แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 432 ตกลงแล้วเป็นใครกันแน่
บทที่ 432 ตกลงแล้วเป็นใครกันแน่
ทั้งหมดนี้เป็นปฏิกิริยาตอบสนองตามจิตใต้สำนึกของตุลยาทั้งสิ้น
แววตาของธรณีเย็นชาเกินไป คล้ายกับแสงเอาไว้ด้วยความต้องการฆ่า ราวกับว่าอยากจะฉีกเธอออกเป็นชิ้นๆ เสียตั้งแต่ตอนนี้
ตุลยาส่ายหน้าทันที
“ไม่ใช่ฉันนะคะคุณอาเล็ก ไม่ใช่ฉันนะ!”
นรมนเห็นสภาพเธอแบบนี้แล้ว ก็พูดอย่างเย็นชาว่า “เลิกประวิงเวลากันได้แล้ว คิดจะปล่อยให้คนของพวกคุณขับรถออกไปอย่างนั้นเหรอ เธอจะบอกว่าตระกูลทวีทรัพย์ธาดาของพวกเธอไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงๆ ละก็ ให้พวกเราดูหน่อยจะเป็นไรไป”
คำพูดนี้ทำให้คุณนายทวีทรัพย์ธาดาโมโหจนเกือบจะด่านรมนออกมาอีกหลายประโยค ทว่ากลับถูกธรณีห้ามไว้
“ได้ ฉันจะพาพวกเธอเข้าไป!”
ทันทีที่ธรณีพูดจบ ก็ไม่มีใครกล้าทำตัวชักช้าอีก รีบพากันหลีกทางให้ทันที
แม้ว่าคุณนายทวีทรัพย์ธาดากับตุลยาจะไม่ยินดีนัก แต่ตอนนี้ก็ทำได้เพียงต้องตามพวกธรณีเข้าไป
ร่างกายของนรมนสั่นสะท้าน เหงื่อไหลชุ่มฝ่ามือทั้งสองข้าง
เธอภาวนาให้รถและลูกของเธอยังคงอยู่ที่นี่ จะได้พาลูกกลับไปเสียที แต่อีกใจหนึ่งเธอก็กลัวว่าทั้งรถและลูกของเธอจะอยู่ที่นี่จริงๆ
ถ้าหากตระกูลทวีทรัพย์ธาดาเป็นคนทำเรื่องพวกนี้จริงๆ เธอจะมีหน้าไปพบกับลูกของตัวเอง และเผชิญหน้ากับตระกูลทวีทรัพย์ธาดาต่อไปได้ยังไง
บุริศร์รับรู้ได้ถึงความสับสนวุ่นวายในหัวใจของเธอตอนนี้ดี จึงกุมมือเธอเอาไว้แน่นแล้วพูดว่า “มีผมอยู่คุณไม่จำเป็นต้องกลัว”
“ค่ะ!”
ทั้งสองคนประคองกันเข้าไปในสวนด้านหลังของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาตลอดทาง
รถคันคุ้นตาปรากฏต่อหน้าทุกคน
สีหน้าของนรมนไม่น่ามองขึ้นมาทันที
“คุณชายธรณีพอจะอธิบายให้ฉันฟังได้ไหมคะ ว่านี่มันเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
ธรณีมองไปยังรถตรงหน้า และเคลื่อนสายตาลงไปบนล้อรถที่เปื้อนด้วยโคลนสดใหม่ เห็นได้ชัดว่าเป็นดินทรายที่มาจากแถบทะเล ทันใดนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมาดี
“ตกลงแล้วเป็นใครกันแน่”
ธรณีโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว
เขาให้โอกาสผู้หญิงทั้งสองคนนี้แล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเธอจะยังเอาแต่โกหกเขาแบบนี้!
