แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 284 ยังไม่มีข้อกำหนดที่ไม่ตีผู้หญิง
บทที่ 284 ยังไม่มีข้อกำหนดที่ไม่ตีผู้หญิง
นรมนไม่ได้คุยกับธรณีในสายโดยตรง แต่คุยกันในวี
แชท
นลินเห็นนรมนส่งข้อความนี้ในโทรศัพท์อย่างไม่หยุด พูดอย่างเย็นชาว่า : “ดูท่าแล้วสามเดือนข้างหน้าคุณคง ไม่เหงามากหรอก ถึงจะไม่มีบุริศร์อยู่ข้างๆ คุณก็มีคน เป็นห่วงเยอะแยะเลยนิ”
สายตาของนรมนเย็นชาในทันที เหมือนดาบคมที่เพิ่ง ทำออกมา ที่มแทงตรงไปที่นลิน
“ทางที่ดีคุณอย่าพูดถึงข้อตกลงสามเดือนตลอดเวลา อีก ถ้าไม่อย่างงั้น …”
“ไม่งั้นทำไม ? คุณยังจะไม่ผ่าตัดให้ลูกสาวคุณ หรอ ?”
แต่นลินมั่นใจมาก นรมนที่รู้สึกน่าหดหู่อยากโดดลง
จากรถซะเลย
ใช่ !
เธอทำไม่ได้ !
งั้นต้องถูกนลินรังแกแบบนี้งั้นเหรอ ?
นรมนก้มศีรษะด้วยความโกรธ พูดเรื่องในโรง พยาบาลกับธรณีอย่างต่อเนื่อง เพื่อหันเหความสนใจของ ตัวเอง ไม่งั้นเธอกลัวว่าถึงแม้ตัวเองจะไม่กระโดดลงรถ แต่ก็จะถีบนลินลงไปแทน หลังจากที่ธรณีได้ยินคำพูดของนรมน ก็เป็นห่วงมาก “คุณอย่าเพิ่งรีบฝาตัด ผมให้คนไปตรวจที่โรง
พยาบาลหัวเฉียวก่อน ”
ดูวิธีการจัดการของธรณีแล้ว นรมนไม่เห็นด้วย
“คุณอา เราไม่มีเวลาที่จะไปตรวจหมอพวกนั้น และ มันไม่สามารถตรวจชัดเจนในเวลาไม่นานได้ ฉันมีหมอคน นึ่ง รู้อาการของกมลเป็นอย่างดี ฉันสามารถให้เขามา ผ่าตัดได้ แต่ต้องการให้คุณประสานงานกับทางโรง พยาบาล =
ก่อนที่จะส่งกมลกลับประเทศ นรมนก็ได้รับหมอจาก ศูนย์ดูแลผู้ป่วยพักฟื้นมาด้วย จะให้เขาเป็นคนผ่าตัดให้ กมล
หมอคนนั้นเป็นคนของไมค์ ไมค์เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ของบุริศร์ จะต้องรับผิดชอบกับการผ่าตัดครั้งนี้เป็นอย่าง ดีแน่ๆ
แต่ว่านรมนคิดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเรื่องเยอะขนาดนี้ ยังดีที่หมอคนนั้นยังอยู่ แต่เป็นไปไม่ได้ที่โรงพยาบาล หัวเฉียวจะให้หมอจากที่อื่นมาผ่าตัดง่ายขนาดนี้
ธรณีได้ยินนรมนพูดแบบนี้ กล่าวเบาๆว่า : ” เรื่องนี้ให้ ผมจัดการเอง เดี๋ยวผมจะโทรหาผู้อำนวยการโรงพยาบาล ตอนนี้เลย หลังจากที่คุณถึงแล้วรอผมด้วย รอให้ผมมาถึง แล้วคุณค่อยทำอย่างอื่น ใช่แล้ว ทางฝั่งบุริศร์มีกำลังคน เพียงพอไหม ? ให้ผมส่งคนไปหน่อยไหม ?”
“ไม่ต้องละ ทางนั้นมีคนของฉันและกานต์อยู่ และฉัน ก็โทรไปให้พฤกษ์แล้ว พฤกษ์จะไปทันที คุณอาเราเจอกัน ที่โรงพยาบาลหัวเฉียวนะคะ”
นรมนและธรณีติดต่อกันเสร็จ ค่อยตัดสายออก หันไป ค่อยเห็นนลินจ้องมองเธอนานมาก ก็ไม่รู้ว่ากำลังสำรวจ อะไรเธออยู่
เห็นนรมนมองมาที่ตัวเอง นลินรีบหันไปมอง บรรยากาศข้างนอก
ตลอดทางทั้งสองคนไม่คุยกันเลย ไม่นานก็มาถึงโรง
พยาบาลหัวเฉียวในเมือง ธรณีจะมาในเวลาอีกสักพัก ตอนนี้นรมนเป็นห่วง สถานการณ์ของกมลมาก ก็เลยรีบลงจากรถ
นลินก็ไม่ได้กังวลอะไร ตามหลังนรมนเข้าโรง พยาบาล
“หยุด พวกคุณเป็นใคร ?”
