แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 620 ท่านชนะแล้ว
บทที่ 620 ท่านชนะแล้ว
“คุณนาย อย่า!”
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย นรมนก็เงยหน้าขึ้นทันที แล้วเห็นกิมจิเดินเข้ามาจากด้านนอก
“นายกล้าขวางฉันรึ หรือว่านายเห็นว่าเธอเป็นเจ้านายของนาย”
สีหน้าของคุณนายตระกูลโตเล็กที่ไม่ค่อยจะดีนัก
กิมจิรีบพูดอย่างนอบน้อมว่า “ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณนาย ถ้าหากว่าใบหน้าของเธอมีรอยแผล ถ้าหากมีคนแอบถ่ายรูปแล้วส่งไปให้ประธานบุริศร์ ท่านจะไม่สามารถแก้ต่างได้นะครับ”
คุณนายตระกูลโตเล็กขมวดคิ้วขึ้น แล้วก็ปล่อยมือลง
“ก็ถูกของนาย ในเมื่อฉันรับปากกับคุณนายทวีทรัพย์ธาดาว่าจะปล่อยเธออิสระ แน่นอนว่าฉันนั้นทำได้ พาเธอไปขังไว้ที่ห้องใต้ดิน ไม่ได้รับคำอนุญาตจากฉัน ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมได้ และไม่ต้องนำอาหารเครื่องดื่มไปให้เธอ ถ้าหากคุณนายทวีทรัพย์ธาดาไม่กล้าตาย ฉันก็จะใช้ชีวิตนี้ของเธอในการชดใช้ชีวิตของตรินท์!”
เมื่อได้ยิน คุณนายตระกูลโตเล็กรับสั่งเช่นนี้ ลูกน้องก็รีบทำตามทันที
นรมนมองกิมจิ แล้วยิ้มอย่างเศร้าใจ
“นายก็เป็นคนของเธอเหรอ เพราะฉะนั้นการสะกดจิตก็เป็นเรื่องโกหกทั้งเพใช่ไหม”
“ไม่ใช่เรื่องโกหกครับ”
กิมจิเห็นนรมนที่กระเซอะกระเซิง จู่ๆก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นทันใด แต่ว่าเขาก็ไม่สามารถ และก็ทำอะไรไม่ได้
ตอนนี้บุริศร์ก็ไม่อยู่ ที่นี่ก็เป็นอาณาเขตของคุณนายตระกูลโตเล็ก
คนที่บุริศร์ได้ทิ้งไว้ก่อนที่จะจากไป ก็ถูกคุณนายตระกูลโตเล็กควบคุมไว้ทั้งหมด และเขาคนเดียวจะสามารถทำอะไรได้
คุณนายตระกูลโตเล็กชอบดูท่าทีที่ความเจ็บปวดทรมานของนรมน
เธอยิ้มแล้วพูดขึ้น “กิมจิถูกสะกดจิตนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องโกหก ฉันให้คนสะกดจิตเขา เพื่อต้องการให้เขาสังหารเธอ แต่น่าเสียดายที่ทำไม่สำเร็จ และเป็นเธอที่พาเขากลับมาไม่ใช่เหรอ พฤกษ์ยังเรียกคนมาตรวจอาการของเขา น่าเสียดายจริงๆ ทักษะของนักสะกดจิตคนนั้นช่างยอดเยี่ยมมาก ไม่สามารถมีคนที่จะถอนได้ ถ้าหากไม่ใช่เป็นเพราะฉันกิมจิก็คงไม่เหลือแล้ว ดังนั้นเขาจะเชื่อฟังเธออีกเหรอ เดิมทีเขาก็เป็นคนของฉัน! เป็นฉันที่นำเขามาจากสนามรบแล้วเลี้ยงดูจนเติบใหญ่”
เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมด เห็นด้วยตาทั้งหมด นรมนยังจะสามารถพูดอะไร ทำได้เพียงแค่ยิ้ม ยิ้มจนน้ำตาไหลพรากอาบแก้ม
เธอมันช่างไร้ความสามารถจริงๆ!
