แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 8 ศึกชิงสมุนไพรวิเศษ
นางเพิ่งจะอยู่เพียง ขั้นรวบรวมวิญญาณ ระดับห้าเท่านั้น
แต่เพียงชั่วพริบตา นางก็ปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ
สัตว์อสูร ขั้นรวบรวมวิญญาณ ระดับแปด นางมั่นใจว่าสามารถสังหารได้
นางเป็นถึงจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิด อย่าว่าแต่ไพ่ตายสารพัดรูปแบบที่มีในมือเลย
ลำพังแค่สัญชาตญาณการต่อสู้และเคล็ดวิชาที่ฝึกฝนมา ก็เพียงพอที่จะปลิดชีพสัตว์อสูรตนนี้ได้
ประจวบเหมาะจริง เนื้อของเจ้านี่ดูแน่นปึ้ก ท่านอาจารย์น่าจะชอบ กู้เฉินที่ยืนอยู่ด้านข้างกลับกำลังครุ่นคิดหาวิธีแล่เนื้อ
ทว่า เขาก็ไม่ได้ลืมเลือนสมุนไพรวิเศษที่อยู่ข้างกายพยัคฆ์ร้ายตัวนั้น
เขาตั้งใจจะกวาดไปให้เรียบทั้งสองอย่าง
โฮก
พยัคฆ์ร้ายคำรามลั่นใส่ฝูงชนที่ตีนเขาอีกครั้ง
ดูเหมือนมันต้องการใช้กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวขับไล่ผู้คนเหล่านี้ออกไป
สมุนไพรต้นนี้มันเฝ้าทะนุถนอมมาเนิ่นนาน เพิ่งจะออกดอกเบ่งบานเมื่อไม่นานนี้ จะยอมยกให้มนุษย์หน้าไหนได้อย่างไร
แม้บริเวณใกล้เคียงจะมีผู้ฝึกตน ขั้นรวบรวมวิญญาณ อยู่บ้าง แต่ระดับพลังยังต่ำต้อยเกินไป จึงไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเข้าไปแย่งชิง
ศิษย์น้อง เดี๋ยวข้าจะไปเอามันมาให้เจ้าเอง ศิษย์พี่หนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายหลานหลิงเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นใจ
เขากำลังหาช่องทางทำคะแนนต่อหน้าหลานหลิงอยู่พอดี สวรรค์ช่างเป็นใจส่งโอกาสมาให้ถึงที่
ความแข็งแกร่งของพยัคฆ์ร้ายตัวนี้ เขาย่อมประเมินได้
แต่เขาเองก็เป็นอัจฉริยะแห่งสำนักไร้ขอบเขต เคยมีประวัติการต่อสู้ข้ามระดับและเอาชนะมาแล้ว
ก่อนหน้านี้เขายังเคยเอาชนะยอดฝีมือที่ระดับสูงกว่าตนถึงสองระดับมาแล้ว
ตอนนี้เขาอยู่ ขั้นรวบรวมวิญญาณ ระดับเจ็ด จึงมั่นใจว่าชนะใสๆ
รบกวนศิษย์พี่แล้ว หลานหลิงกล่าวขอบคุณด้วยสีหน้าเรียบเฉย
มะ ไม่เป็นไร เพื่อศิษย์น้องแล้ว เรื่องแค่นี้เล็กน้อยมาก พอได้ยินคำขอบคุณจากปากหญิงงาม ชายหนุ่มก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากระชับกระบี่ในมือแน่น
เลือดลมในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน พุ่งทะยานเข้าหาพยัคฆ์ร้ายทันที
ท่าทางของเขา ราวกับคนโดบยาดีดมาเต็มที่
ทำไมข้ารู้สึกคุ้นหน้าคนผู้นั้นจัง ผู้คนรอบข้างเริ่มซุบซิบด้วยความสงสัย
นี่เจ้าไม่รู้รึ เขาคืออัจฉริยะแห่งสำนักไร้ขอบเขตเชียวนะ มีคนไขข้อข้องใจ
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็ร้องอ๋ออย่างเข้าใจ
กู้เฉินที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังคงนิ่งเฉย เฝ้าดูสถานการณ์
ทำไมข้ารู้สึกว่า หมอนั่นสู้ไม่ได้หว่า กู้เฉินทำหน้าแปลกๆ
ตูม ตูม ตูม
ในขณะที่ฝูงชนที่ตีนเขากำลังจดจ้อง
การต่อสู้ที่กึ่งกลางภูเขาก็ปะทุขึ้น
ยิ่งดู สีหน้าของผู้คนก็ยิ่งแปลกประหลาด
