แค้นรักสามีตัวร้าย - บทที่ 970 คนแปลกหน้าที่คุ้นเคยที่สุด
“บุริศร์ทางนั้นว่ายังไง”
ในใจนรมนคิดยังไงก็ถามอย่างนั้น ในเมื่อพริมาคือคนที่บุริศร์หามา เธอไม่จำเป็นต้องถามอ้อมค้อม
พริมาอึ้งนิดหนึ่ง ถามอย่างสงสัย “ประธานนรมน คุณหมายความว่าท่านประธานบุริศร์เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือคะ”
“ไม่ใช่งั้นหรือ”
นรมนฟังน้ำเสียงของพริมาแล้ว เหมือนไม่เกี่ยวอะไรกับบุริศร์
“ฉันไม่เคยได้ยินประธานบุริศร์พูดเรื่องนี้ ฉันขอไปตรวจสอบก่อนนะคะ”
พริมาพูดขนาดนี้แล้ว นรมนย่อมเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับบุริศร์ อีกอย่างหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้เกิดเรื่องทำหน้าไม่ถูกกับบุริศร์ นรมนรีบพูด “ไม่ต้อง เรื่องทางนี้ให้ฉันจัดการเองละกัน คุณเอาเบอร์โทรศัพท์ของผู้จัดการของราเชน มาให้ฉันละกัน ฉันจะไปคุยกับเขาเอง”
นรมนคือประธานบริษัท แม้ว่าพริมาจะเป็นซีอีโอ แต่เมื่อเจอสถานการณ์อย่างนี้ มีแต่เธอออกหน้าด้วยตัวเองถึงจะแสดงความจริงใจได้
ในเมื่อดาราเกรดเอจะเซ็นสัญญากับบริษัทเล็กๆ ของตัวเอง เธอต้องให้ความสำคัญมากหน่อย
พริมาเมื่อเห็นเธอพูดอย่างนี้ ก็รีบส่งเบอร์โทรผู้จัดการของราเชน ให้นรมน แล้วถามขึ้น “ประธานนรมน ให้ฉันไปเป็นเพื่อนด้วยมั้ยคะ”
“ไม่ต้องหรอก ฉันจะไปเอง”
หลังจากวางสาย ปาณีที่ออกไปซื้อของก็กลับมาพอดี
“คุณนาย จะออกจากบ้านหรือคะ”
“อึม จริงสิ เธอไม่มีธุระอะไรไปกับฉันหน่อยสิ”
นรมนเห็นปาณีภาพลักษณ์ดี ก็เลยเรียกเธอ
“ค่ะ”
แม้ว่าปาณีไม่รู้ทำไมนรมนพาเธอไปด้วย แต่ในเมื่อนรมนพูดอย่างนี้แล้วเธอก็ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น
สองคนเก็บของแล้วออกจากบ้าน
ปาณีเป็นคนไปขับรถ
นรมนเปิดมือถือ เป็นข้อมูลของราเชน ที่ พริมาส่งมา
ราเชนเข้าวงการเมื่อสามปีก่อน ดาราหนังและโทรทัศน์ ช่วงนี้เริ่มหันมาเอาดีทางร้องเพลง เรียกได้ว่าเส้นทางราบรื่น ไม่มีข่าวฉาวใดๆ
รายละเอียดเบื้องหลังที่เกี่ยวกับราเชน จัดการได้สะอาดมาก
นรมนขมวดคิ้วนิดหนึ่ง
เธอรู้ดี ในสถานการณ์อย่างนี้ ถ้าเขาไม่ใช่คนที่ครอบครัวขาวสะอาดอยู่แล้ว ก็คือเบื้องหลังของเขามีอำนาจจนไม่มีใครสืบได้
นรมนค่อนข้างเชื่อว่าเป็นอย่างหลัง
