แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 612 ฉันไม่ชอบเธอ
บทที่ 612 ฉันไม่ชอบเธอ
“มีข่าวคราวของกานต์แล้วเหรอ เกิดอะไรขึ้น”
นรมนรีบเงยหน้าขึ้น
“ครับคุณนาย มีข่าวคราวของคุณชายกานต์แล้วครับ”
คำรายงานของลูกน้องทำให้บุริศร์ตื่นเต้นขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น กานต์อยู่ที่ไหน”
“ท่านประธานบุริศร์ครับ เฮลิคอปเตอร์ที่คุณชายกานต์นั่งน้ำมันหมด ดังนั้นจึงถูกบังคับให้ลงจอด เมื่อคนของพวกเราได้นำน้ำมันไปส่งถึง คุณชายกานต์ก็ปลอดภัยแล้วครับ ทุกอย่างราบรื่นดี”
เมื่อได้ยินลูกน้องพูดเช่นนั้น บุริศร์กับนรมนถึงได้ถอนหายใจโล่งอกออกมา
“เด็กคนนี้นิ โชคดีที่น้ำมันหมด ถ้าไม่อย่างนั้นก็คงฝืนที่จะไปต่อ และก็ไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องราววุ่นวายมากแค่ไหนอีก”
บุริศร์ถอนหายใจ แล้วก็หวนคิดถึงกิจจาอีกครั้ง
ความรู้สึกของนรมนก็หดหู่เช่นกัน
“ไปรับกมลกลับมาเถอะ ส่วนกานต์ก็ให้เขากลับมาด้วยตัวเอง”
เมื่อบุริศร์พูดจบ ลูกน้องก็รีบออกไปดำเนินการตามคำสั่งทันที
“นรมน ผมต้องไปที่บริษัท พักนี้มีเรื่องมากมาย เรื่องที่รามิลทำไว้ผมยังต้องไปจัดการ”
“ค่ะ แต่ว่าศพของรามิลคุณจะจัดการอย่างไร”
นรมนรู้ว่าบุริศร์นั้นมีอคติต่อรามิล โดยเฉพาะเรื่องที่ทำร้ายกิจจา ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถให้อภัยได้ แต่นรมนก็ยังถามขึ้น
รามิลบอกว่าเพื่อตรินท์ เพื่อคนของตระกูลโตเล็กแล้ว เขาสละชีวิตของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะเหลือไว้ซึ่งความเจ็บปวด ก็ไม่อาจจะลบล้างความดีงามที่เขาทำไว้
บุริศร์หรี่ตาลงด้วยความขุ่นมัว แล้วเงียบไปสักพัก
ในขณะที่นรมนคิดว่าเขาจะไม่พูดอะไรแล้วนั้น บุริศร์กลับเอ่ยปากขึ้น
“ผมจะให้คนจัดการอย่างเหมาะสม ตระกูลโตเล็กจะซื้อที่ทำสุสานให้แก่เขา และจะคอยจัดคนหมั่นมาทำความสะอาด”
“ค่ะ”
นรมนรู้ดีว่าบุริศร์นั้นดีและมีเมตตากับทุกคนในครอบครัวมาตลอด หรือบางทีเขาอาจจะเห็นรามิลเป็นน้องชายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
“คุณรู้สึกผิดหวังมากใช่หรือไม่”
นรมนรู้ดีว่าไม่มีใครเจ็บปวดเกินไปกว่าบุริศร์ได้อีกแล้ว
บุริศร์พูดเสียงต่ำ “ห้าพี่ก่อน ตอนที่ผมรู้ว่าตรินท์ได้เสียชีวิตแล้ว ผมแทบจะยืนต่อไปไม่ไหว ต่อมาเมื่อผมรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ไม่มีใครรู้เลยว่าผมรู้สึกขอบคุณสวรรค์มากแค่ไหน จนถึงขั้นที่ผมอยากจะทำดีกับเขาเป็นสองเท่า ผมมอบทุกอย่างที่เป็นตระกูลโตเล็กให้กับเขา และก็มอบกิจจาให้กับเขา ใครจะไปรู้ว่าท้ายที่สุดแล้วนั้นทั้งหมดล้วนเป็นเพียงการโกหกหลอกลวง ถึงแม้พวกเขาทำแบบนี้เพื่อเป็นการแก้แค้นให้กับตรินท์ เพื่อหลอกล่อให้ธรรศออกมา แต่การโกหกหลอกลวงและความเจ็บปวดที่ทำกับผม ผมไม่สามารถที่จะให้อภัยได้จริงๆ ขนาดผมยังขนาดนี้ แล้วกิจจาที่เป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆเองล่ะ ดังนั้นเรื่องนี้ผมจึงไม่สามารถที่จะให้อภัยพวกเขาได้ ไม่มีทาง!”
