แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 12 เพราะฉันกระโดดตึก
บทที่ 12 เพราะฉันกระโดดตึก
หลังจากที่เรื่องราวของทายาทตัวจริงและตัวปลอมถูกเปิดเผย รายการ ‘พวกเราโตแล้ว’ เป็นงานเพียงงานเดียวที่ยังเหลืออยู่ในมือของหนิงหนิง
รายการวาไรตี้นี้เป็นรายการใหม่ที่สถานีโทรทัศน์สตรอเบอร์รี่เปิดตัวในปีนี้ เป็นรายการเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยเชิญพี่น้องหลายคู่จากชนชั้นที่แตกต่างกันมาร่วมรายการ เพื่อสังเกตการณ์ว่าพี่น้องจากแต่ละชนชั้น มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร ดูเหมือนจะเน้นไปในแนวสร้างความอบอุ่นใจ
ผู้กำกับหลักคือเว่ยฉือ ผู้กำกับรายการวาไรตี้ที่อยู่ในวงการมายาวนานมีผลงานเด่นอย่าง ‘จงรักเถอะ’ และ ‘มุ่งไปข้างหน้า’ ซึ่งล้วนได้เรตติ้งดีและมีกระแสตอบรับที่ดี
ก่อนหน้านี้ทางรายการตั้งใจจะเชิญหนิงหนิงและเจียงฉือซิงมาร่วมรายการด้วยกัน และได้ตกลงกันเบื้องต้นแล้ว สัญญาก็ร่างเสร็จแล้ว ข่าวก็ปล่อยออกไปบนอินเทอร์เน็ตแล้วเหลือแค่เซ็นสัญญาเท่านั้น
ตอนนี้ การเชิญมาร่วมรายการตามที่วางแผนไว้คงเป็นไปไม่ได้แล้ว
เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวออกมาทางอินเทอร์เน็ตว่า เจียงเจินจะเข้าร่วมรายการพวกเราโตแล้วพร้อมกับเจียงฉือซิง
ถังถังคิดว่าหนิงหนิงคงไม่มีโอกาสแล้ว
แต่ผลปรากฏว่า เมื่อวานนี้บริษัทโทรตามตัวรัว ๆ เรียกถังถังให้ไปที่บริษัท เพราะจ้าวเฉิงหยวนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ต้องนอนพักอย่างน้อยหนึ่งเดือน
สั่งให้เธอไปตามหนิงหนิงมา เพื่อจัดการเรื่องการเซ็นสัญญารายการวาไรตี้
ถังถังถึงได้รู้ว่าหนิงหนิงพยายามฆ่าตัวตาย และกำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะแบบนี้เองที่ทำให้เธอโทรหาหนิงหนิงไม่ติด
บริษัทปิดบังเรื่องนี้จากภายนอกอย่างมิดชิดมาตลอดหนึ่งเดือน
ถังถังรู้สึกว่าบริษัทบ้าไปแล้ว ให้เธอที่เป็นแค่ผู้ช่วยไปดูแลเรื่องเซ็นสัญญา เธอจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้กันเล่า!
