แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 682 วิธีที่ปลอดภัยช้าเกินไป
บทที่ 682 วิธีที่ปลอดภัยช้าเกินไป
“เฮ้ย นรมน ถูกคนทำร้ายมาหรือ?”
นี่เป็นประโยคแรกที่ปัญญ์พูด เมื่อเห็นนรมน
คมทิพย์ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ก่อนมองไปยังด้านหลังของนรมนด้วยความกังวล หลังจากนั้นจึงปิดประตู และถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน?”
“มีคนต้องการฆ่าฉัน!”
นรมนใช้ภาษามือในการพูด สีหน้าเคร่งขรึมเป็นพิเศษ
“อะไรนะ? มันเป็นใคร?”
คมทิพย์และปัญญ์ตกใจขึ้นมาทันที แม้แต่มายด์ก็ยังยืนขึ้นและมองไปที่นรมนด้วยสีหน้ากังวล
นรมนส่ายหัว
“ไม่รู้ อีกฝ่ายน่าจะเป็นคนที่ฉันเจอเมื่อตอนกินมื้อค่ำเมื่อวาน วันนี้ตอนออกจากโรงพยาบาลก็เกือบโดนรถชน เมื่อมาถึงลานจอด มีรถคันหนึ่งขับมาชนฉันจากด้านหลัง แต่เสียดายที่ฉันสลัดไปได้ พวกเขาไม่รู้ความจริงของฉัน ดังนั้นจึงคาดการณ์ผิด แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะมีอะไรรอฉันอยู่”
นรมนแสดงท่าทางภาษามืออย่างรัวเร็ว
แววตาของคมทิพย์และปัญญ์เริ่มตึงเครียด ’
“ถ้าอย่างนั้นจะทำอย่างไร? แจ้งตำรวจ?”
“ไม่มีหลักฐาน แจ้งตำรวจไปก็เปล่าประโยชน์ ยิงไปกว่านั้นนโยบายของที่นี่ก็พิเศษเล็กน้อย คราวหลังพวกเธอจะรู้”
นรมนนวดขมับอย่างเหนื่อยล้า
ปัญญ์รีบส่งน้ำอุ่นตรงหน้าเขาให้นรมน
“พี่นรมน ดื่มน้ำก่อนครับ”
มายด์อยากจะเปิดปากเตือนปัญญ์ ว่าน้ำเธอรินให้เขา แต่ตอนนี้ในสายตาของปัญญ์ไม่มีมายด์อยู่ในนั้น
เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
นรมนจิบน้ำในแก้ว ก่อนจะได้ยินปัญญ์พูดขึ้นมาว่า “ทำไมไม่ลองให้ผมหาเวทัสให้ละ เขาอาจจะมีวิธีการ”
“ช่างเถอะ ตอนนี้ใครต่างก็ไม่รู้ และก็ไม่มีหลักฐาน ไม่ต้องไปรบกวนเขา ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากอีกฝ่านต้องการชีวิตฉันจริงละก็ ครั้งนี้ไม่สำเร็จ พวกเขาจะลงมืออีก”
นรมนพูดผ่านภาษามือของเธอ
คมทิพย์พยักหน้าและถามว่า “คุณมีแผนที่ดีหรือไม่?”
“ไม่ได้นับว่าเป็นแผนที่ดีนักหรอก อย่างมากก็แค่เฝ้าต้นไม้รอกระต่าย แต่ที่นี่ พวกเขาคงไม่กล้าลงมือพวกเราค่อยออกไปพรุ่งนี้ เพื่อล่องูออกจากถ้ำ”
ดวงตาของนรมนมีความดุร้าย
เธอทนมาพอแล้วจริงๆ!
เรื่องของบุริศร์ก็ทำให้เธอเศร้าเสียใจไปแล้ว ตอนนี้ยังมีคนต้องการจะเอาชีวิตเธออีก
เป็นไปได้ไหมที่เห็นบุริศร์นอนอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้ แล้วจะคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงอ่อนแอที่จะโดนรังแกได้?
