แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 11 ตระกูลเจียงเป็นคนเลว!
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 11 ตระกูลเจียงเป็นคนเลว!
บทที่ 11 ตระกูลเจียงเป็นคนเลว!
เด็กหนุ่มขดตัวอยู่บนเตียง ห้องยิ่งดูเล็กลงไปอีกเตียงก็เล็กลงตามไปด้วย
ใบหน้าของเขาแดงก่ำ มือกุมห่มผ้าห่มไว้แน่น ดูเหมือนเขาจะป่วย
จู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก
ชายคนหนึ่งจ้องเด็กหนุ่มด้วยสายตาดุร้าย มีเด็กผู้ชายอายุราวสิบกว่าปีโผล่หน้ามาข้าง ๆ เขามีหน้าตาคล้ายชายคนนั้นอยู่บ้าง เด็กผู้ชายคนนั้นชี้ไปที่เด็กหนุ่มบนเตียงแล้วพูดว่า “พ่อครับ เงินนั่นเขาขโมยไปจริง ๆ! ผมเห็นกับตา!”
ชายคนนั้นไม่พูดอะไรสักคำ กระชากผ้าห่มออกแล้วลากเด็กหนุ่มลงจากเตียง ก่อนจะเตะเข้าที่ท้องของเขาอย่างแรง
เด็กผู้ชายคนนั้นตกใจจนต้องเอามือปิดตา
เด็กหนุ่มขดตัวด้วยความเจ็บปวด เหงื่อผุดซึมเต็มหน้าผากเขากัดฟันพูดว่า “ผมไม่ได้ขโมย ลูกชายคุณต่างหากที่เป็นคนเอาไป”
เด็กผู้ชายคนนั้นตะโกนเสียงดัง “นายพูดโกหก นายนั่นแหละที่ขโมย พ่อครับตีเขาต่อเลย!”
ชายคนนั้นเตะซ้ำอีกหลายที เด็กหนุ่มเจ็บจนพูดไม่ออก
หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา แล้วบ่นว่า “เสียงเบา ๆ กันหน่อยได้ไหม อย่าให้เสียงดังจนรบกวนการนอนของเจินเจิน”
ในมุมห้อง เด็กผู้ชายคนนั้นยืนแลบลิ้นใส่เด็กหนุ่ม
…
หนิงหนิงเก็บลูกแก้วคริสตัลแล้วอุ้มวาเซียขึ้นมา ตอนนี้เกือบจะตีสามแล้ว ได้เวลานอน
คืนนี้เธอนอนไม่ค่อยหลับ
ครู่หนึ่งเธอฝันถึงเจียงชูเหมย เธอพูดว่า “ฉันรู้ว่าเธอเป็นเด็กดี”
สักพักหนึ่งเธอก็ฝันถึงแม่ของเธอ
หนิงหนิงไม่เคยเห็นหน้าแม่เลย เพราะแม่เสียชีวิตหลังจากคลอดเธอ
เธอเกิดมาพร้อมผมสีดำขลับและดวงตาสีดำสนิท
พวกแม่มดต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอคือลูกของปีศาจ
พ่อของเธอซึ่งเป็นกษัตริย์ กลับมองเธอด้วยสายตาหวาดระแวง เขากลัวการล้างแค้นของปีศาจจึงไม่กล้าฆ่าเธอ แต่ก็ไม่เคยปกป้องเธอ
เขายอมรับการมีอยู่ของเธอแต่ก็ปล่อยให้คนอื่นรังแกเธอ
พี่น้องของเธอทั้งตีและด่าว่าเธอ
พวกเขาขังเธอไว้ในกรง ปฏิบัติกับเธอเหมือนสุนัข
โดยปกติแล้ว เธอจะตัวเตี้ยกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันอยู่หนึ่งช่วงศีรษะ เธอไม่เคยได้กินอิ่มท้องสักมื้อ ไม่เคยได้ใส่เสื้อผ้าที่สภาพดีสักชุด
จนกระทั่งเธออายุสิบขวบ ยูริก็มาถึง
เขาเป็นลูกชายของคนเลี้ยงม้า แม่ของเขาเป็นคนที่สวยมาก
กษัตริย์ฆ่าพ่อของเขา และแย่งชิงแม่ของเขามา
ยูริมีชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย เขาได้รับการปฏิบัติเหมือนกับที่เธอได้รับ
เด็กทั้งสองที่มีชะตากรรมเดียวกัน จึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะเดินเข้าหากัน
การอยู่กับยูริทำให้เธอมีความสุข เธอได้เรียนรู้วิธีขโมยของจากยูริ และในที่สุด เธอก็ได้กินอิ่มท้อง
เพียงแต่บางครั้งเมื่อถูกจับได้ พวกเขาก็จะถูกทำร้ายอย่างทารุณ
เมื่ออายุสิบแปดปี เธอบรรลุนิติภาวะแล้ว
ยูริขโมยขนมปังมามากมายเพื่อฉลองวันเกิดให้เธอ แต่เขาถูกจับได้
เธอพยายามช่วยยูริออกมา แต่ก็ถูกทำร้ายอย่างหนักเกือบถึงแก่ชีวิต
และในตอนนั้นเอง พลังของเธอก็ตื่นขึ้นเธอกลายเป็น ‘ลูกปีศาจ’ ตามที่พวกแม่มดพูดจริง ๆ
เธอเก่งกว่าปีศาจเสียอีก ด้วยกองทัพโครงกระดูกเพียงกองเดียว เธอได้ทำลายวังหลวงที่กักขังเธอมาสิบแปดปีจนราบคาบ
เธอใช้มือของตัวเอง ส่งเด็กหนุ่มที่เธอทะนุถนอมดั่งสมบัติล้ำค่า ขึ้นครองบัลลังก์กษัตริย์
สามปีต่อมา เด็กหนุ่มที่เธอรักดั่งสมบัติล้ำค่าคนเดียวกันนี้ก็ใช้มือของเขาเองสังหารเธอ
วาเซียรู้สึกว่าตัวเองแทบหายใจไม่ออก มันดิ้นรนอย่างยากลำบากกว่าจะหลุดออกมาจากอ้อมกอดของหนิงหนิงได้
หนิงหนิงหลับตาแน่น เหงื่อผุดขึ้นมาบนหน้าผาก
อ้า เธอฝันร้ายอีกแล้ว
มันยื่นอุ้งเท้าออกไปแตะหน้าผากของหนิงหนิง
อย่าขมวดคิ้วสิ
แล้วก็เอาหัวถูไถแก้มของหนิงหนิง ลมหายใจของหนิงหนิงจึงค่อย ๆ สงบลง
วาเซียนอนเกยอยู่ข้างหมอนของหนิงหนิง
หนิงหนิงคนโง่ ถ้าไม่มีฉัน เธอจะอยู่ยังไง
เช้าวันรุ่งขึ้น หนิงหนิงแทบหายใจไม่ออก เธอผลักหน้าวาเซียที่ทับอยู่บนใบหน้าของเธอออก
หลินเค่อเข้ามาตรวจเยี่ยมคนไข้ เธอดูประวัติการรักษาแล้วพูดว่า “อาการดีขึ้นมาก อีกไม่นานก็คงออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะ”
หลังจากตรวจเยี่ยมเสร็จ หนิงหนิงเพิ่งจะนอนลงได้ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง
เมื่อถูกปลุกให้ตื่น เธอที่มีรอยคล้ำใต้ตาทั้งสองข้างทำท่าทางไม่ค่อยพอใจนัก
ปกติการนอนหลับเป็นเพียงการพักผ่อน แต่เมื่อคืนหลังจากที่เธอใช้พลังงานไปมาก เธอจำเป็นต้องนอนชดเชยจริง ๆ
ถังถังไม่ได้เจอหนิงหนิงมาเป็นเดือนแล้ว
วันนี้บริษัทติดต่อมาหาเธอ เธอถึงได้รู้ว่าหนิงหนิงเข้าโรงพยาบาล
เธอเดินไปที่ข้างเตียง หนึ่งเดือนที่ผ่านมาหนิงหนิงผอมลงอีกแล้ว ผอมจนน่าใจหาย เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“ทำไมเธอถึงโง่แบบนี้ล่ะ การที่ได้แยกออกมาจากตระกูลเจียงพวกนั้น มันก็เป็นเรื่องดีแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องฆ่าตัวตายเพราะพวกเขาด้วย!”
