แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 449 เรายังต้องเล่นละครกันอีกเหรอ?
บทที่ 449 เรายังต้องเล่นละครกันอีกเหรอ?
“คุณย่าคะ หนูจะให้คุณย่าทานอะไรได้ล่ะคะ? ทำไมคุณย่าก็ว่าหนูแบบนี้คะ? คุณย่าก็ใช่ว่าไม่รู้สักหน่อย หนูหวังดีกับคุณย่าทั้งนั้นนะคะ ตอนนี้คุณย่าไม่เชื่อหนูไม่ได้นะคะ”
ระหว่างที่ตุลยาพูดก็ได้เสแสร้งน้ำตาไหลลงมาสองหยด
ธรณีกลับไม่ฟังเธอ พูดกับคนข้างๆอย่างเย็นชา“จับตาดูเธอไว้ให้ดีๆ คนที่เหลือไปโรงพยาบาลก่อน เดี๋ยวมีผลตรวจยืนยันแล้วค่อยว่ากัน”
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาก็ยังค่อนข้างตัดใจไม่ได้
“อย่ามัดเธอไว้เลย เธอบอบบางขนาดนี้ รอบๆนี้เป็นบอดี้การ์ดของบ้านเราหมด เธอหนีออกไปไม่ได้หรอก”
“แม่ครับ นี่มันเวลาไหนแล้วครับ แม่ยังพูดข้างข้างเธออีก ตอนนี้แม่อย่าพูดอะไรเลยดีกว่า ไปดูที่โรงพยาบาลก่อนเถอะ”
ธรณีหมดคำพูดกับอาการกิริยาของคุณนายทวีทรัพย์ธาดาจริงๆ แต่ดันคนๆนี้ยังเป็นแม่ของตัวเองซะด้วย
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาคิดๆแล้ว สุดท้ายก็ได้ปิดปากเงียบ
ตุลยาเห็นภาพนี้ ยิ่งร้องไห้ให้สมจริงมากยิ่งขึ้น
“คุณย่า คุณย่า หนูไม่มีทางทำร้ายคุณย่าหรอกค่ะ คุณย่าปล่อยให้คุณอาทำแบบนี้กับหนูไม่ได้นะคะ คุณย่าดูสิคะ มัดหนูเอาไว้แบบนี้ เวลาหนูจะเข้าห้องน้ำจะไปยังไงคะ คุณย่า!”
“ธรณี……”
“แม่ครับ เราไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่าครับ ถ้าผมปรักปรำเธอ เดี๋ยวกลับมาผมจะขอโทษเธอเอง แต่ตอนนี้ทุกอย่างต้องฟังผม โอเคมั้ยครับ?”
ธรณีพูดอย่างเด็ดขาด ไม่ให้คุณนายทรัพย์ทวีธาดาได้ลังเลเลยสักนิด
คุณนายทรัพย์ทวีธาดาถอนหายใจทีนึง แล้วพูดกับตุลยา“ยัยหนูตุลยา ต้องให้หนูกล้ำกลืนฝืนทนก่อนแล้วนะ หนูวางใจเถอะ เดี๋ยวย่าเป็นคนตัดสินใจให้หนูเอง”
ระหว่างพูดเธอก็ถูกคนของธรณีผลักออกไป
ตุลยาค่อนข้างลนลานแล้ว
จะทำยังไงดี?
เธอควรจะทำยังไงดี?
แต่ธรณีห้อมล้อมที่นี่ไว้จนน้ำหยดเดียวก็ไหลผ่านเข้ามาไม่ได้ ข้างกายยิ่งแล้วใหญ่มีบอดี้การ์ดคอยเฝ้าจับตาดูเอาไว้ เธอออกไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ธรณีพาคุณนายทรัพย์ทวีธาดาไปที่โรงพยาบาลทหาร ป้องได้รอพวกเขาอยู่ที่หน้าโรงพยาบาลแล้ว เห็นพวกเขามา ทีนี้ถึงมารับพวกเขาเข้าไปด้านใน
“คุณนายทรัพย์ทวีธาดาครับ ผมจะเจาะเลือดตรวจสอบทางเคมีให้คุณก่อนนะครับ”
ป้องเป็นแพทย์ตัวตั้งตัวตีของโรงพยาบาลทหาร คุณนายทรัพย์ทวีธาดาย่อมเชื่อใจอยู่แล้วหลังจากเจาะเลือดเสร็จ คุณนายทรัพย์ทวีธาดายังลังเลปัญหาของตุลยาอยู่
“ธรณี ยัยหนูตุลยาไม่ทำร้ายแม่หรอก ในนั้นต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ๆ”
“แม่ครับ รอผลตรวจออกมาค่อยว่ากันดีกว่าครับ ตอนนี้ผมเชื่อแค่ผลตรวจเท่านั้น”
ได้ยินธรณีพูดแบบนี้ คุณนายทรัพย์ทวีธาดาถามด้วยความโกรธ“นรมนกรอกหูอะไรลูกอีกแล้วใช่มั้ย? ลูกถึงได้ทำแบบนี้กับตุลยา? ไม่งั้น จู่ๆทำไมลูกถึงเป็นแบบนี้?”
