แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 723 ทุกอย่างจะผ่านพ้นไป
บทที่ 723 ทุกอย่างจะผ่านพ้นไป
นรมนและบุริศร์ตกตะลึง
“ยังนิ่งกันอยู่ทำไม? ป้าโอแทบจะไม่ไหวแล้ว ทางคุกได้ส่งไปที่โรงพยาบาลแล้ว รีบไปดูกันสิ นรมนยังรู้สึกเจ็บแสบในคอ คงจะขาดยาอีกตัวหนึ่ง ต้องให้ป้าโออธิบายชัดเจน”
เมื่อได้ยินป้องพูดเช่นนั้น บุริศร์จึงได้สติขึ้นมาทันที
เขารีบลากนรมนวิ่งไปทางโรงพยาบาล
เมื่อทั้งสองมาถึงโรงพยาบาล ป้าโอกำลังอยู่ในห้องฉุกเฉิน ไฟในห้องฉุกเฉินนั้น ทำให้บุริศร์รู้สึกหนักอึ้งในใจ
ป้าโอเป็นคนสำคัญในชีวิตของเขาคนหนึ่ง ตั้งแต่เล็กจนโต เธอก็คือแม่ของเขา ถึงแม้ว่าเรื่องที่เธอทำผิดมันจะชดใช้ไม่ได้ แต่ ณ ตอนนี้ บุริศร์คิดถึงเรื่องที่ป้าโอเคยทำดีกับเขา
จนตอนนี้เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ป้าโอนะจากไปแล้วจริงๆ
เธอเพิ่งจะอายุห้าหกสิบเท่านั้น ยังเหลือเวลาอีกมาก
จะจากไปแล้วจริงๆเหรอ?
นรมนกุมมือบุริศร์แน่น ตอนนี้ไม่ว่าจะคำปลอบโยนใดใดก็ดูไม่มีค่า และเธอก็ไม่อยากจะไปคิดคำปลอบโยนอะไรอีกแล้ว
ได้ยืนอยู่ตรงนี้ เพราะเธอเป็นห่วงบุริศร์ เพราะป้าโอเคยบอกว่าวางยาให้บุริศร์ เธอก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่
กานต์ก็วิ่งตามมา ยืนรออยู่ด้านหลังป้องอย่างเงียบๆ
เวลาค่อยๆผ่านไป จังหวะที่ไฟห้องฉุกเฉินดับลง บุริศร์ใจเต้นแรงมาก
หมอเปิดประตูออกมาจากห้องฉุกเฉิน
“คุณหมอครับ เป็นยังไงบ้าง?”
ป้องรีบเข้าไปถาม
คุณหมอส่ายหน้า “ผมพยายามแล้ว แต่มะเร็งของเธอได้ลามไปทั่วแล้ว พวกคุณเข้าไปดูก่อนดีกว่า จากนั้นค่อยเตรียมเรื่องงานศพ”
สำหรับผลลัพธ์แบบนี้ ทุกคนล้วนเตรียมใจมาแล้วทั้งนั้น แต่บุริศร์ยัง
เขาเพิ่งฟื้นขึ้นมา บางเรื่องยังไม่เข้าใจมากนัก ทำไมอยู่ดีๆก็จากกันไปแล้วล่ะ?
นรมนเห็นว่าเค้าอึ้้งค้างอยู่ตรงนั้น จึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปสะกิดเขา “เข้าไปดูกันเถอะ”
บุริศร์มองนรมน เขารู้สึกว่าการเข้าไปดูป้าโอนั้น ไม่เป็นผลดีต่อนรมนซักเท่าไหร่ กลัวจะเป็นปมในใจของเธอ แต่ถ้าเขาไม่เข้าไปดู เขาก็จะก้าวข้ามเรื่องนี้ไปไม่ได้
อย่างน้อยผู้หญิงคนนั้นก็เลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็ก
“ไปเถอะ ไม่เป็นไรหรอก”
ทำไมนรมนจะไม่รู้ว่าบุริศร์กำลังคิดอะไรอยู่ เธอยิ้มขึ้นมา
บุริศร์พยักหน้า แล้วเดินเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
เขารู้สึกว่าฝีเท้าตัวเองหนักอึ้ง ราวกับมีหินถ่วงอยู่ที่เท้า
เมื่อเขาเจอกับป้าโออีกครั้ง บุริศร์แทบไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงตรงหน้าเขาคือป้าโอ ป้าโอที่มีเพียงหนึ่งเดียวของเขา
ป้าโอใส่เครื่องช่วยหายใจ เมื่อเธอเห็นบุริศร์ก็ตกใจเล็กน้อย แต่เธอรู้สึกดีใจมากกว่า
ถือว่าสวรรค์ยังช่วยเหลือเธอ ให้เธอได้เห็นลูกชายตัวเองฟื้นขึ้นมาก่อนจากโลกนี้ไป
ป้าโอกวักมือเรียกบุริศร์
บุริศร์นั่งลงข้างๆเธอ
เขากุมมือเธอเอาไว้
มือของป้าโอ เคยนุ่มมาก จนตอนนี้ผอมจนเหลือหนังติดกระดูก จนเส้นเลือดโผล่ออกมา
“ป่วยแล้วทำไมไม่คิดจะบอกผม?”