หัวใจของกิมจิบีบรัดจนเจ็บจี๊ดๆ แต่กลับพูดด้วยเสียงต่ำว่า “ คุณนายครับ คุณจะให้หมอมาดูอาการของเธอสักหน่อย เพราะถ้าเกิดว่าแผลติดเชื้อ……”
“ทำไม นายเป็นห่วงเธอเหรอ อย่าบอกฉันนะว่านายชอบเธอ”
คุณนายตระกูลโตเล็กมองมาทางกิมจิด้วยสายตาทิ่มแทง
กิมจิรีบก้มหัวแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ใช่ครับ”
“อันที่จริงมันนายจะชอบเธอก็ได้นะ รอให้คุณนายทวีทรัพย์ธาดาคืนชีวิตให้กับตระกูลโตเล็กแล้ว ฉันจะยกเธอให้กับนายดีไหม แต่ว่าจะต้องรับปากว่าจะไม่ให้เธอปรากฏตัวต่อหน้าบุริศร์ ถ้าหากว่านายสามารถรับปากได้ ฉันจะไว้ชีวิตเธอ”
นรมนหน้าถอดสีฉับพลัน
“ถุย! ท่านเห็นฉันเป็นอะไร อยากยกฉันให้ใครก็ยกให้อย่างนั้นเหรอ คุณนายตระกูลโตเล็ก ท่านไม่กลัวหรอว่าทำเรื่องที่ขาดคุณธรรมมากไป สวรรค์จะลงทัณฑ์ท่านได้นะ”
“ลงทัณฑ์เหรอ ฉันไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้นแล้ว เออ ให้คนไปติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิดที่ชั้นห้องใต้ดินด้วย ปล่อยให้เธอได้เห็นถึงวิธีการตายของคุณนายทวีทรัพย์ธาดา
“สารเลว!”
นรมนยังต้องการที่จะเตะใส่คุณนายตระกูลโตเล็ก แต่ถูกลูกน้องนำตัวไปแล้ว
กิมจิมองดูท่าทางของนรมน คิ้วขมวดแน่น
ก่อนหน้านั้นที่ถูกสะกดจิต เขาทำอะไรลงไปโดยที่ไม่รู้ตัว เมื่อเขารู้ว่าเกือบจะลงมือฆ่านรมนแล้วนั้น ในใจของเขาก็รู้สึกผิดอย่างมาก
เขารู้ดีว่าตัวเองไม่สมควรที่จะมีความรู้สึกหวั่นไหวกับนรมน แต่ว่าเขาก็ไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้ สิ่งที่เขาไม่อยากทำมากที่สุดก็คือการทำร้ายนรมน วันนี้สติสัมปชัญญะของเขาเต็มร้อย แต่เขาก็ยังกลับทำร้ายเธอ
กิมจิกัดฟันแน่น
คุณนายตระกูลโตเล็กมองดูเขาแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “ชอบผู้หญิงคนนั้นเข้าจริงๆเหรอ”
“ไม่ครับ”
ตีให้ตายกิมจิก็ไม่สามารถยอมรับ
เขารู้ดีว่าคุณนายตระกูลโตเล็กมีอุบายมากมาย ถ้าหากยอมรับไปจริงๆ ชื่อเสียงของนรมนจะต้องถูกทำลาย
“แน่ใจนะ”
“แน่ใจครับ!”
“ดี อย่างนั้นนายจงไปที่บ้านตระกูลทวีทรัพย์ธาดา ไปดูการชดใช้ชีวิตของคุณนายทวีทรัพย์ธาดา!”
วิธีการนี้ของคุณนายตระกูลโตเล็กถือว่าโหดเหี้ยมมาก
ถ้าหากกิมจิไม่ได้หวั่นไหวกับนรมน เขาทำเช่นนี้ก็จะไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าเขาชอบนรมนจริงๆ การไปเร่งรัดการตายให้กับคุณนายทวีทรัพย์ธาดาด้วยตัวเอง ก็เพียงพอที่จะทำให้เขากับนรมนไม่สามารถลงเอยกันได้แล้ว
กิมจิยิ้มอย่างขมขื่นในใจ ถึงอย่างไรเขากับนรมนก็ไม่มีวาสนาต่อกัน ขอเฝ้าปกป้องเธออยู่ข้างๆย่างเงียบๆก็ได้
“ครับ!”
