แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 677 ถ้างั้นก็ตายไปด้วยกันเถอะ
บทที่ 677 ถ้างั้นก็ตายไปด้วยกันเถอะ
“นายหญิง นลินไม่ได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เธอไม่ได้ขึ้นรถ ให้คนอื่นขับรถเธอออกไป ถ้าเป็นแบบนี้ เป็นไปได้อย่างมากว่าเรากำลังแหวกหญ้าให้งูตื่น”
กิมจิโทรมา นรมนตกตะลึงเล็กน้อย
ดูเหมือนนลินคนนี้ระวังตัวมาก
เธอวางโทรศัพท์ไป ส่งวีแชทหากิมจิ
“รู้แล้ว ให้คนของนายเฝ้าดูนลินต่อไป”
หลังจากส่งเสร็จแล้ว นรมนก็รีบส่งวีแชทหาบุริศร์
“คุณอยู่ไหน? นลินไม่ได้ขึ้นรถ คนที่ประสบอุบัติเหตุไม่ใช่นลิน คุณไม่ต้องไปแล้ว”
เมื่อบุริศร์เห็นวีแชทก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
นลินไม่ได้ขึ้นรถเหรอ?
ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าตอนนี้นลินรู้ข่าวแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะซ่อนตัวแล้ว และเป็นไปได้อย่างมากว่าจะส่งข้อความไปหาโศธัย ให้พวกเขาย้ายตัวมายด์
คิดถึงตรงนี้ บุริศร์ก็รีบส่งข้อความหานรมน
“คอยเฝ้าทางเข้าหมู่บ้านน้ำขาวไว้ให้ดี ไม่แน่พวกมันอาจจะเคลื่อนย้ายตัวมายด์ ถ้าเคลื่อนย้าย ตอนนี้ฉันจะกลับไปไม่ทัน คุณกับกิมจิพยายามช่วยเธอไว้ให้ได้”
นรมนพยักหน้า ให้บุริศร์รีบกลับมา
เธอเองก็ขมวดคิ้วแน่น
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ที่นี่ไม่ใช่เมืองชลธี หลายๆ เรื่องไม่สามารถทำผิดกฎหมายได้
นรมนส่งวีแชทหาปัญญ์
“รู้จักตำรวจในยูนนานไหม?”
ปัญญ์คิดว่านรมนเกิดเรื่องอะไร ก็รีบถามขึ้น “คุณเกิดปัญหาอะไรเหรอ?”
“เปล่า มีบางเรื่องต้องการการช่วยเหลือจากตำรวจ แต่ระบบการจัดการทางนี้ค่อนข้างลำบาก เลยถามคุณก่อนว่ารู้จักคนทางนี้ไหม”
ได้ยินคำอธิบายนรมน ปัญญ์ก็โล่งอก
“ก็ยังดี การจัดการทางนั้นค่อนข้างลำบากจริงๆ โดยเฉพาะการจัดการบุคคลภายนอก พอดีเพื่อร่วมรบฉันคนหนึ่งมาจากกองกำลังตำรวจ เดี๋ยวฉันแนะนำเขาให้คุณรู้จัก คุณคุยกับเขานะ”
“ได้ ขอบคุณนะ”
“พี่นรมน ขอบคุณอะไร เอาของดีๆ กลับมาฝากฉันก็พอ”
ปัญญ์ยิ้มขณะที่ส่งวีแชทเพื่อนร่วมรบให้กับนรมน
เขากลัวว่าเพื่อนร่วมรบไม่รู้สภาพของนรมน รีบบอกสภาพของนรมนให้เพื่อนร่วมรบรู้สักหน่อย
เมื่อนรมนแอดเพื่อนร่วมรบ ทางนั้นก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ต้องการความช่วยเหลืออะไร? สาวสวย”
“หมู่บ้านน้ำขาวมีคนกักขังเด็กคนหนึ่งไว้ กักขังอย่างผิดกฎหมาย เราไม่สามารถเข้าหมู่บ้านได้ ตอนนี้มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าพวกมันจะออกจากหมู่บ้าน และพาเด็กคนนั้นไปด้วย เลยหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือจากพวกคุณ”
นรมนรีบพิมพ์ข้อความ
เพื่อนร่วมรบรีบตอบกลับ “ได้ เราจะไปเดี๋ยวนี้ พวกคุณอย่าเข้าไปยุ่ง ทางนี้ถ้าเกิดสถานการณ์อะไร พวกคุณยุ่งแล้วจะเกิดปัญหามาก”
“โอเค ขอบคุณค่ะ”
“ไม่เป็นไร ฉันชื่อเวทัส ถ้าคุณมีเรื่องอะไรทางด้านนี้ก็มาหาฉันได้ตลอด ฉันกับปัญญ์อยู่ใกล้ๆ”
คำพูดเวทัสทำให้นรมนโล่งอก
เธอรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกลับไปต้องไม่ทันแน่ๆ จึงรีบส่งวีแชทหากิมจิอีกครั้ง
“บอกคนของนาย คอยเฝ้าดูโศธัยคนพวกนั้นก็พอ อย่าลงมือ และอย่าขัดแย้งกับพวกมัน ถ้าพวกโศธัยจะออกจากหมู่บ้านน้ำขาว ก็ไม่ต้องขวาง ตามไปก็พอ และคอยรายงานเบาะแสพวกมันตลอดเวลา”
กิมจิตกตะลึงเล็กน้อย ตอบกลับ “ถ้าพวกมันหนีไปได้จะทำยังไง?”