มีแต่คนที่แข็งแกร่งอยู่เบื้องหลังเท่านั้น สามปีนี้เขาก้าวหน้ามาตลอด ทำไมจู่ๆ ถึงติดต่อมาหาบริษัทเล็กๆ ไม่มีชื่อเสียงที่เพิ่งตั้งมาไม่นานล่ะ
ถ้าจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับบุริศร์อยู่เบื้องหลังล่ะก็ เช่นนั้นสาเหตุยิ่งควรจะครุ่นคิดให้ลึก
นรมนโทรไปหาผู้จัดการของราเชน นัดหมายเวลาและสถานที่ แล้ววางสาย
ทั้งหมดนี้รอพูดคุยกันก่อนค่อยคิดอีกที
รถจอดที่คลับพักผ่อน
นรมนจองห้องส่วน แล้วเข้าไปในห้องนั้นกับปาณี
เพราะราเชนมีงานประชาสัมพันธ์สินค้า อาจจะต้องรอถึงหนึ่งชั่วโมง เรื่องนี้ นรมนไม่มีปัญหาอะไร ในเมื่อเป็นดาราเกรดเอ การปฏิบัติกับเธอเช่นนี้เป็นเรื่องปกติ
ปาณีรินน้ำชาให้นรมนอย่างคล่องแคล่ว
“คุณนาย น้ำชาค่ะ”
“ต่อไปออกมาข้างนอกกับฉันเรียก พี่นรมนจะดีกว่า ให้เธอเป็นผู้ช่วยฉันที่บ้านออกจะใช้คนไม่สมกับความสามารถ ตั้งแต่วันนี้มาเป็นผู้ช่วยฉันละกัน เรื่องเงินเดือนหากต้องการอะไรก็ให้บอกกับฉันได้เลย”
นรมนจิบน้ำชา พูดเรียบๆ แต่ทำให้ปาณีตะลึง
“ผู้ช่วยหรือคะ คุณนาย ไม่สิ พี่นรมนคุณบอกว่าให้ฉันเป็นผู้ช่วยหรือคะ”
“ไม่อยากทำหรือ”
“ไม่ๆๆ ยินดีมากค่ะ!”
ปาณีรีบตกลง กลัวว่าถ้าตอบช้าเรื่องดีๆ นี้จะหายไป
นรมนเห็นปาณีเชื่อมั่นในตัวเอง ในใจลึกๆ ก็รู้สึกอบอุ่น
“เธอไม่กลัวฉันทำบริษัทเจ๊ง ถึงตอนนั้นสู้ไปเป็นพยาบาลให้คนอื่นไม่ได้หรือ”
“ไม่มีทาง!”
เห็นท่าทางปาณีเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมทำให้นรมนอารมณ์ดี
“ในเมื่อจะมาเป็นผู้ช่วยฉันแล้ว ต้องอ่านข้อมูลของบริษัท เข้าใจดีแล้วถึงจะทำงานได้ดี”
“ได้ค่ะพี่นรมน”
ปาณีรับคำอย่างรวดเร็ว
การรอคอยไม่ยาวนานอย่างที่คิด นรมนส่งข้อความให้คมทิพย์ เล่าเรื่องสนุกๆ และส่งข้อความให้รมิดาถามว่าช่วงนี้เธอเป็นยังไงบ้าง
เธอรู้สึกว่าชีวิตอย่างนี้เปี่ยมด้วยความหมาย นอกจากบางครั้งที่รู้สึกว่างเปล่า
ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าเดินมา นรมนรู้ดี ผู้จัดการของราเชนมาถึงแล้ว
นรมนรีบส่งสายตาให้ปาณี
ปาณีรีบลุกขึ้น เดินไปที่หน้าประตู
ตอนที่ประตูเปิดออก คนที่เข้ามาเป็นหญิงสาววัยกลางคนอายุราวสามสิบกว่า ดูแล้วท่าทางมีความสามารถและประสบการณ์มาก
“ สวัสดีค่ะ ฉันชื่อซินดี้ เป็นผู้จัดการส่วนตัวของราเชน เรื่องของ ต่อจากนี้เจรจากับฉันได้เลยค่ะ”
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อนรมน!”
