แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 637 เธอเหลือไว้ให้ฉันเยอะแล้ว
บทที่ 637 เธอเหลือไว้ให้ฉันเยอะแล้ว
“ผู้ช่วยพฤกษ์ ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ยอมจะทำอย่างไร?”
คำถามนี้ของลูกน้องทำให้พฤกษ์ชะงักไปสักพัก
ใช่สิ ถ้าหากนรมนหลีกเลี่ยงพวกเขาอยู่จะไม่ยินยอมแน่นอน
“เช็กIPของอีกฝ่าย”
นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่พฤกษ์คิดออก เขาไม่อยากเห็นบุริศร์ทรมานตนเองอีกต่อไปแล้ว
ลูกน้องไปดำเนินการแล้ว
พฤกษ์รีบเก็บของแล้วขับรถไปที่บ้านใหญ่ตระกูลโตเล็ก
บ้านใหญ่ตระกูลโตเล็กหลังจากคุณนายตระกูลโตเล็กแล้ว นรมนกับกิจจาก็ถูกส่งไปแล้ว กานต์เองก็ไม่อยู่ ตอนกลายเป็นเมืองที่ว่างเปล่า ถ้าหากไม่ใช่เพราะกมลยังอยู่ ที่นี่ก็คงไม่มีคนแล้วจริงๆ
หลังจากที่พฤกษ์มาที่บ้านใหญ่ตระกูลโตเล็กแล้ว บอดี้การ์ดที่บ้านทักทายเขาก็ยังไม่มีกะจิตกะใจจะตอบ มุ่งตรงไปที่ห้องบุริศร์ทันที
ในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นของบุหรี่
บุริศร์เองก็ไม่ได้เปิดหน้าต่าง ก็สูบบุหรี่อยู่ที่พื้นทั้งอย่างนั้น ก้นบุหรี่เต็มที่เขี่ยบุหรี่กองสุมกันไว้หลายอัน กลิ่นควันบุหรี่อบอวลเต็มห้องจนมองเห็นหน้าบุริศร์ได้ไม่ชัดเจน
หลังจากที่นรมนไปแล้วบุริศร์ก็เอาแต่อยู่ในสภาพนี้
“ประธานบุริศร์”
พฤกษ์เรียกบุริศร์ บุริศร์ก็ไม่ตอบสนองอะไร
เขาก้าวเข้าไปข้างหน้า แย่งเอาบุหรี่ในมือบุริศร์มาแล้วดับไฟ
“ประธานบุริศร์ คุณจะเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้ว ร่างกายคุณจะไม่ไหวเอา”
“ยังมีคนสนใจด้วยเหรอ? เธอสนใจด้วยเหรอ?”
เสียงของบุริศร์แหบแห้งจนไม่เป็นเสียงแล้ว
พฤกษ์มองอย่างเศร้าใจ เอ่ยเสียงเบา “วันนี้เห็นข่าวประกาศรับสมัครงาน มีความคล้ายกับคุณนายบุริศร์ ผมให้คนไปตรวจดูแล้ว ถ้าได้ข่าวอะไรผมจะบอกคุณทันที ประธานบุริศร์ ผมคิดว่าคุณนายจะต้องกลับมา”
บุริศร์กลับไม่มีท่าทีอะไรตอบสนอง
เขายังคงจ้องหมอนผ้าห่มบนเตียงอย่างว่างเปล่าโดยไม่พูดอะไร
พฤกษ์มองแล้วพูดอย่างถอนหายใจ “ประธานบุริศร์ คุณไม่ได้นอนพักมากี่วันแล้ว คุณเอาแต่อยู่ที่พื้น ร่างกายจะรับไม่ไหวเอา”
เขาพูดพลางจะเข้าไปจัดเป็นเตียง แต่กลับถูกบุริศร์ห้ามเอาไว้
“อย่ายุ่ง นั่นเป็นเตียงของนรมน เธอชอบนอนที่สุด ด้านบนนั้นยังมีกลิ่นอายของเธออยู่ นั่นคือมากที่สุดที่เธอเหลือไว้ให้ฉันแล้ว”
น้ำเสียงน่าสงสารของบุริศร์ทำให้พฤกษ์รู้สึกอยากร้องไห้
“ประธาน ผมพูดจริงๆ เรซูเม่คนนั้นชื่อแคทเธอรี เคยอยู่ที่อเมริกาห้าปี ภาษาอังกฤษระดับห้า ข่าวคราวทั้งหมดคล้ายกับคุณนายมาก”
ร่างกายของบุริศร์ก็ชะงักไปทันที
“นายพูดอะไร?”