นี่มันชัดเจนอยู่แล้วว่าบริษัทกำลังจะบอกหนิงหนิงว่าเธอถูกทอดทิ้งแล้ว
ถังถังโกรธจนแทบบ้า
เธอคืนโทรศัพท์มือถือที่นำมาให้หนิงหนิง
หนิงหนิงมองดูสิ่งของรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าชิ้นนี้ เธอรู้ว่ามันคือโทรศัพท์มือถือ
โทรศัพท์มือถือสามารถใช้พูดคุยกับคนที่อยู่ห่างไกลได้
ในโทรศัพท์มือถือ ยังมีหนังสือและเพลงมากมายสามารถฟังและอ่านได้ทุกเมื่อ
ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ
สิ่งของมากมายในยุคปัจจุบันล้วนน่าอัศจรรย์
ถังถังทำหน้าเครียด เล่าเรื่องที่ทางรายการให้หนิงหนิงไปเซ็นสัญญา เธอกลัวว่าหนิงหนิงซึ่งเพิ่งเริ่มรู้สึกดีขึ้นจะต้องกลับมาเจ็บปวดอีกครั้ง
หนิงหนิงจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เธอไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ
ถังถังชะงักไป เธอลืมไปว่าหนิงหนิงจำอะไรไม่ได้แล้ว
วาเซียโน้มตัวเข้ามาดูโทรศัพท์มือถือ
ดวงตาสีเขียวของมันสะท้อนอยู่บนหน้าจอสีดำ
“อันนี้ฉันเปิดเป็น”
มันเคยเห็นคนที่เดินบนถนนใช้อันนี้
อุ้งเท้าเหยียบอยู่บนหน้าจอครู่ใหญ่
อ้าว ทำไมไม่สว่างล่ะ
วาเซียเหยียบหน้าจออย่างหงุดหงิด
ถังถังเอามือประคองใบหน้าตัวเองไว้
แมวน้อยตัวนี้น่ารักจริง ๆ
หนิงหนิงกดปุ่มเปิดเครื่องที่อยู่ด้านข้างโทรศัพท์มือถือ
หน้าจอสว่างขึ้น ต้องใส่รหัสปลดล็อก
เธอไม่รู้รหัส
ถังถังคว้ามือของหนิงหนิงไว้ แต่หนิงหนิงกลับสะบัดมือออก
“ทำไมล่ะ ด้านหลังโทรศัพท์มีเครื่องสแกนลายนิ้วมือนะ” ถังถังพูด
หนิงหนิงกดลายนิ้วมือลงไป โทรศัพท์ก็ปลดล็อกทันที
ภาพพื้นหลังเป็นภาพถ่ายชายหญิงคู่หนึ่ง ชายสวมชุดสูท หญิงสวมชุดกี่เพ้า ดูเข้ากันมากทั้งคู่กำลังยิ้ม
ด้านหน้าพวกเขามีเด็กชายตัวน้อยนั่งอยู่ หวีผมเสยไปด้านหลัง สวมกางเกงเอี๊ยม แขนทั้งสองข้างกอดลูกฟุตบอลไว้ดูภาคภูมิใจมาก
หนิงหนิง “นี่มันพวกคนเลวเหรอ?”
ถังถังมองหน้าจอแล้วกัดฟันพูด “ใช่ พวกเขาไม่ได้ดีกับเธอเลย ดูสิ ถ่ายรูปครอบครัวยังไม่ยอมให้เธอมาร่วมถ่ายด้วยเลย”
ดูเหมือนว่าชีวิตของหนิงหนิงในบ้านตระกูลเจียงจะแย่กว่าที่เธอคิดไว้มาก
“งั้นเดี๋ยวฉันจะเปลี่ยนมัน”
ถังถังพยักหน้า นั่นแหละถูกต้องแล้ว
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก
หนิงหนิงกดไอคอนสีเขียวเพื่อรับสาย
สายต่อติดแล้ว เว่ยฉือยังไม่ทันตั้งตัว ก่อนหน้านี้โทรไปแล้วหลายสิบครั้งแต่ไม่เคยต่อสายติดเลยสักครั้ง
เมื่อหนึ่งเดือนก่อนทางกองถ่ายรายการได้ติดต่อกับบริษัทบันเทิงซังซิง เพื่อหารือเรื่องการเปลี่ยนคู่แสดงของหนิงหนิง
ทางบริษัทซังซิงบอกว่าหนิงหนิงไม่ยินยอม จึงให้ทางกองถ่ายรายการไปเจรจากับหนิงหนิงเองโดยตรง
รายการจึงเริ่มต้นการเดินทางอันยาวนาน ในการโทรศัพท์หาหนิงหนิงแต่เธอเหมือนหายตัวไปจากโลกนี้
สถานที่ถ่ายทำก็เลือกไว้แล้ว และเริ่มจัดเตรียมแล้ว
เขาก็ยังติดต่อหนิงหนิงไม่ได้ เว่ยฉือแทบจะเป็นบ้าตาย ทางตระกูลเจียงก็เร่งเร้าเขาอยู่
เขารู้สึกสงสัยมาก คนคนนี้หายตัวไปจริง ๆ เหรอ
จนในที่สุดเขาก็ติดต่อได้ แต่ตอนนี้น้ำเสียงของเขากลับไม่ค่อยดีนัก
“คุณหนิงหนิงถ้าคุณไม่เต็มใจ โทรมาบอกแค่ครั้งเดียวก็คงไม่เสียเวลาคุณมากนัก พวกเราทีมงานรายการมีคนเยอะไม่ได้มีไว้คอยรับใช้คุณคนเดียว และยังมีงานอื่นอีกมากที่ต้องทำ คุณเข้าใจไหม?”
