แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 714 ฉัตรยาตายแล้ว
บทที่ 714 ฉัตรยาตายแล้ว
นภดล?
นรมนสะบัดรเมศออกอย่างรวดเร็ว วิ่งตรงไปหานภดล แต่ยังวิ่งไปไม่ถึงด้านข้างของเขา นภดลก็ถูกคนรับขึ้นรถ
เธอวิ่งไล่ตามอย่างรวดเร็ว แต่รถขับเร็วเกินไป นรมนจึงไล่ตามไม่ทัน
รเมศเห็นนรมนไล่ตามอยู่นาน ในท้ายที่สุดก็ตามรถไม่ทัน ถึงจะถอนหายใจอย่างโล่งอก
เขาเดินมาตรงหน้านรมน กล่าวเสียงเบาว่า: “ขึ้นรถเถอะ พวกเราไม่ได้เจอกันนานแล้ว ผมขอเลี้ยงกาแฟคุณสักแก้ว”
นรมนกลับทำเหมือนไม่ได้ยิน เธอมองตามรถของนภดลที่ขับไกลออกไป และรีบหยิบมือถือออกมาส่งข้อความหานภดล
เมื่อรเมศพบว่านรมนมีเบอร์มือถือของนภดล ก็อดแปลกใจไม่ได้
“คุณรู้จักนภดลเหรอ? ทำไมคุณถึงรู้จักเขา?”
ในภาพจำของรเมศ สายงานของนรมนกับศูนย์กลางทั้งหมดหมุนรอบตัวของบุริศร์ และบุริศร์กับนภดลไม่มีการคลุกคลีใด ๆ แล้วทำไมนรมนจึงรู้จักนภดลได้?
แต่นรมนไม่มีเวลาอธิบายให้รเมศฟัง เธอรีบสอบถามอย่างรวดเร็ว “นภดล นี่ฉันเองนรมน ฉันอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลจันทรวงศ์ ถ้าเธอเห็นข้อความนี้แล้วรีบกลับมาได้ไหม ฉันต้องการหามิลิน และจำเป็นต้องเจอกับฉัตรยา”
มือถือของนภดลดังขึ้น
เขาเหลือบมองโดยไม่รู้ตัว พบว่าเป็นข้อความจากนรมน จึงเปิดอ่านด้านใน หน้าซีดทันที
“กลับรถ”
นภดลรีบให้คนกลับรถกลับไป
รเมศเห็นนรมนไม่สนใจตนเอง จึงคว้าข้อมือของนรมนอย่างร้อนรนอีกครั้งและกล่าวว่า: “คุณได้ยินที่ผมพูดหรือเปล่า?นรมน ผมรู้ว่าเพราะเรื่องก่อนหน้านี้ทำให้คุณเคียดแค้นผม แต่ตอนนี้คุณไม่สามารถมาปรากฏตัวที่นี่ได้”
นรมนมองรเมศอย่างไม่แยแส หวังว่าเขาจะปล่อยมือ แต่รเมศไม่สังเกตเห็นความหมายของนรมนเล็กสักนิด
“นรมน คุณฟังผมสักหน่อยได้ไหม? หลายปีที่ผ่านมานั้น ผมก็ไม่เคยโกหกคุณไม่ใช่เหรอ?”
นรมนสะบัดรเมศออก กลับล้มลงบนพื้นเพราะใช้แรงมากเกินไป เธอเจ็บจนแยกเขี้ยวออกมา
“นรมน คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?”
รเมศก้าวขึ้นไปคิดจะพยุงนรมนขึ้นมา แต่ถูกนรมนหลบหลีก
ในจังหวะนั้นเอง มือถือของนรมนก็ดังขึ้น เป็นโพนี่ส่งข้อความมา
“เป็นอย่างไรบ้าง ?เจอมิลินไหม?”
“ยังเลย มิลินหายตัวไป ฉันจะพยายามหาตัวเธอให้เร็วที่สุด”
นรมนตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดรเมศก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
“นรมน ทำไมคุณถึงไม่พูด?และไม่โทรศัพท์ ?เอาแต่ส่งข้อความ? รู้สึกไม่สบายคอเหรอ?”