นรมนยังไม่ได้เข้าไปห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาล ก็ถูก คนมาขวางไว้ข้างนอก ดูลักษณะรูปร่างของอีกฝ่ายแล้ว เหมือนเป็นคนที่มีฐานะสูงของโรงพยาบาลนี้
นลินมองไปที่นรมนอย่างไม่แยแส ทำท่าทางเหมือน คุณจะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับฉัน แต่ว่าถ้านรมนอยากจะ เข้าไปช่วยกมลจริงๆ ก็ต้องตีสนิทกับที่นี่
นรมนขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาเย็นชาลง
“ลูกสาวของฉันพักอยู่ที่นี่ เดี่ยวต้องผ่าตัด เชิญถอย ไป” “บัตรประชาชน”
อีกฝ่ายมองนรมนด้วยสีหน้าดูถูก เหมือนฐานะอย่างนร มนไม่มีทางที่จะเข้ามาได้
จะดูถูกไปหน่อยละ
แต่นรมนขี้เกียจจะไปสนใจคนคนนี้ ตอนที่เธอกำลัง คิดจะเอาบัตรประชาชนออกมา ก็ได้ยินเสียงล้อที่คุ้นเคย ดังขึ้นมา
“โรงพยาบาลหัวเฉียวเริ่มทำงานของตำรวจตั้งแต่เมื่อ ไหร่ ?”
เสียงนี้ออกมา นรมนตะลึงในทันที แต่คนตรงหน้ากลับ
สะดุ้งขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงนี้
“คุณชายเจตต์”
เขาเรียกอย่างตัวสั่น
เจตต์มาจากไม่ไกล ตอนเห็นนรมน ก็เป่าปากเสียง นกหวีดทันที
” ไม่เจอกันนานนะ คนสวย คิดถึงผมไหม ?”
เจตต์ยังคงทำท่าทางเอ้อระเหยแบบนี้ แต่กลับทำให้ มุมปากของนรมนยกขึ้นมาทีละน้อย
“ทำไมคุณถึงอยู่นี่ ?”
“ผมก็อยากรู้ว่าทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่ ? บอกว่าไป อเมริกาแล้วไม่ใช่เหรอ ? กลับมาก็ไม่ติดต่อผมเลย ทำไม ลืมผมแล้วจริงๆเหรอ ? หรือว่าคุณบุริศร์ไม่อนุญาต ? เจตต์ยังคงพูดด้วยสารรูปแบบนั้น แต่ว่านรมนกลับไม่ ค่อยถือสา
“เรื่องเยอะมาก ก็เลยดูแลไม่ทั่วถึง เดี๋ยวลูกสาวฉัน ต้องฝาตัดแล้ว ฉันก็เลยรีบมา ยังไม่มีเวลาโทรไปให้คุณ เลยไงล่ะ ?”
คำพูดของนรมนทำให้เจตต์รู้สึกตะลึง “เดี๋ยวนะ ลูกสาวคุณ ? คุณมีแค่ลูกชายไม่ใช่เห
รอ?”
” ที่ฉันคลอดคือฝาแฝด ลูกสาวฉันสุขภาพไม่ดีมาโดย ตลอด เมื่อก่อนพักฟื้นที่สหรัฐอเมริกา”
ถึงตอนนี้แล้วนรมนก็ไม่อยากปิดบังเจตต์อีกแล้ว
เจตต์ฟังแล้ว รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ดูหลังของนรมน กำลังจะผ่าตัดแล้ว ไอ้ผู้ชายคนนั้นกลับไม่อยู่ ?”
แล้ว พูดอย่างรู้สึกงงงวย : “บุริศร์ไม่มาเหรอ ? ลูกคุณ
“ตอนนี้เขาไม่สะดวกค่ะ ”
พูดถึงบุริศร์ นรมนยังคงปวดใจ
เรื่องอะไรจะสำคัญกว่าการผ่าตัดของลูกสาวตัว เอง ? ดูเหมือนว่าตอนนั้นคุณจะเลือกผิดนะ ถ้าคุณเลือก ผม ถึงตอนนี้ผมจะนอนอัมพาตอยู่บนเตียงผมก็จะไม่มี ทางที่จะไม่สนใจลูกสาวคุณ !”
