แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 694 ฉันและเธอเข้ากันไม่ได้
บทที่ 694 ฉันและเธอเข้ากันไม่ได้
“นี่ ขึ้นรถสิ!”
เจตต์ไม่มีทางรับผิดกับนิตา และเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองผิดตรงไหน
นิตาไม่แม้แต่มองเจตต์ เธอพูดขึ้นด้วยเสียงเบา “นายไปก่อนเถอะ ฉันบอกแล้ว ฉันจะนั่งรถประจำทางไป นายวางใจได้ ฉันไม่ฟ้องประธานนรมนหรอก ประธานนรมนไม่มีทางรู้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น”
เจตต์เบ้ปากอีกครั้ง
เขากลัวว่าเธอฟ้องนรมนงั้นเหรอ?
“โอเค เลิกงอแงได้แล้ว รีบขึ้นรถ! ถ้าเธอนั่งรถประจำทางไป อีกกี่ปีกว่าจะถึง? ตอนนั้นถึงจะมีตลาด ก็คงโดนคนอื่นแย่งไปหมดแล้ว บนการตลาดนั้น เวลาคือเงินทองเข้าใจไหม? ฉันไม่ได้ทำเพื่อนเธอ แต่ฉันทำเพื่อนรมน ฉันตกลงไปแล้ว ว่าจะช่วยตรวจสอบตลาดให้หล่อน ถ้าเธอไปช้าขนาดนี้ ตลาดคงวายหมดแล้ว”
สิ่งที่เจตต์พูดทำเอานิตาอึ้งไปชั่วขณะ
“ไม่น่าจะร้ายแรงขนาดนั้นมั้ง?”
“เธอเป็นคนสอนหรือฉันเป็นคนสอน? นรมนส่งเธอมาเรียนงานไม่ใช่เหรอ? ถ้าใช่ เธอก็ต้องฟังฉัน รีบขึ้นรถ! ไม่มีเวลามาทะเลาะกับเธอหรอกนะ!”
นิตาเห็นว่าเจตต์เริ่มหมดความอดทน เธอไม่อยากจะขึ้นรถ เธอก็มีศักดิ์ศรีของตัวเอง
แต่ตอนนี้ถ้าหากไม่ขึ้นรถ ถ้าหากเป็นอย่างที่เจตต์พูด เสียโอกาสไปจะทำยังไง?
นรมนดีต่อเธอขนาดนั้น เธอไม่อยากจะทำลายเส้นทางการเงินของนรมน
“ฉันจะขึ้นรถก็ได้ แต่ตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าไม่จำเป็นนายไม่ต้องมาพูดกับฉัน”
“เธอคิดว่าฉันอยากจะคุยกับเธอมากเหรอ”
เจตต์รู้สึกว่านิตาหลงตัวเองมากไปหน่อย มีตรงไหนเหรอที่เขาแสดงว่าอยากจะพูดคุยกับเธอ?
นิตากัดปาก แล้วเดินขึ้นรถแต่โดยดี
ครั้งนี้ นิตานั่งด้านหลัง
“เธอมานั่งตรงข้างคนขับ”
เจตต์เริ่มหงุดหงิด
“ฉันนั่งข้างหลังก็สบายดีนี่”
นิตารู้สึกว่าทางออกที่ดีที่สุดที่จะไม่ทะเลาะกับเจตต์คือนั่งด้านหลัง
แต่เจตต์กลับโมโหมาก
“ฉันไม่อยากจะเป็นคนขับรถให้ใครนะ”
“แต่นายก็ไม่ยอมให้ฉันขับรถนี่”
คำพูดของนิตา ทำให้เจตต์อยากจะบ้าตายอีกครั้ง
เธอไม่รู้หรือเธอแกล้งไม่รู้?
“นิตา อย่าให้ฉันต้องพูดอีกรอบ ทำตามที่ฉันบอก”
เขาที่เป็นถึงประธานกรรมการของบริษัทตระกูลรัตติกรวรกุล ต้องมาเป็นคนขับรถให้สาวบ้านนอกคนหนึ่ง พูดออกไปก็น่าอาย
นิตาก็เริ่มหงุดหงิด เธออดทนมานาน แล้วตอนนี้เจตต์ยังมาหาเรื่องเธออีหลายต่อหลายครั้ง เธอเริ่มจะทนไม่ไหว
“เจตต์นายอย่ามากเกินไปนะ! นายจะเอายังไงกันแน่?”
