แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 548 เธออยากตายหรือไง
บทที่ 548 เธออยากตายหรือไง
“ใคร”
นรมนอยากจะลุกขึ้น แต่ถูกจับไว้
“คุณนายบุริศร์ ผมเอง!”
เสียงของอีกฝ่ายคุ้นหู ทำให้นรมนอดไม่ได้ที่จะตะลึง
“เลิฟ?”
“ครับ ผมเอง”
เลิฟ ปล่อยนรมน
“นายมาที่นี่ได้ไง”
นรมนประหลาดใจ
ที่นี่ไม่ใช่ที่ปกติ เพราะที่นี่คือโรงพยาบาลทหาร คนทั่วไปเข้าไม่ได้ แม้แต่ก็ยังต้องผ่านรปภ.ถึงจะเข้ามาได้ เขาเข้ามาได้อย่างไรกัน
เลิฟ กระซิบ “คุณนายบุริศร์เคยช่วยผม กิมจิส่งผมมาที่นี่ บอกว่าที่นี่ ตรินท์ไม่มีทางหาผมเจอ วันนี้ผมเห็นคุณนายบุริศร์มาที่นี่ ก็เลยจำที่อยู่ไว้ ถึงมาหาคุณนายบุริศร์ได้”
ได้ยิน พูดอย่างนี้ นรมนค่อยเข้าใจ “ กิมจิส่งนายมาหรือ”
“กิมจิยังพูดอะไรอีก”
เลิฟ ไม่ค่อยเข้าใจคำถามของนรมนนัก
“ไม่มีครับ แค่ให้ผมมาอยู่ที่นี่ แต่ผมร้อนใจมาก คุณนายบุริศร์ ผมมีเรื่องอยากจะพูดกับคุณจริงๆ”
ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ นรมนจะต้องไม่เชื่อแน่นอน แต่ตอนนี้มีประสบการณ์มากแล้ว นรมนอยากจะรู้
“ประธานเคน เป็นใครกันแน่” เธอถามขึ้น
เห็นนรมนอยากจะรู้ เลิฟ รีบตอบ “ประธานเคน คือประธานของบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัด เขาคือเพื่อนต่างวัยของ คุณชายบุริศร์ ทั้งสองคนเคยมีมิตรภาพร่วมเป็นร่วมตายกันมา ผมไม่รู้ คุณชายบุริศร์ ให้ ประธานเคน ดูแลของอะไร บอกว่าวันหนึ่งถ้าบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดมีเรื่อง ให้ ประธานเคน มาดูแล แต่หลังจากตรินท์มา ก็ขอของบางอย่างนั้นกับ ประธานเคน แต่ ประธานเคน ไม่ให้ สองคนโต้เถียงกัน ต่อมา ประธานเคน ถูกลอบยิง ประธานเคน เห็นท่าไม่ดี ก็เลยหลบซ่อนตัว ให้ผมตามหา คุณชายบุริศร์ บอกเรื่องนี้กับ คุณชายบุริศร์ ทำอย่างไรได้คนของตรินท์ตามติด ผมไม่มีโอกาสสักที ผมไม่รู้ตรินท์รู้ได้อย่างไรผมกำลังตามหาคุณนายบุริศร์ เขาตั้งใจพาคุณนายบุริศร์กับคุณหนูน้อย ออกไปเที่ยว สร้างโอกาสให้คุณกับผม ต้องตำหนิผมใจร้อนไป ไม่รู้ว่าตรินท์วางกับดัก จนติดกับของเขา ทำให้คุณนายบุริศร์พลอยลำบาก ไม่อย่างนั้น ตรินท์คงไม่ลงมือกับคุณนายบุริศร์เร็วขนาดนี้”