กิมจิรับคำสั่ง แล้วหันหลังจากไป
“ตามเขาไป ดูสิว่าเขาจะเป็นเหมือนอย่างที่ตัวเขาเองพูดไว้จะซื่อสัตย์ต่อฉันหรือเปล่า
“ครับ คุณนายตระกูลโตเล็ก”
คนที่ติดตามเขา ก็ได้ติดตามออกไป
หลังจากที่กิมจิสังเกตเห็นอีกฝ่ายแล้ว เขาก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น และรีบเดินไปที่บ้านของตระกูลทวีทรัพย์ธาดา เพียงแต่ว่าระหว่างทางเขาได้แอบส่งข้อความไปหาบุริศร์
“นรมนกำลังลำบาก ให้รีบกลับมา”
เมื่อส่งเสร็จกิมจิก็รีบลบข้อความนั้นทิ้งไป จากนั้นก็ไปบ้านตระกูลทวีทรัพย์ธาดาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ว่าโทรศัพท์ของบุริศร์นั้นปิดเครื่อง ตอนนี้กำลังติดตามเรื่องภาพออกแบบกับสัญญาอนุญาตอยู่ เขาจึงได้เปลี่ยนไปใช้โทรศัพท์เครื่องอื่นแทน
หลังจากนรมนถูกขังอยู่ที่ชั้นใต้ดิน ความเจ็บปวดบนร่างกายของเธอทำให้เธอเกือบสลบ และเสื้อที่เปียกปอนบนตัวเธอนั้น ยิ่งทำให้เธอเหน็บหนาวจนสั่นเทาไปทั้งตัว
เธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นใกล้จะไม่ไหวแล้ว
ในช่วงเวลานี้ จู่ๆโทรทัศน์วงจรปิดในชั้นใต้ดินได้รับสัญญาณขึ้น ใบหน้าของคุณนายทวีทรัพย์ธาดาได้ปรากฏอยู่ที่ด้านหน้าของนรมน
คุณนายทวีทรัพย์ธาดาดูเหมือนจะแต่งตัวเรียบร้อยเป็นพิเศษ และดูเหมือนเป็นคนที่สดชื่นมาก
เธอยิ้มแล้วพูดกับสื่อว่า “ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาของพวกเราเสียสละเพื่อประเทศมาสองรุ่นแล้ว ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ยิ่งทำให้ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาถูกเยินยอสรรเสริญอย่างทุกวันนี้ วันนี้ฉันต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นและความเป็นห่วงมานานนับหลายปี หญิงชราอย่างฉันมีชีวิตมาจนถึงป่านนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ต้องขอขอบคุณทุกท่าน”
“ทุกคนอาจจะสงสัยว่า วันนี้ฉันมาพูดเหล่านี้กับสื่อต่างๆเพื่ออะไร ความจริงฉันก็ไม่อยากจะพูดอะไรกับสื่อมากมาย แต่ว่าฉันไม่มีทางเลือก ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาของพวกเราเกิดมีลูกอกตัญญูขึ้น ทุกท่านต่างรู้ดี ว่าลูกชายทั้งสี่ของตระกูลทวีทรัพย์ธาดา นอกจากธรณีที่ได้รับบาดเจ็บแล้วลาออก ลูกชายคนอื่นๆก็ตายในสนามรบหมด วันนี้ฉันได้ข่าวว่าลูกชายคนที่สามของฉันธรรศยังมีชีวิตอยู่ ไม่เพียงแต่มีชีวิตอยู่ ยังทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย เมื่อห้าปีก่อนเขาแอบทำร้ายตรินท์ลูกชายคนรองของตระกูลโตเล็กจนตาย วันนี้คนตายแล้วไม่อาจจะฟื้นคืน แต่เขากลับแอบไปมีชีวิตที่สบายที่เมืองนอก นี่เป็นสิ่งที่น่าสมเพชสำหรับตระกูลทวีทรัพย์ธาดา!”
