แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 661 คิดจะเมตตาให้ผมขึ้นไปหรือไง?
บทที่ 661 คิดจะเมตตาให้ผมขึ้นไปหรือไง?
“ฉันจะไปเปิดประตู!”
นรมนลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงวิ่งไปที่ประตู
มองเห็นนรมนหนีเตลิดไป บุริศร์รู้สึกว่าเธอน่ารักเป็นพิเศษขึ้นมาทันที เหมือนพวกเขากลับไปสมัยอยู่มหาวิทยาลัย นรมนในตอนนั้นไม่เคยกล้าสบตาเขาเลย เอาแต่แอบมองเขา เมื่อไหร่ก็ตามที่ตนเองต้องการจะสบตาของเธอ เธอก็มักจะหลบหนีไปเหมือนอย่างในตอนนี้
บุริศร์รู้สึกสุขใจไปทั่วทั้งร่างกาย เมื่อมาถึงที่นี่ รู้สึกว่าอะไรก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
นี่คือรสชาติแห่งความรัก
บุริศร์นั่งพิงเก้าอี้อย่างสบายใจ มองดูนรมนเปิดประตู กลับไม่รู้ว่าควรจะถ่ายทอดความรู้สึกของตนเองออกมาอย่างไร
เขารีบลุกขึ้นทันที เดินไปดึงนรมนมาปกป้องไว้ด้านหลัง และถามคนที่มาว่า“มีธุระอะไรเหรอ?”
“สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย ฉันมาจากบริษัททัวร์ที่อยู่แถวนี้ อยากขอถามสักหน่อยว่าพวกคุณต้องการความช่วยเหลือจากบริษัททัวร์ไหมคะ?”
คนที่มาคือเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ดูเหมือนเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย
บุริศร์มองเห็นเธอ ราวกับมองเห็นนรมน
เขาตอบอย่างไม่สนใจ“ไม่ต้องการ พวกเราจองบริษัททัวร์เรียบร้อยแล้ว”
“คุณผู้ชาย คือว่าแบบนี้ค่ะ พวกเราเป็นคนของเขตปกครองตนเองนี้ หมู่บ้านมากมายต่างมีระบบจัดการเป็นของตนเอง พวกคุณมาจากข้างนอก ถ้าไม่เจอบริษัททัวร์ที่ไว้วางใจได้ ถึงตอนนั้นคงถูกเอาเปรียบ แต่บริษัททัวร์ของพวกเราไม่เหมือนกัน พวกเราได้มาตรฐานระดับประเทศเลยนะคะ พวกเรา……”
“เอาล่ะ พวกเราไม่ต้องการ ขอบคุณนะ”
บุริศร์รู้สึกว่าเด็กผู้หญิงคนนี้พูดจอแจน่ารำคาญ จึงรีบตัดบทสนทนาของเธออย่างรวดเร็ว
“ภรรยาของผมจองบริษัททัวร์เรียบร้อยแล้ว เอาแบบนี้แหละ”
พูดจบ เขาปิดประตูลงทันที
นรมนหน้าแดงเมื่อถูกเขาเรียกว่าภรรยา เธอดิ้นออกจากพันธนาการของบุริศร์ และวิ่งไปอาบน้ำคนเดียว
บุริศร์เห็นท่าทางของเธอแบบนี้ ก็อดหัวเราะไม่ได้
เมื่อพักผ่อนตอนกลางคืน เขาก็ไม่บังคับว่าต้องพักผ่อนบนเตียงเดียวกับนรมน แต่กลับยกเตียงให้แก่เธอ ส่วนตนเองนอนขดตัวอยู่บนโซฟา
นรมนเห็นเขาที่สูงร้อยแปดสิบห้าขดตัวอยู่บนโซฟา ก็รู้สึกสองจิตสองใจขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
เรียกบุริศร์ขึ้นมาดีไหมนะ?
หรือจะมองดูเขานอนบนโซฟาแบบนี้?
บุริศร์มองเห็นแววตาลำบากใจของนรมนเข้า จึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“เป็นอะไร?คิดจะเมตตาให้ผมขึ้นไปหรือไง?”
นรมนมองเห็นสีหน้าของบุริศร์ ก็รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตนเองทันที และไม่ตอบอะไรออกมา
บุริศร์รู้ว่า ถึงแม้ตอนนี้ตนเองจะขึ้นไปบนเตียง เดาว่านรมนก็จะไม่ว่าอะไร แต่เขายังอดทนไว้
อนาคตยังอีกยาวไกล เขาไม่รีบร้อน
บุริศร์ปิดโคมไฟภายในห้องนอน จากนั้นกลับไปที่โซฟา
นรมนเห็นบุริศร์ไม่ขึ้นมาบนเตียง ในขณะที่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก็แอบรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
สังเกตเห็นความรู้สึกของตนเองเปลี่ยนไป นรมนรีบหยุดตนเองทันที
ผิดหวังอะไรกัน?
