แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 9 การปะทะกันระหว่างหลานหลิงและกู้เฉิน
การกระทำของทั้งสองหาได้หยุดชะงักลงตามการล้มลงของพยัคฆ์ร้ายไม่
มือของทั้งคู่ต่างยื่นออกไปหมายจะคว้าบุปผาวิเศษดอกนั้นพร้อมกัน
เคร้ง
หลานหลิงตวาดกระบี่ฟันเข้าใส่กู้เฉิน
ทว่ากู้เฉินระแวดระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว
เขาไม่เกรงใจอีกต่อไป ยกกระบี่ขึ้นต้านรับทันที
แก๊ง
ไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆ เกิดขึ้น กระบี่ในมือของหลานหลิงหักสะบั้นเป็นสองท่อนในพริบตา
หลานหลิงแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อ ชั่วขณะหนึ่งนางลืมไปเสียสนิทว่ากระบี่ในมือของกู้เฉินนั้นไม่ธรรมดา
ในขณะเดียวกันนางก็ตกตะลึง เพราะกระบี่ของนางคือกระบี่วิญญาณระดับสาม
แต่กลับถูกกระบี่ของกู้เฉินฟันขาดเป็นสองท่อนได้อย่างง่ายดาย
นั่นมันกระบี่ระดับไหนกัน หลานหลิงตื่นตระหนกในใจ
เนื่องจากกระบี่ในมือของกู้เฉินดูเก่าคร่ำครึและเต็มไปด้วยสนิมเกรอะกรัง
แม้แต่สายตาของอดีตจักรพรรดินีอย่างนาง ก็ยังมองไม่ออกในแวบแรก
แม้ในใจจะตื่นตระหนก แต่ การเคลื่อนไหวของนางกลับไม่หยุดชะงัก
ในวินาทีที่กระบี่หัก
หลานหลิงกำหมัดแน่น ซัดตรงเข้าใส่ใบหน้าของกู้เฉิน
กู้เฉินเองก็กำหมัดแน่นชกสวนออกไปเช่นกัน
ตูม
หมัดปะทะหมัด
เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่ปะทะกัน ร่างของหลานหลิงก็ปลิวลอยละลิ่วออกไป
อั้ก
หลานหลิงกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต
นางมองกู้เฉินด้วยสายตาตื่นตะลึง
นางผู้ซึ่งไร้เทียมทานในระดับพลังเดียวกันมาโดยตลอด วันนี้กลับถูกหมัดเดียวซัดจนพ่ายแพ้
เมื่อเห็น หลานหลิงปลิวตกลงไปกระแทกพื้น
กู้เฉินเองก็ตกใจไม่แพ้กัน
ข้าแข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ กู้เฉินมองกำปั้นตัวเองด้วยความทึ่ง
ความจริงแล้ว เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองครอบครองกายาพิเศษกายาวัชระราชัน
ก่อนหน้านี้ เขาแค่รู้สึกว่าฝึกฝนได้เร็วขึ้น
แต่ตอนนี้เขาเพิ่งค้นพบว่า ร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งทนทานอย่างน่าเหลือเชื่อ
ท่านอาจารย์ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก กู้เฉินอุทานในใจด้วยความเลื่อมใส
เขาทำได้เพียงยกความดีความชอบทั้งหมดนี้ ให้กับการปรับแต่งร่างกายที่เย่หนานทำให้
บัดซบ ข้าไม่มีทางแพ้ ข้าแค่แพ้เพราะอาวุธด้อยกว่าเท่านั้น หลานหลิงจ้องกู้เฉินด้วยความโกรธแค้น
บัดนี้ไม่เหลือเค้าโครงความสง่างามดุจเทพธิดาเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว
นางโยนความผิดพลาดทั้งหมดไปที่อาวุธของตน
กู้เฉินคร้านจะต่อปากต่อคำกับหลานหลิง
เขาก้มลงเด็ดบุปผาวิเศษดอกนั้นขึ้นมาถือไว้
เมื่อเห็นสมุนไพรวิเศษตกไปอยู่ในมือของกู้เฉิน หลานหลิงก็ได้สติกลับมา
วางลงเดี๋ยวนี้ นั่นมันของข้า หลานหลิงตะโกนก้อง
กู้เฉินยังคงเมินเฉย หันหลังเตรียมจะเดินจากไป
ข้าบอกให้วางลง หลานหลิงลุกขึ้นยืน
ฟู่ววว
เส้นผมของนางปลิวไสว ใบหน้าค่อยๆ ซีดเผือดลง
แต่กลิ่นอายพลังในร่างกลับพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันมหาศาลจากด้านหลัง