คุณนายทรัพย์ทวีธาดามีอคติกับนรมนมากเกินไป ถึงขั้นอะไรก็คิดเชื่อมโยงไปที่นรมนหมด
ธรณีถอนหายใจแล้วพูด“แม่ครับ นรมนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลทรัพย์ทวีธาดาของเราแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยุ่งเรื่องของตระกูลเราแล้วครับ ยังไม่บอกว่าเธอรู้เรื่องนี้หรือเปล่า ถึงรู้ แม่คิดว่าตามท่าทีและการกระทำที่แม่มีต่อเธอ เธอจะยุ่งความเป็นความตายของแม่เหรอครับ?”
“ฉันเป็นย่าแท้ๆของเธอนะ!”
ทันใดนั้นคุณนายทรัพย์ทวีธาดาก็รู้สึกคำพูดของธรณีบาดหูมาก
“ย่าแท้ๆ? แม่มีความเป็นย่าแท้ๆที่ไหนกัน? ผมรู้สึกว่าแม่เห็นตุลยาเป็นหลานแท้ๆมากกว่าครับ”
ตอนนี้ธรณีพูดจาไม่มีการปกปิดเลยสักนิด นี่ทำให้คุณนายทรัพย์ทวีธาดาขายหน้าจนข่มอารมณ์ไว้ไม่อยู่
“ไม่ใช่เธอแล้วยังจะมีใครจ้องเล่นงานยัยหนูตุลยาอีก?”
“แม่ครับ คราวก่อนป้องไปตรวจร่างกายให้แม่ ร่างกายแม่เป็นยังไงเขาจะดูไม่ออกเหรอครับ? ป้องไม่มีความแค้นอะไรกับตุลยา จะสามารถใส่ร้ายเธอหรือยังไง? แม่ไม่ใช่ชื่นชมทักษะการของป้องและภรรยาของเขาเหรอครับ?”
คำพูดนี้ของธรณีทำให้คุณนายทรัพย์ทวีธาดาปิดปากเงียบเลย
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง ผลตรวจของคุณนายทรัพย์ทวีธาดาได้ออกมาแล้ว
ตอนที่ป้องยื่นผลตรวจให้ธรณีกับคุณนายทรัพย์ทวีธาดาดู สีหน้าของธรณีก็เปลี่ยนไปทันที
“นี่หมายความว่ายังไง?”
คุณนายทรัพย์ทวีธาดาดูไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็รู้ว่าส่วนประกอบของโลหิตตัวเองไม่ถูก เธอก็ใช่ว่าเพิ่งจะเจาะเลือดทดสอบครั้งแรก บนใบผลตรวจของทุกปี ข้อมูลผลตรวจเลือดไม่ใช่แบบนี้
ป้องมองธรณี อยากขอความคิดเห็นจากธรณี
ธรณีพยักหน้าให้เขา
ป้องพูดเสียงต่ำ“คุณนายทรัพย์ทวีธาดาครับ ไม่ใช่ว่าร่างกายคุณอ่อนเพลีย และไม่ใช่ว่าจุดไหนของร่างกายคุณมีปัญหานะครับ แต่ว่าในเลือดของคุณมีส่วนประกอบของเฮโรอีนครับ ตอนนี้คุณถือว่าเป็นคนติดยา ถูกบังคับให้เสพยาครับ”
“คุณว่าอะไรนะ? อย่าล้อเล่นหน่อยเลย ฉันจะเสพยาได้ยังไง? ฉันเป็นสมาชิกของครอบครัววีรบุรุษ ฉันรู้ว่าของพวกนี้แตะต้องไม่ได้! นั่นมันทำให้ชื่อเสียงของบรรพบุรุษเสื่อมเสียเชียวนะ!”