“ฟังฉันก็พอ”
นรมนวางสายไป จากนั้นก็รีบออกจากโรงแรม ขับรถไปทางหมู่บ้านน้ำขาว
เธอขับรถออกไปได้ไม่นาน กิมจิก็ส่งข้อความมาบอกว่าโศธัยพาสองสามคนขับรถออกไปจากหมู่บ้านน้ำขาวแล้ว บนรถเหมือนมีมายด์ด้วย
นรมนให้พวกเขาติดตามจากระยะไกล และคอยรายงานตำแหน่งพวกมันตลอดเวลา
ทางด้านเวทัสได้รับข้อความจากนรมน ก็รีบพาคนเพื่อไปหยุดโศธัยและคนพวกนั้นระหว่างทาง
“ตรวจสอบตามปกติ! คนขับจอดรถไว้ข้างๆ เอาใบอนุญาตขับรถและใบขับขี่ออกมา ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ!”
โศธัยตกตะลึงไปทั้งร่าง
ทางนี้ไม่ค่อยมีการตรวจสอบตามปกติ ที่นี่ก็ไม่ได้ใกล้เขตชายแดนจีน-พม่า เป็นแค่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ทำไมถึงมีตำรวจมาตรวจสอบรถล่ะ?
แต่เขาไม่มีความกล้าที่จะปะทะ อย่างไรแล้วเขาไม่สามารถแบกรับข้อหาทำร้ายเจ้าหน้าที่ได้
“พี่ธัย ทำไงดี? มายด์เธอ……”
“หุบปาก!”
โศธัยเหงื่อแตกพลั่กไปทั้งร่าง
เขาเหลือบมองมายด์ พูดขึ้นอย่างโหดเหี้ยม “ฉันจะคลายเชือกให้แก เดี๋ยวห้ามพูดอะไรกันสักพักนะรู้ไหม? ไม่งั้นฉันเอาแกตายแน่!”
มายด์จ้องมองเขาอย่างดื้อรั้น
โศธัยเห็นเธอเป็นแบบนี้ ก็โกรธจนจะยกมือขึ้น แต่ถูกคนข้างๆ หยุดเอาไว้
“พี่ธัย มีตำรวจอยู่นะ”
“แกระวังตัวหน่อยนะ”
โศธัยปลดเชือกมายด์ออก จากนั้นก็โยนไปที่ใต้เบาะ มีชายสองคนประกบซ้ายขวามายด์ที่อยู่ตรงกลาง ให้เธอไม่สามารถออกไปได้
โศธัยยิ้มกว้างจอดรถ แล้วพูดกับเวทัสว่า “นี่เกิดอะไรขึ้นครับ? หมู่บ้านเล็กๆ ต้องตรวจสอบด้วยเหรอ?”
“หยุดพูดมาก รีบลงรถ!”
สีหน้าโศธัยเปลี่ยนไปแล้ว
ลงรถ?
ถ้าอย่างนั้นมายด์ก็ถือโอกาสวิ่งหนีได้สิ?
“รออะไร? หรือบนรถมีของอะไรที่ให้ดูไม่ได้? พวกนายไม่ได้ค้ายาใช่ไหม?”
เมื่อเวทัสพูดประโยคนี้ออกไป ขาของโศธัยก็สั่นสะท้าน
“คุณตำรวจ พูดซี้ซั้วแบบนี้ไม่ได้นะ เราเป็นพลเมืองดีปฏิบัติตามกฎหมาย”
“งั้นเหรอ? งั้นก็ลงมาให้เราตรวจสอบสิ”
สีหน้าเวทัสแน่วแน่ตลอดเวลา
หัวใจโศธัยเต้นตึกตักตลอดเวลา ทำได้แค่แข็งใจลงรถไป
เขาเห็นรถของกิมจิที่อยู่ไม่ไกลตามหลังมา จอดรถข้างๆ เพราะมีตำรวจตรวจสอบตามปกติ ก็ขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้
ถ้าไม่มีการปรากฏตัวของตำรวจ เดาว่าคนด้านหลังนั้นจะเข้ามาแย่งเด็กใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นอาจจะเป็นคนของนรมน?
