แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 94 เย่หนานผู้เบื่อหน่าย
ทันทีที่กู้เฉินกลับถึงยอดเขาหนาน เขาก็รีบวิ่งไปหาเย่หนานเป็นคนแรก
ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ ศิษย์กลับมาแล้วขอรับ กู้เฉินตะโกนเรียกพลางวิ่งเหยาะๆ เข้าไปในลานบ้าน
เย่หนานที่กำลังถอนหญ้าในแปลงผัก ได้ยินเสียงกู้เฉินก็หยุดมือ
เขาเงยหน้ามองไปที่ประตูรั้ว
เห็นกู้เฉินวิ่งหน้าตั้งเข้ามาด้วยความดีใจ เย่หนานชะงักไปเล็กน้อย
อ้าว ศิษย์รัก เป็นอะไรไป ไม่ใช่ว่าไปแก้แค้นหรอกเหรอ เสร็จเร็วขนาดนี้เลย เย่หนานถามด้วยความสงสัย
ท่านอาจารย์ ศิษย์ล้างแค้นเรียบร้อยแล้วขอรับ ที่กลับมาครั้งนี้เพราะอยากจะบอกข่าวดีกับท่านอาจารย์ ไม่รู้ว่าท่านอาจารย์จะสนใจไหม กู้เฉินมองเย่หนานอย่างระมัดระวัง
โอ้ ข่าวอะไรล่ะ เย่หนานเริ่มสนใจ
หลิงหลงที่อยู่ข้างๆ ก็ขยับเข้ามาฟังด้วยความอยากรู้
ท่านอาจารย์ ขากลับมาข้าได้ยินข่าวลือว่า สุสานของผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงกำลังจะเปิดออก ข้าเห็นท่านอาจารย์บ่นว่าไม่มีที่เที่ยว เลยอยากรู้ว่าท่านสนใจไหมขอรับ กู้เฉินสังเกตปฏิกิริยาของเย่หนาน
และเป็นไปตามคาด พอได้ยินเรื่องนี้ ตาของเย่หนานลุกวาวทันที
อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel Lucky
เย่หนานเคยได้ยินระบบบอกว่า ยอดฝีมือบางคนก่อนตายจะทิ้งมรดกตกทอดเอาไว้ เรียกว่าสถานที่บำเพ็ญเพียร หรือสุสาน
หลิงหลงเองก็สนใจ การอุดอู้อยู่แต่ในสำนักอวี้หัวกับเย่หนานทุกวัน มันน่าเบื่อจริงๆ
งั้นก็เยี่ยมไปเลยสิ สมกับเป็นศิษย์รักของอาจารย์ เย่หนานตื่นเต้นจนโยนจอบทิ้ง
ไป ไป ไป เราออกเดินทางกันเดี๋ยวนี้เลย เย่หนานรอไม่ไหวแล้ว รีบเร่ง
เอ่อ… คือว่า ท่านอาจารย์ ตอนนี้ศิษย์ก็ยังไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนแน่ชัด แต่ถ้าสุสานปรากฏขึ้นเมื่อไหร่ จะมีคนส่งข่าวมาบอกข้าเองขอรับ กู้เฉินตอบเสียงอ่อย
หา งั้นเหรอ นึกว่าจะได้ไปเลยซะอีก เย่หนานผิดหวังเล็กน้อย
ก็ได้ๆ ถึงเวลาอย่าลืมเรียกข้าด้วยล่ะ เย่หนานกำชับ
หลายวันต่อมา ชีวิตยังคงสงบสุข กู้เฉิน เย่หนาน และหลิงหลง ยังคงใช้ชีวิตเดิมๆ
อีกด้านหนึ่ง
มู่เป่ยเฉินอาศัยประสบการณ์อันโชกโชน ดั้นด้นมาจนถึงภูเขายักษ์ลูกหนึ่ง
ถ้าเย่หนานมาเห็น คงจำได้ทันทีว่าที่นี่คือที่ไหน