เมื่อพูดจบ บุริศร์ก็ลูบศีรษะของนรมน แล้วก็หันหลังเดินจากตระกูลโตเล็กไป
นรมนก็รู้สึกเจ็บปวดทรมานจิตใจเช่นกัน
เขากลับไปที่ห้องของกิจจาอีกครั้ง แต่กลับเห็นคุณนายตระกูลโตเล็กนั่งอยู่ตรงหน้าเตียงของกิจจา จ้องมองกิจจาอย่างเงียบๆพร้อมกับที่น้ำตาไหลออกมา
นรมนที่ไม่รู้ว่าจะพูดกับคุณนายตระกูลโตเล็กอย่างไรดี
เธอไม่ใช่แม่พระ ที่เมื่อถูกหักหลังแล้ว ถูกหลอกใช้แล้วยังคงทำสีหน้าซาบซึ้งในพระคุณ แค่เธอไม่ไปเจ้าคิดเจ้าแค้นกับเธอ นรมนก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นใจกว้างมากพอแล้ว
กิจจายังคงนอนหลับอยู่ ในขณะที่นรมนตัดสินใจถอยเดินออกมานั้น คุณนายตระกูลโตเล็กได้เอ่ยปากขึ้น
“เธอคงจะคิดว่าฉันเป็นหญิงชราที่ใจร้ายใช่ไหม และคิดว่าสิ่งที่ฉันปฏิบัติต่อเธอก่อนหน้านี้ก็ล้วนเป็นการเสแสร้งทั้งนั้นใช่ไหม”
นรมนไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี ตอนนี้ตอบไปอย่างไรก็ไม่เหมาะสม
เธอจึงเงียบ
คุณนายตระกูลโตเล็กหันมามองเธอแล้วพูดขึ้น “ความจริงแล้วฉันไม่ได้ชอบเธอตั้งแต่แรก”
นรมนตกใจ หวนคิดถึงสามปีที่เธอแต่งงานมา แม่สามีคนนี้ก็ไม่เคยใส่ใจหรือถามไถ่ แม้แต่วันที่แต่งงานก็ไม่ได้ไปเข้าร่วม สามปีมานี้ได้แต่ให้ป้าโอจัดการชีวิตประจำวันของเธอโดยไม่มีข้อชี้แนะใดๆ แล้วยิ่งไปกว่านั้นเมื่อห้าปีก่อนที่เธอกับลูกเกือบถูกเผาทั้งเป็น ไม่มีแม้แต่จะเอ่ยถึง นรมนควรรู้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆแล้วว่าเธอไม่ชอบตัวเอง เพียงแต่ต่อมาหลังจากที่ได้คลุกคลีอยู่ด้วยกัน คุณนายตระกูลโตเล็กทำดีกับเธอมาก จนทำให้เธอมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป
“ในเมื่อไม่ชอบฉัน ทำไมก่อนหน้านี้ถึงทำดีกับฉันขนาดนั้น หรือว่าเพียงเพราะแค่ต้องการหลอกใช้ฉัน”
“หลอกใช้? เธอมีอะไรให้น่าหลอกใช้งั้นรึ”
คุณนายตระกูลโตเล็กมองนรมนตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นพูดอย่างเย็นชาว่า “แปดปีก่อนที่เธอมาวุ่นวายกับบุริศร์ และบังคับให้เขาต้องแต่งงานกับเธอนั้น ฉันก็ไม่พอใจเธอแล้ว ผู้หญิงที่ดีมีสกุลรุนชาติจะสามารถทำเรื่องแบบนั้นในงานเลี้ยงได้อย่างไร ตัวเองขายหน้าไม่พอ ยังทำให้บุริศร์ของพวกเราสูญเสียโอกาสมากมายไปด้วย เพื่อมาแต่งงานกับผู้หญิงที่ไร้ค่าไม่มีอะไรดีอย่างเธอ ไหนเธอลองพูดมาซิ นอกจากหน้าตาที่ดูได้นิดหน่อยแล้ว เธอสามารถทำอะไรได้บ้าง ตั้งแต่ที่เธอแต่งเข้ามา ก็ไม่เคยช่วยเหลือตระกูลโตเล็กของพวกเราแม้แต่สักนิดเดียว”
นรมนตะลึงงัน
เธอไม่เคยรู้ว่าคุณนายตระกูลโตเล็กจะมองเธอแบบนี้
นรมนสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมยังเห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ล่ะ”