พวกเธอคิดว่าบุริศร์กับนรมนไม่กล้าจะทำอะไรจริงๆ อย่างนั้นเหรอ
แต่คนที่ทำให้เขาปวดใจมากที่สุดกลับเป็นแม่ของเขาเอง ไม่ว่าอย่างไรกมลก็ยังเคยถือว่าเป็นหลานสาวของเธอ ทำไมถึงได้ไร้หัวใจแบบนี้กันนะ
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาไม่เคยเห็นธรณีโมโหมากขนาดนี้มาก่อน จึงตกใจกลัวไปชั่วขณะ ตุลยากอดคุณนายทวีทรัพย์ธาดาแน่นเสียยิ่งกว่าเดิม เธอกลัวจนร้องไห้สะอึกสะอื้นแล้วพูดออกมาว่า “คุณอาเล็กคะ พวกเราไม่ได้ทำจริงๆ นะคะ พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง ไม่ได้แม้แต่จะก้าวออกจากประตูบ้านด้วยซ้ำ พ่อบ้านเป็นพยานให้พวกเราได้ อาจจะเป็นพวกเขาที่ตั้งใจยัดของกลางเพื่อใส่ร้ายพวกเราก็ได้!”
“ยัดของกลางเพื่อใส่ร้ายอย่างนั้นเหรอ คนของตระกูลโตเล็กมีความสามารถขนาดที่ปล่อยให้คนขับรถเข้ามาในตระกูลทวีทรัพย์ธาดาของพวกเราได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ คนในตระกูลของพวกเราล้วนกินอุจจาระกันทั้งนั้นใช่ไหมถึงได้ปล่อยให้คนนอกขับรถเข้ามาได้ตามใจ จะว่าไปแล้วนี่มันรถของใครกัน ถ้าฉันเดาไม่ผิดละก็ เป็นรถที่ฉันเอาไว้ให้เธอกับแม่ใช้เป็นกรณีพิเศษไม่ใช่เหรอ ถ้าอย่างนั้นพวกเธอก็บอกฉันมาสิว่า ตระกูลโตเล็กมีความสามารถขนาดไหนที่สามารถทำให้รถของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาพวกเราไปสร้างเรื่องที่ตระกูลโตเล็กของพวกเขาได้”
ธรณีถูกจุดติดแล้วจริงๆ ไฟในอกของเขายังคงลุกโชนอย่างต่อเนื่อง
เมื่อก่อนนี้ไม่ว่าคุณนายทวีทรัพย์ธาดาจะทำเรื่องโง่งมอะไรลงไป เขาก็รู้สึกว่าไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรมากมาย จึงปิดตาข้างเปิดตาข้างมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะผิดไปแล้ว และเป็นการทําผิดครั้งใหญ่มากด้วย!
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาและตุลยาถูกคำพูดย้อนถามของธรณีทำให้พูดไม่ออก
“พวกเราจะไปรู้ได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้น ก็พวกเราก็ไม่ได้ทำจริงๆ นี่นา! คนแก่อย่างฉันถูกพวกแกทำให้โมโหจนหน้ามืดตาลายไปหมดแล้ว เพิ่งจะฟื้นขึ้นมาเมื่อกี้นี้เอง จะไปทำอะไรได้ ตุลยาก็อยู่กับฉันตลอดเวลา ทั้งยังมีอำนาจสั่งการคนในตระกูลทวีทรัพย์ธาดาเสียที่ไหน ไม่ว่าใครก็ฟังแต่แกทั้งนั้น มีสักกี่คนกันที่ยอมฟังยัยหนูตุลยาบ้าง”
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาอ้าปากพูดออกมาพลางเฉลิมตามองนรมนอย่างเหี้ยมโหด
หัวใจของนรมนแตกละเอียด
รถอยู่ที่นี่ แล้วกมลอยู่ที่นี่ด้วยหรือเปล่า
เธอรู้ดีว่าคุณนายทวีทรัพย์ธาดาและตุลยาไม่มีทางที่จะยอมรับเรื่องนี้แน่ ถึงตอนนี้จะเจอรถแล้ว แต่หัวใจของเธอก็ยังไม่สงบ
“ไม่ว่าพวกคุณจะพูดอะไร ฉันก็แค่ต้องการที่จะเห็นลูกสาวของฉันปรากฏตัวต่อหน้าฉันอย่างปลอดภัย ฉันจะพูดอีกครั้ง ถ้าหากเรียกให้เด็กออกมาตั้งแต่ตอนนี้ ฉันก็จะทำเป็นว่าไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้น แล้วพาคนทั้งหมดกลับไปทันที แต่ถ้าหากไม่ได้ละก็ ฉันก็จะแจ้งความแล้วนะ!”
