แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - ตอนที่ 432 กระรอก
ตอนที่ 432 กระรอก
ซูเจาไม่กินแล้ว ทิ้งไปเลย
เธอเลือกใหม่อีกลูก โดยเฉพาะเลือกลูกใหญ่ แต่กินแล้วก็ยังเปรี้ยวมาก
“แอปเปิ้ลพวกนี้กินไม่ได้เลย”
หนิงหนิงมองเธอแวบหนึ่ง แล้วถามหนิงเหนียน “แล้วนายล่ะ”
หนิงเหนียนมองไปที่ซูเจาที่กำลังโกรธ รู้สึกสับสนเล็กน้อย เขาส่ายหน้า “ไม่เปรี้ยว”
หนิงหนิงส่งส้มให้เขาอีกผล “ลองชิมดูอีกที”
หนิงเหนียนกัดคำหนึ่ง แล้วก็ยังคงส่ายหน้า “ไม่เปรี้ยว”
ไม่ใช่แค่ไม่เปรี้ยวเท่านั้น แถมยังหวานด้วย
ซูเจาไม่พอใจ “คุณกำลังตั้งคำถามกับฉันเหรอ?”
หนิงหนิงยังไม่ทันได้พูดอะไร ผู้ชมก็ไม่พอใจก่อนแล้ว
[ซูเจาต้องการจะทำอะไรกันแน่? ทำไมถึงมีเรื่องเยอะแยะอยู่คนเดียวทั้งวัน]
[ตามประสบการณ์หลายปีของฉันในการเลือกผลไม้ แอปเปิ้ลลูกนี้ดูแล้วอร่อยมากเลยนะ]
[ถูกต้อง แอปเปิ้ลลูกนี้แค่ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก ต้องเป็นแบบที่อร่อยแน่นอน]
[ของอย่างเดียวกัน หนิงเหนียนกินได้ แต่เธอกินไม่ได้ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าไม่ใช่การจงใจ]
[ตัวเธอเองที่อยากกิน ตอนนี้คนที่ไม่พอใจก็เป็นเธอ ท้ายที่สุดต้องรับใช้เธออย่างไร เธอถึงจะพอใจกันแน่]
[ยอมใจเลย ที่ซูเจาถูกด่าไม่ใช่ว่าไม่มีเหตุผลนะ]
[ฮ่าฮ่า พวกคุณเพิ่งรู้ตัวเหรอ เจินเจินมาเจอเธอถือว่าซวยสุดๆ ไปเลย]
[บางคนนะ ซูเจาทำไม่ถูกก็จริง แต่ก็อย่าฉวยโอกาสมาแก้ตัวให้พี่สาวคุณเลย พี่สาวบ้านคุณกับซูเจาก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่หรอก]
…
หนิงหนิง “ไม่หรอก คนละคน รสนิยมไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง”
เธอมองดูแอปเปิ้ลในมือแล้วก็กัดลงไปหนึ่งคำ
ไร้สี ไร้รส
ผลไม้นั้นเป็นของที่ซูเจาอยากจะกิน แต่สุดท้าย นอกจากเธอแล้ว คนอื่นและสัตว์ก็กินกันหมด
ซูเจากอดอกอยู่ข้าง ๆ มองดูอย่างโกรธเคือง “พวกคุณกินลงคอได้ยังไง”
เธอนึกถึงรสเปรี้ยวนั้นแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ
[โอ้โห ซูเจาแสร้งทำเหมือนจริงอยู่นะ]
[น่ารำคาญจริง ๆ ตัวเองไม่กินก็อย่ามารบกวนคนอื่นสิ]
[ไปอยู่ข้างๆ เลยไป เห็นแล้วหงุดหงิด]
…
ตอนนี้ผู้ชมมองซูเจาอย่างไรก็ไม่ถูกใจไปหมด
แต่ถ้าซูเจาทำให้ผู้ชมพอใจได้ เธอก็คงไม่ใช่ซูเจาแล้ว
ไม่ถึงวินาทีถัดมา ซูเจาก็หันไปทางหนิงหนิงสั่งเธอว่า “ไม่ได้ คุณต้องไปหาผลไม้อย่างอื่นมาให้ฉันกินใหม่”
[…]
[ใครก็ได้ไปลอบสังหารซูเจาที]
[ฉันทนผู้หญิงคนนี้ไม่ไหวแล้ว! ใครมาจัดการเธอหน่อย!]
