แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 606 เขาตายไม่ได้
บทที่ 606 เขาตายไม่ได้
นรมนจมอยู่ในความคิด
ส่วนรามิลเริ่มเตรียมตัว
จู่ ๆ ทางฝั่งบุริศร์ก็มีคนมารายงาน
“ประธานบุริศร์ เมื่อสักครู่ดักฟังข้อมูลสำคัญในมือถือของท่านขุนอินได้ครับ”
“ว่ามา”
“หนึ่งชั่วโมงหลังจากนี้ ท่าเรือตะวันออก พานรมนมาด้วย”
เมื่อลูกน้องนำข้อมูลมารายงานบุริศร์ เขาก็ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า
“หัวหน้าทีมไปเตรียมความพร้อมล่วงหน้า”
“ครับ”
มือของยมราชหยุดนิ่งไปพักหนึ่ง แต่กลับไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ก้มหน้าก้มตาทำการวิจัยการทดลองในมือต่อ เพียงแต่แววตาระส่ำระสายเล็กน้อย
บุริศร์เหลือบมองเธอ และเอ่ยถามเสียงเบา “คุณไม่ไปเหรอ?”
“ไม่ไป โชคชะตาของฉันกับเขาตัดขาดกันไปนานแล้ว”
ยมราชตอบอย่างไม่แยแส แต่บุริศร์มองเห็นว่ามือของเธอสั่นเล็กน้อย
“ผมจะพยายามไม่ทำร้ายเขา ผมต้องการเพียงแค่ช่วยชีวิตคน ไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร คุณวางใจได้”
ยมราชไม่มีท่าทีตอบสนองใด ๆ กับคำพูดของบุริศร์ เพียงแต่บุริศร์รู้ว่าในใจของเธอยังคงเป็นห่วงท่านขุนอิน
“เหลือคนจำนวนหนึ่งไว้ในโรงพยาบาล อย่ารบกวนการทำงานและการใช้ชีวิตของยมราช เข้าใจความหมายของฉันไหม?”
“ครับ!”
หลังจากบุริศร์จัดการทุกอย่างเรียบร้อย ถึงจะหันตัวจากไป
เวลาหนึ่งชั่วโมงใกล้มาจะถึงแล้ว
เมื่อนรมนคิดไตร่ตรองออกมา รามิลก็ตัดสินใจลุกขึ้น
“ไปเถอะ ไม่ว่าครั้งนี้จะเป็นหรือตาย มันขึ้นอยู่กับโชคชะตา นรมน ผมจะให้โอกาสคุณหนึ่งครั้ง โทรหาบุริศร์ซะ บางทีคุณอาจจะยังมีโอกาสรอด”
คำพูดของรามิลทำให้นรมนนิ่งไปพักหนึ่ง
เธอมองรามิล มองใบหน้าที่คล้ายคลึงกับบุริศร์อย่างยิ่ง รู้สึกไม่แน่ใจขึ้นมาชั่วขณะ
บอกบุริศร์ให้มาช่วยตนเอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะลากให้บุริศร์มาอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของรามิลและธรรศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทำให้บุริศร์รู้สาเหตุการตายของตรินท์มันจะดีจริงๆ เหรอ?
นรมนไม่สามารถควบคุมได้
ในขณะที่ลังเลเช่นนี้ รามิลมองนาฬิกาข้อมือและพูดว่า “ถ้าคุณไม่พูดผมจะถือว่าคุณทิ้งโอกาสนี้ไปนะ งั้นตอนนี้พวกเราไปกันเถอะ”
ในใจของนรมนอาจจะคัดค้านไม่ให้บุริศร์รู้เรื่องของธรรศ ดังนั้นจึงได้ลังเล ตอนนี้ได้ยินรามิลพูดเช่นนี้ เธอก็ไม่พูดอะไร เพียงแค่ลุกขึ้นตามออกไป
ทั้งสองมาถึงท่าเรือตะวันออกอย่างรวดเร็ว
รามิลมีวิธีการปฏิบัติเป็นของตนเอง นรมนเห็นแล้วรู้สึกชื่นชมอยู่บ้าง ถ้าเขาเป็นตรินท์จริงๆ คงจะดีมาก
คลื่นที่โหมซัดสาดของบุริศร์จะถาโถมอย่างไรกับการตายของตรินท์ ไม่มีใครรู้แน่ชัด นรมนเองก็ไม่รู้แน่ชัด แต่กลับกังวลมาก
เมื่อทั้งสองมาถึงท่าเรือตะวันออก คนของท่านขุนอินก็มาถึงเรียบร้อยแล้ว
ท่านขุนอินมองเห็นนรมนปลอดภัยไม่ได้รับอันตราย ถึงจะถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ตรินท์ คุณนี่มันเรื่องเยอะจริงๆ คุยกันชัดเจนแล้วว่า พวกเราร่วมมือกัน พวกเราต้องการสัญญาการมอบอำนาจของตระกูลโตเล็ก ส่วนคุณต้องการทั้งตระกูลโตเล็ก ต้องการให้บุริศร์หมดตัว ทำไมถึงเปลี่ยนใจในตอนท้ายล่ะ?”