“เห็นด้วยเหรอ ใครบอกว่าฉันเห็นด้วย ถ้าหากฉันเห็นด้วยแล้วทำไมฉันต้องไปอยู่ที่ต่างประเทศตั้งนานสองนานขนาดนั้น บุริศร์และ ตรินท์ทั้งคู่ไม่ใช่คนที่ฉันคลอดมา ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นแม่ของพวกเขา แต่เธอไม่มีทางที่จะรู้ว่า การเลี้ยงลูกที่ไม่ใช่ตัวเองคลอดมานั้น ต้องพะวงทุกข์ใจมากแค่ไหน ฉันต้องคอยระวังป้าโอในการปลูกฝังความคิดของพวกเขา กลัวพวกเขาจะตีตัวออกหากจากฉัน กลัวว่าต่อไปตระกูลโตเล็กจะไม่มีที่สำหรับฉัน จนฉันต้องเอาอกเอาใจลูกชาย ตอนนั้นข่าวของพวกเธออึกทึกครึกโครม ถ้าหากฉันไม่เห็นด้วย และต่อต้านความปรารถนาของบุริศร์ เธอคิดว่าบุริศร์จะยอมรับแม่คนนี้ได้อีกเหรอ”
“เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุนี้ท่านจึงไม่ถามไถ่ไม่สนใจงานแต่งของพวกเราในครั้งนี้ใช่ไหม”
นรมนแทบจะคิดไม่ถึงว่าผลจะกลายเป็นแบบนี้
คุณนายตระกูลโตเล็กตอนนี้ก็ไม่เสแสร้งอีกต่อไปแล้ว เธอพูดอย่างเยือกเย็นว่า“ ใช่ เธอแต่งงานมาสามปีกลับไม่มีอะไรดีขึ้น ฉันก็เลยหาโอกาสที่จะทำให้เธอหย่ากับบุริศร์ เขมิกาคือคนที่ฉันเลือกและปูทางไว้ให้กับหล่อน ฉันให้หล่อนไปหาตรินท์ที่ยูนนาน ฉันคิดว่าตรินท์ไม่ชอบคนแบบเขมิกา แต่ว่าเขมิกาชอบบุริศร์ และบุริศร์นั้นก็แคร์ความรู้สึกของตรินท์อย่างมาก เมื่อรู้ว่าเขมิกาไปหาตรินท์ ไปยั่วยวนตรินท์ บางทีเขาอาจจะทิ้งเธอแล้วไปหาเขมิกา ขอเพียงให้พวกเธอเข้าใจผิดกัน การหย่าร้างก็จะเกิดขึ้นในไม่ช้า แต่ใครไปจะไปรู้ว่าความคิดเขมิกาแปลเป็นอื่น หล่อนกลับอยากแต่งงานกับตรินท์ อยากเป็นสะใภ้ของตระกูลโตเล็กซะอย่างนั้น! หล่อนน่ะเหรอจะคู่ควร”
นรมนตกใจชะงัก เธอคิดไม่ถึงว่าทุกอย่างจะเป็นแบบนี้
“ทำไมท่านถึงทำแบบนี้ ท่านรู้ไหมทำแบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับตรินท์มากแค่ไหน”
“ไม่ยุติธรรมเหรอ เธอจะไปรู้อะไร ตั้งแต่เล็กจนโต ตรินท์ก็ไม่เคยมีอะไรสู้บุริศร์ได้ แต่กลับเป็นคนที่กตัญญูมาก ดีกับฉันที่สุด เขามองฉันเป็นแม่แท้ๆของเขา ทุกครั้งที่เขาดึงมือของฉันแล้วเรียกแม่นั้น ฉันรู้สึกว่านี่คือลูกชายของฉัน ลูกที่ฉันให้กำเนิดเอง แต่ว่าเขาด้อยความสามารถไปหน่อย และเอาแต่คอยรักและปกป้องแต่พี่ชายอย่างบุริศร์ แม้แต่ไปชกต่อยกับคนอื่นเพื่อบุริศร์ ฉันจึงจำเป็นต้องให้เขาออกจากเมืองชลธี เมื่อเขาไปอยู่ยูนนานเขาก็เลือกอาชีพที่เสี่ยงอันตรายเช่นนั้นอีก ฉันเองก็ห้ามปรามไม่อยู่ เลยต้องการให้เขามีทายาทไว้สืบสกุล แต่ตรินท์เองก็ไม่มีเวลาให้กับความรัก เขมิกาเก่งในการทำให้คนลุ่มหลง มีเธออยู่ ตรินท์จะต้องหลงเสน่ห์อย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นไม่ว่าตรินท์จะเป็นอย่างไร อย่างน้อยๆเขมิกาจะต้องตั้งท้องลูกของเขาไว้สืบสกุล เป็นหลานของตระกูลโตเล็กของพวกเรา!”