นรมนหัวเราะอย่างเย็นชา
ถ้าหากคนเหล่านั้นคิดเช่นนี้จริง พวกเขาคิดผิด
ต่อหน้าบุริศร์ เธอไม่ชอบเผยตัวตน เพราะมีบุริศร์อยู่ เขาจัดการทุกอย่างได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านรมนจะเป็นขยะไร้ค่า
เมื่อเห็นว่านรมนมีความสนใจ ปัญญ์และคมทิพย์ก็วางใจ
นรมนรู้สึกเหนื่อยล้าจากความทรมานครั้งนี้
ตั้งแต่เหตุการณ์คราวที่แล้ว ทำให้ร่างกายของเธอเหนื่อยล้าเป็นพิเศษ
เธอขอให้ปัญญ์ส่งมายด์ไปยังที่ปลอดภัยก่อน ที่นี่มันยุ่งเหยิงเกินไป บุริศร์ก็มาเป็นแบบนี้อีก เธอไม่สามารถดูแลมายด์ได้
มายด์ลังเลเล็กน้อย แต่ก็รู้ว่าการอยู่ที่นี่มี รังแต่จะทำให้นรมนเสียสมาธิ
ปัญญ์พูดเสียงต่ำ “ฉันจะจองตั๋วเครื่องบินให้เธอ ให้เธอกลับเมืองB ชั่วคราว ฉันจะให้คนไปรับเธอ ให้เธอพักอาศัยอยู่ในบ้านของฉันชั่วคราว รอให้พวกเราจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จแล้วค่อยจัดการเรื่องเธอ พี่นรมนว่าอย่างไร?”
“ตกลง รบกวนนายมากแล้ว”
มายด์ค่อนข้างตื่นเต้นเมื่อเธอได้ยินว่าเธอจะถูกส่งไปที่บ้านของปัญญ์
เธอทำภาษามือใส่นรมน “พี่สาว หนูไปก่อนนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วง สบายใจเถอะ หนูจะดูแลตัวเองให้ดี”
“เด็กดี! ช่วงนี้พี่มีธุระที่ต้องสะสางเยอะแยะไปหมด เธออยู่นี่พี่ดูแลไม่ถนัด ไปที่อื่นก่อนนะ รอพี่ที่เมืองB โอเคไหมคะ?”
นรมนลูบหัวของมายด์ ก่อนส่งภาษามือไป
“โอเค”
มายด์พยักหน้า
แม้ว่าเธอจะลังเลที่จะห่างจากนรมนและปัญญ์ แต่เธอก็รู้เรื่องรู้ราว ปัญญ์จะจัดการให้ ไม่นานเธอจะถูกส่งกลับไป
หลังจากส่งมายด์ไปแล้ว นรมนก็จัดการอะไรสักพัก จากนั้นจึงไปพักผ่อน
เมื่อคมทิพย์มองไปยังการจัดการของนรมน ก็รู้สึกว่าเสี่ยงเล็กน้อย
ปัญญ์พูดเสียงต่ำ “พี่ เชื่อพี่นรมนเถอะ เธอรู้จำนวนดี ถึงอย่างไรยังมีบุริศร์นอนอยู่ที่โรงพยาบาลนะ นรมนไม่เอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงหรอก ”
“แต่ว่า… …”
“เฮ้ย ไม่ต้องแต่ว่าแล้ว เป็นห่วงพี่นรมนจริง พวกเราร่วมมือกันกับพี่นรมนก็สำเร็จแล้ว”
ปัญญ์ตบบ่าคมทิพย์ แต่ก็เหลือบไปที่ห้องของนรมน
แผนการที่กล้าหาญเช่นนี้ กลัวว่านรมนจะร้อนใจ คิดอยากจะกำจัดคนเบื้องหลังพวกนั้นให้เร็วที่สุด
หลังจากที่นรมนกลับมาที่ห้อง เธอก็ส่งข้อความถึงกิมจิ และต้องการซื้อเสื้อกันกระสุนจากกิมจิ
ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่เธอต้องการช่วยรักษาชีวิตของเธอให้มากที่สุดเพราะยังมีบุริศร์และลูกๆ
กิมจิประหลาดใจเมื่อรู้ว่านรมนจะเสื้อกันกระสุน ก่อนจะพลั้งปากถามออกมา
“นายหญิง จะเอาไปทำอะไรครับ”
“มีเรื่อง รถตู้ที่ฉันให้นายไปหา มีเบาะแสอะไรไหม?”
