แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 626 คุณต้องนิ่งเข้าไว้นะ
บทที่ 626 คุณต้องนิ่งเข้าไว้นะ
มือของนรมนจับก็จับอยู่ตรงที่จับประตูแน่น
ทำอย่างไรดี?
หรือว่าต้องเจอกับเขาจริงๆ งั้นเหรอ?
ใจของนรมนเจ็บปวดไปทั้งเรือนร่าง
ตอนนี้เธอสับสนเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าตัวเองตัวเองทักทายบุริศร์หรือเปล่า
ในตอนนั้นเอง นภดลหยิบบัตรผ่านส่งให้บุริศร์
“ประธานบุริศร์ ไม่ใช่ว่าพวกเราเพิ่งเคยเจอกัน คุณน่าจะรู้จักฉันดี ฉันว่าคงไม่ต้องโบกรถของดร.ฐานทัตใช่ไหมล่ะ?หรือว่าประธานบุริศร์ยังคิดว่าดร.ฐานทัตจะร่วมมือกับคนของขุนอินงั้นเหรอ?”
บุริศร์มองบัตรผ่านในมือของนภดล พลางถาม “บนรถมีใครบ้าง?”
“คุณหนูฉัตรยาของพวกเรากับคุณหมอมิลิน ร่างกายของคุณหนูของพวกเราไม่ค่อยดี ได้ยินว่าคุณหมอมิลินผ่าตัดแล้ว มาเพื่อรักษาโดยเฉพาะ แต่ว่าอาการป่วยของคุณหนูของพวกเรามันซับซ้อน รักษามานานแต่ก็ไม่หาย เลยต้องให้คุณหมอมิลินกลับไปรักษากับพวกเราด้วย”
คำพูดของนภดลทำให้บุริศร์ขมวดคิ้วเป็นปม
“เปิดกระจกรถ ให้ฉันดูหน่อย หวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ในเมื่อเป็นคนของดร.ฐานทัต ก็ต้องรู้ว่าการที่ฉันทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ไม่ต้องให้ฉันพูดอะไรแล้วใช่ไหม?”
นภดลอึ้งไป
ในตอนนั้นเอง มิลินก็เปิดกระจกขึ้น นรมนรีบหันหน้าไปอีกด้าน ข้างหลังของเธอมีบาดแผลอย่างเห็นได้ชัด
บุริศร์มองอยู่สักพัก เมื่อเห็นว่าเป็นมิลินจริงๆ ก็พยักหน้า แล้วก็มองไปทางนรมน แล้วใจก็สั่นรัวเล็กน้อย
ได้ยินนรมนเคยบอก ว่าฉัตรยานั้นหน้าตาเหมือนกับเธอ เมื่อได้มองด้านข้าง มันเหมือนกันไม่มีผิดเลย
เมื่อคิดว่านรมนอยู่ที่บ้าน ไม่มีทางมาที่นี่ คนของเขาก็ไม่ได้รายงานอะไรกับเขาว่าเกิดอะไรขึ้นกับนรมน ดังนั้นบุริศร์เลยเพียงแค่มองนิดหน่อย จากนั้นก็ส่งบัตรผ่านไปให้นภดล พลางพูดขึ้น “ช่วงนี้อย่ามาที่นี่นะ ช่วงนี้มีเรื่องการทหาร พวกคุณคงไม่สะดวก”
“ขอบคุณนะที่ประธานบุริศร์เตือนเอาไว้”
เมื่อพูดจบ นภดลก็ปิดกระจกขึ้น จากนั้นก็ขับรถออกไป
ในใจของนรมนนั้นตึงเครียดจนขับรถออกไปถึงจะวางใจลง กิจจาเองก็ปีนขึ้นมาจากใต้เบาะ
แต่ว่านรมนก็พิงอยู่ตรงกำแพง เมื่อมองบุริศร์ที่ห่างออกไปไกลมากขึ้นเรื่อยๆ ในใจก็เหมือนถูกฟาดเจียนตาย
นี่มันเรียกว่าใกล้เพียงเอื้อมมือ แต่กลับจับต้องไม่ได้?
หลังจากนี้พวกเขาทั้งสองคนก็จะไม่ได้เจอกันอีกงั้นเหรอ?