เป็นไปได้ไหมว่าเธอยังหวังว่าจะเกิดความสัมพันธ์อะไรสักเล็กน้อยกับบุริศร์?
นรมนรีบคลุมโปง บังคับให้ตนเองนอนหลับ
แต่ยิ่งบังคับ เธอก็ยิ่งนอนไม่หลับ ตรงกันข้ามกลับได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของบุริศร์
เขาหลับไปแล้ว?
นรมนแปลกใจเล็กน้อย
แต่เมื่อลองคิดให้ดี ตลอดทางที่ผ่านมา บุริศร์ได้รับความเหน็ดเหนื่อยมาตลอด คนตัวสูงเช่นนี้ เดาว่านี้เป็นครั้งแรกที่เขานั่งชั้นประหยัด แถมยังบินนานแบบนี้ วันนี้เหนื่อยก็คงเป็นเรื่องปกติ
สังเกตเห็นว่าบุริศร์หลับไปแล้ว นรมนถึงจะผ่อนคลายลงอย่างสิ้นเชิง
เธอไม่ได้สวมรองเท้า เดินเท้าเปล่ามาตรงหน้าบุริศร์
แม้ไม่ได้เปิดโคมไฟ แต่เธอยังสามารถมองเห็นใบหน้าของบุริศร์อย่างชัดเจน
นั่งลงตรงหน้าโซฟาของบุริศร์ นรมนมองหน้าเขาอยู่อย่างนั้น จนแม้กระทั่งอยากจะเอื้อมมือไปลูบไล้ใบหน้าของเขาด้วยซ้ำ แต่กลับหยุดลงเมื่อห่างจากใบหน้าของเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร
ทันใดนั้นมีเสียงถอนหายใจของนรมน
เธอหยิบผ้าห่มมาห่มลงบนตัวของบุริศร์ จากนั้นจึงนำเสื้อผ้าของบุริศร์ไปล้างให้สะอาดในห้องน้ำ และสะบัดออก
นรมนมองไม่เห็นเลยสักนิดว่า บุริศร์ลืมตาตอนที่เธอลุกขึ้นยืน
นรมนในตอนนั้นก็เตรียมทุกอย่างให้เขาแบบนี้ แต่ตอนนี้เธอกลับทำแบบนี้ได้เพียงในตอนที่เขาหลับอยู่
สังเกตเห็นเท้าของนรมนเปลือยเปล่า บุริศร์คิดอยากจะลุกขึ้นหยิบรองเท้าไปให้ แต่นรมนดันหันมา บุริศร์หยุดการกระทำโดยไม่รู้ตัว หลับตาลงทันที
เขารู้ว่า ตอนนี้นรมนไม่อยากกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนกับเขา อารมณ์ดีแบบนี้เมื่อเขาตื่นขึ้นมา ทุกอย่างจะหายไป
บุริศร์แกล้งทำเป็นหลับต่อไป
นรมนเดินมาดู เห็นผ้าห่มของบุริศร์หล่นลงบนพื้น จึงรีบก้มลงไปหยิบ แต่กลับส่งเสียงร้องโอดโอยเมื่อเงยหน้าขึ้นมา ผ้าห่มหล่นลงบนพื้นทันที
เธอกุมมือซ้ายของตัวเองเอาไว้ บนใบหน้ามีร่องรอยความขมขื่น
บุริศร์รู้สึกถึงน้ำหนักของผ้าห่มที่กระทบลงบนร่างกายของตนเอง จึงถือโอกาสแอบลืมตามอง เห็นนรมนกำลังกุมมือข้างซ้าย ด้วยท่าทางเหมือนเจ็บปวดรวดร้าว
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขายังจำได้ ตอนนั้นแขนข้างนี้ของนรมนปกป้องเขาจากการโจมตีของคนอื่นจนได้รับบาดเจ็บ หรือว่าแขนข้างนี้มีผลกระทบที่ตามมา?
