แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 7 สมุนไพรวิเศษระดับสาม
โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เย่หนานยื่นมือออกไปฟาดฝ่ามือใส่ศีรษะของชายชุดดำที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที
ฮึ ไอ้ขยะ เมื่อเห็นว่าเย่หนานที่เป็นเพียงผู้ฝึกตน ขั้นกลั่นลมปราณ กล้าลงมือกับตน
ชายชุดดำก็แค่นเสียงหยัน พลางระเบิดพลังปราณออกมา
วูบ
เกราะป้องกันที่เกิดจากพลังปราณปรากฏขึ้นห่อหุ้มร่างกายของชายชุดดำ เขาหมายจะใช้แรงสะท้อนกลับกระแทกเย่หนานให้ตายคาที่
ในห้วงความคิดของเขา จินตนาการเห็นภาพเลือดของเย่หนานสาดกระจาย
ทว่า
ผัวะ
ศีรษะของเขาพลันระเบิดออกราวกับแตงโมที่ถูกทุบแหลกคาฝ่ามือของเย่หนาน
ไอ้ที่เรียกว่าเกราะป้องกันพลังปราณนั้น เปราะบางราวกับไม่มีอยู่จริง
เลือดสดๆ สาดกระเซ็นใส่ร่างของชายชุดดำอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ จนชุ่มโชก
เมื่อเห็นร่างไร้ศีรษะของพวกพ้อง ชายชุดดำอีกคนก็ตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว
ตบเดียวสังหารยอดฝีมือ ขั้นรวบรวมวิญญาณ ดับดิ้น เขารู้ตัวทันทีว่าเตะเจอแผ่นเหล็กเข้าให้แล้ว
ไม่รอช้า ชายชุดดำรีบหันหลังกลับเตรียมวิ่งหนีสุดชีวิต
ฮึ ทำเก่งแล้วคิดจะหนีงั้นรึ เย่หนานแค่นเสียงเย็นในลำคอ
เขาฟาดฝ่ามือขนาดใหญ่ที่เกิดจากพลังปราณไล่หลังชายชุดดำผู้นั้นไปทันที
ตูม
ชายชุดดำยังหนีไปได้ไม่ไกล
ฝ่ามือพลังปราณยักษ์ก็ตบลงบนร่างของเขาจนจมธรณี
เย่หนานมองดูหลุมลึกขนาดหลายเมตรเบื้องหน้า แล้วค่อยๆ ดึงมือกลับมา
เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ อืม ก็ไม่เลว แม้จะมีพลังแค่ ขั้นกลั่นลมปราณ แต่พละกำลังถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว เฮ้อ เสียดายที่เหาะไม่ได้ ไม่งั้นคงดีกว่านี้
นี่เขาอุตส่าห์ยั้งมือไว้แล้วนะ ไม่อย่างนั้นคงไม่ใช่แค่หลุมลึกไม่กี่เมตรแน่
เป้าหมายของเขาคือการฆ่าคน ไม่ใช่การทำลายเมือง
เฮ้อ ไม่รู้ป่านนี้ศิษย์รักของข้าจะเป็นอย่างไรบ้าง นึกไม่ถึงเลยว่า ศัตรูจะตามมาถึงที่นี่ เย่หนานไไขว้มือไว้ด้านหลัง แล้วเดินกลับเข้าเมืองไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน
ตัดกลับมาอีกด้านหนึ่ง
เวลานี้กู้เฉินได้สังหารสัตว์อสูรไปเป็นจำนวนมาก
และยังเก็บเกี่ยวแก่นอสูรมาได้ไม่น้อย ผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมาอย่างโชกโชน ระดับพลังของเขาจึงทะยานขึ้นสู่ ขั้นรวบรวมวิญญาณ ระดับห้าเป็นที่เรียบร้อย
นี่ขนาดยังไม่ได้นั่งสมาธิบำเพ็ญเพียร อาศัยเพียงการทะลวงผ่านขีดจำกัดในการต่อสู้เท่านั้น
สมกับเป็นท่านอาจารย์ วิธีการของท่านช่างลึกลับพิสดารยิ่งนัก กู้เฉินสัมผัสถึงกลิ่นอายพลังในร่าง พลางนึกชื่นชมความเก่งกาจของเย่หนานอยู่ในใจ
ไม่รู้ว่าท่านอาจารย์จะชอบกินเนื้อสัตว์อสูรไหม เอาติดไม้ติดมือกลับไปหน่อยดีกว่า กู้เฉินมองดูซากสัตว์อสูรรอบกายแล้วพึมพำ
คิดได้ดังนั้น เขาก็รีบลงมือจัดการ