เจตต์จะพูดนินทาอะไรไม่ดีเกี่ยวกับบุริศร์ทุกครั้งที่มี โอกาศ ใครให้เขามาแย่งไอดอลสาวที่ตัวเองชอบที่สุดไป ล่ะ? นลินมองเจตต์เหมือนจะฟังอะไรออกนิดหน่อย แต่พูด ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย : “นรมน คุณได้อยู่นะ ! ผู้ชายหนึ่ง คนสองคนล้วนยอมให้ช่วยเหลือคุณอย่างเต็มใจ ดูแล้วถึง คุณจะไม่มีบุริศร์ ก็คงจะไม่เหงาเกินไปเนาะ ! ”
เพิ่งพูดจบนรมนหันไปทันที เสียง” เพียะ!”ครั้งนึง ก็ตบ หน้านลินไปครั้งนึง
พื้น
นลินไม่ทันตั้งตัว ทั้งตัวถูกตีจนชวนเซ เกือบล้มอยู่กับ
“คุณ….”
“อย่าคิดว่าคุณบริจาคไตให้ลูกสาวฉัน ฉันก็จะให้ เกียรติคุณ นลิน พูดแล้ว ระหว่างฉันกับคุณก็แค่เป็นการ ธุรกรรมเท่านั้น ดังนั้นอย่าท้าทายความอดทนที่ฉันเหลือ อยู่ ไม่งั้นฉันก็ไม่ถือสาที่จะฆ่าคุณให้ตาย”
นรมนพูดไม่ผิดเลย
ที่จริงแล้ว ในตอนที่นลินให้บุริศร์เอาเวลาสามเดือนมา อยู่กับเธอเป็นข้อตกลงในการธุรกรรม นรมนก็เต็มไปด้วย ความโกรธแค้นแล้ว
ตอนนี้นลินกลับยั่วยุเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เธอคิดว่าเธอไม่กล้าทำอะไรเธอจริงๆเหรอ ?
นลินเห็นในดวงตาของนรมนเต็มไปด้วยสายตา อาฆาต ในเวลานี้เธอรู้สึกว่านรมนคิดอยากจะฆ่าเธอจริงๆ ก็รู้สึกตัวสั่นขึ้นมา แต่นึกถึงลูกสาวของนรมนยังต้องการ ความช่วยเหลือของเธออยู่ เธอค่อยรู้สึกโล่งใจหน่อย “นรมน ทางที่ดีที่สุดคุณ….”
“ผมว่าไอ้คนนั้น ถ้าคุณไม่อยากตายก็หุบปากเถอะ ถึงผมคนนี้จะรักหยกถนอมบุปผา แต่ถ้าอยู่ตรงหน้าคน สวยของเรา ผมก็จะทำตัวเป็นวีรบุรุษเหมือนกัน และผม เจตต์ก็ไม่มีข้อกำหนดที่ไม่ตีผู้หญิงด้วย ”
เจตต์เหมือนจะดูความโกรธที่นรมนมีให้นลินออก แค่นรมนพูดออกคำสั่งมาคำนึง เขาไม่ถือสาที่จะเป็นนัก
ฆ่า
นลินตกใจมากที่ได้ยินคำว่าเจตต์ ถึงเจตต์จะเป็น ผู้ชายเจ้าชู้มาโดยตลอด แต่วิธีการลงมือของเจตต์ คนนอกก็รู้ เธอนึกไม่ถึงเลยว่าจะเจอเจตต์ที่นี่
เมื่อเห็นนลินสงบลง นรมนก็ค่อยๆลดความโกรธ พูด กับเจตต์ว่า : “ในเมื่อคุณก็อยู่ที่นี่ งั้นก็ช่วยฉันหน่อย”
“ว่ามา”
“ในโรงพยาบาลนี้มีคนของป้าโอ ว่ากันว่าจะลงมือกับ ลูกสาวของฉัน ตอนนี้ฉันตรวจสอบไม่ทันแล้ว เรื่องนี้ก็ยก ให้คุณละกันได้ไหม ?”