“ของอะไรสำคัญขนาดนี้ ตรินท์ถึงไม่สนใจฉีกหน้าคนในครอบครัวเอามาให้ได้” นรมนไม่เข้าใจ
เลิฟ ยิ่งไม่เข้าใจ
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ หน้าที่ของผมคือหาคุณนายบุริศร์ให้เจอ บอกเรื่องนี้กับคุณนายบุริศร์ รีบติดต่อ คุณชายบุริศร์ให้เร็วที่สุด ให้ คุณชายบุริศร์ คิดหาวิธี ตอนนี้ประธานเคน ไม่กล้าออกหน้า เขาลำบากใจจริงๆ”
คำพูดของ เลิฟทำให้นรมนสงสัย และขณะเดียวกันก็กังวลด้วย
“พูดตามจริง ตอนนี้ฉันก็ไม่รู้บุริศร์อยู่ที่ไหน หลายวันก่อนเขาออกไปข้างนอก อยู่ๆ ก็ขาดการติดต่อกันไป ฉันก็ร้อนใจมาก ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง”
นรมนพูด หน้าตาวิตกกังวลอีกครั้ง
เลิฟ พูดอย่างกังวล “งั้นจะทำไง ประธานเคน ยังรอคุณชายบุริศร์ เขายันไว้ได้อีกไม่นาน ตรินท์ไม่ใช่คนธรรมดา เขาโหดเหี้ยมมาก ครอบครัวของประธานเคน อาจจะถูกควบคุมแล้ว ถ้าอีกฝ่ายใช้คนในครอบครัวของประธานเคน มาข่มขู่ ประธานเคน ไม่รู้ควรจะทำไงดี”
“ประธานเคน อยู่ที่ไหนคะ”
นรมนเกิดความคิดแล้ว
ไม่ว่าของนั้นคืออะไร ในเมื่อของนั้นทำให้ตรินท์อยากได้โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น จะต้องไม่ธรรมดาแน่ ตอนแรกบุริศร์ฝากของสำคัญนี้กับ เห็นได้ว่าสองคนสนิทสนมกัน ตอนนี้บุริศร์ขาดการติดต่อ เธอจะอยู่เฉยๆ มองดู ประธานเคน กับครอบครัวของเขาเกิดเรื่องได้อย่างไรกัน
เลิฟ ดูเหมือนจะเข้าใจความหมายของนรมน กระซิบถาม “คุณนายบุริศร์อยากเจอ ประธานเคนหรือครับ”
“ค่ะ ครอบครองของมีค่า ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อน ในเมื่อตอนแรกบุริศร์ฝากของกับ ประธานเคน และยังทำให้ ประธานเคน ลำบากมากขนาดนี้ ตอนนี้ฉันไปเอากลับมาก็ไม่มีอะไรต้องตำหนิ ไม่ว่าเรื่องอะไร ให้ตรินท์มาหาฉันดีกว่า”
นรมนคิดดีแล้ว ในเมื่อตรินท์ต้องการฉีกหน้าพวกเขาจริงๆ อย่างนั้นเธอก็ไม่สนแล้ว เมื่อบุริศร์ไม่อยู่ มีหลายเรื่องที่เธอต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด
“ผมจะพาคุณนายบุริศร์ไป แต่จะออกจากโรงพยาบาลทหาร ไปข้างนอก ไม่รู้ว่าคนของตรินท์จะติดตามพวกเราไหมคุณนายบุริศร์ กิมจิล่ะ ถ้าเขาอยู่ บางทีพวกเราอาจลองดู”
“กิมจิ?”
