แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 81 คู่หูไร้เทียมทาน ความน่ากลัวของหลิงหลง
แม้แต่คนของตระกูลฉู่และตระกูลจูต่างก็ยืนอึ้งตะลึงงัน
จับตัวนางมา ฉูเทียนตะโกนสั่งผู้อาวุโสจำนวนหนึ่ง
คนตระกูลจูตอบสนองอย่างรวดเร็ว รีบพุ่งเข้าไปสมทบเช่นกัน
แม้แต่คนโง่ก็ยังดูออกว่าเด็กผู้หญิงคนนี้มีความแปลกประหลาด ลำพังแค่ค้อนยักษ์นั่นก็ไม่ธรรมดาแล้ว ดีไม่ดีอาจจะเป็นสมบัติวิเศษระดับสูง
เวลานี้หลิงหลงไม่สนหรอกว่าใครจะคิดยังไง นางกำลังโมโหได้ที่
เห็นผู้อาวุโสพุ่งเข้ามา หลิงหลงเหวี่ยงค้อนยักษ์สวนกลับไปทันที
ผู้อาวุโสที่อยู่ใกล้ๆ ยังคงมีแววตาดูถูก
ในสายตาพวกเขา หลิงหลงก็แค่เด็กแปลกๆ คนหนึ่ง ที่ทำได้ขนาดนี้คงเป็นเพราะอานุภาพของอาวุธ
คนที่ถูกหลิงหลงทุบตายก่อนหน้านี้ ก็เป็นแค่ศิษย์ปลายแถวที่มีพลังตบะธรรมดา
แต่พวกเขาแตกต่างออกไป
เมื่อเห็นค้อนทมิฬทองคำเหวี่ยงเข้ามา ผู้อาวุโสบางคนที่มั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองจึงเลือกที่จะรับการโจมตีตรงๆ
ตูม
ค้อนยักษ์ฟาดลงมา พลังมหาศาลบดขยี้ผู้อาวุโสหัวแข็งเหล่านั้นจนกลายเป็นเศษเนื้อเละๆ คาที่
เห็นฉากนี้ คนที่เหลือถึงกับอ้าปากค้าง
แต่การต่อสู้ไม่ได้หยุดลง บางคนมัวแต่ตกตะลึง เผลอแป๊บเดียวก็ถูกทุบตายตามไป
ศิษย์พี่หญิง ข้ามาช่วยแล้ว กู้เฉินเห็นหลิงหลงถูกรุมกินโต๊ะ จึงรีบพุ่งเข้าไปช่วย
เวลานี้ ร่างเล็กจ้อยของหลิงหลงดูราวกับเทพสงคราม
ทุกการโจมตีไร้ซึ่งพลังปราณแผ่ออกมา แต่ทุกครั้งที่ค้อนฟาดลงไป กลับทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ
เหล่าผู้อาวุโสทำได้เพียงใช้วิชาอาคมโจมตีจากระยะไกล
เห็นคาถาอาคมมากมายพุ่งเข้าใส่หลิงหลง กู้เฉินหน้าถอดสี
เขาเร่งความเร็วสูงสุด พุ่งไปขวางหน้าหลิงหลง ปกป้องนางไว้ด้านหลังอย่างแน่นหนา
หนึ่ง สอง สาม หุ่นไม้ ทันทีที่กู้เฉินตะโกนรหัสลับ เขาก็ยืนนิ่งไม่ไหวติง
เห็นกู้เฉินไม่กลัวตาย ผู้อาวุโสที่โจมตี โดยเฉพาะคนตระกูลฉู่ ต่างตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น
ในสงครามตะลุมบอนแบบนี้ การจะฆ่ากู้เฉินต้องใช้เวลา
แต่ในเมื่อกู้เฉินรนหาที่ตายเอง ก็ช่วยประหยัดเวลาพวกเขาไปได้เยอะ
ขอแค่กู้เฉินตาย พวกเขาก็หมดห่วง
ตูม ตูม ตูม
วิชาอาคมอันทรงพลังระดมยิงใส่ร่างกู้เฉิน
แต่วินาทีต่อมา พวกเขาก็ต้องตาค้าง
การโจมตีทั้งหมด ทันทีที่เข้าใกล้กู้เฉิน กลับแฉลบออกไปด้านข้างทั้งหมด
ไม่เพียงแค่นั้น คนตระกูลจูและตระกูลฉู่ที่อยู่รอบๆ กลับโดนลูกหลงจากการโจมตีเหล่านั้น บางคนถึงกับตายคาที่