นรมนรู้ว่าเจตต์สามารถไว้ใจได้ ไม่ว่ามิตรภาพเมื่อ ก่อนเป็นยังไง เธอก็สามารถรู้สึกได้ว่าเจตต์ดีกับเธอจริงๆ
ถึงจะไม่ได้เป็นคู่รักกัน แต่ก็เป็นเพื่อนรักกันได้
เมื่อเจตต์ได้ยิน รีบพยักหน้าแล้วพูดว่า : “ไม่มีปัญหา เรื่องนี้ยกให้ผม”
“คุณชายเจตต์ นี่มัน…” เจตต์เพิ่งพูดจบ ทันใดนั้นคนเมื่อกี้ที่ห้ามนรมนก็เอ่ย ปากพูด อยากห้ามเจตต์ไม่ให้ยุ่ง แต่ถูกเจตต์ถีบไปข้างๆ
“ตอนผมพูดถึงคิวคุณพูดแทรกเมื่อไหร่กัน ? ทำไม ? คุณตั้งใจที่จะรอคนสวยของเราอยู่ที่นี่ใช่ไหม ? ได้ สวิส ช่วงนี้กล้ามากเลยเนอะ แม้แต่คนที่ผมเจตต์อยากปกป้อง ก็กล้าลงมือใช่ไหม ?”
ตอนที่เจตต์กำลังพูดก็เดินเข้าไปถีบสวิสอีกหลายที
สวิสไม่กล้าถีบคืนเลยสักนิด และไม่กล้าพูดอะไร เจต ต์อยู่ที่เมืองชลธีเป็นคนที่ไร้ระเบียบ ถ้าโหดขึ้นมาจริงๆพ่อ เขาก็ด่าเหมือนกัน อย่าพูดถึงคนอย่างพวกเขาเลย
แต่เจตต์มีคนรู้จักอยู่ที่เมืองหลวง ได้ยินว่าอีกฝ่าย อำนาจใหญ่มาก และปกป้องเจตต์มาก ดังนั้นอยู่ที่เมือง ชลธีไม่มีคนกล้ามารุกรานเจตต์
เห็นสวิสนิ่งแล้ว เจตต์ถามอย่างกวนๆ : “ตอนนี้ยังไม่ ให้คนสวยเราเข้าไปอีกเหรอ ?”
“เข้าเข้าเข้า ! ”
ตอนนี้สวิสจะกล้าห้ามที่ไหน ?
ถ้าเขากล้าพูดว่าไม่ให้นรมนเข้าไปอีก คาดว่าเจตต์ คงจะถีบศีรษะเขาให้แตกได้เลยแหละ
เจตต์ยิ้มอย่างร้ายๆแล้วพูดว่า : “คนสวย คุณติดผม อีกครั้งนะ”
“วันหลังเลี้ยงข้าวคุณ”
นรมนยิ้มอ่อนๆแล้วตบไหล่เขา แล้วลุกขึ้นเดินไปข้าง ใน
เขตต์รู้สึกเครียดเล็กน้อย
ทุกครั้งก็บอกว่าจะเลี้ยงข้าวเขา แต่เหมือนว่าไม่เคย ได้กินเลยสักครั้ง หรือว่าในสายตาของนรมน เขาเป็นนัก กินจุงั้นเหรอ ?
เจตต์จับจมูกของตัวเอง รู้สึกเครียดเล็กน้อย แต่กลับ ไม่พูดอะไร ตอนหันไปมองสวิสสายตาก็เปลี่ยนไปเลย
“ใครให้คุณมาห้ามนรมนที่นี่ ? ”
คำนี้เจตต์ถามอย่างไม่หนักไม่เบา แต่กลับทำให้สวิส เหงื่อไหลไม่หยุด
เขายังอยากพูดอะไร เจตต์ลงมืออีกครั้ง ทันใดนั้นสวิ สก็ร่ำไห้ขึ้นมา
นลินตกใจจนตัวสั่น และนรมนก็ได้ยินด้วย แต่ตอนนี้ เธอไม่มีความคิดและไม่มีเวลาที่จะมาสนใจความเป็น ความตายของสวิส ตอนนี้เธอแค่อยากรีบไปพบกมล
หลังจากที่โทรให้กิจจาแล้ว รู้ตำแหน่งห้องผู้ป่วยของ กมล นรมนรีบเดินไปในทางของห้องผู้ป่วย ก้าวเดินอย่าง ยุ่งๆ
นลินตามอยู่ข้างหลังเธอ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็ ไม่ได้ไปพูดกระตุ้นนรมนอีก
ในที่สุดทั้งสองคนก็ไปถึงห้องผู้ป่วยของกมลสักที นร มนรีบเปิดประตูห้องผู้ป่วยอย่างรีบร้อน แต่กลับตะลึงใน ตอนที่เปิดประตู