คุณนายทรัพย์ทวีธาดาอารมณ์วู่วามขึ้นมาทันที
เธอมองไปที่ธรณี
ธรณีรู้สึกเจ็บปวดใจ
“แม่ไม่ทำแบบนี้หรอก แต่ตุลยาใส่เฮโรอีนลงไปในอาหารและยาของแม่ ตอนนี้เลือดของแม่ทดสอบออกมาว่ามีสารเสพติดชนิดนี้ แม่ยังสามารถเชื่อตุลยาอย่างมั่นใจอีกเหรอครับ? อาหารของแม่ ทุกอย่างของแม่มีอย่างไหนที่ไม่ผ่านมือของตุลยาบ้าง? แม่เชื่อใจเธอยิ่งกว่าเชื่อใจลูกชายคนนี้เสียอีก ตอนนี้แม่ยังจะช่วยเธอแก้ตัวอะไรอีกครับ?”
ได้ยินธรณีพูดแบบนี้ คุณนายทรัพย์ทวีธาดามึนตึ๊บโดยตรงเลย
“เป็นไปไม่ได้! ยัยหนูตุลยาไม่มีทางทำแบบนี้กับแม่หรอก! เป็นไปไม่ได้!”
“งั้นแม่พูดสิครับ ใครมีโอกาสลงมือกับแม่? นรมนเหรอ? เธอที่แม้แต่หน้าบ้านของตระกูลทรัพย์ทวีธาดาก็ยังไม่อยากมาเหยียบ เธอสามารถทำอะไรแม่ได้ครับ?”
คำพูดนี้ของธรณีได้อุดปากของคุณนายทรัพย์ทวีธาดาโดยตรง
มือและตัวของเธอสั่นคลอน มองผลตรวจเลือดที่อยู่ตรงหน้า คนทั้งคนเหมือนถูกฟ้าผ่ายังไงอย่างงั้น
เธออยู่มาจนอายุเจ็ดสิบกว่า ทั้งชีวิตทำอะไรใสสะอาดบริสุทธิ์ ลูกหลานของตระกูลทรัพย์ทวีธาดา แม้กระทั่งสามีของเธอก็สละชีพเพื่อชาติแล้ว
เธอเป็นภรรยาของวีรบุรุษ คนรุ่นหลังของวีรบุรุษ เธอมีเกียรติยศอยู่บนตัวจนนับไม่ถ้วน แต่ตอนนี้ทำไมเธอถึงกลายเป็นคนติดยาไปได้?
“ไม่! ไม่มีทาง! ยัยหนูตุลยาทำแบบนี้เพื่ออะไร? ฉันที่เป็นยัยแก่คนนึง ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ทำไมเธอต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย?”
“เพราะอะไรงั้นเหรอครับ? ควบคุมแม่ก็เท่ากับความคุมตระกูลทรัพย์ทวีธาดา พอความคุมตระกูลทรัพย์ทวีธาดาแล้ว เธอยังจะมีอะไรที่ทำไม่ได้อีก? ตั้งแต่แรก ตุลยาเข้าใกล้แม่ก็คือหลุมพราง เป็นการวางอุบายอย่างนึง คำพูดที่เธอพูด เรื่องที่เธอทำ แม้กระทั่งความดีที่ทำกับแม่ทุกอย่างล้วนเป็นแค่วิธีการ แม่ลองคิดดูดีๆสิครับ ตอนแรกแม่มีกิริยาท่าทีแบบนี้กับนรมนเหรอครับ? ใครเป็นคนทำให้แม่มีอคติกับนรมน? แล้วใครกันที่แกล้งทำตัวน่าอนาถต่อหน้าแม่ และว่านรมนเสียๆหายๆ ถ้าเธอคิดแทนแม่จริงๆ คิดแทนตระกูลทรัพย์ทวีธาดาจริงๆ เธอไม่ควรเกลี้ยกล่อมให้ครอบครัวเราอยู่กันอย่างสนิทสนมกลมเกลียวกันเหรอครับ? แล้วพูดถึงพี่สะใภ้คิม ถ้าตุลยาเป็นคนจิตใจดีงามเหมือนที่แม่พูดจริงๆ ทำไมแม่ของเธอต้องพาเธอไปตายด้วยกัน? แล้วทำไมสุดท้ายถึงได้ไปจากที่นี่ ไปให้ไกลสุดขอบฟ้าด้วย? แม่ครับ แม่มีชีวิตอยู่มาทั้งชีวิต หรือว่าจะต้องเลอะเลือนเช่นนี้จริงๆหรอครับ?”
