพื่อความปลอดภัย ชายชราหันไปสั่งปิงไท่
ข้าไม่ไป ข้าจะฆ่านังแพศยานั่น ปิงเสวียนยังคงกรีดร้อง
ปิงไท่รู้ดีถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ การต่อสู้ของ ขั้นสวรรค์ลี้ลับ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
เขาจึงบังคับพาตัวปิงเสวียนออกไป
เห็นสองพ่อลูกหนีไป ไป๋หลิงไม่ได้ตามไป
เพราะปิงไท่หนีเร็วมาก ด้วยพลังของนางในตอนนี้ตามไม่ทันแน่
ตอนแรกกะว่าจะฆ่าปิงเสวียนก่อน แต่ดันมีเหตุแทรกซ้อนตลอด
แต่ก็ช่างเถอะ ผ่านเหตุการณ์นี้ ปิงเสวียนต้องเกิดจิตมาร แน่
ถ้าอยากจะกำจัดจิตมาร ปิงเสวียนต้องกลับมาหานาง
ด้วยความเร็วในการบำเพ็ญเพียรและรากวิญญาณเหมันต์ของนาง ไป๋หลิงมั่นใจมาก
ท่ามกลางฝูงชน ตงหมิงก็แอบหนีไปเงียบๆ เขาต้องรีบกลับไปแจ้งข่าวให้ตระกูลรู้
โดยเฉพาะเรื่องไป๋หลิง รากวิญญาณน้ำแข็งพิเศษ แถมยังเหนือกว่าของปิงเสวียน
ที่เขามาสำนักเหมันต์น้ำแข็ง ก็เพราะปิงเสวียน
คนที่มีกายาพิเศษนั้นหายากมาก เขาต้องการย้ายรากวิญญาณของปิงเสวียนมาใส่ตัวเขาเอง
เรื่องแบบนี้ในโลกผู้บำเพ็ญเพียรไม่ใช่เรื่องแปลก มีวิชาลับบางอย่างที่สามารถแย่งชิงได้
เรื่องนี้ปิงเสวียนไม่รู้ตัวเลยว่า ความจริงแล้วตงหมิงก็จ้องจะกินนางอยู่เหมือนกัน
ตอนนี้พอเห็นไป๋หลิง ความโลภของตงหมิงยิ่งทวีคูณ ทั้งตัวคนและรากวิญญาณ เขาจะเอาทั้งหมด
ส่วนผู้เฒ่าหวังที่นอนเป็นหมาตายอยู่บนพื้น เขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย เดินหนีไปดื้อๆ
วูบ
เวลานี้ เหนือศีรษะของชายชรา รวบรวมพลังเป็นหมัดยักษ์ ทุบลงมาที่นักพรตซอมซ่อ
นักพรตซอมซ่อเลิกทำตัวเล่นๆ หันมาจริงจังเต็มที่
เขาปล่อยหมัดสวนออกไปเช่นกัน
สองหมัดปะทะกัน พลังระเบิดกระจาย ตำหนักรอบข้างพังราบเป็นหน้ากลอง
ไป๋หลิงรีบถอยฉากออกมาดูการต่อสู้อยู่ไกลๆ
โชคดีที่พาตาแก่นี่มาด้วย ไม่งั้น… คงยุ่งยากแน่ ไป๋หลิงนึกโล่งอกในใจ