บุริศร์พูดเสียงสะอื้นเล็กน้อย
วินาทีนี้ เขาจอมที่จะลืมเรื่องร้ายๆที่ป้าโอเคยทำลงไป เขายังคงเชื่อว่าเธอคือแม่ที่รักเขามากที่สุดเหมือนดั่งในตอนแรก
ป้าโอน้ำตารื้นขึ้นมา
ในใจของบุริศร์มีเธออยู่เสมอมา
วินาทีนี้เธอเพิ่งจะเข้าใจ
ไม่ว่าผู้ชายคนนี้จะดูโหดเหี้ยมขนาดไหน แต่ในใจของเขาช่างอ่อนโยน
ป้าโอกุมมือของเขาแน่น เธอพูดขึ้นด้วยเสียงอ่อนแรง “ขอโทษนะ บุริศร์ ขอโทษจริงๆ ฉันทำผิดเยอะมากไปจริงๆ ครั้งนี้คงเป็นบทลงโทษจากสวรรค์ ฉันรู้ว่านี่คือจุดจบของฉัน ฉันไม่โทษอะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่ฉันรู้สึกผิดและเสียดายมาตลอดคือ ฉันไม่สามารถให้ความทรงจำที่มีความสุขและสวยงามแก่นายและกานต์ได้ นายมีฉันคนนี้เป็นแม่ เป็นเรื่องน่าอายของนายในชีวิตนี้ หลังจากที่ฉันตายไป ก็เผาร่างฉันซะ จากนั้นจะเอาไปโยนที่ไหนก็ได้ ฉันไม่อาจเข้าไปในสุสานของตระกูลโตเล็กได้ และไม่อาจจะได้รับการให้อภัยจากนาย ให้ฉันกลายเป็นวิญญาณที่ล่องลอย เร่ร่อน ไปเสียดีกว่า”
“พูดเพ้อเจ้ออะไรอยู่หน่ะ แม่เข้าไปในสุสานตระกูลโตเล็กไม่ได้ ผมจะหาที่ฝังแม่ไม่ได้เลยเหรอ วางใจเถอะ เดี๋ยวผมจะไปหาบ่อยๆ ถึงแม้ว่าแม่จะเคยทำเรื่องร้ายๆไว้มากมาย ทำร้ายคนบริสุทธิ์มากมาย แต่สำหรับผม ติดค้างแม่มาตั้งแต่เล็ก แม่เลี้ยงผมมา ถ้าผมไม่อาจดูแลเรื่องหลังจากที่แม่จากไปแล้วได้ นั้นคือความผิดของผม”
บุริศร์น้ำตารื้น
ป้าโอส่ายหัว แล้วพูดตอบ “ไม่เกี่ยวกับลูกเลย ทุกอย่างเป็นสิ่งที่แม่สมควรได้รับ ที่ถูกความแค้นครอบงำ ถ้าหากลูกอยากจะหาที่หลุมฝังให้แม่ ก็พาแม่กลับบ้านเถอะ แม่จากบ้านเกิดมานานหลายปีแล้ว เกือบจะลืมหมดแล้วว่าที่นั่นเป็นยังไง เพราะความแค้นในตอนแรก ที่ทำให้แม่ต้องชดใช้ทั้งชีวิต ชดใช้ลูกชายและหลานชายของตัวเอง การแก้แค้นแบบนี้ไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย แต่กว่าแม่จะรู้สึกตัวก็สายไปแล้ว”
“ไม่สายครับ แต่แม่ต้องคิดได้ แม่ยังคงเป็นแม่ของผม”
ป้าโอน้ำตาร่วงลงมาไม่ขาดสาย
“ลูกรู้ไหม? แม่รอลูกและตรินท์เรียกคำว่าแม่มานานแล้ว แม่อยากจะทิ้งความแค้นลงทั้งหมด แล้วอยู่กับลูกทั้งสอง แต่เรณุกาคอยบังคับแม่อยู่ แม่ทำอะไรไม่ได้ จากนั้นความแค้นครอบงำสติของแม่จนหมด แม่เฝ้ามองลูกเรียกเรณุกาว่าแม่ มองดูตรินท์ที่เคารพหล่อน แม่รับไม่ได้ ตอนที่แม่ตั้งท้อง แม่อาเจียรหนักมาก จนครอดออกมาแม่ก็ยังอ้วกอยู่ กินข้าวไม่ลงทุกวัน นอนไม่หลับ เจ็บจนต้องตื่นขึ้นมากอดผ้าห่มทุกคืน แม่ลำบากขนาดนี้จนกว่าจะคลอดลูกทั้งสอง ทำไมแม่ถึงกล้าทิ้งลูกๆได้ลงคอล่ะ?