เธอทำงานเป็นผู้ช่วยของหนิงหนิงมาสามปี ท่าทีของตระกูลเจียงที่มีต่อหนิงหนิงเป็นอย่างไรถังถังเป็นคนที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด
ตระกูลเจียงรู้จักใช้สื่อสร้างภาพลักษณ์ได้อย่างแนบเนียน ต่อหน้าสาธารณชน พวกเขาทำเหมือนรักและเอ็นดูหนิงหนิง ยกย่องเธอว่าเป็นเจ้าหญิงน้อยของตระกูล
แต่ความจริงแล้ว ตลอดสามปีที่เธอติดตามหนิงหนิงมาไม่เคยเห็นคนในตระกูลเจียงมาเยี่ยมหนิงหนิงสักครั้ง
ส่วนทางด้านหนิงหนิงก็ต้องทำตามคำสั่งของตระกูลโดยไม่มีข้อแม้ แค่คำพูดสั้น ๆ ที่ไม่มีเหตุผลก็เพียงพอให้เธอต้องเก็บของกลับบ้านทันทีหลังถ่ายละครจบ แม้จะไม่ได้นอนติดต่อกันหลายวัน ลืมตาแทบไม่ขึ้นเธอก็ยังต้องรีบกลับไปตอนดึก
เธอเคยได้ยินหนิงหนิงคุยกับคนในตระกูลเจียงทางโทรศัพท์ ผ่านหูฟัง น้ำเสียงของคนในตระกูลเจียงเย็นชาตลอดเวลา
หนิงหนิงมักจะถูกด่าด้วยคำพูดหยาบคายอยู่บ่อย ๆ ถังถังไม่อยากจะเชื่อว่า คำพูดแบบนั้นจะหลุดออกมาจากปากของภรรยาตระกูลร่ำรวยที่มีภาพลักษณ์ผู้ดีได้
ที่สำคัญคือ ทุกครั้งหนิงหนิงจะแสดงสีหน้าเอาอกเอาใจ ซึ่งไม่เหมือนความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกที่ปกติเลย
ในวงการบันเทิง มีลูกคนรวยอยู่มากมาย พวกเขาส่วนใหญ่มั่นใจและกล้าแสดงออก เห็นได้ชัดว่าเติบโตมาในครอบครัวที่ร่ำรวย
มีใครบ้างที่เหมือนหนิงหนิง ทำอะไรก็ระแวดระวัง ลังเล และคอยเอาอกเอาใจทุกคนโดยไม่รู้ตัว
หนิงหนิงเป็นคนที่มีศักดิ์ศรีสูง แค่คำพูดล้อเล่นธรรมดา ๆ ก็ทำให้เธอคิดวนเวียนอยู่กับมันได้เป็นเวลานาน
ความภาคภูมิใจที่แสดงออกมานั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงการปกปิดความรู้สึกด้อยค่าอย่างที่สุด
จ้าวเฉิงหยวนรู้นิสัยของหนิงหนิงดี เขาจึงชอบด่าเธอเป็นประจำ
บางครั้ง แม้ไม่ใช่ความผิดของหนิงหนิงเขาก็ยังด่าเธออยู่ดี
การรังแกคุณหนูตระกูลใหญ่แบบนี้ สามารถตอบสนองความหยิ่งผยองของเขาได้
ถังถังทนไม่ไหว จึงเถียงกลับจ้าวเฉิงหยวนไป แต่ทุกครั้งหนิงหนิงก็จะยอมรับคำด่าแทนเพื่อปกป้องเธอ
จนกระทั่งเรื่องทายาทตัวจริงตัวปลอมถูกเปิดเผย ถังถังกลับรู้สึกว่าเป็นไปตามที่คาดไว้
ในขณะเดียวกัน เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังจับต้องบางอย่างได้อย่างเลือนราง
ถังถังยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่ ร้องไห้อยู่พักใหญ่เมื่อเช็ดน้ำตาแล้วมองดูหนิงหนิงที่มีใบหน้าไร้อารมณ์ หนิงหนิงถามเธอว่า “คุณเป็นใคร?”