[หนิงหนิง ถ้าเรื่องแบบนี้เธอยังไม่โกรธอีก ฉันจะดูถูกเธอแล้วนะ]
…
แต่ว่าวินาทีถัดมา หนิงหนิงตอบรับอย่างราบรื่นมาก
“อืม”
อย่าว่าแต่คนดูเลย แม้แต่ซูเจาเองก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย
“คุณกินยาอะไรผิดไปหรือเปล่า?”
หนิงหนิง “ไม่ได้กินยาหรอก เพิ่งกินแอปเปิลมาเมื่อกี้”
ซูเจา : …
ไม่ต้องแปลกใจที่ชาวต่างชาติจะไม่มีอารมณ์ขันเลย
คนสองคนกับหมาป่าและหมี กินแอปเปิ้ลไปแล้วครึ่งต้น
หนิงหนิงกินเสร็จลูกหนึ่งก็หยุด แล้วจ้องมองสัตว์กินเนื้อที่กำลังกินแอปเปิ้ลอย่างมีความสุข
พวกมันอดอยากมานานแค่ไหนแล้วนะ
ไม่รู้ว่าสำหรับพวกมันแล้ว แอปเปิ้ลเหล่านี้มีรสชาติอย่างไร
เมื่อสัตว์ตัวเล็ก ๆ กินเสร็จแล้ว ทั้งสามคนก็เดินหน้าต่อไป
ถนนในป่าหลังฝนตก ทุกที่เต็มไปด้วยโคลนตมและน้ำค้าง ตามหลักเหตุผลแล้ว ถนนควรจะเดินยากมาก
แต่ว่า พวกเขาเดินมาได้นานขนาดนี้แล้ว นอกจากรองเท้าที่จะสกปรกไปบ้างแล้ว ส่วนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ดูเหนื่อยอ่อนแรงเลย
พวกเขาดูเหมือนจะหาพื้นที่มีหญ้าแห้งที่เหมาะสมเจอเสมอ
ผู้ชมทั้งหลายก็ไม่แปลกใจอะไรแล้ว
สัตว์เล็ก ๆ พวกนี้มีความจุของสมองจำกัด ครั้งนี้ หนิงหนิงเป็นคนนำหน้า เธอเดินอยู่ข้างหน้า
ซูเจา “เรากำลังจะไปไหนกัน?”
หนิงหนิง “นี่ก็คุณพูดเองนะ ว่าจะกินอาหารอย่างอื่น เลยเดินเที่ยวดูไปเรื่อย ๆ”
ซูเจาทำหน้าบูดบึ้ง “แล้วเราจะต้องเดินไปจนถึงกี่โมงเนี่ย?”
หนิงหนิง “ไม่รู้สิ รอแป๊บนึงค่อยหาใครถามดู”
ซูเจาและหนิงเหนียน : ?
ผู้ชม : ?
[อะไรนะ? เธอจะถามใคร?]
[ในป่านี้ยังมีใครให้เธอถามอีกเหรอ?]
[คงไม่ใช่สัตว์อีกแล้วนะ]
[จะให้พูดว่ายังไง นอกจากสัตว์แล้ว ฉันนึกไม่ออกเลยว่าจะเป็นอะไรอื่น]
[แต่สัตว์ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหาเจอนะ เดินมาไกลขนาดนี้แล้ว แม้แต่นกตัวเดียวก็ยังไม่เห็น]
[ใช่แล้ว นกไปไหน เมื่อวานตอนเพิ่งเข้าป่า นกยังเยอะแยะอยู่เลย ทำไมวันนี้หายไปหมด]
[คุณไม่เห็นกลุ่มที่พวกเขาพามาข้างหลังเหรอ ใครจะกล้าออกมาล่ะ!]
[จริงด้วย ฉันก็ว่านกหายไปไหนหมด ฮ่า ๆ]
[ไม่มีนกแล้ว จะหาใครถามได้เมื่อไหร่กันนะ?]
