แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 72 ศิษย์มาส่งถึงที่
เย่หนานปิดประตูแล้วเดินออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
ตอนแรกนึกว่าโจรเข้า ที่ไหนได้… โจรในบ้านนี่เอง
โดยเฉพาะการแต่งตัวของเจ้าเงาดำนั่น ทำเอาเย่หนานแสบตาพิลึก
เย่หนานส่ายหัวอย่างระอา แล้วรีบกลับไปนอนต่อ
ส่วนกู้เฉิน อวี้เซียน และคนอื่นๆ ที่อยู่ในห้อง ต่างก็สงสัย เมื่อกี้จู่ๆ เสียงก็เงียบไป
แถมก่อนหน้านี้เหมือนจะได้ยินเสียงตะโกนและเสียงตบตีกัน
หลิงหลง ข้าเหมือนจะได้ยินเสียงคุณชายนะ อวี้เซียนหันไปถามหลิงหลง
เสียงตบตีเมื่อครู่ คล้ายกับเสียงเย่หนาน
คิกคิก… พี่สาวอวี้เซียน รีบนอนเถอะเจ้าค่ะ ไม่มีอะไรแล้ว หลิงหลงยิ้มทะเล้นตอบ
ไม่มีอะไรแล้ว อวี้เซียนยังคงสงสัย แต่เมื่อหลิงหลงไม่ยอมบอก นางก็ไม่กล้าถามต่อ
ในเมื่อหลิงหลงบอกว่าไม่มีอะไร ก็คงไม่มีอะไรจริงๆ
อวี้เซียนเชื่อใจเย่หนานและหลิงหลงมาก
ทางด้านกู้เฉินที่ขดตัวอยู่ในผ้าห่มก็ถอนหายใจโล่งอก
ดูท่าท่านอาจารย์จะจัดการเรียบร้อยแล้ว เมื่อกี้กู้เฉินได้ยินชัดแจ๋ว
เสียงตบตีเมื่อครู่ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเย่หนานกำลังอัดอะไรอยู่
มีเพียงจอมมารเพลิงทมิฬในร่างลูกแก้วสีดำบนโต๊ะข้างหลิงหลง ที่ในใจเกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ
เขาแบ่งจิตเพลิงทมิฬส่วนหนึ่งออกไปดูที่หน้าต่าง และได้เห็นฉากที่เขาจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
เขาเห็นอะไร
เขาเห็นเย่หนานกำลังซ้อมท่านผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น จนท่านผู้ยิ่งใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะโต้ตอบ
คนผู้นี้แตะต้องไม่ได้ แตะต้องไม่ได้เด็ดขาด ต่อไปต้องอยู่ห่างๆ เขาไว้ ในใจของจอมมารเพลิงทมิฬคนผู้นั้นย่อมหมายถึงเย่หนาน
เมื่อไม่มีเงาดำมากวนใจ ทุกคนก็หลับลึกจนถึงเช้า
วันรุ่งขึ้น กู้เฉินยังคงตื่นแต่เช้ามาทำอาหารเหมือนเดิม
คนที่ตื่นสายที่สุด ยังคงเป็นเย่หนานและหลิงหลง
ทันทีที่เปิดประตูห้องนอน เย่หนานก็เห็นอวี้เซียนยืนรออยู่หน้าประตู
ดูท่าทางจะยืนรอมานานแล้ว
มายืนทำอะไรหน้าห้องข้า เย่หนานถามด้วยความสงสัย
คุณชายเจ้าคะ มีคนมาขอพบ บอกว่าเป็นศิษย์ของคุณชาย อวี้เซียนได้รับรายงานจากผู้อาวุโสของสำนักตั้งแต่เช้าตรู่
บอกว่ามีคนมาตามหาคนทที่สำนักอวี้หัว แถมฝีมือไม่ธรรมดา โดยเฉพาะนักพรตซอมซ่อคนหนึ่ง