แล่เนื้อส่วนที่ดีที่สุดเก็บเข้าแหวนมิติอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่กู้เฉินกำลังเก็บกวาดของรางวัลแห่งชัยชนะ ก็มีกลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากวิ่งผ่านเขาไป
เกิดเรื่องอะไรขึ้น กู้เฉินมองดูผู้คนที่ดูตื่นตระหนกรีบร้อน
พี่ชาย เกิดอะไรขึ้นหรือ กู้เฉินรีบคว้าตัวชายหนุ่ม ขั้นกลั่นลมปราณ ผู้หนึ่งไว้แล้วเอ่ยถาม
ได้ยินว่าข้างหน้านี้ไม่ไกล มีสมุนไพรวิเศษระดับสามปรากฏขึ้น พวกเรากำลังจะไปดูเรื่องสนุกกัน ชายหนุ่มผู้นั้นเดิมทีตั้งท่าจะโกรธ
แต่ พอเห็นสภาพของกู้เฉินที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ดูท่าทางจะเป็นคนโหดเหี้ยม เขาจึงไม่กล้าปิดบัง
สมุนไพรวิเศษระดับสาม เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของกู้เฉินก็ลุกวาว
แม้ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเขาจะเพิ่มขึ้นมากแล้ว แต่ ใครล่ะจะรังเกียจที่มีของวิเศษเยอะๆ
ยิ่งเป็นสมุนไพรที่ช่วยเพิ่มระดับพลังได้ด้วยแล้ว
ไม่พูดพร่ำทำเพลง กู้เฉินรีบมุ่งหน้าไปยังจุดที่ฝูงชนรวมตัวกันทันที
ไม่นานนัก กู้เฉินก็มาถึงจุดหมาย
เมื่อมองขึ้นไปที่กึ่งกลางภูเขา เขาเห็นดอกไม้สีขาวดอกหนึ่งกำลังเบ่งบานสะพรั่ง กู้เฉินตาลุกวาวทันที
ที่ตีนเขามีผู้คนมารวมตัวกันมากมาย แต่กลับไม่มีใครกล้าขึ้นไปเก็บ
แม้แต่กู้เฉินเอง ก็ยังไม่ผลีผลาม
เพราะ บริเวณที่มีสมุนไพรวิเศษ ย่อมต้องมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งคอยพิทักษ์อยู่
ผู้คนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นเพียง ขั้นกลั่นลมปราณ ผู้ที่อยู่ ขั้นรวบรวมวิญญาณ มีน้อยยิ่งกว่าน้อย
ศิษย์น้อง พวกเราจะลงมือเลยไหม ชายหนุ่มผู้หนึ่งหันไปถามหญิงสาวข้างกาย
สองคนนี้ก็คือกลุ่มของหลานหลิงนั่นเอง
ไม่ต้องรีบร้อน รอดูก่อนว่าเป็นสัตว์อสูรระดับไหน หลานหลิงหรี่ตาลงเล็กน้อย
เดิมทีนางตั้งใจแค่จะมาหาประสบการณ์ นึกไม่ถึงว่าจะได้พบกับโชคลาภเช่นนี้
แม้ใบหน้าของนางจะยังคงเรียบเฉย
แต่ภายในใจกลับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
แม้สมุนไพรระดับสาม สำหรับสำนักไร้ขอบเขตแล้วอาจจะไม่ได้ขาดแคลน และยังมีระดับที่สูงกว่านี้อีกมาก
แต่ สมุนไพรตรงหน้านี้ กลับมีความสำคัญต่อนางอย่างยิ่งยวด
แม้ว่า ระดับสามจะดูธรรมดา
แต่สมุนไพรธาตุน้ำแข็งชนิดนี้ เป็นสิ่งที่นางกำลังต้องการพอดี
ก่อนหน้านี้ นางคิดว่าในคลังของสำนักไร้ขอบเขตจะมี
แต่ผลสุดท้าย ก็ต้องผิดหวัง
เพราะสมุนไพรที่มีธาตุเฉพาะเจาะจงนั้นหาได้ยากยิ่ง
ยิ่งต้องนำมาใช้ปลุกกายาพิเศษด้วยแล้ว
ถูกต้องแล้ว หลานหลิงมีกายาพิเศษซ่อนอยู่
หากต้องการปลุกให้ตื่น จำเป็นต้องใช้สมุนไพรพิเศษบางอย่าง และดอกไม้ตรงหน้านี้ ก็เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญ
ดูท่าโชควาสนาในชาตินี้ของข้า จะเหนือล้ำยิ่งกว่าชาติก่อนเสียอีก หลานหลิงรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองยิ่งนัก
ในอดีต แม้นางจะเป็นถึงระดับมหาจักรพรรดิ
แต่ ล้วนได้มาด้วยความพยายามของตนเอง สรุปสั้นๆ คือวาสนาพอใช้ได้
ทว่า ไม่มีกายาพิเศษ
แต่ในชาตินี้ นางค้นพบว่าตนเองได้ตื่นรู้ในกายาพิเศษแล้ว