คุณนายตระกูลโตเล็กถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “เดิมทีฉันวางแผนไว้ว่าจะหลอกใช้เขมิกาเพื่อทำลายความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาของพวกเธอ แต่น่าเสียดายที่เขมิกาตัดใจจากบุริศร์ ไม่ต้องการจะสานสัมพันธ์ต่อ และไปปันใจให้กับตรินท์ ถึงแม้ว่าตอนนั้นแผนการจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่า ขอเพียงแค่หล่อนสามารถคลอดลูกของตรินท์ออกมา เมื่อถึงเวลาฉันก็จะหาวิธีขจัดเธอออกไป แล้วค่อยหาคู่ครองที่เหมาะสมให้กับตรินท์ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าตรินท์จะจากไปแบบกะทันหันเช่นนี้ เขมิกาตั้งครรภ์แล้ว แต่ฉันกลับต้องมาสูญเสียลูกชาย ฉันจึงต้องให้เขมิกากลับมาหาบุริศร์ ขอเพียงแค่เขมิกากลับมา เธอก็จะเข้าใจผิด และเธอกับบุริศร์ก็จะต้องหย่ากัน”
“นี่ท่านให้เขมิกาปรนนิบัติตรินท์ หลังจากที่เขมิกาตั้งท้องลูกของตรินท์ ก็จะให้เธอกลับมาอยู่กับบุริศร์อย่างนั้นเหรอ”
นรมนรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้
คุณนายตระกูลโตเล็กยิ้มอย่างเย็นชา แล้วพูดขึ้น “ไม่เป็นไปตามที่หล่อนหวังไว้หรอก ฉันเข้าใจบุริศร์ดี เขารักตรินท์มาก ขอเพียงเขมิกาตั้งท้องลูกของตรินท์ ต่อให้เขาจะชอบหล่อนมากแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางที่จะแต่งงานกับหล่อน แต่ว่ากิจจายังเล็กมาก ต้องการแม่ และกิจจาก็ยังต้องการสถานะที่เหมาะสมเพื่อในอยู่ตระกูลโตเล็ก ดังนั้นฉันจึงให้บุริศร์รับกิจจาไว้เป็นลูกชาย ด้านหนึ่งเพื่อให้เขมิกาสามารถดูแลลูก อีกด้านหนึ่งเพื่อให้เธอจะได้ตัดใจ”
“ท่านรู้ว่าฉันรอดตายจากเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อห้าปีก่อนใช่ไหม”
นรมนเห็นช่องโหว่ของคุณนายตระกูลโตเล็ก
คุณนายตระกูลโตเล็กมองนรมนแล้วพูดขึ้น แน่นอน ไม่อย่างนั้นเธอคิดเหรอว่ารเมศจะบังเอิญผ่านไปแล้วช่วยเธอไว้ ฉันเกลียดเธอก็จริง ไม่ชอบเธอก็จริง แต่ฉันไม่เคยคิดที่จะให้เธอตาย อีกทั้งในท้องของเธอยังมีเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลโตเล็ก ฉันคิดมาตลอดว่าป้าโอจะไม่ยอมให้เธอตั้งท้องลูกของตระกูลโตเล็ก เพราะฉะนั้นฉันจึงไม่เคยกังวลว่าเธอจะตั้งท้องลูกของบุริศร์ สามปีมานี้เธอก็ไม่เคยมีข่าวดี แต่อยู่ๆในวินาทีสุดท้าย เธอก็เหมือนกับเขมิกาได้ที่ตั้งท้องขึ้น