แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 675 อย่ารอช้าคุณรีบไปหาเธอเลย
บทที่ 675 อย่ารอช้าคุณรีบไปหาเธอเลย
สำหรับความรู้สึกกิมจิ นรมนไม่ได้คิดถึงเลย อย่างไรแล้วครั้งนี้ก็เป็นเรื่องด่วน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่คุยกับกิมจิแน่นอน
นรมนส่งข้อความให้บุริศร์ ถามบุริศร์ว่าส่งแผนที่หมู่บ้านน้ำขาวให้เธอได้ไหม
บุริศร์อยู่ระหว่างทางกำลังมาแล้ว
เขาเห็นวีแชทนรมน เมื่อเห็นโทรศัพท์ในมือ ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า ถามขึ้น “มีแผนที่ก็ไม่มีประโยชน์ ภูมิประเทศในหมู่บ้านมันซับซ้อนมาก ต้องให้สักคนเข้าไปสำรวจ”
“อ่อ งั้นฉันรอคนของกิมจิค่อยว่ากัน”
คำพูดนรมนทำให้บุริศร์ชะงักไปสักพัก แต่มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย
ตอนนี้นรมนเลิกสะเพร่าแล้ว สามารถสงบลงได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บุริศร์ยินดีมากจริงๆ พอคิดว่านรมนได้รับการฝึกมาจากตน ก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจในตัวเอง
“อืม คุณทำแบบนี้ถูกแล้ว รอฉันนะ ฉันจะถึงแล้ว”
“คุณมาเหรอ?”
นรมนประหลาดใจเล็กน้อย
“นี่คุณพูดอะไรไร้สาระ? คุณมา แล้วฉันไม่มาได้เหรอ? ฉันไม่ห้ามให้คุณมาช่วยคน และไม่ได้บอกว่าจะให้คุณทำคนเดียวสักหน่อย?!”
เห็นบุริศร์พูดแบบนี้ สีหน้านรมนก็อบอุ่นเล็กน้อย
“โอเค ฉันจะรอคุณ ฉันจะส่งตำแหน่งให้คุณ คุณมาหาฉัน ในหมู่บ้านน้ำขาวมีการเฝ้าระวังแล้ว ตอนนี้เราผลีผลามเข้าไปไม่ได้ และฉันได้ยินว่านลินเป็นคนให้พวกมันทำแบบนี้ ถ้าตอนนี้ฆ่าคนไม่ผิดกฎหมาย ฉันอยากจะฆ่านลินจริงๆ”
ความรู้สึกของนรมนบุริศร์เข้าใจ
เขาก็คิดแบบนี้เช่นกัน แต่สุดท้ายแล้วที่นี่ก็ทำบางอย่างตามที่คาดหวังไม่ได้
“รอก่อน นลินนั่นต้องได้รับผลกรรม”
“ได้รับผลกรรมเหรอ? รอให้พระเจ้าลงโทษเธอ นั่นก็สายไปจริงๆ แล้วล่ะ”
นรมนไม่เคยโกรธเคืองขนาดนี้มาก่อน
“เรื่องของนลินเดี๋ยวค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้ช่วยคนสำคัญที่สุด ส่งตำแหน่งให้ฉัน ฉันจะถึงแล้ว”
นรมนเห็นวีแชทที่บุริศร์ส่งมา ก็รีบส่งตำแหน่งของตัวเองให้เขา
เมื่อทั้งคู่เจอกัน บุริศร์พบว่าห่างจากหมู่บ้านน้ำขาวแค่ห้ากิโลเมตร
ในขณะเดียวกัน คนของกิมจิก็มาถึงแล้ว
เมื่อนรมนเห็นกิมจิก็ไม่มีสีหน้าใดๆ ก็แสดงท่าทางพูดกับบุริศร์โดยตรง “คุณบอกพวกเขา”
บุริศร์กางแผนที่หนึ่งตรงหน้าพวกเขา แล้วพูดขึ้น “นี่คือแผนที่หมู่บ้านน้ำขาว แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ด้านในมันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตอนนี้เราต้องการคนเข้าไปสำรวจสักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่กักขังมายด์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกด้านใด เราต้องแน่ใจทั้งหมด ดังนั้นพวกนายเป็นคนนำ”
กิมจิได้ยินถึงตรงนี้ ก็รีบพูดขึ้น “ฉันเอง!”
