แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 84 คลังสมบัติโดนยกเค้าอีกแล้ว
หืม ใครน่ะ ไม่เห็นเหรอว่าคนกำลังนอนหลับ เย่หนานที่กำลังนอนกรนสนั่น ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาอย่างงัวเงีย เอานิ้วจิ้มจมูกตัวเองด้วยความมึนงง
แต่พอเห็นหลิงหลง เย่หนานก็ชะงัก
เป็นอะไรไป ตัวอะไรหลุดออกมาอีก เย่หนานถามเสียงงัวเงีย
พี่ชายเย่ ไอ้ตัวที่ชอบหัวเราะเสียงประหลาดนั่นมันหนีออกมาแล้ว หลิงหลงทำหน้าสยอง
ห๊ะ ตัวอะไรนะ เย่หนานยังงงๆ
แต่สักพักเขาก็เข้าใจสิ่งที่หลิงหลงบอก... ไอ้ตัวที่เขาขังไว้ในตู้เสื้อผ้ามันหนีออกมาแล้ว
จากนั้น หลิงหลงก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง
เย่หนานไม่ได้สนใจหรอกว่าเจ้าตัวตลกจะไปกอบกู้สถานการณ์ยังไง
แต่เขากลับตบเข่าฉาด เวรแล้ว ของข้า
พูดจบ เย่หนานก็พุ่งตัวไปที่คลังเก็บของ
เขากระชากประตูเปิดออก
ทันทีที่เห็นสภาพภายในคลัง อย่าว่าแต่เย่หนานเลย แม้แต่หลิงหลงหน้าก็ดำทะมึน
โกรธจนควันออกหู… ของข้างในหายเกลี้ยง
แม่มเอ๊ย ไอ้หมาบ้า กล้าขโมยของข้า สงสัยจะเบื่อชีวิตแล้วสินะ เย่หนานถลกแขนเสื้อ เดินดุ่มๆ ตรงไปยังหน้าประตูสำนักอวี้หัว
ทางด้านเจ้าตัวตลกที่กำลังโพสท่าหล่อๆ อยู่ จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง เขาหันกลับมามองที่ยอดเขาหนานแวบหนึ่ง
จากนั้นหันไปพูดกับจอมมารเพลิงทมิฬที่ก่อร่างเป็นเงาดำอยู่ข้างๆ ไป
ยังไม่ทันที่จอมมารเพลิงทมิฬจะตั้งตัว เจ้าตัวตลกสะบัดมือวูบเดียว ร่างของทั้งสองก็หายวับไปไร้ร่องรอย
ในขณะที่คนสำนักอวี้หัวกำลังยืนงงกับการหายตัวไปของเจ้าตัวตลก เสียงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดังขึ้น
อยู่ไหน ไอ้หมาบ้านั่นอยู่ไหน โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้นะ เย่หนานที่ถลกแขนเสื้อเตรียมบวก เดินเข้ามากลางลานพร้อมกวาดสายตาหาเจ้าตัวตลก
แต่จะไปเจอได้ยังไง สองคนนั้นชิ่งหนีไปไกลแล้ว
คนสำนักอวี้หัวได้ยินเย่หนานตะโกนด่า ก็งุนงง
ท่านผู้อาวุโส ท่านหาอะไรอยู่หรือขอรับ ในเมื่อเจ้าตัวตลกไปแล้ว พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องคุกเข่าต่อ อวี้เซียวจื่อรีบลุกขึ้นถาม
ก็ไอ้ตัวอัปลักษณ์นั่นไง เย่หนานอธิบายลักษณะของเจ้าตัวตลกคร่าวๆ
ได้ยินคำอธิบาย ทุกคนในสำนักอวี้หัวหนังตากระตุก
สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงยิ่งกว่าคือ… เจ้าตัวตลกนั่น เป็นคนของเย่หนาน
