แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 602 คุณเป็นใครกันแน่
บทที่ 602 คุณเป็นใครกันแน่
เขาไม่ต้องการให้ตระกูลโตเล็กเจริญรุ่งเรืองหรือเสื่อมเสียเกียรติ และไม่สนใจความเป็นความตายของบุริศร์ ต้องการเพียงคนที่แทงข้างหลังเขาในตอนนั้น?
คนคนนั้นเป็นใครกันนะ?
เขาจะไม่สนใจว่าบุริศร์จะอยู่หรือตายได้อย่างไร?
หรือเขาจะเกลียดบุริศร์ขนาดนั้นจริงๆ ?
สายตาของนรมนมองไปทางตรินท์ แต่เขากลับไม่อธิบายอะไร แต่ในแววตานั้นปกปิดความรู้สึกที่มากมายเหลือเกิน ทำให้เธออ่านไม่ออกไปชั่วคราว
ตรินท์หลบสายตาของเธอ พูดต่อว่า “คนคนนั้นหลังหายสาบสูญไปหลังจากปฏิบัติการในครั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นฝั่งกองกำลังทหารหรือว่าผมก็ไม่พบข่าวคราวของเขาอีกเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่สามารถทำได้ก็คือ เดาว่าเป็นพวกคุณเท่านั้น ผมตามหาเขาอยู่ห้าปี ก็ยังคงหาเขาไม่เจอ ดังนั้นบอกคนเบื้องบนของคุณ ภายในหนึ่งวัน เอาคนมาที่เมืองใต้ดิน แน่นอนว่าผมจะแลกตัวกับนรมน แต่ถ้าไม่มาในหนึ่งวัน ผมจะฆ่านรมนทิ้ง ทำให้แผนของพวกคุณไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง”
“คุณรอก่อนนะ ผมจะติดต่อเบื้องบนให้ทันที แต่คุณอย่าทำอะไรซี้ซั้ว ตรินท์ คุณจะต้องรับรองความปลอดภัยของนรมน ตอนนี้ผมต้องการฟังเสียงของเธอก่อน”
ได้ยินท่านขุนอินพูดแบบนี้ ตรินท์ใจกว้างมากส่งมือถือให้นรมน
“ฉันสบายดีมากค่ะ”
นรมนพูดได้เพียงแค่นี้ ก็ถูกตรินท์แย่งมือถือกลับไป
“ได้ยินแล้วใช่ไหม เธอสบายดีมาก อย่าคิดตามหาเธอ ในเมื่อผมสามารถล่อบุริศร์ให้มาได้ แน่นอนว่ามีความสามารถซ่อนอยู่ใต้จมูกของพวกคุณเป็นเวลาหนึ่งวัน ท่านขุนอิน อย่าทำให้ผมโกรธ คุณรู้ดี ว่าผมทำได้ทุกอย่าง บุริศร์เป็นพี่ชายของผมผมยังไม่สนใจว่าเขาจะอยู่หรือตายเลย แล้วคุณคิดว่าผมจะสนใจความเป็นความตายของผู้หญิงที่เป็นคนนอกคนหนึ่งไหมล่ะ นรมนไม่มีประโยชน์สำหรับผม แต่มีความหมายสำหรับพวกคุณอย่างไร ผมคิดว่าคุณคงรู้ดีกว่าผม”
“ตรินท์ คุณช่างโหดเหี้ยมมาก สมกับที่คุณเป็นน้องชายแท้ๆ ของบุริศร์!คุณรอก่อนนะ!”
ท่านขุนอินตัดสายด้วยความโมโห จากนั้นจึงรีบไปติดต่อเบื้องบน
นรมนมองตรินท์ ในที่สุดจึงถามออกมา “ทำไม?”
“อะไรทำไม?”
“ทำไมถึงทำแบบนี้?คุณเคียดแค้นพี่ชายของคุณถึงขนาดนี้จริงเหรอ?”