“ผมให้ลูกน้องไปตรวจสอบดูแล้ว ไม่นานก็จะได้เบาะแส”
“ผมทำเอง เอาที่อยู่IPคนนั้นมาให้ผม”
บุริศร์ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับเข้าไปในห้องหนังสือราวกับได้รับยารักษาสารพัดโรค
พฤกษ์มองเขาวิ่งเท้าเปล่าผ่านไป อดไม่ได้ที่จะเตือนสติ
“เร็วสิ เอาที่อยู่IPมาให้ผม”
บุริศร์รีบร้อนจนตาแดงระเรื่อแล้ว
พฤกษ์รีบโทรหาลูกน้องเพื่อสอบถามที่อยู่IPของนรมนทันที
เมื่ออีกฝ่ายส่งที่อยู่IPมาให้ บุริศร์ก็รู้สึกราวกับว่าเลือดเดือดไปทั้งร่าง
เป็นนรมนใช่ไหม?
เหมือนจะใช่เลย
สวรรค์คงไม่โหดร้ายขนาดนี้หรอกใช่ไหม?
เขารีบหาที่อยู่IPของนรมนอย่างรวดเร็ว พบว่าตอนนี้อยู่ที่เมืองB
“เมืองB? เร็ว รีบค้นหาว่าIPนั้นอยู่ในพื้นที่ไหนแล้วอยู่ในบริเวณไหน”
บุริศร์กระตือรือร้นขึ้นมา
พฤกษ์ไม่กล้าที่จะล่าช้า จึงรีบค้นหา แต่เมื่อเห็นผลลัพธ์ เขาก็ชะงักไป
“ประธานบุริศร์ เป็นตระกูลเจริญไชย”
“ที่ไหน?”
“ตระกูลเจริญไชยของเมืองB ที่อยู่ไอพีนี้เป็นของตระกูลเจริญไชยที่เมืองB”
ในตอนนั้นเอง ลูกน้องก็โทรเข้ามา
“ผู้ช่วยพฤกษ์ ฝั่งนั้นให้หมายเลขบัญชีธนาคารมา ผมตรวจสอบแล้ว ผู้ชายคนนี้ชื่อปัญญ์”
พฤกษ์เปิดลำโพงและบุริศร์ก็ได้ยินอย่างชัดเจน
“ปัญญ์ ทายาทของตระกูลเจริญไชย เรียนอยู่ที่อเมริกาห้าปี ภาษาอังกฤษระดับแปด”
บุริศร์ยังพอมีความทรงจำเกี่ยวกับปัญญ์ อย่างไรก็เป็นลูกหลานของครอบครัวที่ร่ำรวยเขาก็ต้องตรวจสอบก่อน อย่างไรปัญญ์ของตระกูลเจริญไชยที่เมืองBก็เป็นบุคคลที่มีความสามารถจริงๆ
พฤกษ์ผิดหวังเล็กน้อย แต่เขาก็รู้ว่าบุริศร์ผิดหวังยิ่งกว่าเขา
“ขอโทษโทษครับท่านประธานบุริศร์ ผมคิดว่าเป็นคุณนาย เพราะเธอชื่อแคทเธอรี”
“อยู่ที่อเมริกา ชื่อแคทเธอรีมีอยู่มากไป”
บุริศร์รู้สึกว่าเรี่ยวแรงทั้งร่างถูกสูบไปจนหมด
เมื่อกี้เขายังคิดว่าหานรมนเจอแล้ว
พฤกษ์เอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ “แต่ทำไมคุณชายของตระกูลเจริญไชยต้องแกล้งเป็นผู้หญิงแล้วรับงานแปลบนอินเทอร์เน็ตแบบนี้ล่ะ? นี่มันสมเหตุสมผลเลย”
“นรมนไม่มีช่องทางหรือเหตุผลที่จะรู้จักกับปัญญ์ แล้วอีกอย่างได้ยินมาว่าปัญญ์คนนี้ชอบทำอะไรไม่เปิดเผยตัวตน บางทีอาจจะเป็นงานอดิเรกพิเศษของเขา”
บุริศร์ผลักโน้ตบุกไปอีกฟากหนึ่ง แล้วลุกขึ้นเดินไปทางห้องนอน
เพียงแต่ตอนระหว่างทางเดิน บุริศร์ก็ชนเข้ากับกมล
กมลกอดตุ๊กตา ยืนอยู่ที่ทางเดินมองบุริศร์ทั้งอย่างนั้น ไม่พูดอะไร ดวงตากลมโตที่ชุ่มไปด้วยน้ำตานั้นทำให้บุริศร์ไม่ที่จะกล้าสบตาเล็กน้อย
“กมล หนูมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ทำไมไม่ไปโรงเรียนอนุบาล?”
บุริศร์อยากส่งยิ้มให้กมล แต่ปากราวกับถูกแช่แข็งไว้ อย่างไรก็ยกยิ้มไม่ขึ้น
กมลมองเขาแล้วเอ่ยถาม “หม่ามี้ล่ะ? หม่ามี้อยู่ไหน?”
