แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 668 เงื่อนไขเพิ่มเติม นั่นคือเธอ
บทที่ 668 เงื่อนไขเพิ่มเติม นั่นคือเธอ
เมื่อนรมนเปิดประตูออกไป พบว่าบุริศร์ยืนอยู่ข้างนอก
“เธอดีขึ้นไหม?”
บุริศร์ถาม
นรมนพยักหน้า พาเขาเข้ามา
มายด์เก็บของเสร็จเรียบร้อย เมื่อมองเห็นบุริศร์เข้ามา เธอก็ยิ้มบาง ๆ
เธออายุมากกว่าเรนนี่เพียงแค่หนึ่งถึงสองปี แต่ตอนนี้ด้อยกว่าเรนนี่ไปแล้ว
บุริศร์นึกถึงชีวิตของเรนนี่ตอนนี้ที่ตระกูลพรรณโรจน์ ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรไปชั่วขณะ
เขาหยิบมือถือส่งให้มายด์ กล่าวเสียงเบาว่า“ด้านบนเป็นคลิปวิดีโอชีวิตช่วงนี้ของเรนนี่ เธอสามารถดูได้นะ”
มายด์ได้ยิน ขอบตาแดงก่ำทันที
เธอไม่บ่ายเบี่ยง หยิบมือถือไปในห้อง ให้พื้นที่แก่บุริศร์กับนรมน
นรมนมองตามมายด์ไป จนเธอปิดประตูห้องลง นรมนถึงจะถอนสายตากลับมา
บุริศร์เทน้ำให้เธอแก้วหนึ่งและถามว่า“คุณคิดออกหรือยังว่าจะจัดการกับนลินอย่างไร?”
นรมนอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นจึงคิดว่าตนเองกับบุริศร์อยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว แน่นอนว่าบุริศร์รุ้ว่าเธอคิดอะไรอยู่
เธอพยักหน้า กล่าวด้วยภาษามือว่า“ฉันต้องการไล่เธอไปจากที่นี่ คุณเคยให้เธอเท่าไหร่ ฉันต้องการให้เธอคายออกมาเท่านั้น ผู้หญิงคนนี้ไม่สมควรได้รับความเห็นใจ นึกถึงตอนแรกที่ฉันช่วยเธอออกมาจากเงื้อมมือคนเหล่านั้น เธอไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ กลับอยากจะได้คุณขึ้นมา เพื่อแย่งชิงกับฉัน จนแม้แต่ไม่เสียดายที่จะกลายเป็นศัตรูกับฉัน และเอาเงินที่คุณให้เธอมาที่นี่เพื่อทำเรื่องชั่ว ๆ ทำร้ายคนบริสุทธิ์ หลังจากรู้ว่าพวกเรามา ยังคิดวางแผนที่ไม่รู้จะมาบรรจบกันหรือเปล่าจัดการพวกเรา ผู้หญิงคนนี้คืองูพิษตัวหนึ่ง ปล่อยเธอเอาไว้จะเป็นอันตรายในอนาคตกับพวกเรา ไม่สู้ฉันกำจัดเธอตอนนี้เสียเลย”
แววตาของนรมนไร้ความรู้สึก
เธอเคยใจดีมาก แต่ความใจดีของตนเองไม่ได้ให้สิ่งที่ดีแก่เธอ ดังนั้นเธอจึงต้องควบคุมความชั่วด้วยความชั่ว
บุริศร์มองเห็นนรมนเป็นเช่นนี้ ไม่รู้ว่าควรจะยินดีหรือควรจะเสียใจ
“ต้องการให้ผมช่วยไหม?”