นิตาโมโหจนเอามือฟาดลงที่คอนโซนกลางรถ
“ป้าบ” เสียงดังลั่น จนคอนโซนรถหลุดออกมา
เจตต์เริ่มสีหน้าไม่ดี
นิตาอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นพูดขึ้นด้วยความรู้สึกไม่ดีนัก “ทำไมอันนี้ไม่แข็งแรงล่ะ? กลับไปเดี๋ยวฉันใช้เงินนาย”
“ใช้เงินฉัน? เธอรู้ว่าอะไหล่มันกี่บาทไหม? เงินเดือนเธอทั้งปีจะพอไหม”
“อย่ามาขู่ฉันหน่อยเลย แค่อะไหล่เองไม่ใช่เหรอ? ของแค่ราคาไม่กี่สิบ ให้ช่างที่หมู่บ้านฉันซ่อมให้ก็ได้แล้ว”
เมื่อได้ยินนิตาพูดเช่นนั้น เจตต์ยิ่งไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงด้วย
รถยนต์นำเข้าของเขา แล้วยังเป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น นิตาพูดเสียอย่างกับไม่ต่างจากรถสามล้อขอบ้านเธอ สิ่งที่เธอพูดออกมายิ่งทำให้เขารู้สึกเหนื่อยใจ
“แล้วแต่เธอเลย”
เขาไม่บังคับให้นิตามานั่งด้านหน้าข้างคนขับอีก
ในชีวิตนี้เป็นคนขับรถให้คนอื่นซักครั้ง แล้วยังเป็นสาวบ้านนอกอีก ความรู้สึกนี้ช่างยากที่จะบรรยายจริงๆ
นิตาเมื่อเห็นว่าเจตต์ไม่โต้ตอบ ก็คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก
“นายนี่ก็จริงๆเลย ทั้งที่เป็นของราคาไม่เท่าไหร่แท้ๆ จะต้องมาทำให้ฉันตกใจ งั้นเดี๋ยวฉันเอาเงินให้นาย เดี๋ยวนายไปซื้อเองล่ะกัน”
ขณะพูด นิตาก็ล้วงหยิบเงินออกมา 20บาท
“หึ”
เจตต์ไม่อยากจะพูดอะไรอีกทั้งนั้น
เขามองไปทางนิตาทีหนึ่ง แล้วเหยียบคันเร่งออกรถทันที
ระหว่างทาง เจตต์ไม่คุยกับนิตาเลยซักคำ
นิตาก็เก่งกาจ ไม่พูดกับเขาเลยซักคำ อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์คนเดียวเงียบๆ เดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้
เจตต์ก็ไม่รู้ว่าเธอกำลังอ่านอะไร แค่ไม่คุยกับเธอ ก็รู้ว่าตัวเองมีอายุยาวขึ้นครึ่งหนึ่ง
เมื่อทั้งสองมาถึงสิบสองปันนา นิตาก็ปิดโทรศัพท์ แล้วโทรหาประธานชนก
“ประธานชนก ฉันคือนิตา พวกเรามาถึงแล้วนะคะ คุณอยู่ที่ไหนคะ? พวกเราจะได้ไปดู”
นิตาพูดพลางหัวเราะ
ประธานชนกไม่คิดว่านิตาจะมาเร็วขนาดนี้ จึงหัวเราะแล้วพูดขึ้น “ได้สิ พวกเราอยู่ที่โรงแรมเฮติ ถ้าพวกเธอสะดวกก็มาได้เลยนะ”
“ค่ะๆๆ เดี๋ยวพวกเราไปเลยค่ะ”
หลังจากที่นิตาวางสายก็เร่งให้เจตต์พาไปโรงแรมเฮติ
เจตต์มองนิตา แล้วถามขึ้น “ประธานชนกคือใคร?”
“ประธานชนกเป็นผู้มีอิทธิพลของที่นี่ พวกเราตรวจสอบมาแล้ว ถ้าจะเปิดตลาดการท่องเที่ยวที่นี่ ต้องผูกมิตรกับประธานชนกเสียก่อน ไม่อย่างนั้นจะยากลำบากต่อการดำเนินกิจการ”
สิ่งที่นิตาพูด ทำให้เจตต์ชะงักไป แล้วเขาก็ถามต่อ “แล้วประธานชนกคนนั้นมีอิทธิพลขนาดไหน?”