นรมนมองใบหน้าที่คุ้นเคยตรงหน้า รู้สึกเจ็บปวดใจขึ้นมาแทนบุริศร์อย่างฉับพลัน
“ห้าปีที่ผ่านมา พี่ชายของคุณใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกผิดต่อคุณมาตลอด เอาแต่เสียใจที่ตอนแรกไม่ควรปล่อยให้คุณไปจากเมืองชลธี ไม่ควรให้คุณเข้าร่วมปฏิบัติการอะไรนั่น เขาคิดว่าคุณตายไปแล้ว ชีวิตห้าปีที่ผ่านมาเหมือนศพเดินได้คุณรู้บ้างไหม?คิดไม่ถึงว่าคุณจะยังโทษเขา? คิดไม่ถึงว่าคุณจะไม่สนใจความเป็นความตายของเขาจริงๆ ?พวกคุณเป็นพี่น้องกันแท้ ๆ เป็นพี่น้องที่คลานออกมาจากท้องแม่เดียวกัน?!”
“พี่น้องแท้ ๆ ?ถ้าเป็นพี่น้องแท้ ๆ ตอนแรกเมื่อจะต้องจากเมืองชลธีไปทำไมถึงไม่ห้ามเอาไว้?ถ้าเป็นพี่น้องแท้ ๆ ตอนแรกในปฏิบัติการที่ยูนนาน เขารู้อยู่ชัดเจนว่าผมตกอยู่ในอันตราย แต่ทำไมถึงไม่มาช่วยตั้งแต่ตอนแรก?คุณเอาแต่พูดว่าเขาใช้ชีวิตห้าปีที่ผ่านมาด้วยความรู้สึกผิด แล้วห้าปีที่ผ่านมาคุณอยู่ไหน?คุณอยู่ข้างกายเขาไหม?เขาพูดอะไรคุณก็เชื่อไปทุกอย่าง?นรมน มีแค่ผู้หญิงอย่างพวกคุณที่เชื่อคำพูดของเขา”
ตรินท์พูดอย่างไม่แยแส ในแววตามีความไม่เต็มใจและความโกรธแค้น
นรมนสูดลมหายใจเข้าลึกและตอบกลับไปว่า “ใช่ ห้าปีที่ผ่านมาฉันไม่ได้อยู่ข้างกายเขา แต่คำพูดของเขา ฉันเชื่อ เพื่อคุณที่เป็นน้องชายคนหนึ่ง เขาสามารถแบกรับชื่อเสียงด้านลบต้อนรับเขมิกาเข้าไปในตระกูลโตเล็ก คุณคิดว่าเขาคิดอะไรกับเขมิกาจริงๆ เหรอ?ถ้ามีจริง คุณขาดใจตายไปแล้ว เขมิกาอยู่ในตระกูลโตเล็กห้าปี ทำไมระหว่างพวกเขาถึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น?เขาเพียงแค่ดูแลภรรยาและลูกของคุณแทนคุณ!จนแม้แต่เพื่อภรรยาและลูกของคุณ ห้าปีก่อนเมื่อเขารู้ว่าฉันตั้งท้อง เพราะกลัวความขัดแย้งระหว่างฉันกับเขมิกา คิดไม่ถึงว่าจะส่งฉันไป ในใจของเขา ฐานะน้องชายของคุณสำคัญกว่าใครทั้งนั้น แล้วตอนนี้คุณทำกับเขาแบบนี้ได้อย่างไร?”
นรมนนึกถึงสิ่งเหล่านั้นที่บุริศร์ต้องแบกรับ ก็อดรู้สึกสงสารขึ้นมาไม่ได้
“พวกเราแต่งงานกันมาสามปี แต่ก็ไม่มีลูก คุณรู้ไหมว่าเขาเฝ้ารอที่จะมีลูก?เมื่อรู้ว่าฉันท้อง เขาจะรู้สึกอย่างไร?ตอนนั้นฉันไม่รู้ ฉันก็คิดว่าเขาชอบเขมิกา และเขมิกาตั้งท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา เขาไม่ได้อธิบายให้ฉันฟังด้วยซ้ำ เขาทำเพื่อคุณมากมาย แม้แต่โอนหุ้นตระกูลโตเล็กของตนเองทั้งหมดให้กิจจา คุณคิดว่าแค่เพียงเพราะเขารู้สึกผิดจริงๆ เหรอ?”
