แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 93 ข้ายิ่งชอบเขาเข้าไปใหญ่
เมื่อได้รับอนุญาตจากกู้เฉิน ฮวาเหลียนก็เดินตรงเข้าไปหานายน้อยตระกูลฉู่ที่นั่งหมดสภาพ ดวงตาเหม่อลอยอยู่บนพื้น
นางวางมือลงบนศีรษะของนายน้อยตระกูลฉู่โดยตรง
วินาทีต่อมา
ร่างของนายน้อยตระกูลฉู่ก็เริ่มชักกระตุกไปทั้งตัว น้ำลายฟูมปาก ตาเหลือกถลนจนเห็นแต่ตาขาว
ภาพนี้ทำเอาทั้งกู้เฉินและมู่เป่ยเฉินที่ยืนอยู่ไม่ไกล ต้องขมวดคิ้ว
เพียงไม่กี่อึดใจ กู้เฉินก็เห็นลำแสงสายหนึ่งพุ่งออกจากศีรษะของนายน้อยตระกูลฉู่ มุดเข้าไปในฝ่ามือของฮวาเหลียนอย่างรวดเร็ว
ฮวาเหลียนชักมือกลับ สูดหายใจลึกด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขราวกับได้ลิ้มรสโอชารส
ส่วนนายน้อยตระกูลฉู่ ทันทีที่ฮวาเหลียนละมือ เขาก็ล้มฟุบหมดสติไปทันที
แต่ทว่า… ยังมีลมหายใจอยู่
กู้เฉินย่อมไม่ปล่อยให้คนตระกูลฉู่รอดชีวิต เพราะนั่นหมายถึงการทิ้งปัญหาไว้ในภายภาคหน้า ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร ความใจอ่อนคือหายนะ ต้องเด็ดขาดและเหี้ยมโหด
กู้เฉินหยิบดาบเล่มหนึ่งขึ้นมาจากพื้น แล้วเดินเข้าไปหานายน้อยตระกูลฉู่
ฉึก!
อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel Lucky
ดาบฟันลงไป นายน้อยตระกูลฉู่สิ้นใจตายโดยไร้ความเจ็บปวด
เป็นอันปิดฉากตระกูลฉู่อย่างสมบูรณ์
เวลานี้ กู้เฉินเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วเอ่ยเบาๆ จากนี้ไป… ข้าจะใช้ชีวิตเพื่อตัวเองแล้วนะ ความแค้นของพวกท่าน ข้าชำระให้แล้ว
กู้เฉินดึงสติกลับมา หันไปมองมู่เป่ยเฉิน ศิษย์น้อง ไปกันเถอะ
ได้เลย มู่เป่ยเฉินปรายตามองยายเฒ่าฮวาแวบหนึ่ง แล้วเตรียมจะหันหลังกลับ
เดี๋ยวก่อน ฮวาเหลียนรีบตะโกนเรียกกู้เฉินไว้
ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไร แต่ข้าไม่สนใจจริงๆ ลาก่อนและไม่ต้องพบกันอีก พูดจบ กู้เฉินก็ทำท่าจะเดินจากไป
ข้ามีความลับเรื่องหนึ่ง ข้าคิดว่า… เจ้าน่าจะสนใจ อยากลองฟังดูไหม ฮวาเหลียนขมวดคิ้วมองกู้เฉิน
เวลานี้ ทั้งฮวาเหลียนและยายเฒ่าฮวา ต่างรู้สึกประหลาดใจและสงสัยในใจ
เพราะ… เมื่อกี้พวกนางได้ยินชัดเจนว่ากู้เฉินเรียกมู่เป่ยเฉินว่าศิษย์น้อง
ผู้ฝึกตนระดับ ขั้นผสานแก่นแท้ เรียกผู้ฝึกตนระดับ ขั้นสวรรค์ลี้ลับ ว่าศิษย์น้อง นี่เป็นเรื่องที่พวกนางคาดไม่ถึงจริงๆ
วินาทีนี้ สายตาที่ยายเฒ่าฮวาและฮวาเหลียนมองทั้งสองคน จึงดูมีความนัยลึกซึ้งและเคร่งขรึมขึ้น
กู้เฉินทำเป็นมองไม่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของพวกนาง เขาถามฮวาเหลียนกลับไปว่า ความลับอะไร
กู้เฉินรู้ดีว่าฮวาเหลียนและหญิงชราผู้นี้ไม่ธรรมดา ความลับที่ออกจากปากพวกนาง ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
