แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 88 อา... สบายตัว
แม้จะไม่เต็มใจ แต่จอมมารเพลิงทมิฬก็รู้นิสัยของเจ้าตัวตลกดี
ถ้าปฏิเสธ คงโดนซ้อมอีกชุดใหญ่แน่นอน
แหะๆ… ขอท่านพ่อรูปหล่อช่วยชี้แนะด้วยขอรับ จอมมารเพลิงทมิฬแสร้งทำหน้าตื่นเต้นมองเจ้าตัวตลก
ไม่ตื่นเต้นไม่ได้ ไม่งั้นเจ็บตัวแน่
อืม ไม่เลว ไม่เลว ต่อไปข้าจะสอนการเขียนพู่กันให้เจ้าเอง เจ้าตัวตลกหยิบพู่กันบนโต๊ะขึ้นมาด้วยท่าทางจริงจัง
ทำท่าจะจรดพู่กันวาดภาพลงบนกระดาษ
แต่พอเห็นปลายพู่กันที่ขาวสะอาด เจ้าตัวตลกก็ขมวดคิ้ว
อย่าถามว่าทำไม เพราะเขาลืมจุ่มหมึกน่ะสิ มิน่าถึงรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป
เห็นฉากนี้ จอมมารเพลิงทมิฬมุมปากกระตุกอีกรอบ แต่ก็รู้งานดี
รีบยื่นแท่นหมึกไปตรงหน้าเจ้าตัวตลกทันที
เห็นแท่นหมึกที่ยื่นมา เจ้าตัวตลกตาเป็นประกาย หันมามองจอมมารเพลิงทมิฬด้วยความพึงพอใจ
จึก
เจ้าตัวตลกจิ้มพู่กันลงไปในแท่นหมึกแรงๆ จนแท่นหมึกเกือบทะลุ
จากนั้นก็เริ่มตวัดพู่กันวาดลวดลายอย่างเมามัน ด้วยท่าทางองอาจห้าวหาญ
ไม่นาน ภาพวาดก็เสร็จสมบูรณ์
แต่ทว่า จอมมารเพลิงทมิฬที่ยืนดูอยู่ข้างๆ พอเห็นภาพบนกระดาษ ถึงกับพูดไม่ออก
เป็นไง สาวงามในภาพสวยไหม เจ้าตัวตลกวางพู่กันลงอย่างพึงพอใจ
มองดูเส้นสายยุ่งเหยิงบนกระดาษ ที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คน ไม่มีความใกล้เคียงเลยสักนิด
มันคือเส้นตรงหนึ่งเส้น ที่มีวงกลมวาดอยู่ข้างบนแค่นั้นเอง
สวย… สวยงามมากขอรับ ข้าไม่เคยเห็นภาพที่งดงามขนาดนี้มาก่อน สุดท้าย จอมมารเพลิงทมิฬก็ต้องพูดโกหกคำโตออกไป
ในเมื่อสวย เจ้าก็เก็บไว้เถอะ ถ้าอยากให้ข้าวาดให้อีกเมื่อไหร่ ก็บอกได้เสมอ เจ้าตัวตลกตบไหล่จอมมารเพลิงทมิฬที่กำลังโค้งคำนับประจบสอพลออย่างเอ็นดู
ขอรับ ขอรับ จอมมารเพลิงทมิฬไม่กล้าขัดขืน จำใจเก็บภาพวาดนั้นไว้
ไป กินเหล้ากัน ดูเหมือนเจ้าตัวตลกจะอารมณ์ดีขึ้นมาก เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหารที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วเริ่มลงมือจัดการ
เห็นเจ้าตัวตลกเลิกทำตัวเพี้ยนๆ จอมมารเพลิงทมิฬก็โล่งอก รีบนั่งลงดื่มเหล้าเป็นเพื่อน
แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับรสสุราอย่างออกรส
จู่ๆ โรงเตี๊ยมทั้งหลังก็เริ่มสั่นสะเทือน
โครม
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะตั้งตัว โรงเตี๊ยมก็พังครืนลงมา ทั้งคู่กอดไหเหล้าร่วงลงไปพร้อมกับซากปรักหักพัง
ตุบ
ทั้งสองกระแทกพื้น ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย
ใครวะ ไม่เห็นรึไงว่าปู่กำลังกินเหล้าอยู่ จอมมารเพลิงทมิฬตะโกนลั่นด้วยความโมโห
แม้แต่เจ้าตัวตลกที่อยู่ข้างๆ ก็ดูไม่สบอารมณ์
ฮึ ถามว่าเอาสมบัติวิเศษมาจากไหน พวกเจ้าก็ไม่ยอมบอก ในเมื่อไม่บอก ข้าก็รื้อโรงเตี๊ยมซะเลย ทันใดนั้น เสียงชายวัยกลางคนดังเข้าหูเจ้าตัวตลกและจอมมารเพลิงทมิฬ