ธรณีเจ็บปวดใจสุดๆ
เขาไม่รู้ว่าคุณนายทรัพย์ทวีธาดาถูกมนต์สะกดอะไรกันแน่ ถึงได้เชื่อใจตุลยาขนาดนี้ ตอนนี้ก็กลายเป็นแบบนี้แล้ว ไม่นึกเลยว่าเธอยังไม่ย่อมเชื่ออีก
คุณนายทรัพย์ทวีธาดาสับสนวุ่นวายไปหมด
“แล้วตอนนี้ฉันจะทำยังไง? คุณหมอป้อง ตอนนี้ฉันยังมีหนทางรักษามั้ยคะ?”
ป้องมองแววตาที่ขอความช่วยเหลือของคุณนายทรัพย์ทวีธาดา และพูดเสียงต่ำ“คุณนายทรัพย์ทวีธาดาครับ พวกเราจะพยายามอย่างสุดความสามารถครับ แต่ก็ต้องการความร่วมมือจากคุณด้วยนะครับ ถึงแม้เวลาที่คุณถูกสารเสพติดไม่นาน แต่สารเสพติดในร่างกายเยอะมากแล้ว อีกอย่างสภาพร่างกายของคุณสู้คนหนุ่มสาวไม่ได้ อาจจะเจออุปสรรคนิดหน่อยนะครับ”
ได้ยินป้องพูดแบบนี้ ที่จริงในใจของคุณนายทรัพย์ทวีธาดาก็รู้ดี แต่ก็ยังได้พยักหน้า
“งั้นก็รบกวนพวกคุณแล้วค่ะ แต่ว่าเรื่องนี้ช่วยพวกเราเก็บเป็นความลับได้มั้ยคะ? ตระกูลทรัพย์ทวีธาดาที่เป็นตระกูลบริสุทธิ์ใจอย่างนี้ ทนให้ข่าวรั่วไหลออกไปแบบนี้ไม่ได้จริงๆค่ะ”
“คุณนายวางใจเถอะครับ ผมจะช่วยตระกูลทรัพย์ทวีธาดาเก็บเป็นความลับครับ ข้อมูลของวันนี้จะถูกทำลายทิ้งทั้งหมด จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ครับ ผมจะจัดเตรียมสถานพักฟื้นที่กันดารหน่อยให้คุณทำการรักษา หวังแค่ว่าคุณจะสามารถฝืนทนไหวนะครับ”
ป้องพูดคำพูดพวกนี้ไว้ก่อน คุณนายทรัพย์ทวีธาดาย่อมรู้ผลได้ผลเสียอยู่แล้ว
“ฉันรู้แล้วค่ะ”
ราวกับว่าคุณนายทรัพย์ทวีธาดาจู่ๆได้แก่ขึ้นสิบกว่าปี แป๊บเดียวร่างกายก็โก่งลงไป
ถึงจะไม่เชื่อว่าทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความจริง แต่พอคิดดีๆแล้ว ช่วงสองวันนี้เธอชอบกินของที่ตุลยาทำมากจริงๆ ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ ขอแค่เป็นของที่ตุลยาทำ เธอล้วนรู้สึกอร่อยทั้งนั้น กลับเป็นกับข้าวที่คนรับใช้ทำเนี่ยสิ เธอรู้สึกรสชาติไม่ถูกปาก เหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง
คุณนายทรัพย์ทวีธาดากระทบกระเทือนจิตใจมาก
เชื่อตุลยาขนาดนั้น โอ๋เด็กคนนี้ขนาดนี้ ยังไงก็คิดไม่ถึงว่าเธอจะทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้
“ฉันจะกลับไปดูตุลยา ฉันจะไปถามยัยหนูตุลยาว่าทั้งหมดนี้เป็นความจริงหรือเปล่า”
จู่ๆคุณนายทรัพย์ทวีธาดาเปิดปากพูด น้ำเสียงแฝงด้วยความห่อเหี่ยวกับอ้างว้างที่บอกไม่ถูก
