แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 71 ร่างจริงของเงาดำ หรือจะเป็นเด็กแนว
มีเพียงนักพรตซอมซ่อเท่านั้นที่ดูกังวลตลอดการเดินทาง
หลายวันมานี้พวกเขาแวะพักบ่อยครั้ง เพราะเขาหวังว่าจะเจอวัตถุดิบหายาก
เช่น สมุนไพรวิญญาณ หรือสัตว์อสูร อะไรก็ได้ที่เป็นน้ำใจติดไม้ติดมือ ดีกว่าไปมือเปล่า
แม้เขาจะมีสมบัติอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อเทียบกับกระบี่ในมือไป๋หลิง ของพวกนั้นก็ดูด้อยค่าลงถนัดตา
อาจารย์ของไป๋หลิงคงไม่ชายตามองแน่
จูหลานเองก็สงสัยว่านักพรตซอมซ่อมหาอะไร แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม
อีกด้านหนึ่ง
ณ สำนักอวี้หัว
ช่วงนี้ชีวิตของเย่หนานวนเวียนอยู่กับการกิน ดื่ม แล้วก็นอนอืด
เฮ้อ ระบบจ๋า มีภารกิจอะไรบ้างไหม หรือให้ไปหาลูกศิษย์สักคนก็ได้ ข้าเบื่อจะตายอยู่แล้ว เย่หนานบ่นพึมพำขณะนอนเอกเขนกบนเก้าอี้โยก
ส่วนหลิงหลงนั้น ไม่ได้คิดอะไรมาก นางพอใจกับชีวิตตอนนี้ดี
เพียงแต่… นางมักจะพูดคุยกับลูกแก้วสีดำในมือเป็นประจำ
ช่วงนี้กู้เฉินพัฒนาฝีมือรุดหน้าไปมาก บรรลุถึง ขั้นผสานแก่นแท้ ขั้นสามแล้ว
การได้ทำงานบ้าน ซักผ้าทำอาหาร ทำให้จิตใจของเขาสงบลงมาก ไม่ใจร้อนวู่วามเหมือนแต่ก่อน
อวี้เซียนที่พักอยู่ยอดเขาหนาน พยายามจะช่วยแบ่งเบาภาระกู้เฉิน
แต่กู้เฉินไม่ยอม เหมาทำคนเดียวหมด
อวี้เซียนจนปัญญา จึงต้องไปแย่งงานหลิงหลงแทน
การชงชา ล้างผลไม้ ให้เย่หนานทุกวัน กลายเป็นภารกิจหลักของอวี้เซียน
คุณชายเจ้าคะ… ให้ข้าพาออกไปเดินเล่นไหมเจ้าคะ หลังจากคลุกคลีกับเย่หนานมาระยะหนึ่ง อวี้เซียนก็เปลี่ยนสรรพนามจากผู้อาวุโสเป็นคุณชาย
ไปไหนล่ะ แถวนี้ก็เดินจนพรุนหมดแล้ว เย่หนานตอบอย่างเบื่อหน่าย
เอ่อ อวี้เซียนพูดไม่ออก เพราะสิ่งที่เย่หนานพูดก็ถูก
ในขณะที่เย่หนานกำลังเซ็ง เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัว
[ติ๊ง ตรวจพบผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะเป็นศิษย์ของโฮสต์ กำลังมุ่งหน้ามาในระยะร้อยลี้ ขอให้โฮสต์รีบรับเป็นศิษย์โดยด่วน]
ได้ยินดังนั้น เย่หนานดีดตัวผึงลุกขึ้นทันที
โอ๊ะโอ ในที่สุดก็มีงานเข้า เย่หนานรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันที
กำลังมุ่งหน้ามา หรือจะมีใครรู้ถึงความเทพของข้า เลยตั้งใจมาฝากตัวเป็นศิษย์ ชื่อเสียงข้าโด่งดังไปทั่วหล้าแล้วสินะ เย่หนานมโนไปไกล
ระบบ:
เย่หนานรอแล้วรอเล่า จนฟ้ามืด ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาคน
จนดึกดื่น เย่หนานจึงจำใจกลับเข้าห้องนอน
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย บอกว่าร้อยลี้ตั้งแต่เช้า ป่านนี้มืดตึ๊ดตื๋อแล้วทำไมยังไม่ถึงอีก หรือจะหลงทาง คิดได้ดังนั้น เย่หนานพยักหน้ากับตัวเอง น่าจะใช่ พรุ่งนี้ค่อยรอใหม่แล้วกัน
หลังจากเย่หนานหลับไป เสียงประหลาดก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก
นอกจากเย่หนานที่หลับเป็นตาย อวี้เซียนและกู้เฉินที่กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ ได้ยินเสียงนั้นชัดเจน
แม่มเอ๊ย มาอีกแล้ว กู้เฉินเลิกฝึกทันที คลุมโปงนอน
ส่วนอวี้เซียนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ตกใจสะดุ้งโหยง
เสียงอะไรน่ะ ทำไมฟังแล้วใจคอไม่ดีชอบกล อวี้เซียนหน้าเครียด
ในขณะที่นางกำลังจะออกไปดูต้นตอของเสียง มือเล็กๆ ก็คว้าแขนนางไว้
หลิงหลง เจ้าหลับไปแล้วไม่ใช่เหรอ อวี้เซียนถาม