ท่านขุนอินมองรามิลตรงหน้า ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาคิดอะไรกันแน่
ตระกูลโตเล็กที่มีเงินทองมากมายเขาไม่ต้องการ แต่กลับต้องการยั่วยุอารมณ์ของธรรศเพื่ออะไร?
รามิลกลับตอบด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ชาตินี้คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าทำไมผมต้องการทำแบบนี้ เลิกพูดจาไร้สาระ พาคนมาหรือยัง?”
ท่านขุนอินเห็นรามิลไม่คล้อยตามเหตุผล จึงอดส่ายหัวไม่ได้
“คุณธรรศ เชิญครับ”
เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ก็มีคนเดินขึ้นมาจากด้านหลังของท่านขุนอิน
คนคนนี้หน้าตาเหมือนชินทรมาก
นรมนมองเห็นเขาเหมือนมองเห็นพ่อของตนเอง
เธอตะลึงอยู่ที่นั่น ดวงตาจ้องมองธรรศ ในหัวใจมีกระแสคลื่นโหมซัดสาด
เมื่อธรรศออกมา เขามองไปทางนรมนเป็นอย่างแรก เมื่อเห็นว่าเธอปลอดภัยดีจึงหันไปมองรามิล
“ตรินท์ ได้ยินว่าคุณอยากเจอผม?”
ทันทีที่รามิลมองเห็นธรรศ กลิ่นอายทั้งตัวเปลี่ยนไป ไอสังหารแพร่กระจายไปทั่วอย่างไม่สามารถอธิบายได้
สองมือของเขากำแน่น แทบอยากจะเข้าไปฆ่าธรรศด้วยน้ำมือของตนเอง
“หรือคุณไม่รู้ว่าทำไมผมต้องการเจอคุณ?ธรรศ ปีนั้นคุณแทงผม ผมยังจำได้อยู่นะ”
ดวงตาของรามิลเปล่งประกายด้วยแสงแห่งการสังหารคน
เขาคิดจะก้าวขึ้นไป กลับถูกนรมนดึงข้อมือเอาไว้
“ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร คุณไม่สามารถทำร้ายเขาได้”
“คุณพูดอะไร?”
รามิลคิดไม่ถึงว่าในจุดนี้ นรมนจะช่วยธรรศ
“ฮ่าๆๆๆ สมกับเป็นตระกูลทวีทรัพย์ธาดาโดยแท้จริง ตอนนี้มองเห็นเขา ไม่คิดเลยว่าคุณจะปกป้องเขาแทนคนตระกูลทวีทรัพย์ธาดา?”
รามิลคิดจะสะบัดนรมนออก กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง
นรมนใช้แรงทั้งหมดของร่างกายดึงเขาเอาไว้ และกล่าวว่า “คุณคิดจะทำอะไร?เดินขึ้นไปใช้มีดฆ่าเขาเหรอ?คุณคิดว่านี้เป็นสมัยโบราณหรือไง ที่สามารถให้คุณจัดการปัญหาส่วนตัวเรื่องบุญคุณและความแค้นได้ตามอำเภอใจ?ตอนนี้บ้านเมืองมีกฎหมาย ถึงแม้เขาจะมีความผิด ก็ควรมีคนมาลงโทษเขา แต่ไม่ใช่คุณ คุณตื่นได้แล้ว ที่นี่ทุกคนต่างเป็นคนของพวกเขา คุณเข้าไปคนเดียวจะทำอะไรได้?มีฉันอยู่ในมือ คุณยังสามารถรักษาชีวิตไว้ได้ แต่ถ้าตอนนี้คุณเข้าไป คุณตายแน่นอนไม่ต้องสงสัย พวกเขาไม่มีทางเมตตาคุณ”
นรมนไม่อยากเห็นเขาตาย
คนที่สามารถแก้ไขความอยุติธรรมให้แก่ตรินท์ได้ไม่สมควรตาย และยิ่งไม่สมควรตายด้วยน้ำมือธรรศ
รามิลได้ยินนรมนพูดแบบนี้ จู่ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา
“เดิมทีผมไม่ได้คิดจะมีชีวิตอยู่ การฆ่าธรรศคือความหมายของการมีชีวิตอยู่ของผม เขาตายแล้ว ผมก็ไม่เสียใจ สามารถไปเจอกับตรินท์ได้สักที”
เสียงของรามิลไม่ดัง แต่กลับทำให้นรมนได้ยินอย่างชัดเจน
“ไม่! ไม่ได้นะ!ถึงแม้คุณจะไม่คิดเพื่อตัวเอง คุณคิดถึงกิจจาสิ เขาสูญเสียแม่ไป ถ้าคุณไม่กลับมา เขาก็จะเป็นลูกชายของพวกเราตลอดไป แต่คุณกลับมาแล้ว คุณทำให้เขารู้ถึงการมีอยู่ของตรินท์ คุณมีหน้าที่เป็นแด๊ดดี้ของเขา ถ้าตอนนี้คุณตาย คุณจะให้เขาทำอย่างไร?เขาอยู่ที่นี่นะ!เขาอยู่ที่ เมืองA! เขายังเด็กแบบนั้น คุณไม่กลัวเขาใจสลายเหรอ?คุณเอาแต่พูดว่าเพื่อพี่น้องของคุณ หรือว่าพี่น้องของคุณบอกว่าคุณสามารถทำร้ายลูกชายของเขาตามอำเภอใจได้?”