แววตาของนรมนยังมองไปที่บุริศร์อยู่ไม่ห่าง
เขายังหล่อเหลาเหมือนเดิม และดูมั่นคงหนักแน่น น่าหลงใหล แต่ว่าสุดท้ายทั้งหมดก็คิดได้แค่ในหัว
เธอไม่มีโอกาสในการคุยกับเขาเลยด้วยซ้ำ
หางตาของนรมนมีน้ำตา แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้
ตั้งแต่วันนี้ จะไม่ร้องแล้วจริงๆ
ร้องไห้ นอกจากจะทำให้คนอื่นคิดว่าตัวเองอ่อนแอแล้ว ก็ไม่มีอะไรดีเลย
หลังจากที่บุริศร์ห่างออกจากรถของนรมน จู่ๆ ก็รู้สึกจิตใจโล่ง เหมือนกับมีอะไรหายไป
เขากุมหัวใจเอาไว้ ด้วยความเจ็บปวด
เกิดอะไรขึ้นเหรอ?
เป็นเพราะว่าเมื่อครู่ที่ได้เจอคุณหนูตระกูลจันทรวงศ์แล้วเหมือนนรมนน่ะเหรอ?
เขาไม่ยอมรับไม่ได้เลย ว่าฉัตรยากับนรมนนั้นเหมือนกันมาก เหมือนกันมากจริงๆ !
เขาต้องกลับไปตรวจสอบสักหน่อย ว่าระหว่างรเมศกับฉัตรยาเป็นอะไรกัน?ทำไมต้องให้นรมนศัลยกรรมให้เหมือนฉัตรยาด้วย
เพียงแค่บุริศร์กำลังจะเดินไปนั้น จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บหน้าอกเป็นอย่างมาก
“ประธานบุริศร์ คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ลูกน้องที่อยู่ข้างๆ เมื่อได้เห็นบุริศร์แบบนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมา
บุริศร์ส่ายหัวพลางพูด “ไม่เป็นไร”
เขาหันไป พลางมองรถของนภดล จู่ๆ ก็คิดถึงนรมน คิดถึงมากจริงๆ
“เบื้องบนอีกนานไหมกว่าจะมีข่าว?”
“น่าจะรอถึงตอนบ่ายโมง”
“บ่ายโมง!”
บุริศร์บ่นพึมพำเสียงเบา
ตอนบ่ายก็เปิดโทรศัพท์ตัวเองเพื่อโทรหานรมน แถมตอนบ่ายโมง เรื่องทุกอย่างก็จะจบจริงๆ
อยากให้คนที่คิดร้ายกับตระกูลโตเล็กเผยออกมาสักที ปมที่ธรรศติดตระกูลโตเล็กอยู่ก็ต้องแก้ ทุกอย่างก็จะจบ
บุริศร์ยิ้มมุมปากขึ้น
ทนไปจนถึงตอนเที่ยง เขาก็จะได้เจอนรมนแล้ว
ตอนนั้น เขาจะพาเธอกับลูกไปเที่ยว ไม่ว่าจะอย่างไรครั้งนี้ก็ผิดสัญญาไม่ได้แล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ บุริศร์ก็ยิ้มด้วยความอารมณ์ดี
“รีบตรวจสอบนะ”
“ได้เลย!”
แบบนี้ บุริศร์กับนรมนก็คลาดกันแล้ว
เมื่อตกดึกข่าวก็มาถึง บุริศร์ตกใจไป
สำหรับคนของตระกูลโตเล็กจะเป็นบริษัทที่ผิดกฎหมายของต่างประเทศ อยากจะใช้แผนการออกแบบของบุริศร์ในการทำความผิด แต่กลับถูกฝ่ายทหารจับได้เสียก่อน
อีกฝั่ง ตระกูลโตเล็กมีส่วนร่วมด้วย
งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จนั้นบุริศร์ตัดสินใจจะไม่เข้าร่วม เขาอยากรีบกลับไปที่เมืองชลธี อยากจะกลับไปอยู่ข้างกายนรมน เขาอยากบอกข่าวดีกับเธอ
ธรรศไม่ใช่กบฏ ไม่ใช่คนเลว เขาเป็นสายลับ
ตอนแรกตรินท์ถูกยิง ไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว เพื่อส่งธรรศไปให้ศัตรู ตรินท์เองเลยจับมือของธรรศจนตัวเองเจ็บ แล้วใช้การสละของเขาเพื่อเอาธรรศกลับมา
การพูดคุยของพวกเขา ตรินท์บันทึกเสียงการโทรอยู่ ก่อนตายก็ให้ธรรศเอาไว้ ธรรศเลยส่งให้เบื้องบน
คดีผ่านมาห้าปีแล้ว ในที่สุดก็ตีแตกสักที บันทึกเสียงการโทรนั้นก็ปรากฏขึ้นมาพอดี
ทั้งหมดเป็นการกระทำของธรรศกับตรินท์ เป็นความลับ
บุริศร์ได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
เขารู้ว่านรมนรู้สึกข้องใจกับเรื่องนี้ ในวันนี้ทุกอย่างมันดีไปหมดเลย ระหว่างพวกเขาไม่มีอะไรมาขวางแล้ว สุดท้ายก็สามารถให้นรมนใช้ชีวิตอย่างสบายใจแล้วล่ะ
บุริศร์ทนรอที่จะกลับไปที่พักของตัวเองไม่ไหวแล้ว และก็ได้เบอร์ส่วนตัวของตัวเองแล้ว
เขาเปิดดู ก็เห็นเบอร์ที่ไม่ได้รับมากมาย ตามที่บุริศร์เดานั้น ดูอยู่นานก็ไม่เห็นเบอร์ของนรมนเลย
บุริศร์เศร้าใจเล็กน้อย
ผู้หญิงคนนั้น จริงๆ เลย หรือว่าไม่เป็นห่วงตัวเองเลยนะ?