คำถามของบุริศร์ทำให้นรมนนิ่งไปสักพัก
เธอต้องการความช่วยเหลือจากบุริศร์ เพราะตอนนี้เธอไม่สามารถพูดได้
พิจารณาถึงปัญหานี้ของนรมน บุริศร์กล่าวเสียงเบาว่า“ ข้อตกลงเจ็ดวันเป็นอันยกเลิก ตราบใดที่คุณเต็มใจ ผมจะรีบจัดการให้คุณผ่าตัดทันที”
ดวงตาของนรมนเปล่งประกายขึ้นมาโดยพลัน
“อย่าเพิ่งรีบดีใจไปก่อนสิ ผมยังพูดไม่จบเลย นรมน คุณรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงยื้อเวลาไม่อยากให้คุณผ่าตัด?ไม่ใช่เพราะผมต้องการคุกคามคุณในสภาพแบบนี้ แต่เพราะกลัวสภาพร่างกายของคุณจะทำให้การผ่าตัดครั้งนี้ไม่ค่อยมีหวังนัก”
บุริศร์มองนรมน ยังตัดสินใจรับฟังความคิดเห็นของเธอ
“มิลินเคยบอกว่า เธอเกือบจะมั่นใจว่ารักษาคอของคุณได้แล้ว แต่ตรงกันข้ามความเสี่ยงก็ค่อนข้างสูง ก่อนหน้านี้ร่างกายของคุณได้รับเลือดของนภดลและสมุนไพรหายากนั้น ครั้งนี้ในระหว่างการผ่าตัดจึงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปฏิเสธยา ซึ่งแบบนี้เสี่ยงมาก ในกรณีที่เกิดการปฏิเสธยา ผลลัพธ์จะรุนแรงมาก ถึงตอนนั้นไม่เพียงแค่ลำคอเกิดปัญหาพูดไม่ได้ แต่จะมากเสียจนอันตรายถึงแก่ชีวิตด้วยซ้ำไป คุณเข้าใจไหม?ความต้องการของผมคือการรักษาแบบไม่มีการผ่าตัด เพียงแต่ผมยังฟังคุณ ถ้าคุณต้องการผ่าตัด ผมก็จะไม่คัดค้าน คุณจำเอาไว้นะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ผมจะไม่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวแน่นอน”
สายตาของบุริศร์จ้องมองนรมนไม่ขยับไปไหน
นรมนรู้สึกหัวใจเต้นแรงทันที
เธอรู้ว่าบุริศร์ทำสิ่งที่พูดได้แน่นอน
เธอกำลังคิดจะทำภาษามือ ก็ถูกบุริศร์จับเอาไว้
“ไม่ต้องบอกผมว่าพวกเรายังมีลูกอะไรนั้นเลย ไม่มีพวกเรา พวกเขาก็เติบโตได้เหมือนกัน เพียงแต่จะใช้ชีวิตค่อนข้างยากลำเค็ญกว่าตอนนี้หน่อย แต่ทุกคนต่างมีชีวิตเป็นของตนเอง ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นกับคุณจริงๆ ผมคงไม่อาจดูแลชีวิตที่เหลืออยู่ของพวกเขาได้ ผมเชื่อว่าเงินที่ผมทิ้งไว้ให้เพียงพอที่พฤกษ์กับคมทิพย์จะช่วยเลี้ยงดูพวกเขาจนเติบโต ดังนั้น คุณพิจารณาดูเอาเองเถอะ”
บุริศร์พูดอย่างจริงจังสุดๆ แต่นรมนกลับสลดใจ
“คุณกำลังบีบบังคับฉัน”
“เปล่านะ ผมเคยบอกแล้ว ผมเคารพการตัดสินใจทุกอย่างของคุณ ก่อนหน้านี้ เพราะผมไม่อยู่ จึงทำให้คุณต้องทนทุกข์ทรมาน จนกลายเป็นแบบนี้ เป็นความเสียใจและความเจ็บปวดในชีวิตของผม ชีวิตที่เหลืออยู่ ผมจะไม่ยอมให้ตนเองทำให้คุณต้องเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้และความเจ็บปวดอีก แม้แต่บนเส้นทางแห่งความตายผมก็ไม่อนุญาต”
มือของบุริศร์กุมมือของนรมนแน่น ราวกับกุมหัวใจของนรมนไว้แน่น
เธอซาบซึ้งมาก และทุกข์ใจมาก สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทำให้เธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
“ฉันขอเวลาคิดสักหน่อย”
“ได้ คิดออกแล้วมาให้คำตอบผม ผมรอคุณได้เสมอ”
บุริศร์พูดจบ จูบลงบนหน้าผากของนรมนหนึ่งที จากนั้นลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง
หลายวันมานี้ พวกเขาพักผ่อนในห้องเดียวกันน้อยมาก
บุริศร์ให้เกียรติเธอมาก ยกเว้นครั้งก่อนที่บังคับจูบตนเองในลานจอดรถ ตลอดทางที่ผ่านมานี้ของเขา ดูเหมือนจะประพฤติตัวค่อนข้างดี
เห็นนรมนมีท่าทางอาลัยอาวรณ์ บุริศร์หันกลับมาอย่างกะทันหันและกล่าวด้วยรอยยิ้ม“หรือคืนนี้จะให้ผมอยู่ที่นี่?”
“ออกไปเลย!”