ป้าโอร้องจนไม่กล้าออกเสียง
บุริศร์ก็รู้สึกไม่ดีนัก
เขาแอบน้ำตาไหลลงมาอย่างเงียบๆ
“ผ่านไปแล้ว ทุกอย่างผ่านไปแล้ว”
“ผ่านไปไม่ได้ แม่รู้ ในใจของนรมน เรื่องที่แม่ทำนั้นปล่อยไปไม่ได้ แม่ยอมทิ้งลูกทิ้งหลานเพื่อชนเผ่าของตัวเอง แม่มีหน้าไปสู้คนในเผ่า แต่ไม่มีหน้ามาสู้พวกลูก จนตอนนี้ที่แม่ใกล้ตายแล้ว แม่ยังไม่กล้าคิดที่จะขอให้ลูกให้อภัย แม่หวังแค่ลูกจะมีชีวิตที่ดี เรื่องไม่ดีทั้งหมดให้มาลงที่แม่”
“เลิกพูดได้แล้ว”
บุริศร์ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกแย่
“ลูกให้แม่พูดเถอะ ถ้าไม่ให้พูดก็จะไม่มีโอกาสแล้ว บุริศร์ ที่แม่บอกนรมนว่าวางยาลูก เรื่องนี้แม่หลอกเธอ แม่สภาพนี้แล้ว ลูกเป็นลูกชายคนเดียวของแม่ แม่จะกล้าลงมือได้ยังไง? ที่แม่ทำแบบนี้เพราะอยากเจอกานต์และกมล แม่รู้ว่าเธอไม่อาจจะให้อภัยแม่ ไม่ยอมพาลูกๆมาเจอแม่แน่ๆ แม่ถึงพูดไปแบบนั้น ลูกบอกเธอนะ ว่าอย่าเกลียดแม่เลย”
“ไม่มีทาง นรมนเป็นคนจิตใจดี เธอไม่โทษแม่หรอก”
บุริศร์เบือนหน้าหนี ในใจรู้สึกแย่มาก
ป้าโอไอออกมา บุริศร์รีบเข้าไปลูบหลังให้เธอ ให้เธอหายใจออก แต่เมื่อเขาเห็นป้าโอไอออกมาเป็นเลือด ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่
เขาไม่อยากจะเชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือเรื่องจริง
เขาได้สูญเสียตรินท์ไปแล้ว สูญเสียเรณุกาไปแล้ว จนตอนนี้เขากำลังจะสูญเสียแม่แท้ๆไปอีกเหรอ?