หนิงหนิงตอบ “ขอโทษค่ะ ฉันไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร ถ้าคุณโกรธที่หาฉันไม่เจอ นั่นเป็นเพราะฉันกระโดดตึกต้องนอนโรงพยาบาลมาหนึ่งเดือน ตอนนี้ก็ยังอยู่ที่โรงพยาบาลเพิ่งได้โทรศัพท์คืนมาวันนี้”
เว่ยฉือนิ่งเงียบไป
เขาสมควรตายจริง ๆ
“คุณมีธุระอะไรหรือเปล่า ฉันดีขึ้นพอสมควรแล้ว”
“ผมชื่อเว่ยฉือ ผมเป็นผู้กำกับรายการ ‘เราโตขึ้นแล้ว’ ทางรายการอยากจะคุยกับคุณและน้องชายของคุณสักหน่อยเรื่องสัญญา ทางเราต้องการให้พวกคุณมาเซ็นด้วยกัน ไม่ทราบว่าคุณจะสะดวกมาเมื่อไหร่ครับ?” เว่ยฉือพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลง
“วันนี้ก็ได้ค่ะ” หนิงหนิงตอบ
“แน่ใจนะครับว่าได้? ร่างกายของคุณไม่เป็นอะไรไรแล้วใช่ไหม?” เว่ยฉือถามย้ำอีกหลายครั้ง
“ฉันจะบอกคุณหมอเองค่ะ” หนิงหนิงตอบ
พวกเขานัดเวลากันทางโทรศัพท์ว่าจะไปที่สถานีโทรทัศน์ในช่วงบ่าย
หลังจากวางสายโทรศัพท์ ถังถังก็รีบไปหาหมอเจ้าของไข้ของหนิงหนิง เพื่อขอ
อนุญาตออกจากโรงพยาบาลชั่วคราว หมอกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าอย่าให้หนิงหนิงกินอะไรที่ไม่ควรกินเมื่ออยู่ข้างนอก และห้ามออกกำลังกายหักโหม พร้อมทั้งสั่งกำชับอีกมากมายด้วยความเป็นห่วง
หนิงหนิงตั้งใจฟังทุกคำพูด
เมื่อรู้ว่าเธอขอออกจากโรงพยาบาล หลินเค่อก็รีบวิ่งมาหาและพูดบ่นย้ำเตือนมากมายเช่นกัน
ถังถังกลับไปหยิบเสื้อผ้ามาให้หนิงหนิงเปลี่ยน
เป็นชุดกระโปรงยาวสีขาว คอปกตุ๊กตา มีริบบิ้นสีเขียวที่เอว ที่ปลายแขนประดับไปด้วยลูกไม้ดอกเล็ก ๆ ดูเหมือนนางฟ้ามาก
“จำเป็นต้องใส่ชุดนี้ด้วยเหรอ?” หนิงหนิงถาม
ถังถังลองเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกหลายชุด มีแค่สีที่แตกต่างกันแต่สไตล์ยังคงเป็นแบบนางฟ้าเหมือนเดิม
หนิงหนิงถอนหายใจอย่างจนใจ “ฉันจะใส่ชุดสีขาว”
หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จ ถังถังก็หยิบเครื่องสำอางออกมาช่วยปกปิดรอยคล้ำใต้ตาให้หนิงหนิง ด้วยผิวที่ขาวของเธอทำให้รอยคล้ำใต้ตาเห็นได้ชัดเป็นพิเศษ
“เข้าโรงพยาบาลแล้วก็อย่าอดนอนสิ”
หนิงหนิงหรี่ตามอง เธอไม่ชินกับการที่มีคนเข้ามาใกล้ขนาดนี้
หลังจากทาลิปสติกแล้ว สีหน้าเธอดูดีขึ้นมาก
หนิงหนิงลุกขึ้นยืน เดินไปสองก้าว
ถังถังร้อง “ว้าว” ออกมา