กู้เฉินก็ต้องตกใจอีกครั้ง
ตูม
พลังปราณระเบิดออกรอบทิศ กลิ่นอายของหลานหลิงพุ่งทะลุไปถึง ขั้นผสานแก่นแท้
เจ้าฝืนรีดเร้นพลังเพื่อเพิ่มระดับแบบนี้ ต้องแลกมาด้วยผลกระทบที่สาหัสสากรรจ์แน่ กู้เฉินขมวดคิ้วมองหลานหลิง
แล้วอย่างไร สำหรับพวกเจ้าอาจจะเป็นราคาที่ต้องจ่ายมหาศาล แต่ สำหรับข้ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ขอเพียงเจ้าวางสมุนไพรลง และยอมสวามิภักดิ์ต่อข้า เรื่องในวันนี้ ข้าจะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น หลานหลิงยังคงกล่าวด้วยความหยิ่งทระนง
สมุนไพรนี้เดิมทีก็ไร้เจ้าของ จะมาบอกว่าเป็นของเจ้าได้อย่างไร อีกอย่าง อย่าคิดว่าแค่เพิ่มระดับเป็น ขั้นผสานแก่นแท้ แล้วข้าจะกลัวเจ้า กู้เฉินไม่มีท่าทีหวาดหวั่น
ฮึ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลองดู สิ้นเสียงหลานหลิง
ร่างของนางก็พุ่งเข้าประชิดกู้เฉินราวกับภูตพราย
นางซัดหมัดออกไปเต็มแรง
นางตั้งใจจะทุบกู้เฉินให้หมอบราบ แล้วบังคับให้เขายอมจำนน
นางยอมรับความพ่ายแพ้ของตัวเองไม่ได้
นางต้องสยบกู้เฉินให้ได้
เมื่อเห็นหลานหลิงพุ่งเข้ามา
กู้เฉินหาได้เกรงกลัวไม่ ครั้งนี้เขาเริ่มเอาจริงเอาจังขึ้นมาบ้าง
เขาซัดหมัดสวนกลับไปหาหลานหลิงเช่นกัน
ตูม
ปะทะกันเพียงชั่ววูบ
และก็เป็นไปตามคาด หลานหลิงปลิวลอยละลิ่วออกไปอีกครั้ง
อั้ก
เลือดสดๆ พ่นออกมาอีกคำรบ
ส่วนกู้เฉิน ก็ถูกแรงปะทะจนเซถอยหลังไปหลายก้าว
นี่มัน กลิ่นอายของกายาพิเศษ ครั้งนี้หลานหลิงไม่ได้โกรธเกรี้ยว แต่กลับมองกู้เฉินด้วยความตื่นตะลึง
ในจังหวะที่หมัดปะทะกันเมื่อครู่ นางสังเกตเห็นแสงสีทองไหลเวียนอยู่บนหมัดของกู้เฉิน
มิน่าเล่า มิน่าข้าในตอนนี้ถึงไม่ใช่คู่มือของเจ้า หลานหลิงเข้าใจแจ่มแจ้งทันที
เมื่อได้ยินคำพูดของหลานหลิง กู้เฉินก็ชะงักไป
กายา เจ้าบอกว่าข้ามีกายาพิเศษงั้นรึ กู้เฉินถามกลับ
กู้เฉินย่อมรู้จักกายาพิเศษ ผู้ใดที่ครอบครองกายาพิเศษ ล้วนแต่เป็นยอดคนผู้แข็งแกร่ง
เมื่อครู่เขาคิดว่าเป็นเพราะเย่หนานปรับแต่งร่างกายให้
คิดไม่ถึงว่าตัวเขาเอง จะมีกายาพิเศษซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว
กายาก็แบ่งออกเป็นชนชั้นสูงต่ำ ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง จงสวามิภักดิ์ต่อข้า ข้าจะสอนวิธีใช้กายาพิเศษ และช่วยปลุกกายาของเจ้าให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ หลานหลิงกล่าวขณะที่มีเลือดไหลซึมที่มุมปาก
แต่ นางก็ยังคิดจะสยบกู้เฉินให้ได้
แม้แต่นางก็ยังดูไม่ออกว่ากายาพิเศษของกู้เฉินคือกายาชนิดใดกันแน่
แต่ นางหาได้ใส่ใจไม่
ทุกยุคทุกสมัย ย่อมมีกายาพิเศษใหม่ๆ ปรากฏขึ้นมาบ้าง
แต่ไม่ว่าจะปรากฏขึ้นมากเพียงใด ก็ไม่อาจสั่นคลอนกายาบรรพกาลระดับสูงสุดได้
ผู้มีกายาพิเศษย่อมแข็งแกร่ง
แต่ ก็แค่เมื่อเทียบกับคนธรรมดาที่ไร้กายาพิเศษเท่านั้น
อย่างที่นางบอก กายาพิเศษก็มีระดับชั้น
กายาของนางในชาตินี้ แม้เทียบกับชาติก่อน ก็ยังถือว่าเป็นกายาระดับสูงสุดในหมู่กายาบรรพกาล
ดังนั้น ในสายตาของหลานหลิง กายาของกู้เฉินอาจจะเป็นเพียงกายาใหม่ๆ ที่ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรนัก
ไม่จำเป็น ข้ามีอาจารย์อยู่แล้ว การที่เจ้าจะให้ข้าไปรับใช้เจ้า ก็เท่ากับให้ข้ากลายเป็นคนอกตัญญูไร้คุณธรรม กู้เฉินมองหลานหลิงด้วยสายตาดูแคลน
น่าขำ อาจารย์ของเจ้า ในสายตาข้าก็เป็นเพียงคนดาดๆ ทั่วไป หากได้ข้าชี้แนะ ย่อมดีกว่าไปกราบใครหน้าไหนเป็นอาจารย์ทั้งนั้น หลานหลิงกล่าวอย่างมั่นใจ
พูดจบหรือยัง ถ้าจบแล้วข้าไปล่ะ กู้เฉินเริ่มหมดความอดทน
เมื่อได้ยินคำพูดของกู้เฉิน หลานหลิงก็เริ่มมีโทสะ
เจ้าต้องคิดให้ดีๆ การได้รับคำชี้แนะจากข้า นับเป็นเกียรติสูงสุดของเจ้า หลานหลิงยังไม่ยอมตัดใจ
การได้ผู้มีกายาพิเศษมาเป็นลูกน้อง มีแต่ได้กับได้
เมื่อเห็นกู้เฉินถือสมุนไพรทำท่าจะเดินหนีโดยไม่สนใจตน
หลานหลิงก็อดรนทนไม่ไหว
นางเอ่ยถามว่า เจ้าจะมอบสมุนไพรวิเศษนั่นให้ข้าได้หรือไม่ ข้าจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ
ไม่ได้ กู้เฉินปฏิเสธทันควัน
เจ้าชื่ออะไร หลานหลิงรู้ดีว่าคงทวงสมุนไพรคืนไม่ได้แล้ว
หากนางยอมจ่ายค่าตอบแทนที่สูงกว่านี้ นางก็อาจจัดการกู้เฉินได้
แต่ เพื่อสมุนไพรแค่ต้นเดียว มันไม่คุ้มค่า
สมุนไพรชนิดนี้ แม้จะหายาก แต่ ก็ยังไม่ถึงขั้นสูญพันธุ์
ในสถานที่พิเศษบางแห่ง ก็ยังพอหาได้
แค่อาจจะทำให้การปลุกกายาพิเศษของนางล่าช้าออกไปหน่อยเท่านั้น
นางต้องการจดจำชื่อของกู้เฉินไว้ รอให้นางปลุกกายาพิเศษสำเร็จเมื่อไหร่ จะกลับมาสยบเขาให้จงได้
กู้เฉิน กู้เฉินตอบไปตามตรงไม่ได้ปิดบัง
กู้เฉิน หลานหลิงพึมพำชื่อนี้ นางไม่เคยได้ยินมาก่อน
ในความคิดของนาง กู้เฉินคงไม่ใช่คนของสำนักใหญ่โตอะไร
ส่วนอาจารย์ที่กู้เฉินเอ่ยถึง นางไม่ได้เก็บมาใส่ใจแม้แต่น้อย
สำหรับตัวนางในตอนนี้ อาจารย์ของเขาอาจจะแข็งแกร่ง
แต่ หากเทียบกับนางในยุคที่รุ่งโรจน์ถึงขีดสุด คนผู้นั้นก็ไร้ค่าไม่ต่างจากฝุ่นผง
และนาง จะต้องกลับไปสู่จุดสูงสุดนั้นให้ได้ หรืออาจจะก้าวข้ามมันไปเลยด้วยซ้ำ
โฮก
ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากัน
เสียงคำรามของสัตว์ร้ายก็ดังสนั่นหวั่นไหว
แฝงไปด้วยพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว
ทำเอาทั้งสองคนยืนแทบไม่อยู่
นี่มันสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่า ขั้นผสานแก่นแท้ ไปไกลโข ทำไมถึงมาโผล่ที่เขตชั้นนอกได้ หลานหลิงมองไปทางต้นเสียงด้วยความหวาดหวั่น
เสียงคำรามนั้นกำลังพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูง
หรือว่า หลานหลิงเหลือบมองซากพยัคฆ์ยักษ์ที่นอนตายอยู่ข้างๆ
อย่าบอกนะว่า ตีตัวเล็กตาย ตัวแก่เลยโผล่มา ดูเหมือนตัวที่มาคราวนี้จะโหดไม่ใช่เล่นเลยแฮะ กู้เฉินเองก็นึกถึงจุดนี้ขึ้นมาได้
และแล้ว พยัคฆ์ยักษ์ที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าตัวเมื่อครู่ถึงหนึ่งเท่าตัว ก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา
ความเร็วของมันรวดเร็วจนกู้เฉินและหลานหลิงไม่มีโอกาสได้หลบหนี
เมื่อมันเห็นซากพยัคฆ์ที่ถูกกู้เฉินและหลานหลิงสังหาร
พยัคฆ์ยักษ์ตัวนั้นก็แผ่กลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันอันน่าสยดสยองออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