ถังถัง !!!
ตายแล้ว หนิงหนิงความจำเสื่อม!
หนิงหนิง “ขอโทษนะ ฉันความจำเสื่อม”
ถังถัง…
เป็นอย่างนั้นจริง ๆ
ถังถัง “แล้วเธอยังจำพ่อแม่บุญธรรมของเธอได้ไหม?”
หนิงหนิง “จำไม่ได้”
ถังถังยิ้มบาง “ดีมาก จำไว้นะ พวกเขาคือพวกคนเลว”
“หนิงหนิง พวกเขาคือคนเลว”
ถังถังหัวเราะคิกคัก
การที่เธอความจำเสื่อมก็ดีเหมือนกัน เมื่อจำพวกตระกูลเจียงไม่ได้ ท่าทางของหนิงหนิงก็เปลี่ยนไป
หนิงหนิงถาม “แล้วคุณล่ะ เป็นใคร?”
ถังถังตบอกตัวเองเบา ๆ “ฉันเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดในโลกของเธอไงล่ะ ฉันถังถังยังไงล่ะ!”
วาเซียกระโดดขึ้นมา โกรธจัดจนต้องตบหน้าถังถัง
เด็กคนนี้พูดอะไรของเธอเนี่ย
ถังถังคว้าอุ้งเท้าแมวไว้ได้ “พระเจ้า! แมวน้อยน่ารักมาจากไหนกันเนี่ย เร็วเข้า มาให้ฉันหอมหน่อย”
วาเซียร้องลั่น “อ๊าาา!!!”
หนิงหนิงคว้ามันกลับมา
วาเซียรีบหลบไปอยู่ด้านหลังหนิงหนิง หนวดของมันตั้งชันขึ้นมาทันที
ทำไมคนในโลกนี้ถึงเป็นแบบนี้นะ พอเห็นเขาทีไรก็ทำเหมือนเจอทองคำทุกที
ชอบเขากันขนาดนั้นเลยเหรอ
จริง ๆ เลยนะ
เมื่อสัมผัสแมวน้อยน่ารักไม่ได้ ถังถังรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง เธอถามถึงอาการของหนิงหนิงอย่างละเอียด
เธอได้รู้ว่าหนิงหนิงจะออกจากโรงพยาบาลได้ในเร็ว ๆ นี้
“ต่อไปอย่าทำอะไรโง่ ๆ แบบนี้อีกนะ เข้าใจไหม?”
ถังถังรู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย แล้วนึกถึงธุระที่ตั้งใจมาที่นี่
รายการ ‘พวกเราโตแล้ว’ จะเริ่มถ่ายทำเดือนหน้า วันนี้เธอมาที่นี่ก็เพราะเรื่องนี้
ตอนนี้ปัญหาก็คือหนิงหนิงจำไม่ได้แล้ว แล้วเดือนหน้าหนิงหนิงจะเข้าร่วมรายการวาไรตี้ได้อย่างไรกัน!