มือของนรมนหยุดชะงัก แต่ยังคงไม่มองไปที่รเมศเหมือนเดิม
ตอนนี้เธอเป็นอย่างไร เกิดอะไรขึ้น ไม่จำเป็นต้องบอกรเมศ
“คุณพูดสิ!คุณเป็นอะไรกันแน่?นี่บุริศร์ดูแลคุณอย่างไรเนี่ย?ถ้ารู้ว่าตอนนี้คุณจะกลายเป็นแบบนี้ ตอนนั้นผมไม่ควรปล่อยมือคุณไป ผม……”
รเมศยังไม่ทันพูดจบ นรมนก็เงยหน้าขึ้นมามองทางเขาทันที แววตาที่เย็นชาทำให้รเมศอึ้งไปเล็กน้อย คนทั้งคนรับไม่ไหว
แววตาของนรมนมีความห่างเหินและรำคาญ เหมือนเขาเป็นเพียงแค่คนที่เดินผ่านมา เหมือนช่วงเวลาห้าปีก่อนของพวกเขาไม่มีอีกแล้ว
รเมศรู้ ทั้งหมดนี้เขารนหาที่เอง ถ้าไม่เพราะตนเองทำมากเกินไป บางทีตอนนี้เขาคงยังเป็นเพื่อนกับนรมน แต่ตอนนี้……
เขาก้าวถอยหลังออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ความรู้สึกซับซ้อน
ในเวลานี้เอง รถของนภดลขับกลับมา
เมื่อนภดลลงมาจากรถ มองเห็นรเมศ คิ้วก็ขมวดอย่างห้ามไม่ได้
“ประธานรเมศ ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?”
รเมศมองไปทางนภดล สงบสติอารมณ์ของตนเองและถามกลับไปว่า: “แล้วนายมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
“นี่คงไม่เกี่ยวข้องกับประธานรเมศหรอกครับ?”
นภดลพูดจบก็หันไปมองนรมน สีหน้ามีความร้อนรน
“คุณนายบุริศร์ คุณไม่ควรมาที่นี่ ขึ้นรถเถอะ มีเรื่องอะไรพวกเราค่อยคุยกันบนรถ”
ได้ยินนภดลพูดแบบนี้ นรมนกำลังจะขึ้นรถ ก็ถูกรเมศขวางเอาไว้
“ช้าก่อน นี่พวกคุณรู้จักกันเหรอ?”
“เกี่ยวอะไรกับคุณด้วย ?ประธานรเมศ?”
นภดลรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งที่รเมศขัดขวางนรมน
รเมศกลับตอบอย่างเย็นชา: “นายรู้จักนรมนตั้งแต่เมื่อไหร่ ?นายมีเจตนาอะไรกับเธอ?”
นรมนรู้สึกว่ารเมศควรพอได้แล้ว
เธอผลักรเมศออกไป และพิมพ์บนมือถือว่า: “ข้อร้องคุณล่ะ เรื่องของฉันคุณอย่ามายุ่งได้ไหม?ฉันจะรู้จักใครหรือไม่รู้จักใครมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย?หรือจะบอกว่าคุณต้องการอธิบายให้ฉันฟัง ว่าทำไมคุณจึงศัลยกรรมฉันให้กลายเป็นฉัตรยา?”
รเมศหน้าซีดอย่างรวดเร็ว
“ทำไมคุณถึงรู้ว่าคุณกับฉัตรยา?”
“พวกเราเคยเจอกันแล้ว และเป็นเพื่อนสนิทกัน คุณมีปัญหาไหม?”
ตอนนี้ความอดทนทั้งหมดของนรมนกำลังจะหมดไป
เธอเป็นห่วงบุริศร์ ต้องการหามิลินให้เจอโดยเร็ว แต่ตอนนี้รเมศกลับเอาแต่ขวางอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะไม่สามารถพูดได้ นรมนคงจะสูญเสียการควบคุมไปแล้วจริง ๆ
รเมศคาดไม่ถึงว่าฉัตรยาจะกลายเป็นเพื่อนสนิทของนรมน สำหรับเขา นรมนกับฉัตรยาทั้งสองคนเหมือนอยู่กันคนละโลก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ฉัตรยาไม่เคยออกจากบ้าน แล้วนรมนรู้จักเธอได้อย่างไร?
เพียงแต่รเมศไม่ได้ถามคำถามนี้ออกมา นรมนขึ้นไปบนรถของนภดล รอเมื่อเขาต้องการจะจัดแจงอีกครั้ง นภดลก็พานรมนออกไปแล้ว
นรมนมองร่างของรเมศที่หดเล็กลงไปเรื่อย ๆ จากกระจกมองหลัง หัวคิ้วขมวดอย่างห้ามไม่ได้
รเมศกับตระกูลจันทรวงศ์มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ตอนแรกทำไมรเมศจึงศัลยกรรมให้ตนเองกลายเป็นฉัตรยา?