ตรินท์หันหน้าไป ไม่มองนรมน เขาเอ่ยเสียงเบาว่า “ถึงแม้เขาจะทำดีกับตรินท์จริงแล้วจะเป็นอย่างไร?ทุกอย่างสายไปแล้ว”
“หมายความว่าอะไร?ทำไมถึงพูดว่าเขาดีกับตรินท์? คุณไม่ใช่ตรินท์เหรอ?”
นรมนสัมผัสได้ถึงช่องโหว่จากคำพูดของตรินท์อย่างว่องไว จึงรีบถามออกไป แต่ในใจกลับรู้สึกกระวนกระวาย
ตรินท์หันมามองนรมน มองอยู่นานสองนาน นานจนเมื่อนรมนคิดว่าเขาคงจะไม่อ้าปากพูดแล้ว เขาจึงจิ้มใบหน้าของตนเองและกล่าวว่า “ใบหน้านี้ของผมเหมือนคุณ ก็เหมือนฉัตรยา เธอหน้าตาเหมือนเดิม แต่คุณถูกทำให้กลายเป็นแบบนี้ในตอนหลัง ผมก็เหมือนกัน หรือว่าคุณดูไม่ออก?”
นรมนชะงักงันไปทันที
“คุณพูดอะไร?”
“มองใบหน้าของผมให้ดีสิ ใบหน้านี้เหมือนกับสามีของคุณ จากนั้นบอกผมมาว่า คุณมองเห็นอะไร?”
ตรินท์เป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้นรมน
ใบหน้าของเขายังคงเหมือนกับบุริศร์ แต่นรมนจดจ่ออยู่สักพัก เธอพบรอยมีดบนใบหน้าของตรินท์อย่างไม่คาดคิด
“คุณทำศัลยกรรม?”
“ใช่!เพียงแต่ฝีมือของอีกฝ่ายยอดเยี่ยมมาก ทำให้คนมองออกยาก”
ได้ฟังตรินท์พูดแบบนี้ นรมนชะงักไปทันที เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว ชี้ไปที่ตรินท์และถามว่า “คุณไม่ใช่ตรินท์ งั้นคุณเป็นใคร?”
“ผมเป็นใครเหรอ?ห้าปีที่ผ่านมา ผมเกือบลืมไปแล้วจริง ๆ ว่าตนเองเป็นใคร ผมก็เคยคิดว่าผมคือตรินท์ ผมหวังว่าตรินท์จะยังมีชีวิตอยู่มากกว่าคนอื่นๆ ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาน้ำตาซึม ความรู้สึกเศร้าโศกทำให้นรมนรู้สึกเห็นใจ
“ตรินท์ตายแล้วเหรอ?”