บุริศร์ขมวดคิ้วแน่น
นรมนผ่อนคลายสักพัก ถึงจะรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย แต่เธอสามารถใช้ได้เพียงมือขวาข้างเดียวหยิบผ้าห่มขึ้นมา และห่มลงบนตัวของบุริศร์ จากนั้นจึงจะจัดการตนเอง และกลับไปนอนต่อบนเตียง
เพราะความเหนื่อยล้าจากเครื่องบิน นรมนจึงหลับไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนรมนหลับไป บุริศร์ถึงจะลืมตาขึ้น
เขาเห็นเท้าของนรมนอยู่ด้านนอก จึงรีบไปต้มน้ำอุ่นมา และนำผ้าเช็ดตัวชุบน้ำอุ่น จากนั้นเช็ดเท้าสองข้างให้นรมน
นรมนเหนื่อยมากเกินไป จึงไม่รู้สึกตัว
หลังจากบุริศร์เช็ดเท้าเธอแห้ง จึงถูฝ่ามือของตนเองไปมา และเริ่มนวดกลางฝ่าเท้าให้นรมน
นรมนพลิกตัวด้วยความสบาย และหลับต่อไป
บุริศร์นวดให้นรมนเสร็จ มองเห็นมือซ้ายที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอ คิ้วขมวดเล็กน้อย
เขาปรับอุณหภูมิภายในห้องให้สูงขึ้นสองถึงสามองศา
ถึงแม้ตนเองจะรู้สึกร้อนอยู่บ้าง แต่เขาฟังคนอื่นบอกว่า ผู้หญิงถูกเป่าด้วยลมจากเครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิที่ต่ำไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นเขาจึงเลือกทำเพื่อนรมน
ทันใดนั้นเองก็รู้สึกอยากสูบบุหรี่
ช่วงเวลาที่นรมนจากไป เขากลายเป็นเพื่อนกับบุหรี่
เหลือบมองนรมน บุริศร์พกบุหรี่ออกไป
มาถึงทางเดินด้านนอก บุริศร์จุดบุหรี่ และถือโอกาสโทรหาพฤกษ์ไปด้วย
“ตรวจสอบให้ฉันหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นกับแขนซ้ายของนรมน?”
“ครับ”
ในตอนที่พฤกษ์ทำการตรวจสอบ บุริศร์รู้สึกกระวนกระวายใจอย่างมาก เขายืนอยู่ที่ทางเดิน สูบบุหรี่มวนแล้วมวนเล่า จนพฤกษ์นำข่าวมาส่งให้
“ประธานบุริศร์ แขนซ้ายของคุณนายใช้การไม่ได้แล้วครับ”
“นายพูดว่าอะไรนะ?”
บุหรี่ที่บุริศร์คีบอยู่ในมือหล่นลงบนพื้น แต่เขากลับไม่รู้ตัว
พฤกษ์ตอบอย่างหนักแน่น“เป็นเพราะแขนของคุณนายไม่ได้รับการรักษาทันเวลา ถูกคุณนายตระกูลโตเล็กบังคับให้ทำงานบ้าน ดังนั้น……”
“น่าเกลียดชัง!”
บุริศร์ต่อยกำแพงอย่างโมโห
คุณนายตระกูลโตเล็กตายไปแล้ว ถ้าเธอยังอยู่ บุริศร์จะไม่ยกโทษให้เธอเด็ดขาด!
สงบสติอารมณ์อยู่ด้านนอกจนรู้สึกดีขึ้น บุริศร์ถึงจะกลับไปในห้อง
นรมนยังคงหลับอยู่
แสงจากดวงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างกระทบลงบนใบหน้าของเธอ มันช่างสงบเยือกเย็น และอ่อนโยน
แต่หัวใจของบุริศร์กลับเจ็บปวด
เธอพบเจอเรื่องราวมากมาย ไม่แปลกที่ใจต้องการยุติการแต่งงานนี้
ถ้าเป็นเขา เขาไม่รู้ว่าตนเองจะสามารถผ่านไปได้ไหม แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความประมาทของเขา
บุริศร์มาตรงหน้านรมนอีกครั้ง จับมือเธอนั่งลงตรงหน้าเตียง นั่งอยู่ทั้งคืน
เมื่อนรมนตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ก็พบว่าบุริศร์นอนฟุบอยู่ข้างเตียงของเธอ แถมยังจับมือของเธอเอาไว้
เธอไม่กล้าขยับเขยื้อน กลัวว่าขยับแล้วจะทำให้บุริศร์ตกใจตื่น
มองเห็นบุริศร์แบบนี้ มองเห็นใบหน้าของเขาที่เหมือนกับแปดปีก่อน และมองเห็นเขารักตนเองแบบนี้ ในใจของนรมนรู้สึกหวานชื่นมาก
ในเมื่อทั้งสองคนมีเวลาเพียงแค่เจ็ดวันที่จะได้อยู่ด้วยกัน ดังนั้นเธอจะละทิ้งเรื่องราวเหล่านั้นไปชั่วคราว และเสพสุขไปกับเจ็ดวันนี้อย่างเต็มที่
คิดถึงตรงนี้ นรมนเอื้อมมือของตนเองออกไป บุริศร์ตื่นขึ้นทันที
“คุณตื่นแล้วเหรอ?”