บุริศร์เจ็บปวดใจในชั่วขณะ
“หม่ามี้เธอ……”
“หม่ามี้ถูกแม่มดแก่ไล่ไปแล้วใช่ไหม?”
กมลถามคำถามนี้กับบุริศร์อย่างไม่ทราบเหตุผล
พฤกษ์จึงรีบเอ่ยอธิบาย “แม่มดแก่คือคุณนายตระกูลโตเล็ก คุณหนูกมลคิดว่าคุณนายตระกูลโตเล็กคือแม่มดมาโดยตลอด”
บุริศร์ขมขื่นในใจเป็นอย่างมาก
“ใช่ หม่ามี้ถูกแม่มดแก้พาไปแล้ว?”
“แล้วพาหม่ามี้กลับมาได้ไหม? เหมือนเจ้าหญิงกับเจ้าชายในละคร แด๊ดดี้จะพาหม่ามี้กลับมาได้ใช่ไหม?”
หัวใจของบุริศร์กระตุกอย่างรุนแรง
เขาอยากพานรมนกลับมามาก แต่ตอนนี้นรมนไม่ยินยอมที่จะกลับมา ไม่เต็มใจที่ยกโทษให้เขา ยกโทษให้ตระกูลโตเล็กแล้ว
เห็นสายเฝ้าคอยของลูกสาว บุริศร์ก็พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เขาก้าวเข้าไปอุ้มกมลขึ้น แต่ได้ยินกมลปิดจมูกพูดขึ้นอย่างรังเกียจว่า “แด๊ดดี้ ตัวแด๊ดดี้เหม็นมากเลย!”
บุริศร์ถึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว ยังสูบบุหรี่เป็นเวลาหลายวันติดกันโดยไม่ออกไปไหน ตอนนี้กลิ่นตัวคงฉุนมากจริงๆ
เขาวางกมลลงอย่างเกรงใจ ลูบหัวเธอพลางเอ่ย “ขอโทษทีลูกรัก แด๊ดดี้ไปจัดการตัวเองแป๊บหนึ่ง หนูวางใจเถอะ แด๊ดดี้ต้องพาหม่ามี้หลับมาแน่ ส่วนลูก เดี๋ยวแด๊ดดี้จะส่งหนูไปโรงเรียน พวกเราทำตัวดีๆ รอหม่ามี้กลับมาดู ว้าว เด็กดีรู้เรื่องแบบนี้ เป็นเด็กดีแบบนี้ ต้องดีใจมากแน่เลย”
“จริงเหรอ?”
นัยน์ตาของกมลเป็นประกายเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“จริงแน่นอน แด๊ดดี้เคยโกหกหนูเหรอ?”
บุริศร์พูดแบบนี้ กมลเอียงหัวนึกก่อนจะพูดขึ้นมา “ไม่มี แด๊ดดี้ไม่เคยโกหกหนู”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว รีบไปทำความสะอาดแล้ว แด๊ดดี้ก็ไปทำความสะอาดก่อน เดี๋ยวไปส่งหนูไปโรงเรียน”
“ค่ะ”
กมลกลับไปที่ห้องตัวเองอย่างเชื่อฟัง
พฤกษ์ดีใจมากที่ข้างกายบุริศร์ยังมีกมล ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าเขาจะได้เห็นบุริศร์แบบเมื่อห้าปีก่อนอีกหรือเปล่า
บุริศร์กลับมาที่ห้อง จัดการทำความสะอาดตัวเอง แล้วเปิดหน้าต่างทุกบาน
เขามองผ้าห่มบนที่นอนที่ยังอยู่ในสภาพเดียวกับวันที่นรมนจากไป แล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาก
ไม่ว่านรมนจะหลบอยู่ที่ไหน คิดอย่างไร เขาก็ต้องการหาเธอให้เจอแล้วพากลับมา
บุริศร์พานรมนไปโรงเรียน จากนั้นก็ไปที่บริษัท
พฤกษ์เห็นบุริศร์กลับมาทำงานอีกครั้ง ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
โชคดีที่บุริศร์กลับมาแล้ว ไม่อย่างนั้นต้องตายแน่ๆ
พฤกษ์โยกย้ายงานบางส่วนให้บุริศร์ บุริศร์กลับพูดอย่างเย็นชาว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายเป็นรองประธานของบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัด ทั้งหมดขึ้นอยู่กับนาย”
“อะไรนะ? ประธานบุริศร์คุณหมายความว่าอย่างไร?”
พฤกษ์คิดว่ามันเหนือความคาดหมายมากเกินไป
บุริศร์เอ่ยเสียงเรียบ “ผมต้องการไปตามหานรมน”
“คุณไปด้วยตัวเอง?”