ร่างกายของนรมนสั่นสะท้าน สีหน้าซีดขาวจนน่ากลัว
กมลเป็นดั่งชีวิตจิตใจของเธอ ตอนนี้ไม่มีข่าวคราวอะไรเลยสักอย่าง เธอเป็นกังวลใจมากจริงๆ
พอได้ยินว่าจะแจ้งความ คุณนายทวีทรัพย์ธาดาก็กำเริบเสิบสานขึ้นมาทันที
“ก็แจ้งสิ! ถ้ามีความสามารถก็แจ้งเลย! ฉันจะรอดูซิว่าตำรวจมาแล้วจะจับใครระหว่างพวกเราหรือพวกเธอ ค่ำมืดขนาดนี้ แต่พวกเธอกลับพาคนจำนวนมากบุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นโดยไม่เกรงกลัวแม้กระทั่งพวกเรา ฉันก็อยากจะลองถามตำรวจดูเหมือนกันว่า เมืองชลธีแห่งนี้กลายเป็นอาณาเขตของตระกูลโตเล็กไปแล้วใช่หรือเปล่า!”
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาเป็นตัวอย่างของการราดน้ำมันลงบนกองไฟ คงกลัวว่าเรื่องจะใหญ่ไม่พอ
นรมนโมโหจนตัวสั่นระริก อยากจะจัดการกับยายแก่คนนี้จนแทบทนไม่ไหว แต่เธอทำไม่ได้
ธรณีนวดขมับพลางกล่าวว่า “ถ้าพวกแม่ทำจริงๆ ก็รีบพาเด็กออกมาเถอะครับ นี่ก็ใกล้จะสองทุ่มแล้ว เด็กๆ ควรจะพักผ่อนได้แล้ว”
พอได้ยินธรณีพูดแบบนี้ คุณนายทวีทรัพย์ธาดาก็โมโหขึ้นมาทันที
“แกยังคิดว่าพวกเราทำอยู่อีกอย่างนั้นเหรอ แกนี่มันสาระเลวจริงๆ ใช่สิ ไม่ว่านรมนจะพูดอะไรแกก็เชื่อทั้งนั้น ฉันพูดอะไรแกก็ไม่มีทางจะเชื่อ สรุปแล้วฉัน
หรือนางนั่นกันแน่ที่เป็นแม่ของแก”
แต่ตอนนี้ไม่ว่าคุณนายทวีทรัพย์ธาราจะพูดอะไร ธรณีก็รู้สึกว่าเธอพยายามที่จะปกปิดทั้งนั้น
เขาผิดหวังกับสองคนนี้มากจริงๆ
เมื่อได้เห็นสายตาของธรณี คุณนายทวีทรัพย์ธาดาก็รู้สึกเจ็บเหมือนถูกแทงลงไปที่หัวใจอีกครั้ง
“แกไม่เชื่อแม่อย่างนั้นเหรอ”
เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแค่โบกมือส่งสัญญาณให้คนเริ่มการค้นหาทั่วทุกบริเวณ
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาโกรธจนแทบจะเป็นลม โชคดีที่มีตุลยาพยุงเธอไว้จากด้านหลัง
“คุณย่าคะ คุณย่าอย่าโกรธไปเลยนะคะ คุณอาเล็กคงหมดหนทางจริงๆ นรมนกับตระกูลโตเล็กบีบบังคับกันแบบนี้ พวกเราเลยจำเป็นต้องทำ”
น้ำเสียงของตุลยาไม่ได้ดังมาก แต่ก็พอที่จะทำให้คุณนายทวีทรัพย์ธาดาได้ยินอย่างชัดเจน
“นรมน เธอนี่มันเป็นดาวหายนะจริงๆ จะให้ดีก็หาตัวคนที่เธอต้องการให้พบก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นวันนี้พวกเราไม่จบกับเธอแน่!”