“ไม่มีครับ รถตู้คันนั้นเป็นรถที่แจ้งว่าชำรุด หาไม่ได้ว่าเป็นของใคร”
คำพูดของกิมจิเป็นสิ่งที่นรมนคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
เธอไม่ได้พูดอะไรอีก และขอให้กิมจิส่งของป้องกันตัวเองจำนวนหนึ่งมา
กิมจิตกปากรับคำจะไปจัดเตรียม
นรมนฉวยโอกาสตอนนี้ รีบล้มลงนอนอย่างรวดเร็ว หลับตาลงเพื่อพักผ่อน เธอรู้ว่าเวลาของเธอมีไม่มากแล้ว
สถานการณ์ปัจจุบันของบุริศร์ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน เธอต้องออกไปหาหมอที่มีชื่อเสียง แต่ถ้าเรื่องที่นี่ไม่ได้รับการแก้ไขเธอก็ไม่สามารถจากไปได้
หวังว่าแผนการเสี่ยงเพราะเข้าตาจนครั้งนี้ของเธอ จะได้ผล
นรมนบังคับตัวเองให้นอนหลับลงไปเร็วๆ เมื่อเธอพักผ่อนอย่างเต็มที่ เธอจะมีพลังในการดำเนินการตามแผนของเธอ
ในไม่ช้า นรมนก็ผล่อยหลับไป
คมทิพย์กังวลเกี่ยวกับนรมน เมื่อเธอเปิดประตูเข้ามาและพบว่านรมนกำลังหลับอยู่ อดไม่ได้ที่จะตกใจเล็กน้อย
“ใจกล้าจริง เป็นแบบนี้ยังนอนหลับได้อีก”
ปัญญ์ได้ยินคำพูดของคมทิพย์ ก็พูดด้วยความนับถือ “พี่นรมนไม่ได้ใจกล้าหรอก แต่มีแผน ผมค่อนข้างจะนับถือเธอนะ ผู้หญิงธรรมดาคงจะพังทลายลงไปนานแล้ว เมื่อต้องเผชิญกับหลายสิ่งหลายอย่างแบบนี้ แต่พี่นรมน ก็เหมือนต้นหญ้าเล็กๆ ทำอย่างไรก็ไม่ล้มลง”
“ความทุกข์ในใจเธอ มีเพียงตัวเองที่รู้”
คมทิพย์ปิดประตูห้อง ก่อนจะพูดกับปัญญ์อย่างเคร่งขรึม “เรื่องนี้ นายต้องจัดการให้ดี อย่าให้เกิดความผิดพลาด”
“ผมรู้ ผมจัดการเองพี่วางใจเถอะ”
ปัญญ์และคมทิพย์ต่างก็แยกย้ายกันไปจัดการธุระตัวเอง
เมื่อกิมจิมาพร้อมกับสิ่งที่นรมนต้องการ คมทิพย์กับปัญญ์ก็พร้อมแล้วเช่นกัน
เมื่อเห็นการมาของกิมจิ คมทิพย์ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างเย็นชาก่อนพูด “เฮ้ ผู้จัดการกิมจิ เป็นแขกที่หายากนะนี่ มาผิดที่หรือเปล่า?”
กิมจิรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างคมทิพย์และนรมนอยู่แล้ว และยังรู้ด้วยว่าคมทิพย์รู้เกี่ยวกับความจริงที่ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยอยู่ฝั่งคุณนายตระกูลโตเล็ก
คมทิพย์โกรธขึ้นมา แม้แต่ไว้หน้าบุริศร์เธอยังไม่ทำ นับประสาอะไรกับกิมจิ?
กิมจิฝืนยิ้ม ก่อนพูด “คุณคมทิพย์ อย่าหัวเราะเยาะผมเลยครับ”
“หัวเราะเยาะ? ฉันจะกล้าหรือ! ฉันจะบอกอะไรนายกิมจิ คราวนี้ถ้านายปล่อยให้นรมนของเราเป็นอะไรขึ้นมา ฉันสาบานว่าจะทำให้ศพนายดูไม่ได้เลยเชียว”
ทันทีที่คมทิพย์พูดเช่นนี้ ปัญญ์ก็ส่ายหัว พลางพูดว่า “พี่ พูดอะไรนะ? พวกเราเป็นพลเมืองดี”
“แม้จะเป็นพลเมืองดี แต่ฉันจะลากเขาไปตายด้วยกัน”
คมทิพย์กล่าวอย่างโหดเหี้ยม
กิมจิไร้หนทางหักล้างคำพูดสักคำ ได้แต่ฟังอย่างขมขื่นแล้วพูดว่า “นายหญิงอยู่นี่หรือไม่ครับ? ของของเธอผมเอามาให้แล้ว”
“วางไว้ตรงนี้แล้วไปเถอะ ราคาเท่าไหร่ทีหลังฉันจะให้นรมนโอนไปให้”
คมทิพย์และนรมนเหมือนกันคือไม่จำเป็นต้องพบเจอกิมจิ เธอและนรมนมีแนวความคิดเหมือนกัน
เชื่อใจไม่ได้ครั้งเดียว ก็ไร้ประโยชน์ร้อยครั้ง
กิมจิรู้ดีว่าการอยู่ที่นี่คงเป็นเรื่องน่ารำคาญ วางของไว้แล้วจากไปคงดีกว่า แต่เขายังคงถามอย่างเป็นกังวลว่า “นายหญิงของพวกเราจะเอาของพวกนี้ไปทำไมกันครับ?”