ไม่ใช่ที่อื่นไกล มันคือใจกลาง เทือกเขาหมื่นอสูร
ภูเขายักษ์ที่เคยถูกเย่หนานตบจนแบนราบ ตอนนี้ดูแปลกตาไปเล็กน้อย ถ้าไม่สังเกตดีๆ คงดูไม่ออก
โอ้โห สมกับเป็นข้าจริงๆ สุดท้ายก็หาจนเจอ ฮ่าฮ่าฮ่า มู่เป่ยเฉินยิ้มแก้มปริด้วยความดีใจ
เวลาไม่คอยท่า รีบลงมือดีกว่า คิดได้ดังนั้น มู่เป่ยเฉินรีบหยิบอุปกรณ์ทำมาหากินออกมา แล้วเริ่มขุดอุโมงค์ทันที
แต่ทว่า… ขุดไปจนเกือบจะถึงตัวสุสาน มู่เป่ยเฉินก็เหมือนชนเข้ากับอะไรบางอย่าง
หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด เขาพบว่ามันคือกำแพง
และบนกำแพงนั้นเต็มไปด้วยอักขระยันต์ยึกยือ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นค่ายกล
เฮ้อ กะแล้วเชียว สุสานของยอดฝีมือระดับนี้ มันต้องไม่ง่าย มู่เป่ยเฉินเจ็บใจ
จากนั้น เขาก็งัดกลเม็ดเด็ดพรายทุกอย่างที่มีออกมาใช้ แต่ผลลัพธ์กลับน้อยนิด
อย่าว่าแต่ค่ายกลเลย แค่วัสดุที่ใช้ทำกำแพงก็ไม่ธรรมดาแล้ว
ทำได้แค่มองตาปริบๆ แต่เข้าไปไม่ได้ มู่เป่ยเฉินรู้สึกอัดอั้นตันใจสุดขีด
ทันใดนั้น มู่เป่ยเฉินเหมือนนึกอะไรออก ตาเป็นประกายวูบ
จริงสิ ในคลังเก็บของท่านอาจารย์มีสมบัติวิเศษตั้งเยอะ ไม่แน่ว่าอาจจะมีของไว้สำหรับทำลายค่ายกลก็ได้ มู่เป่ยเฉินตบเข่าฉาด รีบบึ่งกลับสำนักอวี้หัวทันที
หลังจากมู่เป่ยเฉินจากไปไม่นาน เงาร่างสองสายก็มาปรากฏที่นี่
ถ้ากู้เฉินอยู่ด้วย คงจำทั้งสองคนนี้ได้ทันที
ไม่ใช่ใครอื่น ฮวาเหลียนและยายเฒ่าฮวานั่นเอง
คุณหนู มั่นใจนะเจ้าคะว่าเป็นที่นี่ ยายเฒ่าฮวาถามฮวาเหลียนอย่างลังเล
น่าจะใช่ การสัมผัสของข้าไม่เคยพลาด เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเปิดเมื่อไหร่ ฮวาเหลียนพยักหน้า
ไม่รู้ทำไม ช่วงนี้ในเมืองอวิ๋นผู้คนเริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ
แต่สำหรับพวกเย่หนานที่อยู่บนสำนักอวี้หัว ไม่ได้รับผลกระทบอะไร
เฮ้อ ศิษย์รัก เจ้าว่าไอ้สุสานนั่นเมื่อไหร่จะเปิดสักที เย่หนานนอนเอกเขนกบนเก้าอี้โยก ใจจดใจจ่อรอข่าวจากกู้เฉิน
กู้เฉินที่กำลังถอนหญ้าอยู่ข้างๆ ก็อึกอัก
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเปิดเมื่อไหร่ ได้แต่ก้มหน้าก้มตาถอนหญ้าต่อไป
ฟึ่บ
ในขณะที่พวกเย่หนานกำลังคุยกัน
เงาร่างสายหนึ่งเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจภูตผี มาโผล่ที่ยอดเขาหนาน