“ฉัน คุณนายทวีทรัพย์ธาดา วันนี้อยากจะประกาศต่อหน้าสื่อว่า จะลบชื่อของธรรศออกไปจากตระกูลทวีทรัพย์ธาดา ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เกียรติยศและอัปยศที่ได้มาของตระกูลทวีทรัพย์ธาดา จะไม่เกี่ยวข้องใดๆกับธรรศ นอกจากนี้ความเจ็บปวดที่ตระกูลโตเล็กได้รับ ฉันต้องขออภัยจากใจ ถึงแม้ว่าธรรศจะถูกไล่ออกจากตระกูลทวีทรัพย์ธาดาแล้ว แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นลูกชายของฉันคลอดมา เมื่อลูกชายทำผิด เป็นธรรมดาที่คนเป็นแม่จะไม่สนใจไม่ได้”
“วันนี้ ฉันจึงอยากจะกล่าวขอโทษต่อตระกูลโตเล็กต่อหน้าทุกคนว่าที่อยู่เมืองชลธี และฉันก็ยินดีที่จะชดใช้ด้วยชีวิตที่แก่ชราของฉัน ทุกท่านอย่าได้ห้ามฉัน อย่าตามหาฉัน ฉันตอนนี้อยู่ที่ชั้นดาดฟ้าของชั้น32 ฉันหวังแค่เพียงว่าหลานของฉันจะสามารถมีชีวิตที่ดีหลังจากที่ฉันเสียชีวิตไป ไม่ต้องได้รับผลกระทบจากกรรมที่ธรรศลูกอกตัญญูได้ทำไว้ ให้มีชีวิตที่มีความสุขก็เพียงพอ ฉันได้พูดจบแล้ว หลานรักของย่า ย่าไปละนะ อย่าร้องไห้ จงอดทนและมีชีวิตต่อไป จำคำพูดของย่าไว้ ย่าจะคอยปกป้องหนูอยู่บนสวรรค์”
“เมื่อพูดจบ คุณนายทวีทรัพย์ธาดาก็ปล่อยตัวกระโดดลงมาราวกับว่าที่เชือกขาดลอยปลิดปลิว
“ไม่!”
หัวใจของนรมนเจ็บปวดขึ้นฉับพลัน
เธอกอดโทรทัศน์ แล้วตบตลอดเวลา ร้องไห้จนน้ำตาคลอเบ้า
“ไม่! อย่าทำแบบนี้!”
แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงแค่โทรทัศน์ เธอไม่สามารถทำอะไรได้
สื่อต่างๆส่งเสียงกรี๊ดสนั่น
ทั้งเสียงของรถโรงพยาบาล เสียงรถตำรวจได้ขับตามกันมา
ทุกคนต่างส่งเสียงอย่างโกลาหล
นรมนนั่งลงอยู่กับพื้นแล้วมองดูร่างเปื้อนเลือดที่ถูกเซนเซอร์ในจอโทรทัศน์ หวนคิดถึงวันเวลาที่เคยผ่านมา ความสัมพันธ์เล็กๆน้อยๆกับคุณนายทวีทรัพย์ธาดา ฉับพลันที่แทบจะยืนไม่ไหว จนในสุดก็สลบไป
คุณนายตระกูลโตเล็กเห็นมาถึงจุดนี้ ในที่สุดก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ดี ดีมาก! ตระกูลทวีทรัพย์ธาดาติดค้างตระกูลโตเล็กได้สะสางหมดแล้ว ไม่ติดค้างใดๆอีก”
ลูกน้องได้ถามขึ้นอย่างกระตุกกระตักว่า “คุณนายครับ อย่างนั้นคุณนาย……”
“ขังเธอไว้หนึ่งวัน อย่าได้ให้น้ำให้ข้าวเด็ดขาด แล้วพรุ่งนี้จัดการส่งเธอออกไปจากเมืองชลธี แล้วเอาสิ่งนี้ยัดใส่ปากเธอด้วย”
คุณนายตระกูลโตเล็กหยิบห่อแป้งออกมาแล้วยื่นส่งให้ลูกน้อง
“นี่คืออะไรครับ”
“ยาใบ้”