ไม่แน่ว่า ชาตินี้ ข้าอาจจะก้าวข้ามไปสู่ระดับพลังในตำนานที่ไม่มีใครไปถึงนั่นได้ จิตใจของหลานหลิงฮึกเหิม
แม่นางคนนั้นงดงามยิ่งนัก กู้เฉินสังเกตเห็นหลานหลิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล
ราวกับสัมผัสได้ว่ามีคนจ้องมอง
หลานหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย หันกลับมามองกู้เฉิน
เมื่อเห็นว่าหลานหลิงมองมา กู้เฉินก็ส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรกลับไปให้
เมื่อสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของกู้เฉินอยู่ในระดับ ขั้นรวบรวมวิญญาณ
หลานหลิงก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เพราะ ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก กู้เฉินน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับนาง
อายุเพียงเท่านี้ แต่สามารถบรรลุถึงระดับนี้ได้ ทำให้นางแปลกใจไม่น้อย
แน่นอนว่า ตัวนางเองถือเป็นข้อยกเว้น
ชายหนุ่มที่อยู่ข้างกาย สังเกตเห็นสายตาของหลานหลิงเช่นกัน
จึงมองตามไปด้วยความอยากรู้
เมื่อเห็นกู้เฉิน ดวงตาของเขาก็หรี่ลงด้วยความไม่พอใจ
เพราะ เขาเองก็สัมผัสได้ถึงระดับพลังของกู้เฉิน
ในใจพลันรู้สึกอึดอัดขัดข้อง
เพราะ กู้เฉินนั้นดูหนุ่มแน่นเกินไป
ความริษยาก่อตัวขึ้นในใจ
หลานหลิงยังไม่เคยใช้สายตาแบบนั้นมองเขาเลย แล้วไอ้เจ้ากู้เฉินมันมีดีอะไร
ตัวเขาอายุตั้งยี่สิบห้าแล้ว ยังติดแหง็กอยู่ที่ ขั้นรวบรวมวิญญาณ เรื่องนี้ทำให้เขายอมรับได้ยาก
ศิษย์น้อง ให้ข้าไปสั่งสอนไอ้เด็กนั่นหน่อยไหม มันบังอาจจ้องหน้าเจ้า ชายหนุ่มหันกลับมาทำเสียงนุ่มนวลกับหลานหลิง
ไม่ต้อง ข้ากลับคิดว่าเขาน่าสนใจดี หากดึงมาเป็นพวกได้ ไม่แน่ว่า ในอนาคตอาจจะเป็นกำลังสำคัญให้ข้าได้ หลานหลิงพูดสิ่งที่คิดออกมาตรงๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของหลานหลิง ชายหนุ่มกำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นกร๊อบ
หลานหลิงไม่เคยเอ่ยปากให้เขาเป็นผู้ติดตาม แต่กลับถูกตาต้องใจไอ้เด็กเหลือขอนั่น
ปฏิกิริยาของชายหนุ่มข้างกาย ล้วนอยู่ในสายตาของหลานหลิง แต่ นางหาได้ใส่ใจไม่
นางมีหรือจะไม่รู้ความคิดของชายหนุ่มข้างกาย
ในสายตาของนาง เขาก็เป็นแค่ตัวตลกที่กระโดดโลดเต้นไปมา
หากไม่ใช่เพราะอยู่สำนักเดียวกัน และยังต้องอาศัยหมอนี่ช่วยรวบรวมทรัพยากร เขาคงไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะมายืนข้างนาง
เผลอๆ นางอาจจะฆ่ามันทิ้งไปนานแล้ว
โฮก
ในขณะที่ทุกคนกำลังกระสับกระส่ายเตรียมจะลงมือ
เสียงคำรามของสัตว์ร้ายก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
ดูนั่นสิ นั่นมันตัวอะไร มีคนตะโกนร้องด้วยความตกใจ
ทุกคนหันขวับไปมองทางต้นเสียง
เมื่อเห็นร่างมหึมาราวกับช้างสารที่ยืนตระหง่านอยู่กลางเขา ทุกคนต่างพากันหน้าถอดสี
มันคือพยัคฆ์ร้ายที่มีขนาดตัวใหญ่โตมโหฬาร
กลิ่นอายน่ากลัวมาก ไม่ไหวแล้ว ข้าขอตัวก่อนล่ะ พวกเจ้าแย่งกันเองเถอะ เริ่มมีคนถอดใจถอยหนี
แข็งแกร่งจริงๆ ดูท่าคงจะอยู่ ขั้นรวบรวมวิญญาณ ระดับแปดแล้ว หลานหลิงหรี่ตามองอย่างพินิจพิเคราะห์