“เป็นพญางูของที่นี่เลยก็ว่าได้”
ต่อให้เป็นมังกรที่ยิ่งใหญ่ก็ย่อมพ่ายแพ้ต่อพญางูประจำถิ่น เจตต์เข้าใจเรื่องนี้ดี ถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากที่จะไปเจอประธานชนกอะไรนั่นซักเท่าไหร่ แต่เพื่อนรมนแล้ว เขาต้องยอมอีกครั้ง
“ไปเถอะ”
หลังจากที่ทั้งสองมาถึงโรงแรมเฮติ นิตาบอกกับผู้จัดการแผนกต้อนรับว่าต้องการพบประธานชนก แต่เขาบอกว่าประธานชนกยุ่งมาก ให้พวกเธอรอที่ล็อบบี้ก่อนซักพัก
รอไปรอมาก็เป็นเวลาครึ่งวัน
นิตายังไม่เท่าไหร่ เธอไม่รู้สึกอะไรมากนัก แต่เจตต์นั้นไม่ใช่
คนอย่างเจตต์เขาไม่เคยไปศึกษาตลาดที่ไหน แล้วถูกต้อนรับแบบนี้มาก่อนเลย
ให้เขารอทั้งครึ่งบ่าย?
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายต้องการเบ่งอำนาจใส่พวกเขา
“เธอจะรอก็รอ ฉันกลับไปเปิดห้องก่อน อยากจะพักผ่อน”
เจตต์พูดพลางเดินไปที่ประชาสัมพันธ์ แต่กลับถูกนิตารั้งเอาไว้ก่อน
“ที่นี่แพงมาก พวกเราไปหาที่อื่นนอนกันดีกว่า”
เจตต์เบื่อจะต่อร้องต่อเถียงกับนิตาแล้ว
เขาสะบัดแขนออก แล้วพูด “ถ้าเธออยากจะไปโรงแรมเล็กๆล่ะก็ ฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่ที่นี่มั่วมาก เด็กผู้หญิงคนเดียวออกไป ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา อย่าหาว่าฉันไม่เตือน อย่างไรก็ตามฉันไม่มีทางไปโรงแรมเล็กแน่นอน ฉันจะเปิดห้องที่นี่สองห้อง จะพักหรือไม่ก็แล้วแต่เธอ”
เจตตาคิดว่าถ้าเขาต้องปรึกษานิตาทุกเรื่อง คิดว่าเขาได้ตายเร็วๆนี้แน่นอน เขายอมตัดสินใจเองทั้งหมดเลยเสียดีกว่า ที่จะต้องมาโมโหจะตายไว
พูดจบ เจตต์ก็เดินไปเปิดห้องสองห้อง
นิตาไม่อยากจะพักที่นี่จริงๆ ที่นี่แพงมาก เธอแค่มาทำงานนอกสถานที่ กลับไปก็ต้องเบิกค่าใช้จ่าย ถ้าหากนรมนเห็นค่าใช้จ่ายแพงขนาดนี้เข้า แล้วมีปัญหากับเธอจะทำอย่างไร?
แต่นิตาก็รู้ว่าที่นี่ค่อนข้างมั่ว ที่เจตต์พูดก็ถูก หญิงสาวคนเดียวจะไปอยู่ที่โรงแรมเล็กได้อย่างไรกัน
ครุ่นคิดอยู่ซักพัก นิตาก็ต้องยอมอีกครั้ง
“เดี๋ยวอันนี้ฉันจ่ายเอง”
เธอกัดฟัน รู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ
นอนที่นี่หนึ่งคืนก็ราคาเท่ากับเงินเดือนเธอครึ่งปี
“แล้วแต่เธอ”
เจตต์เบื่อที่จะทะเลาะกับเธอ จึงเดินขึ้นห้องพักไปพักผ่อน
นิตาไม่กล้าไปจากล็อบบี้ กลัวว่าประธานชนกออกมาแล้วจะไม่เจอเธอ โอกาสก็จะเป็นของคนอื่นไป
หลังจากที่เจตต์อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย นรมนก็ได้ส่งข้อความมา
“เป็นอย่างไรบ้าง? พวกคุณถึงรึยัง? ได้รังแกนิตาไหม?”
เจตต์พลันรู้สึกแย่ขึ้นมา
“ลูกพี่ ใครรังแกใครกันแน่? คุณมีข้อข้องใจกับผมใช่ไหม? นรมน พวกเรามีธุระอะไรก็พูดกันตลอด จริงๆนะ แต่เธออย่าทิ้งให้ฉันอยู่กับยัยดำนั่นได้ไหม? เวลาแค่วันเดียว ฉันก็จะบ้าตายอยู่แล้ว เธอเอาคนแปลกๆมาจากไหนเยอะแยะ? แล้วยังจะให้ผมช่วยหล่อนทำธุรกิจท่องเที่ยวอีก คุณคิดว่าหล่อนมีความสามารถนี้เหรอ? ไม่ต้องพูดอย่างอื่น แค่ทัศนคติของหล่อน หล่อนมองว่าคอนโซนของรถแฟนทอมราคาเท่ากับอะไหล่รถสามล้อไม่กี่สิบบาท คนแบบนี้หน่ะเหรอที่คุณอยากให้มาดูแลบริษัทท่องเที่ยวของคุณ?”