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาในตอนนี้มองนรมนราวกับมองศัตรูคนหนึ่ง
ถึงแม้จะรู้ตั้งนานแล้วว่ามันจะจบลงแบบนี้ แต่นรมนก็ยังไม่พูดอะไรออกมา
พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้เธอแค่อยากจะหาตัวลูกสาวของเธอให้พบเร็วๆ
เวลาแต่ละนาทีล่วงเลยไป คนของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาและคนของตระกูลตนเล็กร่วมกันค้นหาอย่างตั้งใจไปทั่วทุกพื้นที่ คนแม้กระทั่งคุกใต้ดินของตระกูลทวีทรัพย์ธาดา แต่ก็ยังคงตามหาร่องรอยของกมลไม่พบ
สีหน้าของทุกคนไม่ค่อยจะดีนัก โดยเฉพาะคุณนายทวีทรัพย์ธาดา
เธอมองนรมนด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดว่า “ตอนนี้เธอยังอยากจะพูดอะไรอีกไหม”
นรมนกลับยิ่งร้อนใจยิ่งกว่าเดิม
ถ้าลูกของเธอไม่ได้อยู่ที่ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาแล้วอยู่ที่ไหนกัน
ทันใดนั้นเธอก็คิดขึ้นมาว่าตุลยากับตังเมอาจจะติดต่อกัน จึงหันไปมองตุลยาทันที
“เธอส่งกมลไปไว้ที่ไหนกันแน่”
“ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ นรมน ในเมื่อเธอไม่เห็นในความสัมพันธ์ระหว่างพี่สาวน้องสาวแล้วมาบีบบังคับกันแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่มีพี่สาวแบบเธอเหมือนกัน”
“หยุดพูดเรื่องไร้ประโยชน์พวกนี้ได้แล้ว เธอซ่อนลูกของฉันไว้ที่ไหนกันแน่ หรือว่าส่งไปที่ตังเมแล้ว”
นรมนในตอนนี้จิตใจสับสนไปหมด เธอคว้าคอเสื้อของตุลยาเอาไว้นั่น ดูเหี้ยมโหดเป็นอย่างมาก
“นรมน นั่นเธอคิดจะทำอะไรน่ะ ปล่อยแม่หนูตุลยาเดี๋ยวนี้นะ!”
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาหลวงว่าตุลยาจะถูกทำร้าย จึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยทันที ทว่ากลับถูกธรณีขวางเอาไว้
“แกจะทำอะไร ไม่เห็นเหรอว่ายายนรมนนั่นกำลังรังแกแม่หนูตุลยาอยู่ แกเป็นอาเล็กของเธอนะ ไม่สนใจความเป็นไปของเธอบ้างเลยเหรอ”
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาโมโหจะตายอยู่แล้ว
เธอแทบอยากจะตีเจ้าลูกนอกคอกคนนี้ให้ตายจริงๆ
ตุลยาถูกแรงดึงของนรมนทำให้หายใจแทบไม่ออก พยายามที่จะดิ้นรนอยู่
หรือนางนั่นกันแน่ที่เป็นแม่ของแก”
แต่ตอนนี้ไม่ว่าคุณนายทวีทรัพย์ธาราจะพูดอะไร ธรณีก็รู้สึกว่าเธอพยายามที่จะปกปิดทั้งนั้น
เขาผิดหวังกับสองคนนี้มากจริงๆ
เมื่อได้เห็นสายตาของธรณี คุณนายทวีทรัพย์ธาดาก็รู้สึกเจ็บเหมือนถูกแทงลงไปที่หัวใจอีกครั้ง
“แกไม่เชื่อแม่อย่างนั้นเหรอ”
เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแค่โบกมือส่งสัญญาณให้คนเริ่มการค้นหาทั่วทุกบริเวณ
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาโกรธจนแทบจะเป็นลม โชคดีที่มีตุลยาพยุงเธอไว้จากด้านหลัง
“คุณย่าคะ คุณย่าอย่าโกรธไปเลยนะคะ คุณอาเล็กคงหมดหนทางจริงๆ นรมนกับตระกูลโตเล็กบีบบังคับกันแบบนี้ พวกเราเลยจำเป็นต้องทำ”
น้ำเสียงของตุลยาไม่ได้ดังมาก แต่ก็พอที่จะทำให้คุณนายทวีทรัพย์ธาดาได้ยินอย่างชัดเจน
“นรมน เธอนี่มันเป็นดาวหายนะจริงๆ จะให้ดีก็หาตัวคนที่เธอต้องการให้พบก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นวันนี้พวกเราไม่จบกับเธอแน่!”