เขาลบเบอร์ที่ไม่ได้รับเลย จากนั้นก็เห็นข้อความสองข้อความ
ตอนที่ยังไม่ได้เปิด บุริศร์คิดว่ามันเป็นข้อความขยะ เลยไม่อยากอ่าน แต่ว่าคิดอยู่สักพัก ถ้าเกิดว่านรมนเขินอาย แล้วส่งข้อความคิดถึงมาหาเขาล่ะ?
มุมปากของบุริศร์ยิ้มขึ้น ก่อนจะเปิดข้อความมาอ่าน
ข้อความแรกเป็นของกิมจิ
ข้อความในนั้นทำให้รอยยิ้มของบุริศร์นิ่งไป
เกิดเรื่องขึ้นกับนรมนงั้นเหรอ?
ทำไมนรมนไม่โทรหาเขา?
แต่กลับเป็นกิมจิที่โทรมา?
ข้อความของวันที่สองมีข้อความที่ไม่รู้จักส่งเข้ามา ป้าหวานเป็นคนส่งมา
เมื่อดูเนื้อหา บุริศร์ก็เหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ
เป็นไปไม่ได้!
เขารีบโทรหาบ้านใหญ่ตระกูลโตเล็ก คนที่รับสายคือคุณนายตระกูลโตเล็ก
“บุริศร์ มีอะไรเหรอ?คุณจะกลับบ้านแล้วเหรอ?”
บุริศร์ได้ยินเสียงของคุณนายตระกูลโตเล็ก เลยรีบถาม “แม่ นรมนล่ะ?ให้นรมนมารับสายหน่อย”
คุณนายตระกูลโตเล็กลังเลอยู่สักพัก “เธอไม่สะดวก คุณมีเรื่องอะไรก็บอกกับฉันมา”
“มีอะไรไม่สะดวกล่ะ?เธอเป็นภรรยาของฉัน ไม่สะดวกมารับสายงั้นเหรอ?เธอไปไหน?”
บุริศร์บ่นออกมา
คุณนายตระกูลโตเล็กอยากจะบอกลาตั้งนานแล้ว แต่เงียบไปสักพักก่อนจะพูดว่า “บุริศร์ ฉันบอกคุณให้นะ คุณต้องทำใจดีๆ เอาไว้นะ”
“พูดมา”
“นรมนหนีไปแล้ว มีชายคนอื่นมาพากิจจากับกมลไป ตอนที่ทางฉันก็ไม่ทันแล้ว เธอทิ้งใบหย่าเอาไว้ด้วย ลงรอยนิ้วมือแล้ว ผู้หญิงคนนี้นะ ใจไม่ได้อยู่กับคุณตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว คุณถูกเธอหลอกแล้ว ทำเป็นอ่อนแอต่อหน้าคุณมาไม่รู้ตั้งกี่ปี คุณไม่รู้เลย ว่าเธอเกือบจะทำให้เอวฉันหักแล้ว เธอกลับมาหลังจากห้าปีน่ะเพราะมีเป้าหมาย เธอเอาสัญญาของบริษัทACกรุ๊ปไปด้วยตั้งหลายฉบับ”
คำพูดของคุณนายตระกูลโตเล็กนั้นบุริศร์ไม่ได้ฟังเลย เขาได้ยินเพียงว่านรมนทิ้งสัญญาการหย่าเอาไว้
หนีไปแล้วงั้นเหรอ?
จริงเหรอ?
แล้วทำไมถึงมีเบอร์แปลกมาบอกว่าเกิดเรื่องขึ้นกับนรมนล่ะ?