นรมนอดไม่ได้ที่จะคิดถึงอาการบาดเจ็บที่ไหล่
กิมจิคือคนที่คุณนายตระกูลโตเล็กเลือกมาเองกับมือ อยู่กับตระกูลโตเล็กมาหลายปีแล้ว กับเธอก็ถือว่าซื่อสัตย์ ทำไมอยู่ๆ ถึงเปลี่ยนเป็นคนละคน และยังยิงเธอด้วย
นรมนไม่เข้าใจ
“กิมจิไม่อยู่ เขาไปตามหาบุริศร์ หายเงียบไปเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรกันแน่ ตอนนี้มีหลายเรื่องที่ฉันยังมืดแปดด้าน”
นรมนหวังจริงว่าตัวเองจะมีหูทิพย์ตาทิพย์ รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น การคาดเดาโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุอย่างนี้ ทำได้แต่รอคอย ทำให้เป็นทุกข์จริงๆ
เลิฟ ตะลึง
“ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ล่ะครับ”
“ฉันก็ไม่รู้ค่ะ”
นรมนส่ายหน้า ถอนหายใจเบาๆ
“ถ้าพวกเราอยากไปเจอ ประธานเคน ต้องคิดให้รอบคอบ นายกลับไปก่อนเถอะ ฉันคิดได้แล้วค่อยติดต่อนาย ถึงตอนนั้นฉันกับนายร่วมมือกัน”
เลิฟ ได้ยินนรมนพูดเช่นนี้ ค่อยโล่งใจ
“โอเค คุณนายบุริศร์ งั้นผมไปก่อน เรื่องวันนี้เร่งด่วนมาก ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่อยากบอกคนอื่น ผมไม่มาหาคุณตอนกลางวัน กลัวคนอื่นเห็นแล้วจะคาดเดาได้ ถ้ามีเรื่องอะไร คุณโทรหาหรือส่งข้อความให้ผมก็ได้ นี่คือเบอร์โทรของผม และไลน์ด้วย”
เลิฟ ยื่นเบอร์โทรให้นรมน
นรมนพยักหน้า จดเบอร์โทรลงไป
หลังจาก เลิฟกลับไป คิ้วของนรมนก็ขมวดแน่นตลอด
ถ้าเป็นไปได้ เธออยากจะไปดู บุริศร์กับกิมจิเจออะไรกันแน่ ทำไมกิมจิถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แล้วบุริศร์จะเป็นอย่างไรกันนะ
จะเป็นอย่างกิมจิไหม
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้อย่างนี้ นรมนก็กังวลมาก รอต่อไปไม่ไหว เธอเลิกผ้าห่มลุกจากเตียง แต่เห็น โพนี่เข้ามาพอดี
“เธอจะไปไหนอีก”
“ฉันต้องออกไปข้างนอก”
นรมนพูดพลางจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ถูก โพนี่ขวางไว้ “นรมน เธออยากตายหรือไง”
“โพนี่ ตอนนี้ฉันมีธุระสำคัญมากต้องไปทำ เธอไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลตัวเองให้ดี”
“เธอจะดูแลตัวเองดีๆ งั้นหรือ ดูแลจนเป็นอย่างนี้หรือ นรมน อย่าคิดว่าฉันไม่รู้เธอคิดอะไรอยู่ เธออยากไปตามหาบุริศร์กับกิมจิใช่ไหม วันนี้ถูกกิมจิยิงบาดเจ็บแล้ว เธออยากรู้ว่าทำไมเขาเปลี่ยนไป อยากรู้บุริศร์เป็นอย่างไรบ้าง ถึงได้อยากออกไปใช่ไหม”
คำพูดของ โพนี่ทำให้นรมนไม่รู้จะตอบอย่างไรดี จึงหันหน้าไป
“ทำไมไม่พูดล่ะ ฉันพูดถูกใช่ไหม หลังจากเจตต์บอกฉันว่าเธอถูกกิมจิยิง ฉันก็รู้แล้วว่าเธอยังคิดมากเรื่องนี้ วันนี้ฉันยังต้องบอกเธอ ไม่ว่าคือใคร เธอต้องอยู่ในนี้พักฟื้น ไม่อย่างนั้นอย่าว่าฉันฉีดยาระงับประสาท! อย่าว่าแต่ไปหาบุริศร์ คงจะตายกลางทางก่อนมากกว่า”