“ตายแล้ว ตายไปเมื่อห้าปีก่อน คุณคิดจริง ๆ เหรอว่าปฏิบัติการในตอนนั้น การลอบสังหารตรินท์นั้นจะปล่อยพยานให้มีชีวิตรอด?วิญญาณที่กล้าหาญของเขาสลายไปเมื่อห้าปีก่อน ผมมองเห็นเขานอนอยู่ในอ้อมแขนของผมกับตา พูดคำสั่งเสียของเขาออกมาทีละคำ เขาบอกให้ผมบอกพี่ชายของเขาว่า ชีวิตนี้เขาไม่เคยมีความแค้น ชีวิตนี้มีพี่ชายอย่างเขา เขาภูมิใจกับมัน เขาบอกว่าในที่สุดเขาได้ทำเรื่องหนึ่งที่มีศักดิ์ศรีมากกว่าพี่ชายของเขา ในที่สุดชีวิตนี้เขาก็ได้ชนะพี่ชายสักครั้ง”
พูดไปพูดมา เขาก็ทำท่าร้องไห้ น้ำตาร้อนผ่าวไหลออกมาจากหางตา
หัวใจของนรมนรู้สึกช็อก และตัวสั่น มันช่างเกินความคาดหมาย
“ในเมื่อเขาพูดออกมาแล้ว ว่าไม่ได้โกรธแค้นบุริศร์ แล้วทำไมคุณถึง……”
“ผมรู้สึกไม่คุ้มค่าแทนเขา!รู้สึกไม่ยุติธรรมแทนเขา!ปฏิบัติการในปีนั้น บุริศร์มีโอกาสมาช่วยตรินท์ก่อนอย่างเห็นได้ชัด แต่เขากลับไม่ทำ เขายอมไปช่วยคนอื่นก่อน และไม่พาตรินท์ออกมาก่อน จนสุดท้ายเมื่อตรินท์ตาย เขาอยู่ใกล้กับตรินท์มาก ใกล้ขนาดนั้น ใกล้จนสามารถเอื้อมมือมาสัมผัสได้ แต่ระยะห่างของมือนี้ เขาฆ่าตรินท์!”
“เป็นไปไม่ได้!บุริศร์รักตรินท์มากมาตลอด เขาไม่มีทางไม่ไปช่วยตรินท์ นอกเสียจากมีคนอื่นต้องการให้บุริศร์ไปช่วยยิ่งกว่า”
คำพูดของนรมนทำให้อีกฝ่ายโมโหเล็กน้อย
“จริง มีคนที่สำคัญมากต้องการให้บุริศร์ไปช่วยชีวิต แต่เขาชอบทำตัวเป็นฮีโร่อะไรนั้น?มีคนอยู่ตั้งมากมาย เขาจำเป็นต้องเสนอหน้าไปเหรอ?ตรินท์เชื่อใจเขามาก ศรัทธาในตัวเขามาก ทำไมเขาไม่ช่วยตรินท์ก่อน?”
เขาคว้าคอเสื้อของนรมนเอาไว้ คิ้วขมวดด้วยความโกรธอย่างไม่มีการยับยั้ง
นรมนไม่สามารถตอบคำถามข้อนี้ของเขาได้
เธอไม่ใช่บุริศร์ แต่เธอรู้ว่าในตอนนั้นบุริศร์ต้องมีการไตร่ตรองของตนเองแน่นอน บางทีอาจจะไม่รู้ว่าตรินท์ไม่สามารถหลบหนีได้
“ตรินท์เป็นทหาร เขามีฝีมือดีมาก เขาไม่สามารถป้องกันตัวเองไม่ได้ ฉันคิดว่าตอนนั้นบุริศร์ก็คิดแบบนี้”
คำพูดของนรมนทำให้เขาชะงักไป จากนั้นจึงกัดฟันและกล่าวว่า “ ถูกต้อง ฝีมือของตรินท์ดีมาก พอที่จะปกป้องตนเองได้ แต่คนต่ำทรามเยอะเกินไป มีคนแทงข้างหลังเขา และคนคนนั้นก็คือพี่น้องที่เขาเคยไว้ใจที่สุด!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาก็ปล่อยนรมนออก
นรมนจึงเข้าใจว่าทำไมคนคนนี้ต้องการปลอมตัวเป็นตรินท์
เขาใช้ประโยชน์จากตัวตนของตรินท์เข้าไปในอาณาจักรรัตติกาลของตระกูลโตเล็ก และใช้ประโยชน์ขององค์กรเพื่อตามหาคนคนนี้ แต่น่าเสียดายห้าปีที่ผ่านมาไม่มีผลอะไรเลย เขาจำเป็นต้องกลับมาเมืองชลธี หลอกใช้บุริศร์ลงมือ เพื่อบีบบังคับให้อีกฝ่ายออกมา
ตั้งแต่เขาพูดจาปกป้องตรินท์ นรมนมาสามารถมองออกว่า คนคนนี้จะต้องเป็นพี่น้องที่สนิทที่สุดของตรินท์ บางทีอาจจะเป็นเพื่อนทหาร
“คุณเป็นใครกันแน่?”