นรมนจับมือกับซินดี้
ทั้งสองคนนั่งลงแล้ว ปาณีรีบรินชาให้ ซินดี้
“ขอบคุณค่ะ”
ซินดี้พยักหน้าให้ปาณีอย่างมีมารยาท
นรมนมอง ซินดี้ผู้หญิงคนนี้ทำไมดูอย่างไรไม่เหมือนคนที่ตัดสินใจถูกผิดได้ เธออดไม่ได้ที่จะถาม “ซินดี้ ใช่มั้ยคะ ไม่รู้ว่าให้คำตอบที่ฉันพอใจได้มั้ยคะ”
“ประธานนรมนถามมาได้เลยค่ะ”
“ทำไมราเชนอยากเซ็นกับบริษัทเราคะ เท่าที่ฉันทราบ อีเวนท์ของราเชนดีมาก ไม่จำเป็นต้องเซ็นกับบริษัทผลิตภาพยนตร์ แถมพวกคุณก็เป็นดาราเกรดเอ ตอนนี้มาขอเซ็นสัญญากับเรา มีเจตนาอะไรแอบแฝงหรือเปล่าคะ”
นรมนไม่หลีกเลี่ยงคำที่ไม่เหมาะสม ยิงคำถามตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
เรื่องพวกนี้ พูดกันให้ชัดเจนแต่แรกจะดีกว่า
ซินดี้ราวกับรู้ว่านรมนจะถามอย่างนี้ ยิ้มแย้ม “คุณพูดถูกแล้วค่ะ เราไม่จำเป็นต้องเซ็นกับบริษัทผลิตภาพยนตร์ ไหนก็ได้ อีเวนท์ของพวกเราเองก็ทำให้เส้นทางดาราเกรดเอของราเชนเดินไปได้ไกลแล้ว”
“อย่างนั้นทำไม…”
“พูดตามตรง ฉันก็ไม่รู้ค่ะ”
ซินดี้ยิ้มอย่างจนใจ “บางที ประธานนรมนอาจจะรู้สึกว่าฉันพูดจากำปั้นทุบดิน แต่นี่คือเรื่องจริงค่ะ จู่ๆราเชนก็บอกว่าจะเซ็นสัญญากับบริษัทของคุณ ส่วนสาเหตุเขาไม่อยากบอกฉัน และไม่ยอมพูดด้วยค่ะ เพียงแต่บอกว่าเงื่อนไขเซ็นสัญญาประธานนรมน กำหนดมาได้เลย ถ้าเป็นไปได้ เขาจะให้อีเวนท์บางส่วนช่วยสนับสนุนเด็กใหม่ของคุณ ถึงกับจะช่วยพาเด็กใหม่ไปรายการวาไรตี้ ถ้าหาก ประธานนรมนต้องการ”
นรมนยิ่งขมวดคิ้วแน่น
ราเชนเข้าวงการมาถึงตอนนี้ ไม่เคยพาเด็กใหม่ไปออกรายการ นี่เป็นกฎเหล็กที่คนในวงการรู้กันหมด อีกอย่างราเชน ก็ค่อนข้างเย็นชา และไม่ชอบสร้างภาพลักษณ์ แต่นิสัยของเขาอย่างนี้ยังคงดึงดูดแฟนคลับกลุ่มหนึ่งเหนียวแน่น
ตอนนี้ราเชน ไม่ใช่แค่ต้องการเซ็นกับบริษัทผลิตภาพยนตร์ของเธอเท่านั้น และยังคิดจะช่วยเด็กใหม่ อยากจะร่วมให้อีเวนท์กับเธอ เรื่องนี้สำหรับนรมนไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ในโลกนี้
นรมนไม่ใช่เด็กสาวเมื่อห้าปีก่อนแล้ว ย่อมรู้สึกว่าในโลกนี้ไม่มีของฟรี
เธอถามเคร่งขรึม “ราเชนมีเงื่อนไขอะไรคะ”
“ไม่มีค่ะ”
คำพูดของซินดี้ ยิ่งทำให้นรมนยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น
“ฉันต้องขอกลับไปคิดดูก่อน ซินดี้ไม่ถือสาใช่มั้ยคะ”
“แน่นอนว่าไม่ค่ะ ถ้าประธานนรมน อยากจะเซ็นสัญญาเมื่อไหร่ ติดต่อฉันได้ตลอดค่ะ ฉันมีสัญญาพร้อมแล้ว ประธานนรมนอยากจะดูก่อนมั้ยคะ”
“ยังไม่ต้องก็ได้ค่ะ”
นรมนปฏิเสธ
นี่เป็นข่าวดี แต่เพราะเป็นข่าวดี นรมนถึงได้ระมัดระวังเป็นพิเศษ
หลังจากส่ง ซินดี้กลับไปแล้ว นรมนนั่งที่เก้าอี้ในที่สุดก็ยังคงไม่เข้าใจเรื่องนี้มีสาเหตุจากอะไร
ปาณีมองเธอ พูดอย่างสงสัย “พี่นรมนใช่ความคิดของประธานบุริศร์หรือเปล่าคะ แต่อีกฝ่ายปิดบังได้ดีมาก ฉันคิดว่าโลกนี้นอกจากประธานบุริศร์ ไม่มีใครยอมทำการซื้อขายที่ขาดทุนอย่างนี้แน่”