คุณนายตระกูลโตเล็กกล่าวอย่างเยือกเย็นว่า “แขนของเธอได้รับการทรมานขนาดนี้ คิดว่าคงไม่น่าจะใช้การได้แล้ว คนที่แขนขวาไม่สามารถใช้การได้ก็ไม่น่าจะมีอันตรายได้อีก แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เธอออกไปพูดเรื่องที่ไม่ดีต่อตระกูลโตเล็ก การทำให้เธอไม่สามารถพูดได้อีกตลอดชีวิตเป็นทางที่ดีที่สุด”
ลูกน้องเกินอาการสั่นขึ้น
“ทำไม ไม่กล้าลงมือเหรอ”
แววตาของคุณนายตระกูลโตเล็กจ้องเขม็ง ทำให้ลูกน้องรีบพยักหน้าขึ้น
“ไม่ใช่ครับ! ผมจะรีบไปทำเดี๋ยวนี้ครับ”
“ไปสิ”
คุณนายตระกูลโตเล็กหลับตาลง ในที่สุดก็โล่งใจสักที
ความแค้นของตรินท์ได้สะสางสักที นรมนก็จะจากตระกูลโตเล็กแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นตัวเองค่อยหาคนที่เหมาะสมให้กับบุริศร์ ตระกูลโตเล็กก็จะมีแต่เรื่องดีๆเกิดขึ้น
กานต์ไม่มีแม่และน้องสาว เป็นธรรมดาที่ต้องรับเลี้ยงโดยเธอ จะเลี้ยงหลานให้เป็นแบบไหน ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับเธอ
เธอรู้สึกว่าชีวิตของเธอนั้นช่างสมบูรณ์เหลือเกิน
ลูกน้องนำยาใบ้ไปที่ห้องใต้ดิน
เขาจ้องมองนรมน คิดถึงวันเวลาที่นรมนเคยดูแลเขา แล้วรู้สึกไม่สามารถทำได้ลง
“คุณนาย ตื่นๆ ฟื้นขึ้นมาสิ”
เขาเรียนจนนรมนตื่นขึ้นมา
นรมนตอนนี้รู้สึกด้านชาไปทั้งตัว ขอเพียงด้านชาแล้วก็จะไม่เจ็บไม่ปวดต่อไปอีก แต่ว่าจิตใจกลับยังคงเจ็บปวดทรมานมาก
“เธอคิดจะทำอะไรอีก”
ลูกน้องมองดูนรมน แล้วหยิบยาใบ้ออกมาพูดด้วยเสียงเบาๆว่า “คุณนายต้องการให้ผมป้อนยานี้ให้กับท่าน”
“มันคืออะไร”
“ยาใบ้”
ลูกน้องบอกไปตามความจริง
นรมนหันไปมองกล้องวงจรปิด ยิ้มอย่างดูแคลนแล้วพูดขึ้นว่า “กลัวว่าฉันออกไปแล้วนำความไปพูดใช่ไหม”
“ครับ! คุณนาย อย่าทำให้ผมลำบากใจเลยครับ ผมก็มีครอบครัวมีลูกเล็กเด็กแดง ผมก็ถูกบังคับ อย่าโทษผมเลยนะครับ”
คำพูดของลูกน้องทำให้นรมนนึกขำ
เธอยังคงยิ้มแสยะแล้วหันไปพูดกับทางกล้องวงจรปิดว่า “คุณนายตระกูลโตเล็ก ท่านชนะแล้ว” ระหว่างฉันกับบุริศร์ขั้นด้วยชีวิตสองชีวิต ไม่มีทางที่จะอยู่ด้วยกันได้อีก ในที่สุดท่านก็ไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับฉันอีก”
คุณนายตระกูลโตเล็กมองดูกล้องวงจรปิดแล้วยิ้มอย่างได้ใจ
สิ่งที่เธออยากจะทำ ยังไม่เคยมีที่เธอทำไม่ได้
นรมนมองแป้งยาที่อยู่ตรงหน้า จิตใจเหมือนดั่งน้ำที่นิ่งตาย
ไม่มีแล้วซึ่งความรัก สูญเสียแล้วซึ่งญาติมิตร แม้แต่ลูกชายก็ทำหายไป ชีวิตของเธอช่างบัดซบจริงๆ ล้มเหลวอย่างยิ่ง มันจะสำคัญอะไรถ้าไม่สามารถพูดได้อีก
เมื่อคิดเช่นนี้ นรมนก็หยิบแป้งยามายัดใส่ปาก รสชาตินั้นทำให้เธอถึงกับไอสำลักออกมา