บุริศร์เงียบลง
คุณนายตระกูลโตเล็กพูดคนเดียวอยู่นาน บุริศร์ไม่ได้พูดหรือแสดงอะไรเลย เลยอดไม่ได้ที่จะนิ่งไป
“บุริศร์ คุณยังฟังอยู่หรือเปล่าเนี่ย?แม่รู้ว่าคุณอาจจะรับเรื่องจริงไม่ได้ แต่ว่าเรื่องจริงมันก็เป็นแบบนี้ล่ะ นรมนไม่ได้มีใจให้คุณตั้งแต่แรก แต่คุณรักเธอมากขนาดนั้น ฟังที่แม่พูดนะ ผู้ชายน่ะ ต้องปล่อยวางให้เป็น เดี๋ยวแม่จะแนะนำคนที่ดีกว่านี้ให้ ดีกว่าเธอแน่นอน คุณไม่ต้องเศร้าไป แม่จะอยู่ข้างคุณเองดีไหม?”
“กิมจิล่ะ?”
บุริศร์เปิดปากพูดขึ้น จนแม่ตกใจ
เธอขมวดคิ้วเป็นปม พลางพูดขึ้น “กิมจิพานรมนออกไปด้วย ทุกคนเห็นกันหมด เขาคือผู้ชายคนนั้นนั่นแหละ”
จู่ๆ บุริศร์ก็วางสายไป
กิมจิกับนรมน?
จะเป็นไปได้อย่างไร!
ถ้าเกิดข้อความแปลกนั้นมันเป็นเรื่องจริง งั้นตอนนี้นรมนจะเป็นอย่างไรบ้าง?
เต็มไปด้วยบาดแผล แล้วยังเป็นใบ้อีกเหรอ?
เมื่อคิดมาถึงตอนนี้ บุริศร์ก็ปวดใจเป็นอย่างมาก
จู่ๆ เขาก็คิดถึงตอนเที่ยงที่มีรถของนภดลขึ้นมาได้
คนข้างในนั้นเหมือนกับนรมนเป็นอย่างมาก
ไม่!
ไม่ใช่เหมือน แต่ใช่เลยล่ะ!
นั่นคือนรมนงั้นเหรอ?
เขาตาบอดเหรอที่ยอมให้ภรรยาของตัวเองออกห่างจากเขาไป?
แต่ว่าทำไมนรมนไม่บอกเขา?ทำไมทำเหมือนไม่รู้จักเขา?
เพราะว่าตอนที่เธอต้องการเขามากที่สุด เขากลับไม่อยู่ข้างเธองั้นเหรอ?
ในใจของบุริศร์นั้นปวดขึ้นมา
“ใครก็ได้มาหน่อย โทรหาดร.ฐานทัตหน่อย บอกว่าฉันอยากรู้อาการป่วยของคุณหนูฉัตรยา”
“ได้!”
ลูกน้องนั้นส่งข้อความมา ฉัตรยานั้นป่วยจริงๆ ป่วยจนลุกไม่ขึ้นเลยล่ะ
ถ้าลุกไม่ขึ้นก็คงจะมาที่เมืองAเพื่อให้มิลินดูอาการป่วยไม่ได้ แปลว่าคนบนรถตอนเที่ยงคือนรมนจริงๆ !
หลังจากที่บุริศร์มั่นใจแล้ว ก็พูดกับคนของตัวเองว่า “ไปตามหานภดล ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหานภดลมาให้ได้!”
“ได้!”
ทุกคนไปตามหานภดล แต่บุริศร์กลับรีบโทรหากิมจิ แต่ที่น่าเสียดายก็คือโทรศัพท์ของกิมจิก็ปิดเครื่องเหมือนกัน
ก็จริง ถ้าเกิดกิมจิถูกใส่ร้าย งั้นเขาก็ปิดเครื่องไม่ได้ เพราะว่าถ้ามีข้อความกับโทรศัพท์ ตระกูลโตเล็กก็สามารถหาที่อยู่ที่ซ่อนตัวของกิมจิได้
นาจะเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ
เมื่อบุริศร์คิดได้ว่าก่อนที่จะไปนรมนยังยิ้มและพูดกับเขา ความอ่อนหวานนั้น ความสุขนั้น ทำไมเพียงพริบตา ไม่ถึงสองวัน ก็เปลี่ยนไปหมดแล้วเหรอ?
ไม่!
ไม่มีทาง!
ทั้งหมดนี้มันปลอมไปหมด!
นรมนยังอยู่ที่บ้านรอเขากลับมาอยู่ใช่ไหม?
บุริศร์ปลอบใจตัวเองไม่หยุด จากนั้นก็รีบกลับไปที่เมืองชล