…
หนิงหนิงก็ไม่พูดว่าจะไปถามใคร
เธอเพียงแค่พาคนและสัตว์ เดินก้มหน้าก้มตาไปข้างหน้าในป่า
ผู้ชมไม่เห็นด้วยกับการกระทำของหนิงหนิง ไม่มีนกแล้วจะไปถามใครได้
[ฉันว่ากลับไปดีกว่านะ ไปขอบุฟเฟ่ต์จากรายการมากินดีกว่า ถ้าซูเจาไม่กิน ก็ไม่ต้องกิน ปล่อยให้เธอหิวไปเอง]
[ใช่แล้ว ตามใจเธอมากไปแล้ว อยากกินก็กิน ไม่อยากกินก็ช่างมัน]
ขณะที่ผู้ชมกำลังเดือดดาลกันอยู่นั้น ในหน้าจอ หนิงหนิงหยุดเดิน แล้วทำท่าจุ๊ ๆ ขอความเงียบ
ผู้ชมที่อยู่หน้าจอก็หยุดพิมพ์ข้อความตำหนิลงในช่องแสดงความคิดเห็น แล้วเงียบลง
หนิงหนิงเดินไปใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง
ต้นไม้ต้นนี้ดูมีอายุมาก ลำต้นแข็งแรง ยื่นตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า กิ่งก้านหนาทึบ
หนิงหนิงยืนอยู่ใต้ต้นไม้ เงยหน้ามอง ไม่รู้ว่าเธอกำลังมองอะไรอยู่
เธอยกมือขึ้นอีกครั้ง เคาะที่ลำต้น
คนอื่น ๆ ไม่เข้าใจการกระทำของเธอ กำลังงุนงงอยู่
ทันใดนั้นด้านหลังของลำต้น ก็เห็นหัวที่มีขนปุกปุยแอบโผล่ออกมาเบา ๆ
[อ๊าาาาา กระรอกตัวน้อย!]
[พระเจ้า ที่นี่มีกระรอกด้วยเหรอ!]
[หนิงหนิงเจอได้ยังไงกันนะ!]
[ท่าทางโผล่หัวออกมาแบบเงียบ ๆ น่ารักจริง ๆ!]
…
หนิงหนิงย่อตัวลง แล้วยื่นมือออกไป
กระรอกตัวน้อยเอียงหัว ราวกับกำลังยืนยันว่าหนิงหนิงมีอันตรายหรือไม่ จากนั้นมันก็ค่อย ๆ วิ่งออกมาจากด้านหลังลำต้นไม้ แต่ก็ต้องหดกลับไป เพราะตกใจฝูงหมาป่าและหมี
หนิงหนิง “ไม่เป็นไรนะ มาหาฉันเถอะ ให้ฉันดูขาของเธอหน่อย”
กระรอกลังเลอยู่ แต่สุดท้ายก็รวบรวมความกล้าออกมาจากหลังลำต้นไม้ วิ่งมาหาหนิงหนิง
ครั้งนี้ทุกคนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ
[ทำไมกระรอกตัวนี้วิ่งกะเผลก ๆอย่างนั้นนะ?]
[ขาเหมือนจะเจ็บ หนิงหนิงก็บอกให้เธอดูขาด้วย]
[กระรอกน้อยที่น่าสงสาร ขาเป็นอะไรไปนะ รีบให้หนิงหนิงดูหน่อย เธอต้องรักษาให้หายได้แน่ ๆ]
…
กระรอกน้อยตัวนั้นโผเข้าไปในอ้อมอกของหนิงหนิงโดยตรง หนิงหนิงอุ้มกระรอกตัวนั้นแล้วลุกขึ้นยืน ตรวจสอบขาของกระรอกอย่างละเอียด
ซูเจาเข้ามาใกล้ “บาดแผลของมัน เหมือนกับบาดแผลของเสือดาวตัวก่อนหน้านี้เลย”
จริง ๆ แล้วก็เหมือนกันจริง ๆ ขามีเลือดไหลเละเทะ และยังมีร่องรอยของแผลไฟไหม้อยู่บ้าง มองด้วยตาเปล่า ก็ไม่สามารถวิเคราะห์ได้เลยว่าเคยประสบอะไรมา
“ต้องการความช่วยเหลือไหม?” เจียงซั่วเอ่ยปากขึ้นอย่างทันท่วงที
เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากกรมป่าไม้ที่เคยเจอกันเมื่อวานนี้มาถึงอย่างรวดเร็ว ภายใต้การปลอบโยนของหนิงหนิง กระบวนการช่วยเหลือก็เป็นไปอย่างราบรื่นเช่นเคย
เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยพันแผลให้กระรอกน้อยแล้ว และตัดสินใจที่จะพากระรอกน้อยไปก่อน
“พวกคุณวางใจได้ เมื่อบาดแผลของพวกมันหายแล้ว เราจะปล่อยพวกมันกลับคืนสู่ป่าอีกครั้ง”
หนิงหนิงส่ายหัว “ไม่ต้องรีบหรอก”
เอากลับมาตอนนี้ น่าจะไม่ใช่เรื่องดีอะไรแน่