นรมนด่าเขาทันที บุริศร์หัวเราะอย่างมีความสุข จากนั้นจึงเดินออกไปอย่างร่าเริง
นรมนกลุ้มใจ ไม่อาจเข้าใจบุริศร์ในตอนนี้ได้ เพราะไม่ว่าเธอจะพูดอะไรเขาก็มีความสุข ดูเหมือนตราบใดที่เธอยอมสนใจเขาก็พอ
ความรู้สึกแบบนี้ทำให้นรมนรู้สึกว่าบุริศร์ลดตัวเองมาเอาใจเธอ
เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันที่บุริศร์มาเอาใจตนเอง วันนี้ความรู้สึกช่างยุ่งเหยิงเหลือเกิน
หลังจากบุริศร์ออกไป นรมนก็นอนไม่หลับ
เธออยากให้เสียงกลับมาอย่างเร่งด่วน เพราะการไม่มีเสียงนั้นเธอดำเนินเรื่องหลายอย่างได้ยากเย็นเสียเหลือเกิน มีเพียงแค่ความรู้สึกที่ได้สัมผัสด้วยตนเองหลังจากเป็นใบ้ จึงได้รู้ว่าความทุกข์แบบนี้ทำให้คนรู้สึกต่ำต้อยและน่าอายแค่ไหน
แต่บุริศร์ก็เคยบอกแล้ว การผ่าตัดของเธอมีความเสี่ยงสูงมาก
ความเสี่ยงนี้สำหรับนรมนเป็นการเดิมพันอย่างหนึ่ง ถ้าชนะการเดิมพัน เธออาจจะชนะทุกสิ่ง แต่ถ้าแพ้การเดิมพัน เธอคงไม่เหลือแม้แต่ชีวิต
แท้จริงแล้วควรจะเลือกแบบนี้ดี?
ในขณะที่นรมนไม่รู้จะทำอย่างไร มายด์ก็ออกมาจากห้อง
เธอมองนรมน และเอ่ยถามด้วยภาษามือว่า“พี่ค่ะ คอของฉันสามารถรักษาได้ไหม?”
นรมนนิ่งไปสักพัก จึงพบว่าแววตาของมายด์มีความปรารถนา
เธอไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร
มายด์เป็นคนที่ถูกตัดลิ้น เป็นคนละแบบกับเธอ
มายด์มองเห็นสีหน้าลำบากใจของนรมนจึงรู้คำตอบ เธอกล่าวหงอยเหงา“ไม่ต้องเครียดค่ะ ฉันแค่ถามเฉย ๆ พี่คะ ถ้าเป็นไปได้ แม้ว่าจะต้องสละชีวิตก็จะเอาเสียงคืนกลับมา ในเมื่อโลกที่ไร้เสียงมันช่างโหดร้ายเหลือเกิน”
พูดจบ มายด์ก็กลับไปในห้องของตนเอง
ส่วนนรมนนั่งอยู่ตรงนั้น นึกถึงคำพูดของมายด์ อดรู้สึกเจ็บปวดใจมากขึ้นกว่าเดิมไม่ได้
แม้จะต้องสละชีวิต?
คนมากมายไม่เข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นใบ้อย่างกะทันหัน แต่เธอเข้าใจ และเพราะเข้าใจ ดังนั้นเธอจึงต้องการคืนสู่สภาพเดิมอย่างยิ่ง
ทั้งหมดนี้ ทำให้นรมนนอนหลับไม่สนิท
เธอคิดถึงกานต์กับกมล นึกถึงสถานการณ์หลังจากที่พวกเขาสูญเสียพ่อแม่ไป ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์ใจด้วยความเป็นห่วง
แต่นรมนก็นึกถึงบั้นปลายชีวิตที่เหลืออยู่หลายสิบปีของตนเองที่ไม่สามารถส่งเสียงได้อีก ความรู้สึกอัดอั้นตันใจแบบนั้นไม่ต้องรอถึงสิบปี เดาว่าแค่อีกปีเดียวเธอก็จะเป็นบ้าไปแล้ว
คืนที่ยุ่งเหยิงผ่านไป นรมนตัดสินใจเรียบร้อย
เธอบอกบุริศร์ว่า เธอต้องการผ่าตัด เธอต้องการรักษา
คำตอบนี้ราวกับอยู่ในความคาดหมายของบุริศร์
เขาไม่ได้แปลกใจมาก เพียงแค่กล่าวอย่างอ่อนโยน“ในเมื่อตัดสินใจแล้ว สองวันนี้ไม่ต้องไปไหน พวกเรารอมิลินอยู่ที่นี่แล้วกัน”
“ได้”
นรมนพยักหน้า
นึกถึงเสียงที่จะกลับคืนสู่สภาพเดิมของตนเอง นรมนรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ
ตรงกันข้ามกับนรมน บุริศร์ค่อนข้างยุ่ง
เขาขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่ เพียงแค่ออกมาในช่วงรับประทานอาหาร
นรมนเห็นเขาเป็นแบบนี้ คิดจะถามอยู่หลายครั้ง แค่ก็อดทนไว้
วันที่สามช่วงบ่าย มิลินก็มาถึง
เมื่อเห็นนรมน มิลินก็ดีใจ
“เจอกันอีกแล้วนะ”
เธอกอดนรมน หน้าตาดูมีความสุข
นรมนมองเห็นเธอ ไถ่ถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันของเธอ
ทักสองทักทายกันไม่กี่ประโยค มิลินก็เข้าสู่หัวข้อหลัก
“ฉันสามารถรักษาคอของเธอให้หายได้ แต่มีเงื่อนไข และฉันไม่ได้เป็นคนตั้งเงื่อนไขนี้ขึ้นมา เป็นตระกูลจันทรวงศ์”
“เป็นตระกูลจันทรวงศ์?”