เจตต์รู้สึกว่าไม่ใช่นรมนสมองมีปัญหา แต่เป็นสมองเขาเองที่มีปัญหา
เห็นได้ชัดว่า นิตาและเขาไม่ใช่คนในระดับเดียวกัน ไม่ใช่คนในสังคมเดียวกัน
เขาไม่เข้าใจ ทำไมนรมนจะต้องลากสาวบ้านๆอย่างเธอมาอยู่ในสังคมระดับเดียวกับพวกเขาด้วย
นรมนฟังที่เจตต์ออกความเห็นนิตา จึงพูดด้วยความตั้งใจ “นิตาอาจจะมีจุดด้อยมากมาย แต่สิ่งที่เธอมีสำคัญที่สุดคือความซื่อตรง จิตใจดี ไม่มีความคิดร้ายๆ”
“ที่เธอพูดพวกนี้มันก็จริง แต่เธอไม่คิดเหรอว่าสิ่งเหล่านี้ที่เธอมี สำหรับโรคแห่งการตลาดนั้น เธอเหมือนกับเป็นกระต่ายน้อย? จะถูกเหล่าหมาป่ารุมทึ้งไม่เหลือชิ้นดี”
“ดังนั้นฉันถึงให้คุณมาช่วยนี่ไง คุณมีความสามารถขนาดไหนทำไมฉันจะไม่รู้ มีวิธีรับมือผู้หญิง ฉันหวังว่าคุณจะฝึกให้นิตากลายเป็นหญิงแกร่งคนนึงได้ เรื่องนี้ต้องให้คุณจัดการเท่านั้น”
สิ่งที่นรมนพูดทำให้เจตต์แทบอยากจะเป็นลม
“คุณฆ่าผมเลยเถอะ ไม่ต้องพูดถึงว่าเธอเป็นผู้หญิงหรือไม่นะ ต่อให้เป็น ผมก็ไม่อาจสอนลูกศิษย์แบบนี้ได้ นรมน เรื่องนี้ผมคงช่วยเหลือคุณไม่ได้จริงๆ”
“เจตต์ คุณหมายความว่ายังไง? คุณจะถอยกลางทาง แล้วทิ้งฉันกับนิตาไว้ตรงนี้ใช่ไหม?”
นรมนพูดเสียทำให้เจตต์รู้สึกไม่ดี
“ดูคุณพูดเข้าสิ ผมหมายความว่าอย่างนั้นที่ไหนกัน”
“แล้วคุณหมายความว่ายังไง? นิตารู้จักเรียนรู้ เธอเป็นคนฉลาด ถ้าคุณสอน เธอจะต้องทำได้แน่ๆ แล้วอีกอย่าง ตอนแรกนลินเอาเงินจากเมืองชลธีไปเท่าไหร่? ครึ่งของบริษัทท่องเที่ยวมีโครงสร้างที่ใหญ่ขนาดไหน? คุณยังหวังให้เขาเปิดบริษัทที่เหมือนกับบุริศร์อีกเหรอ? บริษัทท่องเที่ยวเล็กๆ การจะมีลูกน้องเป็นสาวชนบทคงจะเป็นเรื่องธรรมดา ทำไม? คุณมีความเห็นอะไรกับเธอเหรอ?”
นรมนยิ่งพูดยิ่งโมโห
เจตต์รีบตอบกลับ “ผมไม่ใช่ ผมรู้สึกว่าผมและเธอเข้ากันไม่ได้จริงๆ”
“ดูพวกคุณเข้ากันดีออก ถ้าคุณไม่อยากช่วยฉันจริงๆ ก็ได้ แค่คุณบอกมา ฉันไม่บังคับคุณหรอก”
“ผมก็ไม่ได้ขอกว่าจะไม่ช่วย”
เจตต์เห็นว่านรมนเริ่มโกรธ จึงรีบตอบกลับ “โอเคๆๆ ผมจะพยายามโอเคไหม? ขอแค่หล่อนไม่ล้ำเส้นผมก็พอ ผมจะหลับตาข้างหนึ่งแล้วทำต่อไป โอเคไหม? คุณเป็นเจ้าชีวิตผมอยู่แล้วนี่”
“เจ้าหลานชายคนนั้น ฝากเธอด้วยนะนิตา”
นรมนพูดจบก็วางสายไป
ทำไมเจตต์รู้สึกว่าผ่านไปเพียงคืนเดียวตัวเองกลายเป็นหลานชายของนรมนไปแล้วล่ะ?
ผู้หญิงคนนี้น่ารังเกียจจริงๆ! แต่ว่าเขาชอบไปแล้ว จะทำยังไงได้?