“พวกเราไปเล่นCS เป็นไง? มีความเห็นอะไรไหม?”
คำพูดของคมทิพย์ปิดกั้นกิมจิที่นั่นโดยตรง
เขากล้าที่จะมีความเห็นตรงไหน?
หลังจากที่โดนคมทิพย์ฉีกหน้า เขาก็จากไปด้วยความเศร้าหมอง
นรมนตื่นขึ้นมาในตอนเย็นเท่านั้น
เธอมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมามาก
นรมนบิดตัวอย่างขี้เกียจ เปิดประตูออกมาเจอปัญญ์และคมทิพย์ที่กำลังมองมายังตนเองด้วยความโมโห
“เกิดอะไรขึ้น?”
นรมนถามอย่างสงสัย
“เกิดอะไรขึ้น? นรมน นี่เธอมีความดีออยู่หรือเปล่า? เธอบอกให้พวกเราเคลื่อนไหวกัน แต่ไม่บอกเวลา พวกเรานึกว่าจะเริ่มเคลื่อนไหวกันเร็วๆนี้ แล้วเธอละ? นอนจนถึงตอนนี้ เธอรู้หรือเปล่าข้าวเที่ยงพวกเรายังไม่ได้กินกันเลย”
คมทิพย์ลูบท้องลีบแบนของตนเองพลางบ่นไปด้วย
นรมนมองไปที่นาฬิกา ก่อนจะพบว่าตัวเองนอนไปค่อนวัน
เธอยิ้มเจื่อน แล้วพูดว่า “ฉันเลี้ยงเอง พวกเราลงไปกินข้าวกันเถอะ”
“ไม่เป็นไร เธอเลี้ยงเหรอ? พวกเราต้องทำงานแลกหรือเปล่า? ช่างเถอะ ก็ไม่อยากออกไปกินข้างนอกแล้ว ฉันสั่งจากข้างนอกมา เดี๋ยวเดียวก็ถึง”
คมทิพย์หาวหวอด และรู้สึกตัวเองเธอโง่จริง ทำไมเธอถึงไม่หลับไม่นอนเหมือนนรมนเล่า?
ปัญญ์อย่างไรก็ได้ ตราบที่ยังมีอาหารให้กิน อะไรก็ได้ทั้งนั้น
นรมนขอโทษขอโพย ก่อนจะรีบไปบดกาแฟให้พวกเขา
ปัญญ์ได้รับโทรศัพท์จากเวทัส เขานำโทรศัพท์ออกไปคุยนอกห้องนั่งเล่น
เมื่อนรมนกลับมา ก็เห็นเพียงคมทิพย์อยู่คนเดียว
“ปัญญ์ล่ะ?”
“ออกไปรับโทรศัพท์”
คมทิพย์จิบกาแฟ
อืม!
หอมมาก
เธอจิบอีกครั้งด้วยความอาลัยอาวรณ์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ก่อนจะพูด “นรมน เธอวางแผนที่จะทำจริงๆแล้วใช่ไหม? ที่จริงแล้วพวกเรายังมีแผนที่ปลอดภัยยิ่งกว่านี้นะ!”
“แผนที่ปลอดภัยมันช้าไป ฉันรอไม่ไหว”
“ทำไม?”
คมทิพย์รู้สึกว่านรมนเหมือนจะซ่อนบางอย่างเอาไว้จากตนเอง
นรมนบอกเล่าปัญหาของบุริศร์ให้เธอฟัง
คมทิพย์ก้มลงคิดสักพัก แล้วพูดว่า “ป้อง เชื่อถือได้ไหม?”
“ไม่รู้สิ ฉันยังไม่ติดต่อป้อง รอให้แก้ไขเรื่องนี้ได้ก่อน แล้วฉันจะติดต่อเขาไป”
สายตาแน่วแน่ของนรมนแผ่กระเซ็นออกมา
คมทิพย์รู้สึกได้ทันทีว่านรมนเปลี่ยนไป เปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งขึ้น เปลี่ยนเป็นพึ่งพาตัวเองได้
เธอไม่รู้ว่าปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี ได้แต่หวังว่าชีวิตในอนาคตของนรมนจะราบรื่นขึ้น เพราะพระเจ้าได้มอบความยากลำบากให้กับเธอมากเกินไป
ไม่ใช่ว่ารอดจากความเป็นความตายได้ก็เป็นความสุขในบั้นปลายชีวิตแล้วหรือ?
นรมนหนีจากความตายไปกี่ครั้งแล้ว? พระเจ้าควรสงสารและเห็นใจเธอบ้างแล้วหรือเปล่า?