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาในตอนนี้มองนรมนราวกับมองศัตรูคนหนึ่ง
ถึงแม้จะรู้ตั้งนานแล้วว่ามันจะจบลงแบบนี้ แต่นรมนก็ยังไม่พูดอะไรออกมา
พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้เธอแค่อยากจะหาตัวลูกสาวของเธอให้พบเร็วๆ
เวลาแต่ละนาทีล่วงเลยไป คนของตระกูลทวีทรัพย์ธาดาและคนของตระกูลตนเล็กร่วมกันค้นหาอย่างตั้งใจไปทั่วทุกพื้นที่ คนแม้กระทั่งคุกใต้ดินของตระกูลทวีทรัพย์ธาดา แต่ก็ยังคงตามหาร่องรอยของกมลไม่พบ
สีหน้าของทุกคนไม่ค่อยจะดีนัก โดยเฉพาะคุณนายทวีทรัพย์ธาดา
เธอมองนรมนด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดว่า “ตอนนี้เธอยังอยากจะพูดอะไรอีกไหม”
นรมนกลับยิ่งร้อนใจยิ่งกว่าเดิม
ถ้าลูกของเธอไม่ได้อยู่ที่ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาแล้วอยู่ที่ไหนกัน
ทันใดนั้นเธอก็คิดขึ้นมาว่าตุลยากับตังเมอาจจะติดต่อกัน จึงหันไปมองตุลยาทันที
“เธอส่งกมลไปไว้ที่ไหนกันแน่”
“ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ นรมน ในเมื่อเธอไม่เห็นในความสัมพันธ์ระหว่างพี่สาวน้องสาวแล้วมาบีบบังคับกันแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่มีพี่สาวแบบเธอเหมือนกัน”
“หยุดพูดเรื่องไร้ประโยชน์พวกนี้ได้แล้ว เธอซ่อนลูกของฉันไว้ที่ไหนกันแน่ หรือว่าส่งไปที่ตังเมแล้ว”
นรมนในตอนนี้จิตใจสับสนไปหมด เธอคว้าคอเสื้อของตุลยาเอาไว้นั่น ดูเหี้ยมโหดเป็นอย่างมาก
“นรมน นั่นเธอคิดจะทำอะไรน่ะ ปล่อยแม่หนูตุลยาเดี๋ยวนี้นะ!”
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาหลวงว่าตุลยาจะถูกทำร้าย จึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยทันที ทว่ากลับถูกธรณีขวางเอาไว้
“แกจะทำอะไร ไม่เห็นเหรอว่ายายนรมนนั่นกำลังรังแกแม่หนูตุลยาอยู่ แกเป็นอาเล็กของเธอนะ ไม่สนใจความเป็นไปของเธอบ้างเลยเหรอ”
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาโมโหจะตายอยู่แล้ว
เธอแทบอยากจะตีเจ้าลูกนอกคอกคนนี้ให้ตายจริงๆ
ตุลยาถูกแรงดึงของนรมนทำให้หายใจแทบไม่ออก พยายามที่จะดิ้นรนอยู่
ตลอดเวลา
“พูดอะไรของเธอน่ะ ตังเมอะไรกัน ฉันไม่รู้จัก!”