เมื่อฝุ่นจางลง ทุกคนถึงเห็นเจ้าของเสียง
เป็นชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ด้านหลังมีลูกสมุนอีกนับสิบคน
ทุกคนล้วนเป็นผู้ฝึกตน ชายวัยกลางคนที่นำหน้าเป็นถึงผู้ฝึกตน ขั้นกายาคงกระพัน
เดิมทีลูกค้าในโรงเตี๊ยมที่โรงเตี๊ยมถล่มลงมา ต่างไม่พอใจและเตรียมจะเอาเรื่อง
แต่พอเห็นกลุ่มของชายวัยกลางคน ทุกคนก็รีบหุบปากเงียบกริบ
ที่แทบเท้าของชายวัยกลางคน มีร่างของคนนอนกองอยู่หลายคน
ไม่ใช่ใครที่ไหน คือเถ้าแก่โรงเตี๊ยมและพวกเสี่ยวเอ้อ สภาพร่อแร่หายใจรวยริน ดูท่าคงไม่รอด
เห็นภาพนี้ จอมมารเพลิงทมิฬดวงตาลุกเป็นไฟ
เจ้าตัวตลกไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยืนมองเงียบๆ
กลุ่มชายวัยกลางคนก็สังเกตเห็นเจ้าตัวตลกทั้งสองเช่นกัน
มองอะไร ไอ้ตัวอัปลักษณ์ ชายวัยกลางคนพูดจาดูถูกเหยียดหยาม เขาคือขาใหญ่ประจำเมืองนี้ ไม่มีใครกล้าหือ
ได้ยินคำด่า จอมมารเพลิงทมิฬที่กำลังจะระเบิดอารมณ์ชะงักกึก
ในใจร้องงานเข้าแล้วสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างแรง
และเป็นไปตามคาด สิ้นเสียงชายวัยกลางคน บรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือกลงทันที
ฉิบหายแล้ว จอมมารเพลิงทมิฬค่อยๆ หันคอแข็งๆ ไปมองเจ้าตัวตลก
วินาทีนี้ เจ้าตัวตลกไม่พูดพร่ำทำเพลง ยื่นมือออกไปข้างหนึ่ง
ส่วนชายวัยกลางคนหลังจากด่าเจ้าตัวตลกเสร็จ ก็หันไปลูบคลำสมบัติวิเศษที่เพิ่งแย่งมาจากเถ้าแก่ด้วยความยินดี
เห็นเจ้าตัวตลกยกมือขึ้น จอมมารเพลิงทมิฬหน้าถอดสี
ฟึ่บ
เขาไม่สนอะไรทั้งนั้น รีบพุ่งตัวไปอยู่ข้างเจ้าตัวตลกด้วยความเร็วแสง
เขารู้ดีถึงความน่ากลัวของเจ้าตัวตลก เวลาของขึ้น แม้แต่พวกเดียวกันก็ไม่เว้น
และแล้ว… วินาทีต่อมา
เจ้าตัวตลกสะบัดมือเบาๆ
แต่ทว่า การสะบัดมือของเจ้าตัวตลก กลับไม่ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวใดๆ
ชายวัยกลางคนและพรรคพวก ย่อมไม่ได้สนใจท่าทีของเจ้าตัวตลกอยู่แล้ว
มีเพียงจอมมารเพลิงทมิฬที่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
แต่วินาทีถัดมา
ตูม
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วฟ้าดิน
เพียงชั่วพริบตา จอมมารเพลิงทมิฬมองภาพตรงหน้าแล้วกลืนน้ำลายดังเอือก
เวลานี้ ไม่มีแม้แต่เงาของกลุ่มชายวัยกลางคน
เมืองทั้งเมือง รวมถึงทุกสิ่งที่สายตามองเห็น ไม่ว่าจะเป็นภูเขาสูงหรือผู้คนที่เดินขวักไขว่… หายวับไปกับตา
ทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าถูกลบหายไปจนเกลี้ยง เหลือเพียงที่ราบโล่งเตียน ไม่มีแม้แต่ต้นหญ้าสักต้น สุดลูกหูลูกตา
จอมมารเพลิงทมิฬนึกขอบคุณสัญชาตญาณตัวเองที่รีบวิ่งมาอยู่ข้างเจ้าตัวตลก
ถ้าเขายังยืนอยู่ที่เดิม ป่านนี้คงกลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้ว