ไม่แน่ว่า… ถ้าเอากลับไปเล่าให้ท่านอาจารย์ฟัง อาจจะทำให้เย่หนานพอใจก็ได้
เห็นกู้เฉินเริ่มสนใจ ฮวาเหลียนยิ้มมุมปาก ก่อนจะบอก ช่วยบอกข้าหน่อยได้ไหมว่า อาจารย์ของพวกเจ้าเป็นใครมาจากไหน
ฮวาเหลียนอยากรู้จริงๆ ว่าคนแบบไหนกันที่สามารถรับยอดฝีมือ ขั้นสวรรค์ลี้ลับ เป็นศิษย์ได้
ได้ยินคำถามของฮวาเหลียน แววตาของกู้เฉินและมู่เป่ยเฉินเปลี่ยนเป็นอันตรายทันที
เห็นสายตานั้น ฮวาเหลียนขมวดคิ้ว
แม่นางเปลี่ยนคำถามเถอะ คำถามนี้… ข้าแนะนำว่าอย่ารู้จะดีกว่า กู้เฉินตอบเสียงเย็น
เจ้าหนูกู้ พวกเราแสดงความจริงใจขนาดนี้ อย่าทำตัวไม่รู้จักดีชั่ว ยายเฒ่าฮวาเอ่ยแทรกขึ้นมา
ทำไม ยายแก่ หนังเริ่มคันอยากโดนนวดรึไง มู่เป่ยเฉินมองยายเฒ่าฮวาด้วยสายตาดูแคลน
ฮึ คิดว่าข้ากลัวเจ้ารึ ยายเฒ่าฮวากระแทกไม้เท้าลงพื้นด้วยความโกรธ
ช่างเถอะ ไม่บอกก็ไม่เป็นไร หลังจากนี้… ข้าหวังว่าจะได้ร่วมมือกับเจ้า รบกวนทิ้งหยกสื่อสารไว้ให้หน่อยได้ไหม ฮวาเหลียนไม่ได้ดึงดันจะเอาคำตอบเรื่องอาจารย์ให้ได้
ในสายตานาง ขุมกำลังเบื้องหลังของนางย่อมเหนือกว่าอาจารย์ของกู้เฉินแน่นอน นางก็แค่สงสัยเฉยๆ
เจ้าหมายความว่ายังไง กู้เฉินเริ่มงงกับท่าทีของนาง
ว่ากันว่า ในดินแดนอันรกร้างแห่งนี้ มีสุสานขนาดใหญ่แห่งหนึ่งซ่อนอยู่ ว่ากันว่า… อย่างต่ำก็เป็นสุสานของยอดฝีมือระดับ ขั้นผลัดเปลี่ยนกายา และมันกำลังจะเปิดออกเร็วๆ นี้ ฮวาเหลียนพูดออกมาตรงๆ
อย่างต่ำก็ระดับขั้นผลัดเปลี่ยนกายา กู้เฉินตกใจ
พวกเจ้ามาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ สินะ มู่เป่ยเฉินที่ยืนอยู่ข้างๆ เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงหันไปมองฮวาเหลียนและยายเฒ่าฮวา
โอ้ เจ้าก็รู้เรื่องนี้ด้วยรึ ฮวาเหลียนมองมู่เป่ยเฉิน
พวกเจ้ารู้ แล้วทำไมข้าจะรู้ไม่ได้ มู่เป่ยเฉินตอบอย่างไม่ยี่หระ
พร้อมกับเสริมในใจว่า ไม่ดูเลยว่าข้าทำอาชีพอะไร (โจรขุดสุสาน)
ข้าก็ว่าแล้ว ที่กันดารแบบนี้ทำไมถึงมียอดฝีมือ ขั้นสวรรค์ลี้ลับ โผล่มา ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง ยายเฒ่าฮวามองค้อนมู่เป่ยเฉิน
นี่อาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้น ต่อไปอาจจะมีผู้แกร่งกล้าปรากฏตัวขึ้นอีกไม่น้อย ฮวาเหลียนพูดเสริม
ในเมื่อมียอดฝีมือมากันเยอะขนาดนั้น แล้วเจ้าจะมาชวนข้าทำไม จะเหลือส่วนแบ่งถึงเจ้ากับข้าหรือ กู้เฉินมองฮวาเหลียนอย่างไม่เข้าใจ
ข้าทำการบ้านมาพอสมควร ได้ยินมาว่า… ในสุสานนั้นมีข้อจำกัด อนุญาตให้เฉพาะผู้ที่อยู่ต่ำกว่า ขั้นกายาคงกระพัน เข้าไปได้เท่านั้น แต่เรื่องนี้ต้องรอให้สุสานเปิดออกก่อนถึงจะยืนยันได้แน่ชัด ฮวาเหลียนเล่าทุกอย่างที่รู้อย่างหมดเปลือก
แปลกประหลาดขนาดนั้นเชียว กู้เฉินขมวดคิ้ว เขาคิดว่าใครๆ ก็เข้าได้เสียอีก