ดูจากน้ำเสียงและท่าทางที่ถลกแขนเสื้อของเย่หนาน ชัดเจนเลยว่า เย่หนานคือลูกพี่ของเจ้าตัวตลก
วินาทีนี้ อย่าว่าแต่คนอื่นเลย
แม้แต่อวี้เซียวจื่อและอวี้เซียน ในใจเกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ
ท่านผู้นี้เป็นใครกันแน่ ผู้ที่สามารถสังหาร ขั้นสวรรค์ลี้ลับ ได้ในพริบตา กลับเป็นแค่ลูกน้องของท่าน อวี้เซียวจื่อตื่นเต้นจนตัวสั่น
ส่วนอวี้เซียน ในใจมีความรู้สึกหลากหลายปนเปกัน ทั้งทึ่งและแอบผิดหวัง
ยิ่งเย่หนานแข็งแกร่งและลึกลับมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเอื้อมไม่ถึงเขามากขึ้นเท่านั้น
ท่านผู้อาวุโส ท่านผู้นั้นจากไปแล้วขอรับ อวี้เซียวจื่อรายงานด้วยความตื่นเต้น
เมื่อก่อนเขานึกว่าเย่หนานเป็นแค่ ขั้นสวรรค์ลี้ลับ
นึกไม่ถึงว่าเย่หนานจะน่ากลัวกว่าที่จินตนาการไว้
มีลูกน้องที่เหนือกว่า ขั้นสวรรค์ลี้ลับ นี่เป็นเรื่องที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะฝัน
ท่านผู้อาวุโส… สนใจรับตำแหน่งเจ้าสำนักไหมขอรับ อวี้เซียวจื่อปิ๊งไอเดีย ดวงตาเป็นประกาย
ได้ยินข้อเสนอ คนสำนักอวี้หัวไม่มีใครคัดค้าน
กลับมองเย่หนานด้วยความคาดหวัง ถ้าเย่หนานมานั่งแท่นเจ้าสำนัก
ก็เท่ากับสำนักอวี้หัวมียอดฝีมือระดับเหนือกว่า ขั้นสวรรค์ลี้ลับ คุ้มครอง
คิดได้ดังนั้น ทุกคนรู้สึกฮึกเหิม เลือดลมสูบฉีด
ถ้าเย่หนานเป็นเจ้าสำนัก อิทธิพลและอำนาจของสำนักอวี้หัวคงขยายไปไกลสุดขอบฟ้า
ห๊ะ อะไรนะ เจ้าสำนัก ไม่เอา ไม่เอา เย่หนานส่ายหัวรัวเป็นกลองป๋องแป๋ง
ล้อเล่นหรือไง ให้เขาเป็นเจ้าสำนัก เป็นเจ้าสำนักจะสู้นอนอืดสบายๆ ได้ยังไง
เห็นเย่หนานปฏิเสธ อวี้เซียวจื่อและทุกคนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
แต่ก็ไม่มากนัก พวกเขาถือว่าโชคดีมากแล้วที่เย่หนานเลือกมาพำนักที่นี่
บ้าเอ๊ย ปล่อยให้มันหนีไปได้ อย่าให้ข้าจับได้นะ จะจับฝังให้มิดเลยคอยดู เย่หนานมองไปรอบๆ แล้วสบถอย่างหัวเสีย
ได้ยินคำบ่น ทุกคนมุมปากกระตุก
ความแข็งแกร่งระดับนั้น คงมีแต่เย่หนานคนเดียวที่กล้าด่าว่าไอ้หมาบ้า
บ่นเสร็จ เย่หนานก็หันไปมองไป๋หลิง จูหลาน และคนอื่นๆ พวกเจ้าทำไมกลับมาเร็วนักล่ะ
ท่านอาจารย์ พวกเราไปถึงตระกูลจูแล้ว แต่ยอดฝีมือของตระกูลจูดันยกพวกมาที่สำนักอวี้หัวหมด แต่… พวกเราก็ทำลายตระกูลจูไปเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ไป๋หลิงตอบ แล้วหันไปมองจูหลาน
จูหลานไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆ กับการตายของพ่อตัวเองเมื่อครู่