นี่มันการโจมตีแบบไม่เลือกหน้าชัดๆ แม้แต่ชาวเมืองที่เดินอยู่ดีๆ ยังไม่ทันรู้ตัวก็หายวับไปแล้ว
ตายโดยไม่รู้ตัว ไม่เจ็บไม่ปวด
อา… สบายตัว เจ้าตัวตลกสูดหายใจลึก
จากนั้นก็โบกมืออีกครั้ง
ละอองแสงระยิบระยับโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า
พริบตาเดียว ผู้คนที่ถูกลบหายไปเมื่อครู่ ก็ฟื้นคืนชีพกลับมาทั้งหมด
เห็นฉากนี้ จอมมารเพลิงทมิฬขาอ่อนจนยืนแทบไม่อยู่
ลำพังแค่สร้างกายหยาบให้เขาใหม่ก็น่ากลัวพอแล้ว แต่นี่เล่นฆ่าแล้วชุบชีวิตคนทั้งเมือง
เจ้าตัวตลกไม่สนใจจอมมารเพลิงทมิฬ หลังจากชุบชีวิตผู้คนเสร็จ ก็อุ้มไหเหล้าหันหลังเดินจากไป
แน่นอน... กลุ่มชายวัยกลางคนพวกนั้น ตายสนิทไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด
มองดูเจ้าตัวตลกที่เดินกระโดดโลดเต้นจากไป จอมมารเพลิงทมิฬรีบวิ่งตามไปติดๆ
ตุบ
อาจจะเพราะตื่นเต้นหรือตกใจเกินไป
จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ ก้าวพลาดหกล้มหน้าทิ่มดิน
แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ไม่สนดินโคลนที่เลอะปาก รีบลุกขึ้นวิ่งตามเจ้าตัวตลกไป
เซียน… นี่ต้องเป็นเซียนแน่ๆ นอกจากเซียน ใครจะทำแบบนี้ได้ จอมมารเพลิงทมิฬจิตใจร้อนรุ่มด้วยความศรัทธา
ตำนานเรื่องเซียน เล่าขานในโลกผู้บำเพ็ญเพียรมาเนิ่นนาน เป็นเป้าหมายสูงสุดที่ผู้ฝึกตนทุกคนแสวงหา
แต่ไม่มีใครเคยพบเห็นเซียนจริงๆ ต่างคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล่าปรัมปรา ไม่มีอยู่จริง
แม้แต่จอมมารเพลิงทมิฬเมื่อก่อนก็เคยดูแคลนเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ เขาได้เห็นสิ่งที่เขาจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต
ความตายแล้วฟื้น นอกจากเซียน ใครจะทำได้
เขารู้สึกว่าตัวเองได้พบกับวาสนาที่หาไม่ได้อีกแล้วในชั่วชีวิตนี้ ไม่สิ… ต่อให้เกิดอีกกี่ชาติก็หาไม่ได้
วินาทีนี้ ความตั้งใจที่จะติดตามเจ้าตัวตลก ยิ่งแน่วแน่มั่นคง
โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงเย่หนาน หัวใจของจอมมารเพลิงทมิฬยิ่งเต้นแรง
ส่วนชาวเมืองที่ฟื้นคืนชีพ ต่างก็งุนงง
เมื่อกี้จู่ๆ ภาพก็ตัดไป พอลืมตาขึ้นมา บ้านช่องหายเรียบ
ภูเขาก็หาย เมืองก็หาย
พวกเขานึกว่ากำลังฝันไป
แต่เมืองนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกตน การสร้างบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก
เจ้าตัวตลกที่อุ้มไหเหล้าจากมา ตอนนี้นั่งดื่มเหล้าอยู่บนโขดหินอย่างสบายใจ
ส่วนจอมมารเพลิงทมิฬ ยืนยิ้มเผล่มองเจ้าตัวตลกอยู่ข้างๆ ตาเป็นประกายวิบวับ
มองอะไรนักหนา เจ้าตัวตลกเหลือบมองจอมมารเพลิงทมิฬอย่างหมั่นไส้
ท่านพ่อรูปหล่อ ต่อไปเราจะไปเที่ยวที่ไหนกันดีขอรับ จอมมารเพลิงทมิฬไม่ถามอะไรมาก ได้แต่ยิ้มแย้มและตามใจเจ้าตัวตลก
มีวาสนาได้เจอท่านผู้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ถ้าไม่รีบเกาะขาทองคำไว้ ก็โง่เต็มที