ทันใดนั้น กู้เฉินก็ตาเป็นประกาย เหมือนนึกอะไรขึ้นได้
จริงสิ ท่านอาจารย์กำลังบ่นว่าไม่มีที่เที่ยวอยู่พอดี ถ้าเอาข่าวนี้ไปบอกท่าน ไม่แน่ว่า… ท่านอาจารย์อาจจะสนใจก็ได้ กู้เฉินรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
กู้เฉินรู้ดีว่าเย่หนานมีระดับพลังอยู่ที่ ขั้นปรับแต่งลมปราณ ตลอดเวลา ถ้าเป็นอย่างที่ฮวาเหลียนพูดจริง เย่หนานก็มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเข้าไปได้
ตกลง เมื่อไหร่ที่สุสานเปิด เจ้าส่งข่าวบอกข้าด้วย พูดจบ กู้เฉินก็ยื่นหยกสื่อสารให้ฮวาเหลียน
นี่เป็นหยกสื่อสารชนิดพิเศษ ส่งสัญญาณได้ไกลกว่าปกติ
หลังจากฮวาเหลียนรับหยกไป กู้เฉินและมู่เป่ยเฉินก็หันหลังเดินจากไป
ตอนนี้กู้เฉินแทบรอไม่ไหว อยากจะรีบนำข่าวดีนี้ไปบอกเย่หนาน
มองดูแผ่นหลังของทั้งสองคนที่เดินห่างออกไป ยายเฒ่าฮวาถามฮวาเหลียนด้วยความไม่เข้าใจ คุณหนู ปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ แบบนี้เลยหรือเจ้าคะ
ทำไม หรือเจ้าจะรั้งพวกเขาไว้ได้ ฮวาเหลียนปรายตามองยายเฒ่าฮวา
ข้า ยายเฒ่าฮวาจุกจนพูดไม่ออก
นางรู้ดีว่าลำพังนางคนเดียว แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรั้งกู้เฉินและมู่เป่ยเฉินเอาไว้
แต่ว่า ยายเฒ่าฮวายังอยากจะพูดต่อ
วางใจเถอะ เขาหนีไม่พ้นเงื้อมมือข้าหรอก ถึงเวลาข้าจะทำให้เขายอมจำนนและยินยอมฝึกคู่ กับข้าด้วยความเต็มใจ ตอนนี้เขายังมองเราในแง่ลบ ต้องค่อยเป็นค่อยไป ฮวาเหลียนรีบขัดจังหวะ
ได้ยินดังนั้น ยายเฒ่าฮวาตาเป็นประกาย เป็นข้าน้อยที่ใจร้อนไปเอง คุณหนูช่างรอบคอบยิ่งนัก
เอาล่ะ พักเรื่องเขาไว้ก่อน เจ้าไปเตรียมการเรื่องสุสานที่จะเปิดเถอะ ฮวาเหลียนสั่งการ
เจ้าค่ะ ข้าน้อยจะรีบไปดำเนินการ พูดจบ ยายเฒ่าฮวาก็ขอตัวจากไป
มองดูซากปรักหักพังของตระกูลฉู่ ฮวาเหลียนยิ้มมุมปาก ช่างเป็นคนที่เด็ดขาดเหี้ยมเกรียมจริงๆ แต่ว่า… ข้ายิ่งชอบเขาเข้าไปใหญ่แล้วสิ คิก คิก คิก
พูดจบ ฮวาเหลียนก็หันหลังเดินจากไป
ทางด้านกู้เฉิน เขาใช้ความเร็วสูงสุดมุ่งหน้ากลับสำนักอวี้หัว
ถึงกระนั้น ก็ยังใช้เวลาเดินทางหลายวัน
ส่วนมู่เป่ยเฉินนั้น เขาไม่ยอมกลับไปด้วย โดยอ้างว่าจะไปลาดตระเวนหาสุสานล่วงหน้า
กู้เฉินรู้นิสัยศิษย์น้องคนนี้ดี จึงได้แต่พยักหน้าตกลง
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เย่หนานและหลิงหลงใช้ชีวิตอยู่นอกสำนัก
เพิ่งจะกลับมาที่ยอดเขาหนานเมื่อวานนี้เอง
จากการเช็คอินระบบตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตอนนี้ในคลังเก็บของก็เต็มไปด้วยเคล็ดวิชาและสมบัติวิเศษกองพะเนินอีกครั้ง
แต่ทว่า… สำหรับเย่หนานและหลิงหลงแล้ว ของพวกนี้ก็เป็นได้แค่เชื้อเพลิงสำหรับก่อไฟเท่านั้นเอง