“ใช่ ผมไปเอง ตั้งแต่วันนี้ไป ต่อไปนี้ทั้งหมดของกมลต้องฝากนายกับป้าหวานแล้ว มีเรื่องอะไรโทรหาผมได้ตลอดเวลา”
บุริศร์พูดจบก็หมุนตัวเดินจากไป
พฤกษ์รู้ว่าตนเองนั้นจะเป็นบ้าแล้ว
เขาไม่ได้เจอกับคมทิพย์มาอาทิตย์กว่าแล้ว แล้วยิ่งไม่ได้โทรหาเธอเลย มีเรื่องมากมายรอให้เขาไปจัดการ เขากลัวว่าหลังจากที่เขาจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว คมทิพย์ก็จะกลายเป็นแฟนสาวของคนอื่นไปแล้ว
เขาจำใจส่งข้อความให้คมทิพย์ บอกเธอว่าช่วงนี้ยุ่งมาก ไม่มีเวลาให้เธอแล้วขอโทษไป
พฤกษ์ไม่กล้าบอกคมทิพย์ว่านรมนได้หายสาบสูญไร้ร่องรอย แล้วยิ่งไม่กล้าบอกเรื่องความทุกข์ยากทั้งหมดที่นรมนเผชิญ
เขากลัวว่าคมทิพย์จะทนไม่ไหวแล้ววิ่งมาที่นี่เพื่อคิดบัญชีกับบุริศร์ ยิ่งกลัวว่าคมทิพย์จะเป็นกังวลใจ ถึงอย่างไรความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนรมน เขาก็ประจักษ์อยู่ในสายตา
แต่เขาไม่รู้ก็คือ คมทิพย์รู้ทั้งหมดแล้ว แล้วโกรธแค้นพฤกษ์มาก
พฤกษ์รู้ทุกอย่าง แต่กลับไม่บอกอะไรเธอสักอย่าง รู้อยู่แล้วแท้ๆ ว่าเธอกับนรมนเป็นซี้กัน แต่กับไม่บอกข่าวอะไรเธอแม้แต่น้อย ยังปล่อยให้นรมนแบกรับความทุกข์ทรมานขนาดนี้
ตอนนี้พฤกษ์ส่งข้อความมา คมทิพย์ดึงซิมโทรศัพท์ออกทันทีแล้วแทนที่ด้วยซิมใหม่
พฤกษ์รออยู่เป็นเวลานานก็ไม่เห็นคมทิพย์ตอบกลับข้อความ เขาไม่สบายใจเล็กน้อย จึงโทรไปแต่อีกฝั่งกลับแจ้งว่าได้ปิดเครื่องไปแล้ว
ตอนกลางวันแบบนี้ปิดเครื่องได้อย่างไร?
พฤกษ์รู้สึกว่าคมทิพย์โกรธแล้ว
เขาโทรเข้าไปเจ้าของห้องพักของคมทิพย์ ก็ได้รับข่าวว่าคมทิพย์ได้คืนห้องไปเมื่อสิบวันก่อนแล้ว
พฤกษ์ใจเต้นระรัว
“คุณป้าต้องใจ ขอถามหน่อยคุณรู้ว่าเธอย้ายไปที่ไหนไหม?”
เจ้าของห้องคุณป้าต้องใจส่ายหน้าพูด “ไม่ทราบ เธอขับรถไปเอง ไม่ได้พูดอะไรเลย”
พฤกษ์ร้อนใจขึ้นทันที
เขาแทบอยากจะวิ่งออกไปหาคมทิพย์เสียเดี๋ยวนี้ แต่น่าเสียดายฝากบริษัทฮัวยูกรุ๊ปจำกัดไว้ที่เขาทั้งหมด เขาไปไม่ได้
ทำอย่างไรดี?
พฤกษ์ร้อนใจจนโทรไปหาทุกที่ที่คิดว่าคมทิพย์อาจจะไป แต่ก็ไม่มีใครเจอคมทิพย์
ตอนนี้ทั้งนรมนกับคมทิพย์ก็ไม่เจอแล้ว เขาจะทำอย่างไรดี?
พฤกษ์บอกเรื่องนี้กลับบุริศร์ บุริศร์ให้เขาวางมือจากบริษัทชั่วคราวแล้วไปหาคมทิพย์ได้
ผู้ชายสองคนตามหาคมทิพย์กับนรมนไปทั่วโลกอย่างบ้าคลั่ง แต่นรมนกลับอยู่ที่ตระกูลเจริญไชย ตอนกลางวันสอนกิจจา ตอนดึกแปลเอกสาร งานยุ่งแต่ใช้ชีวิตเรียบง่าย แล้วก็สบายใจ
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนที่นรมนรอเงินเดือนออกนั้น อยู่ๆ บริษัทก็เกิดเรื่องขึ้น