นรมนมีคำถามมากมายเกินไป เพียงแต่ตอนนี้ไม่มีโอกาสได้ไถ่ถาม
นภดลเห็นนรมนมองรเมศด้วยแววตาที่ซับซ้อน จึงอดถามไม่ได้: “ พวกคุณรู้จักกันเหรอ?”
“เคยเป็นเพื่อนกัน ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว”
นรมนตอบด้วยภาษามือ
“อ่อ”
นภดลพยักหน้า
นรมนไม่มีเวลาอธิบายเรื่องก่อนหน้านี้ทั้งหมดของรเมศให้แก่นภดล ทำได้เพียงเอ่ยถามด้วยภาษามือ: “ตระกูลจันทรวงศ์เกิดอะไรขึ้นกันแน่?เธอรู้ไหมว่ามิลินไปไหน?ตอนนี้ฉันต้องการหาตัวมิลินอย่างเร่งด่วน นภดล เธอจะต้องช่วยฉันนะ”
ร่างกายของนภดลสั่นไหว สีหน้าดูไม่ได้
“เป็นอะไรไป?”
นรมนเห็นสีหน้าเช่นนี้ของเขา รู้ว่าตนเองไม่ควรถาม แต่เธอรีบร้อนจริง ๆ
นภดลมองนรมน ถอนหายใจออกมาและตอบว่า: “ ฉัตรยาตายแล้ว”
“เธอพูดว่าอะไรนะ?”
นรมนค่อนข้างจะประหลาดใจ
ก่อนหน้านี้เห็นฉัตรยายังสบายดี ทำไมไม่กี่วันถึงตายแล้วล่ะ?
สีหน้าของนภดลเจ็บปวดอย่างยิ่ง
“ผมไม่ได้โกหกคุณ ตระกูลจันทรวงศ์เก็บเรื่องนี้เอาไว้ นอกจากพวกเราคนในครอบครัวเอง ไม่มีใครรู้ข่าวการตายของฉัตรยา บางทีอาจพูดได้ว่านอกจากผมกับพ่อแม่ตระกูลจันทรวงศ์ ไม่มีใครรู้ว่าฉัตรยาไม่อยู่แล้ว”
นรมนเงียบไปสักพักจึงถามว่า: “รเมศรู้ไหม?”
“ไม่รู้ ช่วงนี้เขาเพียงแค่ขอความร่วมมือจากตระกูลจันทรวงศ์ แต่ตระกูลจันทรวงศ์เอาแต่ไม่ต้อนรับแขก จึงน่าจะเดาได้ว่าเกิดเรื่องขึ้นกับตระกูลจันทรวงศ์”
“เดิมทีฉัตรยาไม่ได้ดีอยู่เหรอ?ทำไมถึง……”
“ไม่แน่ใจ อาจจะเป็นความผิดพลาดของมิลิน ก่อนที่มิลินจะมา อาการป่วยของฉัตรยายังทุเลาอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หลังจากเธอออกไปและกลับมา ฉัตรยาก็เริ่มทรุดลง และเสียชีวิตลงในเวลาไม่กี่วัน เพราะเรื่องนี้มิลินจึงหนีไป พวกเราตามหาเขาไปทุกที่ แต่ไม่มีข่าวคราวของเธอเลย ราวกับว่าเธอหายไปจากโลกใบนี้ ไม่เจอร่องรอยใด ๆ ผมยังสงสัยด้วยซ้ำว่าเธอถูกคนฆ่าปิดปาก”
“ฆ่าปิดปาก?หมายความว่าอะไร?”
นรมนรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง
นภดลมองเส้นทางข้างหน้า และตอบเสียงเบาว่า: “ตอนที่ตระกูลจันทรวงศ์เชิญมิลินมารักษาฉัตรยา มิลินบอกว่าฉัตรยาแค่เป็นไข้หวัดธรรมดา แต่หลังจากนั้นมีอยู่คืนหนึ่ง มิลิยหายตัวไปในตอนกลางคืน และกลับมาจากข้างนอกในตอนเช้าตรู่ เธอบอกว่ากลับมาจากการออกกำลังกายตอนเช้า แต่ผมได้กลิ่นน้ำทะเลจากตัวของเธอ คุณก็รู้ ผมมีความพิเศษกว่าคนอื่น ตระกูลจันทรวงศ์อยู่ห่างจากทะเลตั้งไกล ขับรถต้องใช้เวลาสี่ชั่วโมง เธอออกกำลังกายตอนเช้าไม่มีทางไปถึงทะเลหรอกจริงไหม?หลังจากตอนนั้น อาการป่วยของฉัตรยาก็เริ่มทรุดลง หลังจากนั้นเธอบอกว่ามีธุระต้องออกไปสองวัน หลังจากเหตุการณ์นั้นผมได้ตรวจสอบแล้ว สองวันนั้นเธอไปเมืองB”
ได้ฟังนภดลพูดแบบนี้ หัวใจของนรมนกระตุก
“เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“ก่อนหน้านี้ไม่นาน ส่วนเธอไปทำอะไรที่เมืองBผมก็ไม่แน่ใจ แต่เธอน่าจะไปหาคุณ”
คำพูอของนภดลทำให้นรมนพยักหน้า
“ใช่แล้ว เธอมาหาฉันจริง ๆ บอกว่าสามารถช่วยรักษาคอของฉันให้หายได้ แค่ฉันต้องตกลงเงื่อนไขกับตระกูลจันทรวงศ์ ตอนที่มิลินบอกเงื่อนไขนี้กับฉันดูลึกลับมาก จำเป็นต้องให้ฉันตกลงก่อนถึงจะรักษาคอของฉัน ดังนั้นจึงถูกฉันปฏิเสธไป เธอเดินทางกลับไปในวันต่อมา หลังจากนั้นฉันก็ไม่เจอเธออีกเลย”
นรมนเล่าเรื่องเหล่านี้ด้วยภาษามือ
นภดลพยักหน้า: “ผมเชื่อคุณ เพียงแต่ฉัตรยาตายอย่างมีเลศนัย ดูเหมือนป่วยตาย เป็นการตายอย่างธรรมชาติ แต่ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ในคืนที่ฉัตรยาจากโลกนี้ไปตระกูลจันทรวงศ์แอบจัดงานศพอย่างลับ ๆ ฉัตรยาเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณฐานทัต ปกติจะยิ่งรักมากอยู่แล้ว คุณคิดว่าลูกสาวที่เพิ่งจะป่วยตายจะเผาศพและฝังภายในคืนเดียวเลยเหรอ นี่มันผิดปกติหรือเปล่า?”
หัวคิ้วของนรมนขมวดขึ้นมาเบา ๆ
พูดตามหลักทำนองคลองธรรม แน่นอนว่าผิดปกติอย่างมาก แต่ไม่อาจตัดสถานการณ์พิเศษออกไปได้ อย่างเช่นการป่วยเป็นโรคติดต่อ
“ฉัตรยาป่วยเป็นอะไรเหรอ?”
นภดลส่ายหน้าและตอบว่า: “ไม่รู้สิ มิลินไม่เคยบอกพวกเราว่าฉัตรยาป่วยเป็นอะไร ตอนแรกคิดว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา แต่เธอกระหายน้ำอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น จนสุดท้ายมีเลือดออก พวกเราคิดว่าเป็นวัณโรค แต่พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ ดังนั้นจนถึงตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าฉัตรยาแท้จริงแล้วป่วยเป็นอะไรกันแน่”
“เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร?”
ในขณะที่นรมนรู้สึกแปลกใจมาก ในใจก็รู้สึกร้อนรนไปด้วย
ถมทวีตายแล้ว ส่วนมิลินหายสาบสูญ ทุกคนที่สามารถรักษาบุริศร์ได้ ดูเหมือนจะปรึกษาหารือกันล่วงหน้า รวมตัวกันเกิดเรื่องขึ้น
นี่มันเรื่องบังเอิญเหรอ?
นรมนเกิดภาพลวงตาขึ้นมากะทันหัน เหมือนกับมีคนโน้มนำให้เกิดเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้นมา เหมือนกับไม่ต้องการให้บุริศร์ฟื้นขึ้น
แต่จะเป็นใครล่ะ?
นรมนมองหาไปในทุกพื้นที่ของสมอง แต่ไม่เจอคนคนนั้น
นภดลขับรถให้นรมน นรมนเองก็ไม่ถามว่าเขาจะพาเธอไปไหน เพียงแค่เมื่อรถของเขาจอดลง นรมนก็อดแปลกใจไม่ได้
“ทำไมเธอถึงพาฉันมาที่นี่?”
นรมนถามอย่างสงสัย กลับถูกนภดลากลงจากรถทันที