เสียงของ โพนี่ยิ่งทียิ่งเย็นชา
“แต่ฉันมีเรื่องด่วนจริงๆ”
“ด่วนแค่ไหนก็ไม่เท่าร่างกายของเธอ เธอยังมองในแง่ดี แต่ฉันจะบอกเธอ ถ้าเธอกล้าออกไปจากห้องนี้ ฉันก็จะโทรไปหากานต์ บอกเขาทุกอย่าง ฉันดูว่าตอนนั้นเธอจะห้ามลูกชายได้ไหม”
โพนี่มาไม้นี้ได้ผล ทำให้นรมนขมวดคิ้วแน่น มอง โพนี่อย่างตำหนิ
“อย่ามองฉันอย่างนั้น มองฉันก็ไม่มีประโยชน์ พูดสั้นๆ โลกนี้ขาดใครไปสักคนก็ยังหมุนได้ เรื่องนี้ไม่มีเธอก็ยังดำเนินไปเหมือนเดิม อย่าคิดว่าตัวเองสำคัญมากนัก บางทีไม่มีเธอ บุริศร์อาจจะสบายขึ้นก็ได้ เขารู้ว่าเธอรอที่บ้าน รู้ว่ายังมีลูกชายลูกสาว เขาต้องพยายามเต็มที่กลับมาให้ได้ สิ่งที่เธอต้องทำก็คือพักฟื้นรอเขากลับมา อย่าให้เขากลับมาแล้ว ยังต้องมาร่วมงานศพเธอ”
“เธออย่าพูดเวอร์ไป ทำอย่างกับฉันจะตายอยู่ตลอดเวลา”
นรมนรู้สึกหดหู่
“เธออย่าพูดไป เธอตายได้ทุกเมื่อ วันนี้รู้สึกว่าตัวเองเลือดออกเป็นยังไงบ้าง เธอลองว่ามาสิ”
เมื่อได้ยินโพนี่ถามอย่างนี้ นรมนก็ต้องประหลาดใจ ตัวเองเหมือนจะไม่มีเลือดไหลแล้ว
ตอนแรกเธอคิดว่าการรักษาของ โพนี่ได้ผล แต่เมื่อได้ยิน โพนี่ถามอย่างนี้ นรมนในที่สุดก็รู้สึกถึงความเสี่ยง
“ตอนนี้ร่างกายฉันเป็นยังไงกันแน่”
“เป็นยังไงหรือ เดิมร่างกายเธอก็เลือดน้อยมากอยู่แล้ว ตอนนี้ถูกยิงอีก แทบไม่มีเลือดให้เธอใช้สิ้นเปลืองแล้ว เธอไม่รู้สึกหรือพอยืนขึ้นมาก็หน้ามืดตลอด นรมน ใช่ว่าฉันขู่เธอ อย่าว่าแต่ไปหาบุริศร์ เธอยังไม่ทันก้าวพ้นหน้าประตูโรงพยาบาลทหารก็เป็นลมล้มพับแล้ว ตอนนี้เธอไม่ต่างอะไรกับคนพิการ”
โพนี่ไม่คิดอยากจะพูดตรงๆ ขนาดนี้ แต่ตอนนี้ดูท่าหากไม่พูดให้ชัดเจน นรมนคงไม่ยอมเลิกราแน่ เมื่อได้ยิน โพนี่พูดเช่นนี้นรมนก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม
“หรือว่าฉันทำได้แค่รอที่นี่ ฉันทำอะไรไม่ได้เลยหรือ”
โพนี่หน้าตาอมทุกข์ พูดเสียงเบา “ฉันมีเรื่องหนึ่งปิดบังเธอ ที่จริงเจตต์ไปช่วยเธอตามหาบุริศร์แล้ว”
“ว่าไงนะ”
นรมนประหลาดใจ
โพนี่พูดอย่างขอโทษ “ร่างกายเธอตอนนี้ไม่ไหว รู้ว่าเธอเป็นห่วงบุริศร์ เจตต์ขับรถออกไปตั้งแต่ตอนที่เธอสลบ เธอพักฟื้นที่นี่ให้สบายใจ รอข่าวจากเจตต์ก็พอ เทียบกับเขาแล้ว ฉันคิดว่าฝีมือเจตต์ก็ดี หรือคอนเนคชั่นก็ดี น่าจะดีกว่าเธอไปเองมาก”
“ทำไมเธอไม่ห้ามเขาล่ะ ฉันติดค้างเขามากมาย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขาแต่แรก”
นรมนร้อนใจ แต่ก็รู้ว่าพูดอะไรไปตอนนี้ก็ไม่ช่วยอะไรแล้ว
เวลานี้เอง มือถือของนรมนดังขึ้น