เพราะ อัจฉริยะหนุ่มผู้นั้นกำลังเพลี่ยงพล้ำถอยร่นไม่เป็นขบวน บนร่างกายเริ่มมีบาดแผลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังงุนงงสับสน
เขาควรจะสู้ข้ามรุ่นได้ไม่ใช่หรือ
ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้ พยัคฆ์ยักษ์ตัวนี้ตบเขากระเด็นได้อย่างง่ายดาย
อภัยให้ไม่ได้ ข้าจะแลกชีวิตกับเจ้า ชายหนุ่มคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เพราะหลานหลิงกำลังจับตามองอยู่ข้างล่าง
ทว่าในวินาทีถัดมา
เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังลั่นไปทั่วหุบเขา
ศิษย์น้อง ช่วยข้าด้วย อ๊ากกก สภาพของชายหนุ่มช่างน่าอนาถยิ่งนัก
แม้แต่กางเกง ก็ยังถูกกรงเล็บของพยัคฆ์ร้ายฉีกกระชากจนขาดวิ่นเป็นชิ้นๆ
เมื่อได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ หลานหลิงยังคงมีสีหน้าไร้อารมณ์
ไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปช่วยแม้แต่น้อย
ทุกคนต่างหันมองหลานหลิงด้วยความตกตะลึง
แม้แต่กู้เฉิน ก็ยังขมวดคิ้วมองนางด้วยความไม่เข้าใจ
ไม่มีใครยื่นมือเข้าไปช่วย นี่คือกฎแห่งความโหดร้ายของโลกผู้บำเพ็ญเพียร
จนกระทั่งเสียงการต่อสู้เงียบลง เสียงร้องของชายหนุ่มก็เงียบหายไป
เหลือเพียงเสียงกัดกินฉีกกระชากเนื้อของพยัคฆ์ร้ายที่ดังแว่วมา
เฮ้อ นี่แหละหนาจุดจบของพวกหน้ามืดตามัว ชายหนุ่มข้างกายกู้เฉินถอนหายใจปลงสังเวช
กู้เฉินหันกลับไปมองหลานหลิงอีกครั้ง คราวนี้คิ้วของเขาขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิม
เมื่อครู่เขายังชมว่านางงดงาม
แต่บัดนี้ เมื่อมองนางอีกครั้ง กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจ
แม้แต่พวกพ้องของตัวเอง นางยังทอดทิ้งได้อย่างเลือดเย็น กระทั่งศพก็ยังไม่คิดจะเก็บกู้ ช่างเป็นสตรีที่อำมหิตนัก
ต่อสายตารอบข้าง หลานหลิงยังคงวางเฉย
ในสายตาของนาง คนพวกนี้ก็เป็นเพียงมดปลวก จะเอามาเทียบกับจักรพรรดินีผู้กลับชาติมาเกิดอย่างนางได้อย่างไร
โฮก
ดูเหมือนหลังจากลิ้มรสเนื้อมนุษย์ พยัคฆ์ร้ายจะยิ่งคึกคะนอง มันคำรามลั่น
แล้วพุ่งทะยานลงมาใส่ฝูงชนเบื้องล่างทันที
ผู้คนแตกตื่นขวัญหนีดีฝ่อ
ต่างพากันวิ่งหนีเอาตัวรอดจ้าละหวั่น
ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้
ขืนโดนกัดเข้าไปสักคำ คงไม่จบแค่เขียวช้ำดำเขียวแน่
ทุกคนหนีตายกันอลหม่าน
มีเพียงสองคนเท่านั้นที่ยังยืนหยัดไม่ไปไหน
นั่นคือ หลานหลิง และ กู้เฉิน
ฟึ่บ ฟึ่บ
ทั้งสองคนเคลื่อนไหวพร้อมกัน
เป้าหมายไม่ใช่พยัคฆ์ร้าย แต่เป็นสมุนไพรวิเศษที่กึ่งกลางภูเขา
หืม เร็วมาก หลานหลิงตกใจกับความเร็วของกู้เฉิน
แต่ในฐานะอดีตจักรพรรดินี นางย่อมมีดีไม่แพ้กัน
เพียงไม่นาน ทั้งคู่ก็งัดวิชาตัวเบาพุ่งเข้าหาสมุนไพรวิเศษ
พยัคฆ์ร้ายที่กำลังไล่ฆ่าผู้คน สังเกตเห็นการกระทำของทั้งสอง
โฮก
มันคำรามก้อง เลิกสนใจเหยื่อตรงหน้า
รีบหันหลังวิ่งกลับไปป้องกันสมบัติของมันทันที
ในจังหวะที่มือของทั้งสองกำลังจะเอื้อมแตะสมุนไพร
เงาทะมึนขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของพวกเขา
ทั้งคู่ชักมือกลับ พลิกตัวหันกลับไปรับมือพร้อมกัน