ชุดกระโปรงยาวสีขาวทำให้หนิงหนิงดูขาวผ่องยิ่งขึ้น ขาวจนเป็นประกาย ความขาวช่วยกลบจุดด้อยได้สามส่วน ยิ่งไปกว่านั้นหนิงหนิงเองก็สวยอยู่แล้ว
เธอมองคนอื่นด้วยแววตาเย็นชา บุคลิกภาพเธอดูเย็นชาขึ้นมาก
หลังจากที่หนิงหนิงสูญเสียความทรงจำ แม้แต่บุคลิกภาพก็เปลี่ยนไป
แต่ก่อนในแววตาของเธอ มักจะมีความน่าสงสารฉายออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่ตอนนี้ไม่มีเหลืออยู่เลย
มองแบบนี้แล้ว ตระกูลเจียงนี่ไม่ใช่มนุษย์จริง ๆ
ช่วงบ่าย
ก่อนออกจากบ้าน หนิงหนิงสวมหน้ากากอนามัยและหมวกปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด
ขณะที่ถังถังไม่ทันสังเกต เธอให้มอร์ต้าถือลูกแก้วคริสตัลไว้
ภายในลูกแก้วคริสตัลเป็นประกายระยิบระยับ มอร์ต้าชอบมันมากขณะที่คาบมันไว้ก็สะบัดหางงูไปมา
เธอไม่สามารถพาวาเซียไปด้วยได้ หนิงหนิงจึงให้เขาอยู่ที่โรงพยาบาล วาเซียเลยหันก้นใส่หนิงหนิง
พอหนิงหนิงออกจากประตูไป เขาก็แอบหนีออกไปเที่ยวเล่นทันที
วันนี้อากาศดี แสงแดดอบอุ่น
บริษัทไม่ได้จัดรถให้หนิงหนิง ถังถังจึงเรียกรถผ่านแอป รถมาถึงแล้วและกำลังจอดรออยู่ข้างนอก
พอขึ้นรถหนิงหนิงก็พิงหน้าต่าง
ถังถังตกใจ
หนิงหนิงมีเหงื่อซึมเต็มหน้าผาก ใบหน้าแดงผิดปกติ
“เป็นอะไรไปหรือเปล่า มีตรงไหนที่รู้สึกไม่สบายไหม”
ไม่ใช่ว่าอาการดีขึ้นแล้วหรอกเหรอ เพิ่งออกมาจากโรงพยบาลเดินมาได้แค่ไม่กี่ก้าวเอง
หนิงหนิงโบกมือปฏิเสธ
หลังจากพักสักครู่ เธอจึงค่อย ๆ รู้สึกดีขึ้น
เธอกับแสงแดดนี่ไม่ถูกกันจริง ๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มองโลกใบนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่การดูรูปภาพในหนังสือหรือแค่ฟังเสียงเท่านั้น
ปลายเดือนมีนาคม เป็นช่วงที่ดอกไม้ผลิบานสะพรั่ง ทั้งดอกท้อ ดอกไม้จีนและดอกแพร์เบ่งบานเต็มสองข้างทาง
ตลอดเส้นทางหนิงหนิงเห็นผู้คนมากมายกำลังชื่นชมดอกไม้บนทางเท้า
ตึกระฟ้า ป้ายโฆษณา รถยนต์และผู้คนที่ยืนรอรถที่ป้ายรถประจำทางพร้อมหูฟังและเพลง ทั้งหมดผ่านสายตาเธอไปอย่างรวดเร็วผ่านหน้าต่างรถ
ขณะรอไฟแดงมีกลีบดอกไม้ปลิวมาตามลม หนิงหนิงยื่นมือออกไปกลีบดอกไม้ก็ร่วงหล่นลงบนฝ่ามือของเธอ
“อย่าเข้าใกล้หน้าต่างมากเกินไปนะ เดี๋ยวร้อน” ถังถังเป็นห่วงเธอ
หนิงหนิงเพิ่งสังเกตว่าแสงแดดที่ส่องกระทบใบหน้าของเธอ อบอุ่นจนรู้สึกร้อนเล็กน้อย