นรมนสงสัย
มิลินเป็นคนอิสระตัวคนเดียวมาตลอด ครั้งนี้ทำไมถึงมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลจันทรวงศ์?
ราวกับรู้ว่านรมนกำลังคิดอะไร มิลินตอบด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ “พูดแล้วก็ค่อนข้างละอายใจ เธอก็รู้เรื่องของฉัน ในตอนแรกฉันเป็นโรคซึมเศร้าจนทำลูกชายตกชั้นล่าง ถึงแม้เรื่องนี้จะผ่านไปหลายปีแล้ว แต่ท้ายที่สุดฉันก็แบกชีวิตหนึ่งเอาไว้ด้วย หลายปีที่ผ่านมาฉันไม่กล้าใช้ชื่อจริงมาทำอาชีพหมอ จนแม้แต่ไม่กล้าไปโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ในเวลาด้วยซ้ำ และยิ่งไม่กล้าให้คนอื่นรู้ว่าฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันแค่อยากเป็นเหมือนหนูตัวหนึ่ง อยู่อย่างมืดมนไปวัน ๆ ในครั้งนี้คุณท่านฐานทัตให้ฉันไปรักษาคุณฉัตรยา และเพื่อเป็นการตอบแทน เขาบอกว่าสามารถแก้ไขสถานการณ์ในปัจจุบันของฉันให้ดีขึ้นได้ โดยการออกเอกสารรับประกัน บอกว่าตอนนั้นลูกชายของฉันเกิดอุบัติเหตุ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับฉัน”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ มิลินก็รู้สึกอับอาย
“ฉันรู้ว่าฉันไร้ยางอาย ชัดเจนว่าทำร้ายลูกชายของฉันเอง ตอนนี้ยังจะทำให้ทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ ไม่คู่ควรที่จะเป็นแม่คนเอาเสียเลย แต่นรมน ฉันปรารถนาเหลือเกินว่าจะมีชีวิตที่สดใส ฉันอยากจะยืนอยู่ภายใต้แสงแดดอีกครั้ง ฉันต้องการสอนสิ่งเหล่านั้นให้กิจจาอย่างตรงไปตรงมา รอเมื่อเขาเติบโตขึ้น เวลามีคนถามเขาว่า ครูของเขาคือใคร เขาสามารถตอบคนอื่นได้อย่างเปิดเผยว่าคือฉันมิลิน ไม่ใช่ยมราช”
มิลินก้มหน้าน้ำตาคลอเบ้า ราวกับไม่อยากให้คนอื่นเห็นความเจ็บปวดรวดร้าวในแววตาของเธอ
นรมนถอนหายใจหนึ่งที และถามด้วยภาษามือ“ดังนั้นเธอจึงตอบรับเงื่อนไขของตระกูลจันทรวงศ์?”
“ใช่!”
มิลินไม่ได้ปิดบัง
“ตระกูลจันทรวงศ์แสดงความขอบคุณที่ฉันรักษาฉัตรยาจนหายโดยการคืนอิสรภาพให้ฉัน ส่วนอีกเงื่อนไขหนึ่ง นั่นคือเธอ”
“ฉัน?”
นรมนแปลกใจ
มิลินกัดริมฝีปากล่าง คิดว่าควรจะพูดออกมาอย่างไร แต่คิดอยู่นานก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ใช่!คือเธอ!ตระกูลจันทรวงศ์บอกว่าฉันจะแตะต้องกับเธอได้ ต้องให้เธอตอบรับเงื่อนไขของพวกเขา ฉันถึงจะสามารถรักษาคอให้เธอได้ พวกเขาถึงจะช่วยคืนอิสรภาพให้แก่ฉัน นรมน ฉันรู้ว่าฉันทำแบบนี้มันไร้ยางอาย แต่ได้โปรดให้อภัยฉันด้วยเถอะนะ ฉันไม่มีทางเลือกจริง ๆ ”
มองเห็นสีหน้าละอายใจของมิลิน หัวใจของนรมนค่อย ๆ จมลงทีละน้อย
เธอกับตระกูลจันทรวงศ์ไม่เคยมีการติดต่อกัน แล้วทำไมคนตระกูลจันทรวงศ์ต้องการเจอเธอด้วย?