ตอนแรกนึกว่ามีคนบุกรุก แต่… ทั้งสามคนดูสุภาพเรียบร้อย ไม่ได้มีท่าทีคุกคาม
ได้ยินอวี้เซียนเล่า เย่หนานก็ชะงัก
ศิษย์ เป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวยใช่ไหม เย่หนานถามอวี้เซียน
ใช่เจ้าค่ะ มากันสองคน อีกคนเป็นเด็กสาว ส่วนอีกคนเป็นนักพรตซอมซ่อ อวี้เซียนเริ่มสงสัย
หรือจะเป็นศิษย์ของคุณชายจริงๆ อวี้เซียนคิดในใจ
เพราะตอนที่เย่หนานรับไป๋หลิงเป็นศิษย์ นอกจากหลิงหลงและกู้เฉิน ก็ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์
โอ้โห ดูท่าศิษย์คนที่สามของข้าจะกลับมาแล้วจริงๆ เย่หนานดีใจมาก เพราะไม่ได้เจอศิษย์คนนี้นานแล้ว
ส่วนอีกสองคน เย่หนานไม่ได้สนใจ ใครๆ ก็มีเพื่อนฝูงได้นี่นา
งั้น… เจ้าให้พวกเขาเข้ามาเถอะ เย่หนานรีบบอกอวี้เซียน
แล้วรีบวิ่งไปล้างหน้าแปรงฟัน
แต่ในขณะที่เขากำลังจะเริ่มล้างหน้า เสียงระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ตรวจพบผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะเป็นศิษย์ของโฮสต์ในบริเวณใกล้เคียง ขอให้โฮสต์รีบรับเป็นศิษย์โดยด่วน]
หือ หรือจะเป็นหนึ่งในสองคนที่ไป๋หลิงพามา เย่หนานตื่นเต้น
เพราะอยู่สำนักมาตั้งนาน ระบบไม่เคยแจ้งเตือน
ทุกอย่างชี้ชัดว่า นอกจากไป๋หลิงและคนที่นางพามา ก็ไม่มีความเป็นไปได้อื่นอีก
บวกกับเมื่อวานระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าไปรอบหนึ่ง เวลานั้น… อาจเป็นตอนที่ไป๋หลิงกำลังเดินทางมาพอดี
คิดแบบนี้ก็ลงล็อกเป๊ะ
ไม่นาน ไป๋หลิงและคณะก็ถูกอวี้เซียนพามาที่ยอดเขาหนาน
คุณชายเจ้าคะ พาคนมาแล้วเจ้าค่ะ อวี้เซียนเดินเข้ามารายงานเย่หนาน
เวลานี้ เย่หนานยังแปรงฟันไม่เสร็จ ฟองเต็มปาก
หา เร็วขนาดนี้เลย เย่หนานประเมินความสามารถของอวี้เซียนต่ำไปจริงๆ
แค่แป๊บเดียว ก็พาตัวมาถึงแล้ว
เย่หนานมองค้อนอวี้เซียนทีหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองไป๋หลิงและอีกสองคน
เห็นสภาพเย่หนานที่มีฟองเต็มปาก ทั้งสามคนอึ้งกิมกี่
นี่น่ะเหรออาจารย์ของแม่หนูนี่ ข้าว่าดูไม่เหมือนนะ นักพรตซอมซ่อเริ่มลังเลในใจ
สภาพเย่หนานตอนนี้ บวกกับกลิ่นอายพลังระดับ ขั้นกลั่นลมปราณ ทำให้นักพรตซอมซ่ออดสงสัยไม่ได้
มียอดคนแบบนี้ที่ไหนกัน
แต่เขาก็ยังไม่พูดอะไร รอดูสถานการณ์ไปก่อน
มีเพียงไป๋หลิงที่จำเย่หนานได้ทันที
ศิษย์ไป๋หลิง คารวะท่านอาจารย์เจ้าค่ะ ไป๋หลิงรีบคุกเข่าทำความเคารพ