คำพูดของนรมนทำให้รามิลอึ้งไป
ในเวลานี้ จู่ๆ ธรรศก็ก้าวขึ้นมา เขาคว้านรมนเอาไว้ และดึงเธอไปอยู่ด้านหลังตนเอง ในขณะเดียวกัน คนของท่านขุนอินก็ก้าวขึ้นมาทันที เปิดการโจมตีกับรามิล
“อย่านะ! พวกคุณอย่าทำร้ายเขา!”
นรมนออกมือกับธรรศโดยพลัน
ร่างกายของเธอยังไม่ฟื้นคืนกลับมา เธอไม่รู้ว่าตนเองคือคู่ต่อสู้ของธรรศหรือเปล่า แต่ในเวลานี้ เธอรอไม่ได้แล้ว
รามิลจะตายไม่ได้!
เขาคือญาติคนสุดท้ายของกิจจา เป็นความหวังสุดท้าย แม้จะเป็นตัวปลอม ก็ต้องมีเขาอยู่
ตรินท์ตายไปเมื่อห้าปีก่อน ในตอนนั้นกิจจายังไม่เกิด ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใดๆ แต่วันนี้ กิจจารู้เรื่องแล้ว
รู้ว่าตรินท์ยังอยู่ ไม่มีใครสามารถอธิบายเรื่องนี้ให้กิจจาได้อย่างชัดเจน หลังจากสูญเสียแม่ไป และสูญเสียพ่อไป นรมนกลัวเหลือเกินว่ากิจจาอายุสี่ขวบจะรับไม่ได้
การตายของเขมิกาทำให้กิจจาเปลี่ยนไปมาก เธอไม่สามารถเห็นกิจจาต้องแบกรับทุกสิ่งเช่นนั้นอีกแล้ว
นรมนลงมืออย่างรวดเร็วและแม่นยำ น่าเสียดายที่ธรรศเป็นผู้ชาย แถมยังเป็นผู้ชายมากฝีมือ ภายใต้การจู่โจมของนรมนเขาก็โต้ตอบกลับทันที
นรมนภายใต้เงื้อมมือของเขาเดินไม่ถึงสามก้าวก็ถูกเขาควบคุมเอาไว้
“คุณปล่อยฉันนะ !คุณคิดว่าตัวเองคู่ควรกับการเป็นคนตระกูลทวีทรัพย์ธาดาเหรอ!ธรรศ คุณมันเป็นความอัปยศอดสูของตระกูลทวีทรัพย์ธาดา!ฉันจะบอกคุณให้นะ ถ้าเขาตาย ฉันจะไม่ให้อภัยคุณ ฉันเป็นผีก็จะไม่ให้อภัยคุณ!”
นรมนโมโหจนแทบบ้าคลั่ง
ธรรศกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ถ้าฉันไม่รู้ ฉันยังคิดว่าเขาเป็นบุริศร์ อะไรกัน?รู้สึกหวั่นไหวกับเขาเหรอ?”
“คุณพูดจาไร้สาระอะไร!ธรรศคุณปล่อยฉันนะ!ปล่อย!”
“เธอช่วยเขาไม่ได้หรอก ตั้งแต่ตอนที่เขาขอเจอฉัน เขาก็ไม่รอดแล้ว”
คำพูดของธรรศทำให้นรมนพยายามดิ้นรนมากขึ้น
“ฉันไม่สนใจ ฉันให้เขาตายไม่ได้! ไม่ได้!”
“เขาไม่ใช่น้องชายสามีของเธอ เธอไม่จำเป็นต้องพยายามเก็บเขาเอาไว้แทนบุริศร์”
ธรรศใช้เสียงที่สามารถได้ยินแค่สองคนพูดกับนรมน
นรมนชะงักงันทันที
ทำไมเขาถึงรู้?