โศธัยกำลังคิด ควักโทรศัพท์ออกมาจะโทรหานลิน แต่ถูกเวทัสหยุดเอาไว้
“นายจะทำอะไร? ขอความช่วยเหลือเหรอ?”
“ป-เปล่า จะโทรหาภรรยาฉัน”
โศธัยหัวเราะขณะกล่าวขึ้น แต่ไม่กล้ากดโทรแล้ว
“รอตรวจสอบเสร็จก่อนค่อยโทร”
เวทัสก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ให้คนบนรถลงมาทันที
และในตอนนี้ จู่ๆ มายด์ก็ผลักชายข้างๆ แล้ววิ่งเข้าไปหาเวทัส จับชายเสื้อของเวทัสเอาไว้ทันที แล้วร้องไห้ออกมา
“มายด์ แกกลับมานะ!”
หัวใจโศธัยกำลังหยุดเต้นแล้ว
ยัยบัดซบนี่ ก่อเรื่องเก่งจริงๆ!
“ทำอะไร?”
เวทัสรีบขวางทางโศธัย
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
โศธัยเหงื่อแตกพลั่ก รีบยิ้มขณะพูดขึ้น “เจ้าหน้าที่ตำรวจ นี่หลานสาวฉัน สุขภาพไม่ค่อยดี ฉันจะพาเธอไปหาหมอ”
“ฮือๆๆ ……”
มายด์โบกมือปฏิเสธเต็มที่
โศธัยเห็นว่าเป็นแบบนี้ก็รีบพูดขึ้น “โอ๊ยตาย เธอพูดไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด เจ้าหน้าที่ตำรวจครับ คอหลานสาวผมไม่ค่อยดี ผมเลยจะพาเธอไปหาหมอที่โรงพยาบาล”
“งั้นเหรอ?”
เวทัสมองมายด์ แล้วมองโศธัย ยิ้มเยาะแล้วพูดขึ้น “ทำไมฉันได้รับรายงานว่าเด็กสาวคนนี้คือคนที่พวกแกกักขังอย่างผิดกฎหมายล่ะ?”
“ใครมันพูดไร้สาระ? เป็นไปไม่ได้! นี่หลานสาวฉัน!”
ในขณะนี้นรมนก็มาถึงพอดี รีบวิ่งมา
เธอดึงมายด์ไว้ด้านหลัง และเมื่อมายด์เห็นนรมนก็กอดนรมนแล้วร้องไห้ขึ้นมา
นรมนชี้ไปที่โศธัยด้วยความขุ่นเคืองแล้วแสดงท่าทาง
เมื่อโศธัยเห็นนรมนก็ค่อนข้างกระวนกระวายแล้ว ตอนนี้เห็นเวทัสกำลังถามเรื่องราวจากนรมน ดวงตาเขาก็หรี่ลง แล้วหันตัวไปจะวิ่งหนี
“หยุดนะ!”
เวทัสเห็นเป็นแบบนี้ ก็รีบพาคนไปไล่ตาม
กิมจิเห็นถึงตรงนี้ ก็รีบเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“นายหญิง คุณเป็นอะไรไหม?”
นรมนส่ายหน้า รีบตรวจสอบร่างกายมายด์
“มีบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
มายด์ส่ายหน้า แต่เมื่อนรมนแตะแขนเธอ มายด์ก็ชักแขนกลับโดยไม่รู้ตัว
ดวงตานรมนเขม็งทันที
เธอรีบเปิดแขนเสื้อของมายด์ พบว่าร่างกายเธอมีรอยช้ำ เห็นได้ชัดว่าถูกทุบตี
ในใจนรมนรู้สึกเป็นทุกข์อย่างมาก
เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา ถ่ายภาพบาดแผลบนร่างกายของมายด์ จากนั้นก็ส่งให้เวทัส เธอต้องการฟ้องโศธัยข้อหาทารุณกรรมเด็กและกักขังอย่างผิดกฎหมาย
เมื่อเวทัสได้รับรูปภาพก็โกรธเคืองเล็กน้อย ไม่นานก็พาคนมาจับตัวพวกโศธัยเอาไว้ได้
นรมนพามายด์กลับไปที่โรงแรม ให้เธออาบน้ำพักผ่อนสักหน่อย
กิมจิยืนนอกประตู นรมนหยิบบัตรหนึ่งใบให้กับเขา
“นี่คือค่าตอบแทน”
กิมจิรู้สึกขมขื่นนิดหน่อย คิดว่าจะไม่รับ ก็กลัวต่อไปนรมนจะไม่ให้ตนทำธุระให้อีก แต่ถ้ารับ ในใจก็ไม่ได้รู้สึกดีเลยจริงๆ
เดิมทีอาณาจักรรัตติกาลนี้เป็นของนรมน เขารับเงินนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น?