เป็นไปได้ยังไง ผู้อาวุโสคนหนึ่งอุทานลั่น
เรื่องประหลาดแบบนี้ พวกเขาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน
และในขณะที่พวกเขากำลังตกตะลึง ค้อนยักษ์ก็ฟาดลงมาใส่หัวพวกเขา
ตูม
เปรี้ยงเดียวจอด ผู้อาวุโสบางคนตั้งตัวไม่ทัน กลายเป็นเนื้อบดไปอีกราย
เจ้าหนูกู้ ทำได้ดีมาก หลิงหลงมองกู้เฉินอย่างพึงพอใจ
ถ้ากู้เฉินไม่มาช่วยรับการโจมตีเมื่อครู่ นางคงต้านทานลำบากเหมือนกัน
ศิษย์พี่หญิง ท่านลุยได้เต็มที่ ข้าจะเป็นโล่ให้ท่านเอง กู้เฉินตัดสินใจยืนประกบหลิงหลง
ทันทีที่มีวิชาอาคมพุ่งมา กู้เฉินจะตะโกนรหัสลับเพื่อปกป้องหลิงหลง
ส่วนหลิงหลงก็ชูค้อนยักษ์ ไล่ทุบศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
คิก คิก คิก
หลิงหลงไล่ทุบคนอย่างสนุกสนาน จนหลุดหัวเราะออกมา
ช่างน่าแปลก เด็กตัวแค่นี้ควรจะกลัวสนามรบที่นองเลือดแบบนี้ไม่ใช่หรือ
แต่หลิงหลงกลับดูเหมือนเคยชิน ทุบคนตาไม่กะพริบ ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
วินาทีนี้ การประสานงานของกู้เฉินและหลิงหลง เปรียบเสมือนคู่หูไร้เทียมทาน
น่าสนใจ ดูท่าสองคนนี้จะมีความลับซ่อนอยู่ไม่น้อย สมควรแก่การจับตัวกลับไปวิจัยดูสักหน่อย บนยอดไม้ เหยาเม่ยยืนมองการต่อสู้เบื้องล่าง
เขายังไม่ลงมือทันที เขาชอบดูการฆ่าฟันแบบนี้
ประเด็นหลักคือ เขาค้นพบความแปลกประหลาดของกู้เฉินและหลิงหลง
ทำให้เขารู้สึกสนใจขึ้นมามาก คิดว่าการมาครั้งนี้ไม่เสียเที่ยวเปล่า
ยังดีที่มาทัน ไป๋หลิงมองดูสำนักอวี้หัวที่กำลังโกลาหลด้วยสายตาเย็นชา
ฟึ่บ ฟึ่บ
ไป๋หลิงและจูหลานกระโดดเข้าสู่สนามรบทันที
การเข้าร่วมของสองสาวที่มีพลังรบสูงส่ง ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป
เหยาเม่ยบนยอดไม้ตาเป็นประกายยิ่งกว่าเดิม
แม่นางรูปงามทั้งสอง… เดี๋ยวจับกลับไปพร้อมกันเลย เหยาเม่ยเลียริมฝีปาก
เมื่อมีไป๋หลิงและจูหลานมาช่วย แรงกดดันของกู้เฉินและหลิงหลงก็ลดลงไปมาก
การปรากฏตัวของจูหลาน พร้อมระดับพลัง ขั้นกายาบริสุทธิ์ ทำให้คนตระกูลจูหน้าถอดสี
โดยเฉพาะพวกผู้อยู่เบื้องหลังที่เคยสั่งลอบสังหารจูหลาน
เป้าหมายของจูหลานชัดเจน นางมุ่งตรงเข้าหาคนตระกูลจู
เมื่อเห็นระดับพลังของจูหลาน คนที่ตกใจที่สุดคือ จูคัง
แต่จูหลานกลับทำเมินเฉยต่อจูคัง
เพราะ… ในตอนที่นางถูกไล่ล่าสังหารหลายต่อหลายครั้ง จูคังเลือกที่จะนิ่งเฉย
ถ้าจูคังคิดจะห้าม เขาย่อมทำได้ แต่เขาไม่ทำ