นรมนมองธรรศอย่างแปลกใจ
ธรรศตอบเสียงเบา “มีฉันเพียงคนเดียวที่รู้เรื่องนี้ เธอวางใจได้ คนอื่นไม่รู้ว่าเขาคือตัวปลอม ดังนั้นเธอไม่ต้องพยายามอย่างสุดกำลัง เธอคือลูกสาวของพี่ใหญ่ฉัน ฉันไม่หวังให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอ”
“คุณยังกล้าพูดถึงพ่อของฉัน? คุณละอายใจต่อพ่อของฉันบ้างไหม? คุณละอายใจต่อตระกูลทวีทรัพย์ธาดาบ้างไหม?ธรรศ คุณอย่าทำให้ฉันสะอิดสะเอียนได้ไหม?”
“ฟังนะ!อย่ายุ่งกับเรื่องนี้ อาศัยจังหวะตอนนี้รีบไปซะ!หรือเธออยากให้บุริศร์กับท่านขุนอินร่วมมือกับจริงๆ ?”
คำพูดของธรรศทำให้นรมนมึนงงเล็กน้อย
หมายความว่าอะไร?
หรือว่าธรรศไม่หวังให้บุริศร์กับท่านขุนอินร่วมมือกัน?
นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคาดหวังมาตลอดเหรอ?
หรือว่าธรรศกำลังวางแผนอะไรอีก?
“ปล่อยฉัน!”
ในเวลานี้เอง บุริศร์ก็ปรากฏตัวขึ้นฉับพลัน
เขาเข้าร่วมการต่อสู้อย่างรวดเร็ว ด้วยพลังอำนาจแห่งสายฟ้าควบคุมสถานการณ์ไว้ทันที
บุริศร์มองเห็นธรรศตรงหน้า ก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
“คิดไม่ถึงว่าคุณยังมีชีวิตอยู่?ดังนั้นแบบแปลนและสัญญาการมอบอำนาจที่คุณต้องการ ?เพราะอะไร?”
บุริศร์นึกไม่ถึงว่าคนที่วางแผนอยู่เบื้องหลังตระกูลโตเล็กจะเป็นธรรศ
ท่านขุนอินอาศัยโอกาสนี้จับตัวรามิลไว้ คิดจะขู่บังคับบุริศร์
“บุริศร์ คุณอย่าบุ่มบ่าม น้องชายของคุณอยู่ในมือของผม บอกให้คนของคุณถอยไป ไม่งั้นผมจะฆ่าเขา”
“อย่านะ!”
นรมนรีบส่ายหน้า ตะโกนไปทางบุริศร์ “บุริศร์ ช่วยเขา”
รามิลถูกขังอยู่ในมือของท่านขุนอิน เขามองนรมนและกล่าวว่า “การช่วยชีวิตผมหมายความว่าอะไรคุณรู้ใช่ไหม?”
บุริศร์มองนรมน และหันไปมองรามิล ราวกับว่าเขาจะสังเกตเห็นความลับอะไรบางอย่างระหว่างพวกเขา แต่ตอนนี้ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือเขาต้องช่วยชีวิตนรมน
เขามองรามิล และกล่าวอย่างไม่แยแส “ผู้ชายตระกูลโตเล็กไม่มีใครรักตัวกลัวตาย ดังนั้นขุนอิน คุณคิดจะเอาชีวิตของเขามาข่มขู่ผมจริงๆ เหรอ?”
ประโยคนี้ทำให้ท่านขุนอินอึ้งไปโดยสิ้นเชิง
เป็นไปได้อย่างไร?
ใครต่างก็รู้ว่าบุริศร์รักน้องชายของตนเองที่สุด เพื่อน้องชายของตนเองแม้แต่ทั้งหมดของตระกูลโตเล็กก็ยอมทิ้งได้ วันนี้ทำไมถึงไม่เหมือนเดิม?
“บุริศร์ ผมพูดจริงนะ ถ้าคุณไม่บอกให้คนของคุณวางมือ ผมจะฆ่าเขาจริงๆ !”
“งั้นคุณลงมือเถอะ”
บุริศร์เอ่ยอย่างเย็นชา ในแววตาไม่มีความอ่อนโยนใดๆ สำหรับคนที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า สวมรอยเป็นน้องชายของเขา เขาไม่มีความเห็นอกเห็นใจใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนคนนี้ยังลักพาตัวภรรยาของเขา
อยู่ดีๆ รามิลก็ยิ้ม รอยยิ้มนั้นช่างเศร้ารันทด
ทันใดนั้นหัวใจของนรมนก็รู้สึกโศกเศร้าทันที
“บุริศร์ ไม่นะ!เขาจะตายไม่ได้!”