ตระกูลทอดทิ้งนาง แถมยังคิดจะฆ่านาง
นางไม่มีอะไรต้องอาลัยอาวรณ์อีก
ศิษย์รอง เจ้าจะไปจัดการตระกูลฉู่ให้สิ้นซากเลยไหม เย่หนานหันไปถามกู้เฉิน
ศิษย์เข้าใจแล้ว อีกสักครู่ศิษย์จะลงเขาไปจัดการขอรับ กู้เฉินรอเวลานี้มานานแล้ว
แม้ยอดฝีมือตระกูลฉู่จะตายด้วยมือเจ้าตัวตลกไปหมดแล้ว
แต่ตระกูลฉู่ยังเหลือคนอีกไม่น้อย เขาต้องการล้างแค้น ฆ่าล้างตระกูลฉู่ให้สิ้น
อืม ในเมื่อเรื่องจบแล้ว ก็แยกย้ายกันเถอะ พูดจบ เย่หนานก็หันหลังเดินกลับ
ความจริงในใจเย่หนานก็รู้สึกผิดนิดหน่อย
เขานึกไม่ถึงว่าตัวเองเผลอหลับไป จนเกือบทำให้สำนักอวี้หัวถูกกวาดล้าง
โชคดีที่มีไอ้หมาบ้านั่น… ครั้งนี้ข้าจะยอมปล่อยให้เจ้าลอยนวลไปสักสองวันแล้วกัน เย่หนานพึมพำในใจ
คนที่น่าอนาถที่สุดคงหนีไม่พ้นยอดฝีมือตระกูลจู
ตายไปโดยที่ไม่รู้เลยว่า บ้านตัวเองโดนถล่มเละไปนานแล้ว
พอกลับถึงยอดเขาหนาน เย่หนานมองคลังเก็บของที่ว่างเปล่า
เขาไม่ได้เสียดายเคล็ดวิชาพวกนั้น แต่ประเด็นคือ… สองสามวันต่อจากนี้จะเอาฟืนที่ไหนใช้
โดยเฉพาะหลิงหลงที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ
พี่ชายเย่ แล้วจะเอาฟืนที่ไหนใช้ล่ะทีนี้ หลิงหลงมองเย่หนานอย่างจนปัญญา
ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ไอ้บ้านั่นมันจะเอาของพวกนี้ไปทำไม ระดับฝีมือขนาดมัน คงไม่ได้ใช้ของพวกนี้หรอกมั้ง เย่หนานงุนงง
แม้เจ้าตัวตลกจะเป็นรางวัลจากระบบ แต่ฝีมือต้องไม่ธรรมดาแน่ สมบัติพวกนี้คงไม่มีประโยชน์กับมันเท่าไหร่
เย่หนานส่ายหัว คิดไปก็ปวดหัวเปล่า
ยังดีที่ยอดเขาหนานมีป่าไม้ การตัดฟืนก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ว่าแล้ว เย่หนานก็เปลี่ยนชุด เดินเข้าป่าไปตัดฟืน
จูหลานและไป๋หลิงเห็นดังนั้น ก็รีบตามไปช่วย
ส่วนอวี้เซียนและอวี้เซียวจื่อแยกย้ายไปจัดการเรื่องราวภายในสำนัก
ความเสียหายครั้งนี้ไม่ใช่น้อย มีเรื่องต้องสะสางเพียบ
แค่ตัดฟืน สองสามวันก็เสร็จ แถมการเช็คอินระบบแต่ละวันก็ได้ของมาเพียบ
แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กองพะเนินเหมือนเดิม
การตัดไม้สำหรับเย่หนาน แค่กระดิกนิ้วต้นไม้ก็ล้มแล้ว
แต่ตอนเก็บกวาดนี่สิยุ่งยาก
โชคดีที่มีไป๋หลิงและจูหลานคอยช่วย เย่หนานจึงพอใจมาก
มีเพียงหลิงหลงที่ยืนล้วงกระเป๋าตัวเองด้วยความสงสัย
แปลกจริง ลูกแก้วสีดำหายไปไหน หรือว่าทำหล่นตอนสู้เมื่อกี้ หลิงหลงขมวดคิ้วเล็กๆ อย่างไม่เข้าใจ
นางจำได้ว่าเก็บใส่กระเป๋าไว้อย่างดีแล้วนี่นา