บุริศร์รีบถาม เมื่อมองเห็นแววตาอ่อนโยนของนรมน ก็อดแปลกใจไม่ได้
เขาคิดว่าตนเองมองผิดไป จึงรีบขยี้ตา
“ฉันดูเหมือนคนยังไม่ตื่นเหรอ?”
นรมนยิ้มขึ้นมา พูดด้วยภาษามือว่า“ฉันหิวแล้ว พวกเราออกไปกินข้าวกันเถอะ”
“ได้ ไปกินข้าวกัน!”
บุริศร์รู้สึกมีความสุขอย่างยิ่ง เพียงแค่นรมนยิ้มให้เขา ไม่ว่าอะไรเขาก็ยอม
ได้ยินว่านรมนหิว เขาจูงมือนรมนเดินไป กลับถูกนรมนสะบัดออก
“ยังไม่ได้ล้างหน้าบ้วนปากเลย”
นรมนรู้สึกว่าตอนนี้สมองของบุริศร์ไม่มีการตอบสนอง
บุริศร์ก็ค้นพบปัญหาข้อนี้เช่นกัน เพียงแต่กลับไม่สนใจ กล่าวด้วยรอยยิ้ม“ใช่ ๆ ๆ ไม่งั้นคนอื่นจะพูดทำไมว่าต้องมีภรรยามาตาม ผมไปล้างหน้าบ้วนปากนะ จะไปตอนนี้ ไม่สิ คุณไปก่อน”
บุริศร์พูดไปพูดมา เหมือนคนพ่อหนุ่มจอมมึน
นรมนทำภาษามือด้วยรอยยิ้ม“คุณไปก่อนได้เลย ฉันขอเอนตัวสักหน่อย รอคุณออกมาแล้วฉันค่อยไป”
“ไม่สบายเหรอ?”
บุริศร์เป็นห่วงขึ้นมาทันที
นรมนส่ายหน้า
“แค่อยากนอนขี้เกียจบนเตียง”
เธอยิ้มอย่างเก้อเขิน
เห็นนรมนไม่เป็นอะไร บุริศร์ถึงจะไปห้องน้ำอย่างวางใจ
เขาล้างหน้าบ้วนปากอย่างรวดเร็ว นรมนยังไม่ทันจะลุกขึ้นก็ล้างเสร็จแล้ว
“ต้องการให้ผมช่วยไหม?”
บุริศร์รู้ว่าแขนซ้ายของนรมนไม่มีแรง จึงรีบเอ่ยปาก
นรมนนิ่งไป จากนั้นจึงส่ายหน้า
หลังจากเธอเข้าไปล้างหน้าบ้วนปากในห้องน้ำ เมื่อออกมาก็เห็นบุริศร์เตรียมพร้อมทุกอย่างเรียบร้อย
เขาตั้งใจเตรียมกระเป๋าใบใหญ่หนึ่งใบ ด้านในบรรจุน้ำและของกิน
นรมนพูดด้วยภาษามือ“พวกเราจะออกไปเที่ยวกัน สิ่งของพวกนี้ไม่ต้องพกไปหรอก?”
“เอาไปด้วยเถอะ น้ำเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ซื้อข้างนอกไม่สะอาด และน้ำตาลในเลือดของคุณต่ำ ผมจึงเตรียมของกินไว้ให้คุณแล้ว จะได้ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยเกินไปจนหมดแรง”
เห็นบุริศร์เตรียมมาอย่างเพียงพอ นรมนก็ไม่พูดอะไร เพียงแค่รู้สึกว่าพฤกษ์เป็นคนจัดการให้บุริศร์ทุกสิ่งทุกอย่าง ราวกับว่าอยู่ดี ๆ ก็เตรียมสิ่งของด้วยตนเองขึ้นมา กลับทำให้เธอไม่ค่อยชิน
ทั้งสองรับประทานอาหารเช้าเสร็จ หลังจากนั้นจึงมาที่บริษัททัวร์
บริษัททัวร์แห่งนี้นรมนสุ่มเลือกอย่างจวนตัว เดิมทีคิดว่าจะเป็นบริษัททัวร์ที่มีขนาดใหญ่มาก แต่เมื่อมาเห็นกับตา เธอรู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อย
ที่นี่เป็นแค่เพียงห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง มีโต๊ะตรงประตู ด้านบนวางสถานที่ท่องเที่ยวไว้จำนวนหนึ่ง ดูไม่มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่ง
นรมนรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
“บุริศร์ พวกเราเปลี่ยนที่กันเถอะ”
นรมนขอความคิดเห็นบุริศร์
ในขณะนั้นเอง มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านใน ทำให้บุริศร์กับนรมนอึ้งไปทันที