หลิงหลงไม่อธิบายอะไร กระซิบเสียงเบา พี่สาวอวี้เซียน รีบนอนเถอะ อย่าออกไปดูเลย น่ากลัวจะตาย
ได้ยินคำเตือน อวี้เซียนลังเล
ในฐานะเจ้าสำนัก การมีเสียงประหลาดเกิดขึ้นในสำนัก หากไม่ตรวจสอบให้แน่ชัด นางคงไม่สบายใจ
แต่คำพูดของหลิงหลงทำให้นางฉุกคิด
หลิงหลงแม้จะเด็ก แต่ติดตามเย่หนานมานาน ประสบการณ์ย่อมไม่ธรรมดา
ถ้านางบอกว่าน่ากลัว ก็คงน่ากลัวจริงๆ
ณ ห้องที่ถูกล็อคกุญแจ หมอกควันสีดำเริ่มก่อตัวขึ้น
ค่อยๆ รวมตัวกันเป็นรูปร่างมนุษย์
เงาดำนั้นทะลุผ่านประตูห้องออกมา แล้วย่องเข้าไปในคลังเก็บของของเย่หนานอย่างเงียบเชียบ
คลังเก็บของนี้ เต็มไปด้วยของที่เย่หนานได้จากการเช็คอินรายวัน
มีของสารพัดอย่าง แม้แต่ของจากโลกมนุษย์ก็มีไม่น้อย
เงาดำมาหยุดที่หน้าประตู เหลือบมองไปทางห้องนอนเย่หนานอย่างระแวดระวัง
ไม่นาน เงาดำก็ถูกใจเสื้อผ้าชุดหนึ่ง
มันรีบสวมเสื้อผ้าชุดนั้นด้วยความตื่นเต้น
เมื่อสวมเสร็จ เงาดำก็กลายสภาพเป็นคน ไม่ใช่เงาอีกต่อไป ส่วนสูงประมาณร้อยเจ็ดสิบกว่าเซนติเมตร
ผมสีแดงสลับน้ำเงิน ใบหน้าแต่งแต้มเหมือนตัวตลกในคณะละครสัตว์ สวมสูทสีดำตัวโคร่ง และรองเท้าหนังหัวโตที่ดูไม่เข้ากับชุดเอาเสียเลย
ถ้าเย่หนานมาเห็น คงร้องทักว่านี่มันแฟชั่นเด็กแนวจากโลกเก่าชัดๆ
ตึก ตึก ตึก
เงาดำลากรองเท้าหนังคู่ใหญ่ เดินไปหน้ากระจก โพสท่าเก๊กหล่อไปมา
คงเพราะตื่นเต้นเกินไป จู่ๆ มันก็หัวเราะลั่น เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก… ไม่เลว ไม่เลว
เสียงหัวเราะนั้น ทำเอากู้เฉิน หลิงหลง และอวี้เซียน ขนลุกซู่
แม้แต่ลูกแก้วสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงหลิงหลง ยังสั่นระรัว
แม่จ๋า ท่านผู้ยิ่งใหญ่เป็นอะไรไปอีกแล้ว จอมมารเพลิงทมิฬคร่ำครวญในใจ
ในห้องนอนของเย่หนาน
กระดิ่งที่หัวเตียงสั่นดังรัว ปลุกเย่หนานให้ตื่นจากฝันหวาน
เกิดไรขึ้น เกิดไรขึ้น เย่หนานสะดุ้งตื่น
ตอนแรกยังงงๆ แต่พอเห็นกระดิ่งหัวเตียงสั่นไม่หยุด
เขาก็ตาสว่างทันที
จากเหตุการณ์หลุมบ่อหน้าบ้านคราวก่อน เขาสงสัยว่ามีขโมยขึ้นมาบนยอดเขาหนาน
จึงเตรียมการป้องกันไว้ นั่นคือกระดิ่งเตือนภัย ซึ่งเป็นของรางวัลจากระบบเช่นกัน
เขาติดไว้ในห้องตัวเองหนึ่งอัน และในคลังเก็บของอีกหนึ่งอัน
ถ้ามีใครบุกรุกคลังเก็บของ กระดิ่งในห้องเขาจะดังขึ้น
แม่มเอ๊ย ไม่จบไม่สิ้นสักทีนะ คราวนี้ข้าจะดูหน้าไอ้ตัวดีหน่อยซิว่าเป็นใคร เย่หนานถลกแขนเสื้อ เดินดุ่มๆ ไปที่คลังเก็บของ
ส่วนเงาดำ เลือกหยิบของถูกใจได้สองสามชิ้น ก็เตรียมจะจากไป
แต่ทันทีที่ก้าวมาถึงประตู ประตูก็ถูกเย่หนานผลักเข้ามา
ทั้งสองจ้องตากันปริบๆ
เมื่อเห็นตัวการ เย่หนานหน้าดำคร่ำเครียด
ส่วนเงาดำเงยหน้ามองเย่หนานที่สูงกว่าตนหนึ่งช่วงศีรษะ ก็ชะงักไปเช่นกัน
วินาทีต่อมา
เงาดำก็ระเบิดเสียงหัวเราะใส่เย่หนาน ดังยิ่งกว่าเดิม
เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก
เห็นแบบนี้ เย่หนานหน้าดำยิ่งกว่าก้นหม้อ
ง้างมือตบฉาดเดียว
เพียะ
เงาดำถูกตบจนจมดิน
เคี๊ยก เคี๊ยก เคี๊ยก… ข้าจะให้เจ้าเคี๊ยกให้พอ เย่หนานกระทืบซ้ำอีกหลายที
พอระบายอารมณ์เสร็จ เขาก็ลากขาเงาดำข้างหนึ่ง ลากกลับไปที่ห้องเดิมของมัน
ปัง
เมื่อเข้าไปในห้อง เย่หนานเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วโยนมันกลับเข้าไป
ถ้ากล้าออกมาเพ่นพ่านอีก ข้าจะจับเจ้าฝังดินจริงๆ ด้วยคอยดู เย่หนานบ่นอุบอย่างหมดความอดทน