จากนี้ไปเขาคงจะไร้ญาติขาดมิตรแล้วจริงๆ
ป้าโอไอออกมาเป็นเลือด แล้วค่อยๆช้าลง
เธอจับมือบุริศร์แน่น พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ถึงแม้ว่าตอนนี้นรมนพอจะพูดได้แล้ว แต่เสียงของเธอถูกทำลายมาก ทั้งฝังเข็มครอบแก้วก็ยังไม่อาจรักษาเธอกลับมาเหมือนเดิม ทุกครั้งที่เธอพูดเหมือนกับเดินอยู่บนคมมีด ที่เจ็บปวดมาก ความเจ็บนี้ถ้าหากไม่กำจัดไป ก็คงติดตัวเธอไปตลอดชีวิต บุริศร์ ที่บ้านเกิดแม่มีสมุนไพรอย่างหนึ่งที่รักษาอาการของเธอได้ สมุนไพรชื่อหญ้าดาวสีฟ้า จะขึ้นแถวๆสุสานที่ชื้น แม่ไม่มีเวลาจะไปหาเธอแล้ว ลูกจำไว้นะ หลังจากที่แม่ตายไป จะต้องพาเธอกลับไปรักษาที่นั่น”
“ครับ”
“แล้วก็ อาการประสาทของลูกต้องรักษาด้วยการฝังเข็มครอบแก้ว ห้ามขี้เกียจเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นจะรักษายาก แก่ไปจะทรมาน”
“ครับ”
“กานต์และกมล แม่ก็ไม่มีอะไรจะให้ ถ้าหากในอนาคตพวกเขาอยากเรียนหมอ ที่บ้านของแม่มีตำราแพทย์ อยู่ในศาลเจ้า เอาให้พวกเขา นี่ถือว่าเป็นสิ่งเดียวที่แม่ทิ้งไว้ให้พวกเขาล่ะกัน”
ป้าโอพูดติดๆขัดๆ สายตาเริ่มพร่ามัว
บุริศร์รู้สึกทรมานจิตใจมาก
“ไม่ต้องพูดแล้วๆ พักผ่อนเถอะ”
“พักไม่ได้ เดี๋ยวแม่จะได้พักตลอดไปแล้ว ให้แม่ได้พูดมากเสียหน่อย บุริศร์ บอกตามตรง แม่เคยรักพ่อของลูกมาก ไม่มีผู้หญิงคนไหนยอมมีลูกกับผู้ชายที่เขาไม่รักหรอก เพียงแค่ความรู้สึกของพวกเรามันซับซ้อน แม่ยอมเชื่อว่าแม่เกลียดเขาเสียดีกว่า”
“ผมรู้ครับ”
ตอนนี้บุริศร์เข้าใจป้าโอมาก
ชีวิตนี้ของป้าโอเศร้านัก ทั้งชีวิตมีแต่ความแค้น สูญเสียตัวเอง และสูญเสียช่วงเวลาที่สำคัญไป
ป้าโอมองบุริศร์ อยากจะยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าเขา แต่ก็ไม่มีแรง
บุริศร์รีบจับมือของเธอมาสัมผัสที่ใบหน้าตัวเอง
“ผมผอมกว่าเมื่อก่อนมากเลยใช่ไหม?”
“ผอมมาก ไม่มีแม่อยู่ด้วย จะอ้วนได้ยังไง? บุริศร์ หลังจากที่แม่จากไปแล้ว ต้องดูแลตัวเองดีดี แม่ตายไปแล้ว ลืมแม่ไปซะ คิดเสียว่าไม่เคยมีแม่คนนี้ ลูกเป็นลูกของเรณุกา เป็นลูกคนโตของตระกูลโตเล็ก เป็นผู้สืบทอดของหนึ่งเดียวของตระกูล เป็นคนเมืองชลธี ไม่ควรและเป็นไปไม่ได้ที่จะมีแม่แบบนี้”
ป้าโอพูดจบ ก็มีรอยยิ้มที่เศร้าสร้อย น้ำตาแห่งความเศร้าไหลออกมา แล้วตาของเธอก็ค่อยๆหลับลง
“แม่ แม่…”
ในที่สุดบุริศร์ก็เรียกชื่อนั้นออกมา เพียงแต่ป้าโอไม่ได้ยินอีกต่อไปแล้ว
เธอกลับตาลง สิ้นสุดชีวิตที่มีแต่ความเศร้าและความยกลำบาก
บุริศร์กุมมือของเธอแล้วร้องไห้ออกมาเงียบๆ
เขาเหมือนกับเด็กน้อย ที่สูญเสียแม่ไป เหมือนกับสูญเสียเสาหลัก
เขาไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ ไม่เคยคิดมาก่อนเลย!
ป้าโอมีน้ำตารื้นขึ้นที่หางตา
ไม่รู้ว่าได้ยินที่บุริศร์ร้องเรียก หรือไม่อยากจากโลกนี้ไป แต่สุดท้าย เธอก็ฟื้นขึ้นมา