แววตาเขาจ้องมองนรมนตลอดเวลา
ถ้าเป็นเมื่อก่อน นรมนจะต้องให้เขาระวังตัวแน่นอน แต่ตอนนี้นรมนไม่ได้เงยหน้าเลย ราวกับไม่รู้จักเขา และดูเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดด้วย
สีหน้าท่าทางห่างเหินนี้ทำให้ในใจกิมจิรู้สึกอึดอัดมาก
เขารู้เขาไม่สามารถตำหนินรมนได้
บุริศร์มองแววตาที่กิมจิมองนรมน ก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไร
“ใครไปก็ไม่สำคัญ ตอนนี้หลักๆ คือต้องเข้าไปให้ได้ ถ้าหมู่บ้านน้ำขาวไม่ไว้วางใจเตรียมซุ่มโจมตีรอพวกเราเข้าไปช่วย นายจะหาข้ออ้างอะไรเข้าไป?”
กิมจิตกตะลึงทันที
บุริศร์เห็นถึงตรงนี้ ก็หยิบอะไรบางอย่างออกมาจากด้านหลังยื่นให้กิมจิแล้วพูดขึ้น “บอกว่านลินให้นายเข้าไป นี่คือของติดตัวนลิน โศธัยที่เฝ้าประตูคนนั้นคงรู้จัก”
นรมนเห็นบุริศร์หยิบสร้อยข้อมือหยกแข็งสำหรับผู้หญิงออกมาหนึ่งเส้น ก็หรี่ตาลงอย่างช่วยไม่ได้
ของติดตัวนลิน?
บุริศร์มีมันได้อย่างไร?
ทำไมบุริศร์จะไม่รู้สึกถึงแววตาสำรวจที่แฝงความโกรธเคืองเล็กน้อยของนรมนล่ะ? แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาอธิบาย
เขามองกิมจิแล้วพูดขึ้น “พูดยังไงฉันไม่ต้องสอนนายใช่ไหม?”
“ไม่ต้อง ฉันรู้วิธีพูด”
กิมจิรับของในมือบุริศร์มา แววตาเหลือบมองนรมนอีกครั้ง เมื่อเห็นว่านรมนไม่มองตนเลยสักนิด เขาก็กลัดกลุ้มหันตัวเดินออกไป
เมื่อเขาเดินไป นรมนก็ดึงคอเสื้อบุริศร์เอาไว้ ถึงไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าท่าทางโกรธเคืองทำให้บุริศร์อารมณ์ดีมาก
“เมื่อกี้ฉันแวะบ้านนลิน แล้วขโมยมันมา”
คิ้วนรมนไม่ได้คลายออกสักนิด ราวกับไม่ค่อยอยากจะเชื่อ
บุริศร์รีบพูดอธิบาย “ไปบ้านเธอมาจริงๆ ฉันบันทึกวิดีโอไว้ด้วย ดูสิ”
ขณะที่พูด เขาก็เอาวิดีโอที่บันทึกเมื่อครู่นี้ให้นรมนดู
นรมนถึงได้ปล่อยมือ
เธอเปิดวิดีโอ เห็นในบ้านนลินหรูหรามาก
บุริศร์โล่งอก แล้วพูดต่อ “ก่อนหน้านี้ไม่นานฉันให้กิมจิตรวจสอบที่อยู่บ้านนลิน ให้คนของเขาสร้างอุบัติเหตุ คุณก็อยู่ไม่ใช่เหรอ? ตอนที่กิมจิให้ที่อยู่กับฉัน ฉันก็ออกมาพอดี ขณะที่คิดว่าจะเข้าหมู่บ้านยังไง ก็แวะไปบ้านเธอ เธอไม่อยู่บ้านพอดีฉันก็เลยเข้าไป หยิบสร้อยข้อมือเธอออกมาหนึ่งเส้น ฉันได้ยินว่าสร้อยข้อมืออันนี้เป็นสร้อยโปรดของนลิน ตอนเพิ่งมาที่นี่ โศธัยพานลินไปซื้อที่ตลาดหยกแข็ง ดังนั้นโศธัยต้องรู้จักแน่นอน”
นรมนได้ยินคำอธิบายยาวเหยียดของบุริศร์ ก็คลายความสงสัยแล้ว
เธอหันศีรษะกลับไปทันที เห็นคนของอาณาจักรรัตติกาลที่กิมจิพามากำลังมองพวกเขาสองคน ราวกับบุริศร์กลัวภรรยาเขามาก ราวกับเธอเด็ดเดี่ยวและไม่มีเหตุผลอย่างมาก
นรมนรู้สึกกลัดกลุ้มทันที
ภาพลักษณ์ของเธอน่ะภาพลักษณ์!