เฮ้ย ทำอะไรเนี่ย เจอกันปุ๊บก็คุกเข่าปั๊บเลยเรอะ เย่หนานที่ปากยังเต็มไปด้วยฟอง รีบวิ่งเข้าไปประคองไป๋หลิงลุกขึ้น
ท่านผู้อาวุโส จูหลานที่ยืนอยู่ข้างๆ ตื่นเต้นจนตัวสั่น
ตอนนี้นางรู้แล้วว่า ที่ไป๋หลิงบอกว่ามาแล้วจะไม่เสียใจ หมายความว่ายังไง
เย่หนานที่นางตามหาแทบพลิกแผ่นดิน อยู่ที่นี่เอง
ได้ยินเสียงจูหลาน เย่หนานรีบหันไปมอง อ้าว เจ้าก็มาด้วยเรอะ
ท่านผู้อาวุโส ข้ามาเพื่อขอบพระคุณท่านเจ้าค่ะ หากไม่ได้ท่าน ป่านนี้ข้าคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว จูหลานคุกเข่าลงทันที
ทำอะไรกันเนี่ย เอะอะก็คุกเข่า เย่หนานรีบประคองจูหลานลุกขึ้นอีกคน
เกิดอะไรขึ้น เย่หนานถามจูหลาน
ได้ยินดังนั้น จูหลานจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่นางเจอให้ฟัง
เย่หนานฟังจบ ถึงเข้าใจว่าทำไมจูหลานถึงตื่นเต้นขนาดนี้
เห็นทั้งสามคุยกันอย่างถูกคอ นักพรตซอมซ่อที่ยืนหัวโด่อยู่ข้างๆ รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน
ทั้งสามคนเมินเขาโดยสมบูรณ์
ความจริงเย่หนานสังเกตเห็นนักพรตซอมซ่อตั้งนานแล้ว
เพียงแต่… เย่หนานรู้สึกรังเกียจเล็กน้อย
ตัวสกปรกมอมแมมเหลือเกิน
ตอนแรกเย่หนานนึกว่าศิษย์ที่ระบบบอกคือจูหลาน
แต่พอเปิดหน้าต่างระบบดู เย่หนานถึงกับพูดไม่ออก
ที่แท้ ก็คือนักพรตซอมซ่อคนนี้
ตาแก่ที่อายุน่าจะมากกว่าเขาหลายรอบ จะมาเป็นลูกศิษย์เขา
แค่คิดก็บันเทิงแล้ว
แต่ก็แค่รับศิษย์ ไม่ใช่หาเมีย แก่หน่อย ขี้เหร่หน่อย ก็ช่างมันเถอะ
ไว้ค่อยคุยกัน ตอนนี้ข้ามีเรื่องสำคัญต้องทำ เย่หนานหันไปบอกไป๋หลิงและจูหลาน
เรื่องสำคัญ ท่านอาจารย์ ต้องการให้ศิษย์ช่วยไหมเจ้าคะ ไป๋หลิงถามอย่างรู้ใจ
ไม่ต้อง เย่หนานส่ายหน้า แล้วหันไปจ้องมองนักพรตซอมซ่อ
ถูกจ้องแบบนี้ นักพรตซอมซ่อรู้สึกขนลุกซู่ เหมือนถูกเย่หนานมองทะลุปรุโปร่ง
เห็นเย่หนานสนใจนักพรตซอมซ่อ ไป๋หลิงกำลังจะอ้าปากอธิบาย
แต่ยังไม่ทันได้พูด เย่หนานก็ชิงถามนักพรตซอมซ่อก่อน เจ้าชื่ออะไร มาทำอะไรที่นี่
แม้เย่หนานจะรู้ข้อมูลของนักพรตซอมซ่อจากระบบแล้ว แต่ก็อยากถามย้ำอีกที
เพื่อดูว่านักพรตซอมซ่อจะซื่อสัตย์แค่ไหน
ขะ… ข้า มู่เป่ยเฉิน มาหาท่านผู้อาวุโสเพื่อขอวาสนาขอรับ ไม่รู้ทำไม นักพรตซอมซ่อถึงยอมบอกชื่อและเจตนาที่แท้จริงออกไปจนหมดเปลือก
มู่เป่ยเฉินรู้สึกว่า ขั้นกลั่นลมปราณ ตรงหน้า แผ่แรงกดดันที่มองไม่เห็นบางอย่างออกมา แรงกดดันนั้นพุ่งตรงเข้าสู่จิตวิญญาณ ทำให้เขาไม่กล้าโกหก