ตูม
พลังปะทะระเบิดออก ฝุ่นควันตลบอบอวล
ต้นไม้รอบข้างหักโค่นล้มระเนระนาด
โฮก
พยัคฆ์ร้ายคำรามใส่ทั้งสองด้วยความเกรี้ยวกราด
เมื่อเห็นฉากนี้ หลานหลิงอาศัยจังหวะถอยฉากหนีไปไกลทันที
กู้เฉินถึงกับชะงักเมื่อเห็นหลานหลิงทิ้งระยะห่าง
จากนั้น ใบหน้าของเขาก็มืดครึ้มลง
ยัยผู้หญิงคนนี้กะจะเล่นบทตาอยู่รอชุบมือเปิบสินะ
เมื่อเห็นสีหน้าทะมึนทึงของกู้เฉิน หลานหลิงกลับยิ้มเยาะที่มุมปาก
แม้นางจะมีร่างกายเพียงสิบกว่าปี แต่จิตวิญญาณคือนางเฒ่าปีศาจผู้เจนจัด
เด็กเมื่อวานซืนอย่างกู้เฉิน จะมาเทียบชั้นเชิงกับนางได้อย่างไร
ความคิดของหลานหลิงนั้นเรียบง่าย
นางต้องการรอให้กู้เฉินกับพยัคฆ์ร้ายต่อสู้กันจนบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย
แล้วนางค่อยออกไปจัดการเก็บกวาดทีหลัง
ต่อให้กู้เฉินพ่ายแพ้ นางก็จะใช้การเข้าช่วยเหลือเป็นข้อต่อรอง บังคับให้กู้เฉินยอมสยบต่อนาง
ระหว่างชีวิตกับศักดิ์ศรี นางเชื่อว่ากู้เฉินเลือกถูก
ในสายตานาง แม้พรสวรรค์ของกู้เฉินจะเทียบกับนางไม่ได้
แต่หากขัดเกลาให้ดี อนาคตย่อมมีประโยชน์
มีคนคอยรับใช้เยี่ยงนี้ ชีวิตย่อมสุขสบาย
นางถึงขั้นหลงคิดว่าตนเองคือบุตรแห่งโชคชะตา และภาคภูมิใจในสติปัญญาอันชาญฉลาดของตนเองยิ่งนัก
โฮก
พยัคฆ์ร้ายกระโจนเข้าใส่กู้เฉินโดยไม่รอช้า
กู้เฉินไม่มีเวลามาคิดเรื่องอื่น
เขากระชับกระบี่ในมือเตรียมรับมือ
เมื่อเห็นกระบี่ยาวสีดำสนิมเขรอะในมือกู้เฉิน แววตาของพยัคฆ์ร้าย ดูเหมือนจะฉายแววดูแคลนออกมาวูบหนึ่ง
ฟัน
กระบี่ของกู้เฉินปะทะเข้ากับอุ้งเท้าเสือ
ฉับ
ไร้ซึ่งแรงปะทะหนักหน่วง มันเหมือนกับการหั่นผักปลาเสียมากกว่า
พยัคฆ์ร้ายมองดูอุ้งเท้าของตนที่เหลือเพียงครึ่งเดียวด้วยความงุนงง
โฮก
ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
หืม กระบี่เล่มนั้น หลานหลิงมองกู้เฉินด้วยความตกตะลึง
ควรบอกว่ามองกระบี่ในมือกู้เฉินเสียมากกว่า
โฮก
เวลานี้พยัคฆ์ร้าย แม้จะเจ็บปวดเจียนตาย แต่ ความโกรธแค้นกลับทวีคูณ
มันต้องการจะถลกหนังเลาะกระดูกกู้เฉิน แล้วเคี้ยวให้แหลกละเอียด
ดูเหมือน มันจะเริ่มระแวงกระบี่ในมือกู้เฉินแล้ว
จึงไม่กระโจนเข้าไปตรงๆ
แต่มันตบก้อนหินมหึมา ซัดใส่กู้เฉินอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งต้นไม้ใหญ่ก็ยังถูกหักโค่นขว้างใส่
กู้เฉินพลิกกายหลบหลีกหินและต้นไม้ที่พุ่งเข้ามา
ทุกดาบที่ฟันออกไป วัตถุเหล่านั้นล้วนถูกตัดขาดเป็นชิ้นๆ ราวกับเต้าหู้
ยิ่งไปกว่านั้น ร่างของกู้เฉินยังคงรุกคืบเข้าไปใกล้มันเรื่อยๆ
เมื่อเห็นกู้เฉินรุกไล่เข้ามา พยัคฆ์ร้ายเริ่มตื่นตระหนก
หลังจากตบหินยักษ์ก้อนสุดท้ายออกไป มันหันขวับไปงับสมุนไพรวิเศษเข้าปาก
มันคิดจะหอบสมบัติหนีไปดื้อๆ
ไอ้เดรัจฉาน ตายซะ กู้เฉินเร่งความเร็วพุ่งเข้าหาพยัคฆ์ร้าย
เจ้าสัตว์หน้าขน บังอาจ หลานหลิงตกใจ รีบพุ่งเข้าไปสกัดพยัคฆ์ร้ายเช่นกัน
เคร้ง
กระบี่สีครามปรากฏขึ้นในมือของหลานหลิง
การโจมตีของทั้งสองคนมาถึงพร้อมกันในชั่วพริบตา
พยัคฆ์ร้ายยังไม่ทันจะตั้งตัว
ก็ถูกฟันขาดสะพายแล่ง ตายคาที่ทันที