นี่คือสิ่งที่ทำให้จูหลานสิ้นหวังที่สุด
พ่อบังเกิดเกล้า กลับเมินเฉยปล่อยให้คนอื่นมาฆ่าลูกสาวตัวเอง
เวลานี้ ร่างกายของจูหลานถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีมรณะ แม้แต่การโจมตีที่ปล่อยออกไป ก็แฝงด้วยไฟโลกันตร์
ไม่ว่าจะเป็นคน ต้นไม้ใบหญ้า หรือแม้แต่ก้อนหิน ทันทีที่สัมผัสไฟนี้ ก็กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
แม้ผู้อาวุโสบางคนจะมีระดับพลังสูงกว่าจูหลาน แต่เปลวเพลิงของนางทำให้พวกเขาหวาดกลัว จนต้องถอยหนี
นี่มัน… หรือว่า เหยาเม่ยบนต้นไม้หรี่ตาลง เหมือนนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง
ในขณะที่เหยาเม่ยกำลังใช้ความคิด
ไอเย็นยะเยือกถึงขีดสุดก็แผ่กระจายออกไปทั่วบริเวณ
ใครก็ตามที่อยู่รอบกายไป๋หลิง หากมีระดับพลังเท่ากัน จะถูกแช่แข็งเป็นแท่งไอติมในทันที
นี่ขนาดไป๋หลิงยั้งมือไว้แล้วนะ
เพราะยังมีคนของสำนักอวี้หัวอยู่ด้วย ขืนปล่อยพลังเต็มที่ พวกเดียวกันจะซวยไปด้วย
รากวิญญาณเหมันต์ในตอนนี้ ไป๋หลิงยังควบคุมได้ไม่สมบูรณ์นัก
แม้แต่ยอดฝีมือ ขั้นกายาบริสุทธิ์ ยังต้องรีบหลบไอเย็นของไป๋หลิง เพราะพวกเขาสัมผัสได้ถึงอันตราย
เกิดอะไรขึ้น ในที่กันดารแบบนี้ ทำไมถึงมีอัจฉริยะที่มี กายาพิเศษ โผล่มาถึงสองคน สีหน้าของเหยาเม่ยเปลี่ยนไป
กายาพิเศษนั้นหายากยิ่ง บางคนชั่วชีวิตยังไม่เคยเจอสักคน
แม้แต่ตัวเขาเอง ก็เคยเห็นแต่ในตำราโบราณ
นึกไม่ถึงว่า ในดินแดนรกร้างแห่งนี้ เขาจะได้พบกับอัจฉริยะที่มีกายาพิเศษถึงสองคน มันเหลือเชื่อเกินไป
วินาทีนี้ เหยาเม่ยหมดอารมณ์ดูละคร
เขาเริ่มกังวล อัจฉริยะที่มีกายาพิเศษแบบนี้ ในโลกภายนอกถือเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่แย่งชิงกันแทบเป็นแทบตาย
และเขากดันไปล่วงเกินพวกนางทั้งสองคนเข้าแล้ว ความหนาวเหน็บแล่นผ่านจิตใจ พร้อมกับจิตสังหารที่พุ่งพล่าน
ในเมื่อเป็นศัตรูกันแล้ว ก็ต้องฆ่าทิ้งสถานเดียว
ไม่อย่างนั้น หากปล่อยให้ไป๋หลิงและจูหลานเติบโตขึ้น เขาต้องตายแน่
เขาเคยอ่านเจอในตำราว่า ผู้ที่มีกายาพิเศษนั้นแข็งแกร่งเพียงใด ไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน และยังสามารถข้ามขั้นไปสู้กับคนที่เก่งกว่าได้
คิดได้ดังนั้น เหยาเม่ยไม่ลังเลอีกต่อไป เขาตัดสินใจลงมือด้วยตัวเองเพื่อสังหารไป๋หลิงและจูหลาน ล้มเลิกความคิดที่จะจับเป็น
ฟึ่บ
ร่างของเหยาเม่ยเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจภูตผี พุ่งตรงเข้าหาพวกไป๋หลิงทันที