“ไม่รู้จักอย่างนั้นเหรอ ไม่รู้จักแล้วทำไมถึงยังช่วยผู้หญิงคนนั้นทำแบบนี้กับฉัน ฉันยอมปล่อยเธอไปครั้งหนึ่งก็เพราะเห็นแก่หน้าคุณแม่ เธอคิดว่าเรื่องที่ตัวเองทำไม่มีใครรู้เห็นจริงๆอย่างนั้นเหรอ เธอกล้าพูดไหมว่าตนเองไม่รู้ว่ารูปภาพพวกนั้นของฉันหลุดออกมาจากที่ไหน เธอกล้าให้ฉันดูคอมพิวเตอร์ของเธอหรือเปล่า กล้าที่จะเป็นพยานต่อหน้าสื่อพวกนั้นไหม รูปพวกนั้นใครเป็นคนให้มา”
นรมนใกล้จะบ้าแล้ว
“ถ้าเธอเกลียดฉันก็มาลงกับฉัน มองมาที่ฉันนี่ กมลก็เป็นแค่เด็กไร้เดียงสาคนหนึ่ง คิดไม่ถึงเลยว่าเธอยังจะกล้าลงมือ! พูดให้ไม่น่าฟังหน่อยอย่างน้อยหล่อนก็ยังเป็นหลานของเธอ ทำไมถึงได้เลือดเย็นขนาดนี้กันนะ”
แรงที่มือของนรมนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ในตาของตุลยามีประกายวาบผ่าน เธอไม่กล้าจะเผชิญหน้ากับนรมน
ผู้หญิงคนนั้นชื่อตังเมหรอกเหรอ
คิดไม่ถึงเลยว่านรมนจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับยายนั่น
ยังสืบรู้อีกว่าภาพถ่ายพวกนั้นหลุดมาจากมือของเธอ
ถ้าอย่างนั้นเรื่องพวกนี้เป็นนรมนที่สืบได้เอง หรือว่าตระกูลโตเล็กสืบให้กันแน่
ตุลยากระวนกระวายใจขึ้นมาทันที
เธอแอบเหลือบมองไปที่บุริศร์ พบว่าดวงตาทั้งสองข้างของเขานั้นดำมืดจนมองอะไรไม่ออกสักอย่าง มืดมิดเสียจนทำให้คนหวาดผวา
ทันใดนั้นเองตุลยาก็พยายามที่จะดิ้นรนอย่างดุเดือด
“ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดอะไรอยู่ ตอนนี้นอกจากพยายามใส่ร้ายและสาดน้ำสกปรกใส่ฉันแล้ว เธอยังจะทำอะไรได้อีก คุณย่าคะ คุณอาเล็ก ช่วยฉันด้วย เธอจะฆ่าฉันแล้ว!”
ตุลยาร้องไห้ออกมาอย่างน่าเวทนา
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาในตอนนี้ไม่สนใจธรณีที่ยืนขวางอยู่แล้ว เธอรีบพุ่งตรงไปที่นรมน
“ปล่อยแม่หนูตุลยาเดี๋ยวนี้นะ! เธอมันผู้หญิงไร้ยางอาย! ปล่อยเดี๋ยวนี้!”
ธรณีกลัวคุณนายทวีทรัพย์ธาดาทำร้ายนรมน จึงคิดจะขวางไว้ ทว่าบุริศร์กลับเข้าไปดึงตุลยาออกมาจากนรมนก่อน
“นรมน ใจเย็นก่อนเถอะ ยอมชดใช้ตัวเองเพื่อผู้หญิงแบบนี้มันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย คุณต้องจำไว้ว่าลูกยังคงรอพวกเราอยู่นะ ตอนนี้คุณไม่สามารถที่จะทุ่มไปทั้งชีวิตได้”
น้ำเสียงของบุริศร์ไม่ได้ดังมาก แต่นรมนก็ยังคงได้ยินมันอย่างชัดเจน
เธอคิดถึงกมลแล้ว คิดถึงแววตาที่ทำอะไรไม่ถูกของลูกสาว น้ำตาไหลลงมา ไม่รู้ว่าจะหวาดกลัวและเป็นกังวลจนเรียกหาหม่ามี้อย่างไรบ้างแล้ว
“กมลจะต้องอยู่ในเงื้อมมือของพวกเขาแน่ๆ จะต้องอยู่แน่ๆ รถก็อยู่ที่นี่ แล้วลูกไปอยู่ที่ไหนกัน”
นรมนพังทลายยับเยิน
ถ้าหากเป็นกานต์ละก็ เธอคิดว่าเด็กดื้อนั่นคงจะมีความสามารถหาทางเอาตัวรอดได้ แต่กมลทั้งไม่รู้และทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง บริสุทธิ์ไร้เดียงสาเหมือนกับกระดาษขาวแผ่นหนึ่ง เพิ่งจะออกมาสัมผัสกับโลกภายนอกครั้งแรกก็ถูกคนลักพาตัวไป
ทำไมกมลของเธอถึงได้มีชะตากรรมที่ยากลำบากแบบนี้นะ ไม่รู้ว่าตอนนี้จะร้องไห้จนหายใจไม่ทันไปแล้วหรือเปล่า