พอเห็นหน้าผู้มาเยือน พวกเย่หนานก็แปลกใจ
ศิษย์น้อง ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะ กู้เฉินมองมู่เป่ยเฉินด้วยสายตาแปลกๆ
แหะๆ… คารวะท่านอาจารย์ ศิษย์พี่ ศิษย์พี่หญิง มู่เป่ยเฉินยังคงมีมารยาท คารวะทักทายทุกคน
ทันทีที่เห็นมู่เป่ยเฉิน หลิงหลงก็รีบเดินเลี่ยงไปอยู่ซะไกลลิบ
เจ้าชอบร่อนเร่ไปข้างนอกไม่ใช่หรือ กลับมาทำไม เย่หนานถามด้วยความสงสัย
แหะๆ… ท่านอาจารย์ ข้ากลับมาคราวนี้ อยากจะขอยืมของท่านสักหน่อยขอรับ มู่เป่ยเฉินถูมือไปมาด้วยความเขินอาย
ของ ของอะไร อยากได้อะไรก็เข้าไปเลือกในคลังเก็บของเอาเองสิ เย่หนานไม่ถือสา
แม้มู่เป่ยเฉินจะซกมกไปหน่อย แต่ก็เป็นศิษย์ของเขา ย่อมต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
ได้ยินคำอนุญาต มู่เป่ยเฉินตาเป็นประกาย
ขอบพระคุณท่านอาจารย์ หลังจากคำนับเย่หนานอีกครั้ง มู่เป่ยเฉินก็วิ่งหน้าตื่นเข้าไปในคลังเก็บของ
พอเข้ามาในคลัง มู่เป่ยเฉินก็ตาลายอีกรอบ
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า เขารู้สึกว่าสมบัติในนี้เหมือนจะถูกเปลี่ยนชุดใหม่หมด
แม้จะเป็นครั้งที่สองที่ได้เห็น แต่ก็ยังทำให้มู่เป่ยเฉินตื่นตะลึง และอดใจไม่ไหวอยากจะกวาดไปให้หมดเหมือนเดิม
ตั้งสติได้ มู่เป่ยเฉินรีบคุ้ยหาของอย่างระมัดระวัง
มือไม้เบาหวิว กลัวทำสมบัติเสียหาย
หาอยู่พักใหญ่ ในที่สุดมู่เป่ยเฉินก็ตาเป็นประกาย
เขารีบคว้าพลั่วทองคำขนาดยักษ์ด้ามหนึ่งขึ้นมา
บนตัวพลั่วมีอักขระสีทองไหลเวียนอยู่มากมาย ราวกับว่าอักขระเหล่านี้มีชีวิต
แม้มู่เป่ยเฉินจะอ่านไม่ออก แต่เขารู้ว่านี่ต้องเป็นสมบัติที่เกี่ยวกับค่ายกลแน่ๆ
ไม่รอช้า มู่เป่ยเฉินถือพลั่วทองคำยักษ์อย่างทะนุถนอมเดินออกมาข้างนอก
เห็นพลั่วทองคำในมือมู่เป่ยเฉิน กู้เฉินและหลิงหลงทำหน้าประหลาด
เจ้าเอาไอ้นั่นไปทำไม เย่หนานถามอย่างไม่เข้าใจ
แหะๆ… ท่านอาจารย์ ข้าไปเจอสถานที่เด็ดๆ มาที่หนึ่ง แต่ติดค่ายกลเข้าไปไม่ได้ ก็เลย… มาขอความช่วยเหลือจากท่านอาจารย์นี่แหละขอรับ มู่เป่ยเฉินยิงฟันเหลืองอ๋อยยิ้มร่า
อ๋อ อย่างนี้นี่เอง เย่หนานพยักหน้า
พลั่วทองคำอันนี้ เขาได้จากการเช็คอินจริงๆ ดูเหมือนสรรพคุณจะเอาไว้ขุดทำลายค่ายกลโดยเฉพาะ
งั้นศิษย์ขอตัวก่อนนะขอรับ มู่เป่ยเฉินคำนับเย่หนานอีกครั้ง แล้วไม่รอให้เย่หนานพยักหน้า ก็รีบชิ่งหนีไปทันที