บุริศร์กลับมีความสุขเป็นพิเศษ นรมนยิ่งเป็นแบบนี้ เขายิ่งมีความสุข นี่แสดงว่านรมนใส่ใจเขามากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
เขารู้สึกว่าตัวเองมีแนวโน้มเป็นมาโซคิสม์
เห็นบุริศร์ยิ้มเหมือนไม่เต็มบาท นรมนก็เอาโทรศัพท์ยัดในอ้อมแขนเขา จากนั้นก็เดินออกไปจากศาลาชั่วคราว
บุริศร์ก็ไม่สนใจ และพูดกับคนเหล่านั้นของอาณาจักรรัตติกาลว่า “เห็นไหม? ภรรยาในบ้านมีความสุขแล้ว ก็จะสร้างโชคสร้างเงินได้มากมาย”
คนอื่นเม้มปากยิ้ม ไม่เชื่อว่าตรงหน้านี้คือบุริศร์ที่มีฝีมือโหดเหี้ยมในตำนาน
บุริศร์ก็ไม่มีอารมณ์และเวลาคุยเล่นกับพวกเขา เขารีบตามนรมนออกไป
“มองอะไรน่ะ?”
เขาโอบเอวบางของนรมนจากด้านหลังโดยไม่รู้ตัว
นรมนพบว่า ช่วงนี้การกระทำแบบนี้ของบุริศร์เป็นธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ
เธอหันศีรษะกลับมาเหลือบมองบุริศร์ บุริศร์แสร้งทำเป็นไม่เห็น ไม่รู้อะไรทั้งนั้น ถามต่อว่า “ที่นี่วิวสวยมากเลยเนอะ?”
สำหรับพฤติกรรมเล่ห์เหลี่ยมของบุริศร์ นรมนทำได้แค่ถอนหายใจ จากนั้นก็หันศีรษะไป แล้วเอาร่างพิงอ้อมอกบุริศร์
เธอแสดงท่าทางพูดขึ้น “ไม่รู้ว่ามายด์เป็นยังไงบ้าง ฉันรู้สึกว่าเธอเดือดร้อนเพราะเราตลอดเลย”
“พูดว่าเดือดร้อนไม่ได้หรอก ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เราจะช่วยเธอออกมาให้ได้”
บุริศร์รู้ว่านรมนมีความรู้สึกพิเศษต่อมายด์ โดยเฉพาะตอนนี้เธอเหมือนกับมายด์ เป็นคนใบ้เหมือนกัน ความรู้สึกนั้นคาดว่ามีแค่พวกเขาเท่านั้นที่เข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง
นึกถึงเสียงนรมน บุริศร์ก็ลังเลที่จะพูด
เขามักรู้สึกว่าการมาของมิลินนั้นรวดเร็ว แต่เดินจากไปอย่างมีลับลมคมใน
นรมนอยากจะฟื้นฟูเสียงของเธอ แต่หลังจากมิลินมา ทำไมเธอถึงไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป?