ธรณีรู้ว่าเธอกระทบเทือนจิตใจ รู้สึกไม่สบายใจแน่นอน ตอนนี้เธอก็ถือว่าเป็นคนดื้อด้าน ดันจะต้องรู้ให้แน่ชัดด้วยตัวเอง
“ได้ครับ เดี๋ยวผมพาแม่กลับไปถามให้รู้เรื่องไปเลยครับ แต่แม่ต้องรักษาอารมณ์ของแม่ให้ดีๆ ตอนนี้แม่จะวู่วามไม่ได้นะครับ”
คำพูดของธรณีทำให้คุณนายทรัพย์ทวีธาดาพยักหน้า
ป้องรีบไปจัดเตรียมเรื่องของต่อจากนี้ ส่วนธรณีได้พาคุณนายทรัพย์ทวีธาดากลับบ้าน
หน้าหลังไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง จู่ๆคุณนายทรัพย์ทวีธาดาได้ยืนอยู่ที่หน้าบ้าน ยังไงก็ยกฝีเท้าเดินเข้าไปไม่ได้
เธอรู้สึกตัวเองได้ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลทรัพย์ทวีธาดาเปรอะเปื้อน ยิ่งทำให้เกียรติของตระกูลทรัพย์ทวีธาดาเปรอะเปื้อน
ตอนนี้ข้างในยังมัดคนที่ตัวเองเอ็นดูที่สุด ถูกคนที่เอ็นดูที่สุดทำร้าย ความรู้สึกแบบนั้นมันทำให้คนตายทั้งเป็นชัดๆ
แต่ยังไงซะเธอก็เป็นคุณนายตระกูลทรัพย์ทวีธาดา หายใจลึกๆทีนึง ทีนี้ถึงได้ยกเท้าเดินเข้าไป
ธรณีเดินตามอยู่ข้างกายเธอตลอด ไม่ได้พูดอะไร แค่เดินไปข้างหน้าเป็นเพื่อนเธอ
ตอนที่คุณนายทรัพย์ทวีธาดาเห็นตุลยาอีกครั้ง ตุลยาเห็นสีหน้าของพวกเขา ก็รู้ว่าความชั่วของตัวเองถูกเปิดเผยแล้ว
เธอไม่อ่อนแออีก ไม่แกล้งทำตัวน่าสงสารอีก ตอนที่เห็นธรณีกับคุณนายทรัพย์ทวีธาดาโผล่มาที่ตรงหน้าเธอ จู่ๆเธอหัวเราะขึ้นมา
“นี่พวกแกจะทำอะไร? เอาฉันตาย? ฉันเป็นหลานสาวของตระกูลทรัพย์ทวีธาดาที่พวกแกเป็นคนป่าวประกาศให้โลกภายนอกนอกรู้เองเชียวนะ ถ้าพวกแกเอาฉันตาย ฉันดูซิว่าพวกแกจะบอกกับคนเมืองชลธียังไง!”
คุณนายทรัพย์ทวีธาดาไม่เคยเห็นตุลยาที่บ้าอำนาจขนาดนี้มาก่อน เธอได้อึ้งค้างไปในชั่วขณะ
“ยัยหนูตุลยา ทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้?”
“ฉันควรจะเป็นแบบไหน? ควรจะค่ะๆๆ รับปากพวกแกลูกเดียวเหรอ? ดูสีหน้าพวกแกใช้ชีวิตไปวันๆ? หรือว่าอ่อนแอสุดๆ เอาแต่น้ำตาไหลพรากๆๆกล้ำกลืนความไม่เป็นธรรมเพื่อรักษาหน้าทุกฝ่ายทั้งวัน? คุณนายทรัพย์ทวีธาดา คุณย่าที่แสนดี เวลานี้แล้ว เรายังต้องแสดงละครกันอีกเหรอ? ตอนนี้แกกลับมา คงไม่ใช่จะมาบอกฉันว่า แกเตรียมแก้มัดให้ฉัน ปล่อยฉันไปมั้ง?”
ตุลยาส่งเสียงฮื้อเย็นชาทีนึง คำที่พูดออกมากลับทำให้คุณนายทรัพย์ทวีธาดาพูดไม่ออก ในใจมีอารมณ์ที่บอกไม่ถูกห้อมล้อมเธอไว้ กดทับเธอไว้ ทำให้เธอเกือบจะเป็นลมหมดสติไป