นรมนก็คิดเช่นนี้
ในมือของเธอถือมือถือ ในใจยังคงลังเล
เรื่องเมื่อคืนวานนี้น่าอายมา เธอจะเป็นฝ่ายพูดกับบุริศร์ก่อนหรือ
แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตของบริษัท เธอจะไม่ระวังตัวไม่ได้
นรมนคิดไปคิดมา ก็โทรไปหา รมิดา
“เธอรู้จักราเชนมั้ย”
“ดาราหนังราเชนใช่มั้ย”
รมิดาเพิ่งผ่าตัดเสร็จ เสียงค่อนข้างอ่อนล้า
“อึม ใช่ค่ะ”
“เรียกว่ารู้จักได้มั้ย เคยได้เจอกันครั้งหนึ่ง ฉันเคยรักษาให้แม่เขา”
“เขาเห็นแก่หน้าเธอก็เลยมาเซ็นกับบริษัทฉันหรือ”
นี่คือเหตุผลที่สมเหตุสมผลที่สุดเท่าที่นรมนจะคิดได้
รมิดาอึ้งไปนิดหนึ่ง
“เธอหมายความว่ายังไง ติดต่อเซ็นสัญญากับเธอหรือราเชนนี่นะ ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”
น้ำเสียงของรมิดาไม่เหมือนโกหก นรมนขมวดคิ้วทันที
“ไม่ได้เห็นแก่หน้าเธอหรือ”
“ไม่ใช่แน่นอน ถึงฉันจะเคยรักษาแม่เขา แต่ก็ไม่จำเป็นต้องให้ดาราดังไปเซ็นกับบริษัทเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดใช่มั้ย อีกอย่างเขาก็มีอีเวนท์มากๆเอง ต้องเซ็นบริษัทผลิตภาพยนตร์ด้วยหรือ”
คำพูดของรมิดาทำให้นรมนพูดไม่ออกอีกครั้ง
นี่ก็คือจุดที่เธอไม่เข้าใจ
“ไม่ใช่บุริศร์ของเธอใช่มั้ย”
รมิดาก็พูดอย่างนี้
นรมนรู้สึกสับสนขัดแย้งในใจ
“ฉันจะลองโทรไปถามดูละกัน”
“อึม มีเรื่องอะไรพูดกันให้ชัด ฉันรู้สึกว่าบุริศร์ดีกับเธอมาก อีกอย่างฉันไม่เชื่อว่าเขานอกใจ พวกเธอสองคนคุยกันดีๆ ไม่แน่อาจจะเข้าใจกันได้”
เรื่องนรมนกับบุริศร์ รมิดายังรู้สึกเสียดาย
นรมนไม่รู้จะพูดอย่างไรดีกับรมิดาได้แต่รับคำอ้ำๆ อึ้งๆ จากนั้นวางสาย
ไม่ใช่รมิดาหรือว่าจะต้องถามบุริศร์จริงๆ
นรมนคิดถึงอำนาจของบุริศร์ ยังคงชะงักนิดหนึ่ง ถึงจะกดเบอร์ที่คุ้นเคยเพื่อโทรออก
บุริศร์คาดไม่ถึงจริงๆ นรมนจะโทรมาหาเขา เขาลังเลนิดหนึ่ง ไม่รู้ว่านรมนจะโทรมาเอาเรื่องหรือเปล่า
แต่ก็ยังรับสายทันที
“มีเรื่องอะไรครับ”
“คุณรู้จักราเชน มั้ยคะ”
นรมนกลัวว่าตัวเองจะพูดเรื่องเมื่อคืนนี้ จึงรีบยิงคำถามตรงๆ
บุริศร์อึ้งไป
“ราเชนคือใคร”
คำถามของบุริศร์ทำให้นรมนอึ้งไป
เขาไม่ใช่คนโกหก
ถ้าหากราเชนเป็นคนที่บุริศร์แนะนำมา ต่อให้เขาไม่ยอมรับก็ไม่มีทางถามอย่างนี้ แต่เขากลับถามตรงๆ
นรมนใจเต้นตึกตักทันที
“ไม่ใช่คนที่คุณแนะนำมาหรือคะ”
ตอนนี้บุริศร์ฟังความหมายของนรมนออกแล้ว
เขารีบให้ชัยยศไปตรวจสอบเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับราเชน จากนั้นก็พูดเสียงเบา “ผมสืบชัดเจนแล้วจะส่งข้อมูลรายละเอียดไปให้นะ”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”
นรมนพูดจบ บุริศร์ก็ถึงกับอึ้งไป
เมื่อคืนวานนี้สองคนใกล้ชิดแทบเป็นคนเดียวกัน แต่วันนี้บทสนทนากลับเหมือนคนแปลกหน้าที่คุ้นเคยกั