นี่มันแปลกมาก
บุริศร์เคยถามมิลินเป็นการส่วนตัว แต่มิลินไม่พูด วันนี้มินลินไปแล้ว คำถามนี้ก็ยังอยู่ในใจบุริศร์ตลอดเวลา
เขาอยากจะเปิดหัวใจนรมนมาดูว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ กำลังกลัวอะไรอยู่ แต่เขารู้ว่าเขาในตอนนี้ทำสิ่งนี้ไม่ได้
ถึงแม้ตอนนี้นรมนจะสนิทกับเขามาก และเหมือนกลับไปยังอดีต แต่หลายอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ทัศนคติในการจัดการเรื่องราวของนรมนนั้นเป็นอิสระมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่พึ่งพาเขามากขึ้นเรื่อยๆ
เรื่องของคุณนายทวีทรัพย์ธาดาเป็นเรื่องติดค้างระหว่างพวกเขาอยู่ตลอดเวลา เรื่องนี้ถ้าไม่แก้ไขมัน พวกเขาก็จะไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้ตลอดไป แต่เรื่องนี้มันไม่มีทางแก้ไขเลย
เขาไม่ใช่เทพเจ้า ไม่มีทางทำให้คุณนายทวีทรัพย์ธาดามีชีวิตกลับมาอีกครั้งได้ ทำได้แค่ภาวนาให้วันเวลาผ่านไปแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาจะได้เจาะเข้าไปในหัวใจนรมนทีละนิด เปิดปมในใจเธอ
นรมนพิงในอ้อมอกบุริศร์ ไม่รู้อย่างแน่นอนว่าบุริศร์กำลังคิดอะไรในตอนนี้ เธอแค่มองไปทิศทางหมู่บ้านน้ำขาวด้วยความกังวล
ทั้งสองคนยืนอยู่ตรงนั้นอย่างครุ่นคิด ราวกับเป็นวิวทิวทัศน์ที่งดงาม ดึงดูดความสนใจคนที่สัญจรไปมา
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงไม่สังเกตเลย
เมื่อกิมจิกลับมาในที่สุด นรมนก็ตื่นเต้นเล็กน้อย แต่เมื่อเผชิญหน้ากับกิมจิก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ไม่สนใจกิมจิเลยด้วยซ้ำ
บุริศร์รีบถามขึ้น “เป็นยังไงบ้าง?”
“ตรวจสอบแล้ว มายด์โดนขังไว้ในศาลเจ้าหมู่บ้านน้ำขาวพวกเขา ศาลเจ้าห่างจากทางเข้าหมู่บ้านประมาณเจ็ดแปดร้อยเมตร แต่ระยะทางนี้มีคนอยู่เยอะมาก ดูเหมือนกำลังเล่นไพ่นกกระจอกคุยเล่นกัน แต่มีท่อเหล็กซ่อนไว้ข้างๆ ภูมิประเทศในนี้ค่อนข้างซับซ้อน ด้านหลังหมู่บ้านน้ำขาวเป็นภูเขาใหญ่ ถ้าพวกมันต้องการวิ่งหนีก็สามารถอพยพได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเราอยากหนีไปจากที่นี่ไม่สามารถทำได้ เพราะได้ยินว่าในป่ามีอากาศที่เป็นพิษ คนเหล่านี้อาศัยอยู่ที่นี่ตลอด มีวิธีแก้ไขอากาศเป็นพิษได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเราเข้าไปมีแต่จะแย่เอา”
ได้ยินคำพูดกิมจิ นรมนและบุริศร์ก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นอีกครั้ง
“หรือว่าไม่มีทางอื่นแล้วเหรอ?”
“ใช้กลยุทธ์ล้อมเวยช่วยจ้าวได้ไหม?”
ทันใดนั้นนรมนก็แสดงท่าทางพูดขึ้น
เห็นนรมนทำท่านี้ ดวงตากิมจิก็แดงทันที ตำหนิตัวเองอย่างหนักในหัวใจของเขา มันทำให้เขาไม่สามารถมองตานรมนได้ตรงๆ
ถ้าตอนนั้นเขายืนข้างนรมน ตอนนี้ก็ยังสามารถได้ยินเสียงอันไพเราะของนรมนอยู่ใช่ไหม?
แต่เห็นนรมนในตอนนี้ มีชีวิตอยู่ในโลกอันไร้เสียง ดันต้องมารับมือกับคนที่พูดได้ ความรู้สึกเจ็บปวดนี้เขาจินตนาการได้ยากมาก
แต่บุริศร์ไม่รู้ว่ากิมจิกำลังคิดอะไรอยู่ หลังจากเห็นความตั้งใจของนรมนก็ตกตะลึงอย่างช่วยไม่ได้
“กลยุทธ์ล้อมเวยช่วยจ้าวเหรอ? คุณหมายความว่าให้เราไปสร้างความเดือดร้อนให้นลิน จากนั้นก็ให้โศธัยย้ายคนออกไป?”
นรมนรีบพยักหน้า
บุริศร์พูดเสียงทุ้ม “แต่ตอนนี้นลินน่าจะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์อยู่”
“งั้นก็ไม่เป็นอะไร อย่ารอช้าคุณรีบไปหาเธอเลย”
ท่าทางของนรมนทำให้บุริศร์กลัดกลุ้มทันที
“คุณให้ฉันไปหานลินเหรอ? นรมน คุณบ้าไปแล้วหรือไง? คุณไม่รู้เหรอว่านลินคิดยังไงกับฉัน? ตอนนี้คุณจะให้ฉันไปทำไม?”