ฉันรู้การเคลื่อนไหวของเขมิกา และก็รู้ว่าตังเมต้องการจะเผาเธอให้ตายทั้งเป็น เพื่อหลานในท้องของเธอ ฉันจึงได้โทรไปหาคุณนายแห่งบริษัทวัชโรทัย ให้รเมศมาที่เมืองชลธีเพื่อคุยเรื่องบางอย่าง สถานที่เขาผ่านบังเอิญเป็นสถานที่เดียวกันกับที่เธอเกิดเรื่อง เธอถึงได้มีชีวิตรอดมา พูดไปพูดมาเธอยังต้องขอบคุณฉันด้วยซ้ำถูกไหม”
“ขอบคุณอย่างนั้นเหรอ ยังกล้าพูดออกมาจากปาก ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะท่าน ฉันก็คงไม่ต้องไปเดินอยู่ในกองไฟแบบนั้น ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะท่าน กมลเกิดมาร่างกายก็คงไม่เป็นแบบนั้น เช่นนี้แล้วท่านยังต้องการให้ฉันขอบคุณท่านอีกอย่างนั้นเหรอ ถ้าหากท่านไม่ชอบฉันตั้งแต่แรก ท่านก็น่าจะบอกให้ฉันรู้ ต่อให้ท่านต้องการให้ฉันเลิกกับบุริศร์ ก็ยังดีกว่าที่ท่านคิดทำร้ายกันแบบนี้ ท่านไม่เพียงแต่ทำร้ายบุริศร์ ยังทำร้ายตรินท์ ทำร้ายฉัน ยังทำร้ายกระทั่งหลานสาวของตัวเอง ทำไมท่านถึงทำแบบนี้ได้”
นรมนรู้สึกโกรธจนเคียดแค้น
เธอคิดมาตลอดว่าตัวเองความโชคร้ายของตัวเองนั้นเกิดจากเขมิกากับตังเม คิดไม่ถึงว่าหลังจากนั้นยังมีแผนการที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนอีก
แม่สามีที่เธอคิดว่าดีมาตลอดนั้น กลับเป็นคนขุดหลุมพรางไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ วางแผนทำร้าย และทำลายให้ครอบครัวเธอแตกแยก
คุณนายตระกูลโตเล็กกลับพูดอย่างไม่แยแสว่า “ทำไมฉันจะทำแบบนี้ไม่ได้ ตระกูลโตเล็กเป็นของฉัน! ที่บุริศร์และตรินท์มีทุกวันนี้ได้ ก็เพราะฉัน พวกเขาควรจะเชื่อฟังฉันไม่ใช่หรือ แต่เป็นเพราะเธอ ทำให้บุริศร์ทะเลาะกับฉันครั้งแรก แม้แต่คำพูดของฉันก็ไม่ยอมฟัง ยืนกรานที่จะขอเธอแต่งงาน เธอมีดีอะไรกัน เธอสามารถช่วยบุริศร์สืบทอดดำรงธุรกิจตระกูลโตเล็กได้หรือ สามารถนำความรุ่งโรจน์มาให้ตระกูลโตเล็กหรือ”
“ตระกูลโตเล็กรุ่งเรืองขนาดนี้แล้ว ยังต้องการให้ฉันนำความรุ่งโรจน์อะไรมาให้อีก”
“ใช่สิ ตระกูลโตเล็กของพวกเรารุ่งเรืองเพียงนี้ จะให้เลือกสะใภ้แบบไหนก็ได้ ทำไมต้องเลือกขยะที่ไร้ค่าอย่างเธอด้วย คนที่ทำอะไรก็ไม่เป็น ต่อให้ฉันยกอาณาจักรรัตติกาลให้กับเธอ แล้วเธอจะสามารถทำออกมาได้ดีหรือ นอกจากให้กิมจิช่วย เธอยังทำอะไรเป็นได้อีก”
คำพูดของคุณนายตระกูลโตเล็กทำให้นรมนถึงกับชะงักงัน