นรมนไม่สนว่าในใจกิมจิรู้สึกสับสนอย่างไร ก็นำบัตรธนาคารยัดให้เขาทันที จากนั้นก็ปิดประตูห้อง
กิมจิยืนนอกประตู มองบัตรธนาคารในมือด้วยความขมขื่น ไม่รู้จริงๆ ว่าควรทำอย่างไร
อีกด้านหนึ่ง เมื่อบุริศร์กลับมาก็ผ่านจุดเกิดเหตุอุบัติเหตุรถยนต์ พบว่าสถานการณ์น่าเวทนามาก
เขาลงรถไปดูสักหน่อย เห็นว่าไม่ใช่นลินจริงๆ จึงขึ้นรถไป
“ประธานบุริศร์ ผิดหวังมากเหรอ?”
เสียงนลินจู่ๆ ก็ดังขึ้นมาทางด้านหลัง
บุริศร์หรี่ตา มองผ่านกระจกมองหลังก็เห็นนลินที่ขึ้นมาบนรถเขาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ยิ้มเยาะแล้วพูดขึ้น “แกใจกล้าดีนะ ไม่กลัวฉันพาแกขับรถตกหน้าผาเหรอ?”
“ได้ตายพร้อมประธานบุริศร์ เป็นสิ่งที่ฉันใฝ่ฝัน แต่ประธานบุริศร์ยอมแยกจากนรมนเหรอ?”
นลินยิ้มดึงดูดความสนใจอย่างมาก แต่บุริศร์ไม่มีความสนใจที่จะมองเธอเลย แต่พอคิดว่านลินทำเรื่องมากมายขนาดนี้ เขาก็โกรธเคืองมาก
“งั้นเหรอ ถ้างั้นก็ตายไปด้วยกันเถอะ”
ขณะที่พูด เขาก็เหยียบคันเร่งทันที ขับตรงขึ้นไปภูเขา
ความเร็วรถเกิน 160 ตลอดทาง ตกใจกลัวจนสีหน้านลินขาวซีดแล้ว
“บุริศร์ คุณบ้าเหรอ? จอดรถ! จอดรถเร็วๆ!”
เธอตบเบาะนั่งคนขับของบุริศร์ แต่นี่คือผลลัพธ์ที่บุริศร์ต้องการ เขาจะจอดรถได้อย่างไร?
บุริศร์ไม่เพียงแต่ไม่ลดความเร็ว แต่ยังเร่งความเร็วอีกด้วย
นลินรู้สึกว่าท้องกำลังปั่นป่วน
เธอหวาดกลัว!
ความบ้าบิ่นของบุริศร์ทำให้ตกใจกลัว
บุริศร์คนนี้คงไม่พาเธอไปตายจริงๆ หรอกใช่ไหม?
เมื่อเห็นถนนบนภูเขาที่ขรุขระถอยหลังไปเรื่อยๆ ตลอดทาง รถของเธอและบุริศร์ขับขึ้นบนยอดเขาตลอดทาง นลินก็ตกใจจนกรีดร้องขึ้นมา
บุริศร์ไม่ได้สนใจเธอ รอยยิ้มเย็นยะเยือกปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“บุริศร์ ฉันยังไม่อยากตาย! คุณรีบจอดรถ! ฉันสาบาน ฉันรับประกันว่าฉันจะไม่สร้างปัญหาให้คุณกับนรมนอีก จริงๆ นะ! คุณรีบจอดรถสิ!”
นลินร้องไห้จนเสียงเปลี่ยน
เมื่อเห็นว่าด้านหน้าคือหน้าผา จิตใจนลินก็รู้สึกหวาดกลัวมาก
และในขณะนี้ ศีรษะบุริศร์ก็ปวดขึ้นมากะทันหัน
เขาอยากเหยียบเบรก อยากจอดรถ แต่ความรู้สึกปวดศีรษะเหมือนศีรษะจะแยกออกจากกันมันถาโถมใส่เขา ทำให้เขาควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ เมื่อเห็นเข้าใกล้หน้าผาขึ้นเรื่อยๆ บุริศร์ก็กระวนกระวายใจเช่นกัน