คำถามนี้ของนรมนทำให้อีกฝ่ายเงียบไปสักพัก และตอบออกมาเบาๆ “ผมชื่อรามิล เป็นทหารที่แสนธรรมดาคนหนึ่ง แต่เมื่อรับงานที่เก็บเป็นความลับ ตรินท์กลับเลือกผม พวกเราใช้ชีวิตอยู่ในยูนนานห้าปี กินข้าวหม้อเดียวกัน นอนในเต็นท์เดียวกัน เขาปกป้องผมเหมือนเป็นพี่ชายแท้ๆ ไม่รังเกียจความโง่ของผม ให้ผมทุกอย่าง แม้แต่ในปฏิบัติการล่อศัตรูอีกครั้ง ผมเกือบตายที่สามเหลี่ยมทองคํา เป็นตรินท์คนเดียวที่ข้ามโซนที่ไม่มีใครดูแลสามเหลี่ยมทองคํา ลากผมกลับมาจากกองศพ ส่วนเขาเองกลับเกือบตาย ตอนนั้นผมปฏิญาณว่า เขาคือพี่ชายแท้ๆ ของผม ไม่ว่าเขาจะมีเรื่องอะไร ผมจะอยู่เคียงข้างเขา แต่เขากลับตายไปแล้ว ตายต่อหน้าต่อตาผม เลือดของเขายังอุ่นมาก ดวงตาของเขายังคงคุ้นเคยและใสสะอาดมาก แต่ผมกลับไม่เจอเขาแล้ว คุณรู้ไหม?ผมบังเอิญโชคดีมากจริง ๆ ที่ตอนนี้ผมจับใบหน้าเขาไว้ ทุกวันเมื่อส่องกระจกตอนเช้า ผมอยากเห็นเขายิ้มให้ผม ห้าปีที่ผ่านมา ถ้าไม่ใช่เพราะใบหน้านี้ ผมกลัวว่าผมคงจะไม่มีชีวิตรอดมาได้”
รามิลลูบใบหน้าของตนเอง และยิ้มอย่างวิกลจริต
นรมนไม่อาจเข้าใจความรู้สึกนี้ เพียงแค่ไม่รู้จะพูดอะไรขึ้นมากะทันหัน
“คนที่แทงข้างหลังตรินท์คือใคร?”
“คนที่เคยเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตรินท์ เป็นกากเดนมนุษย์ในกองทัพ ทุกคนต่างคิดว่าคนคนนั้นตายในปฏิบัติการที่ยูนนาน แม้แต่ประเทศชาติยังมอบชื่อเสียงและเกียรติยศให้แก่มัน ได้รับการขนานนามเป็นผู้พลีชีพเหมือนกับตรินท์ แต่ผมรู้ว่า มันยังมีชีวิตอยู่ และอยู่ดีกินดี!มันถูกคนคุ้มครองไว้ มันเคยเป็นผู้บังคับบัญชาที่ตรินท์ขึ้นตรงด้วย นอกจากมัน ไม่มีใครรู้สถานะที่แท้จริงของตรินท์ เป็นมันที่เปิดโปงสถานะของตรินท์ และเป็นมัน เมื่อตรินท์เดินไปหามันเพื่อรายงานความสำเร็จของปฏิบัติการ มันกลับแทงตรินท์ทันที!คนคนนี้ควรจะโดนหันเป็นชิ้นๆ หรือเปล่าล่ะ?”
คำพูดของรามิลทำให้นรมนพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว เพียงแต่คำพูดต่อไปของรามิลกลับทำให้เธออึ้งไปทันที