แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 13 ฉันมาที่นี่เพราะคิดว่าน้องชายที่คุณพูดถึงคือหนิงเหนียน
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 13 ฉันมาที่นี่เพราะคิดว่าน้องชายที่คุณพูดถึงคือหนิงเหนียน
บทที่ 13 ฉันมาที่นี่เพราะคิดว่าน้องชายที่คุณพูดถึงคือหนิงเหนียน
สถานีโทรทัศน์สตรอเบอร์รี่ตั้งอยู่ที่จัตุรัส
จอภาพขนาดใหญ่บนจัตุรัสกำลังฉายรายการประกวดร้องเพลงของสถานีช่องสตรอเบอร์รี่
ภายนอกตึกสถานีโทรทัศน์มีดาราเข้ามาถ่ายรายการตลอดทั้งปี จึงมักมีแฟนคลับมาดักรออยู่ที่นี่เสมอ
เมื่อหนิงหนิงลงจากรถ เหล่าแฟนคลับที่ดักรออยู่ก็สังเกตเห็นเธอทันที
แม้จะปิดบังตัวเองอย่างมิดชิด แต่ด้วยบุคลิกที่โดดเด่นแม้จะอยู่ท่ามกลางฝูงชนก็สามารถมองเห็นเธอได้ในทันที
พวกเขาพูดกันต่อว่า ทำไมต้องปิดบังตัวเองขนาดนี้ด้วย ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ดารา
แฟนคลับพยายามนึกกันอยู่นานแต่ก็นึกไม่ออกว่าเธอเป็นใคร
พวกเขาลองนึกชื่อดาราผู้หญิงที่รู้จักทั้งหมด แต่ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดี
“คงไม่ใช่คนดังหรอก ดูสิ เธอนั่งแท็กซี่มา”
“แต่ถึงจะใส่หน้ากากอนามัย ก็ยังดูสวยมากเลยนะ”
“พวกเราจะลองเดิมพันกันก่อนไหม”
มีนักเรียนหญิงหลายคนที่กล้าหาญ เดินเข้าไปขวางหน้าหนิงหนิงไว้
“พี่สาวคะ ขอลายเซ็นหน่อยค่ะ”
ยังไงพวกเธอก็ไม่ได้เสียอะไร
หนิงหนิงเงยหน้าขึ้นมอง
ดวงตาคู่นั้นที่เหมือนดอกท้อบาน เมื่อได้เห็นแล้วก็ไม่อาจลืมเลือนได้
หญิงสาวเสียงสั่นเครือ “เจียงหนิง?”
เพื่อนของเธอโต้แย้ง “เจียงหนิงอะไรกัน เธอมันก็แค่ของปลอม!”
หญิงสาวอารมณ์พลุ่งพล่านทันที “แกนี่มันไร้ยางอาย ยังกล้ามาโผล่หน้ามาอีกเหรอ? แกทำแบบนี้คิดว่ามันสมควรกับเจียงเจินไหม?”
เธอยกมือขึ้น ตบลงไปหนึ่งฉาด
หนิงหนิงคว้ามือของอีกฝ่ายแล้วสะบัดออก
แดดที่แผดเผาทำให้เธอหงุดหงิด แต่เธอก็พยายามอดกลั้นไม่แสดงอารมณ์ “ปากเธอสกปรกจัง”
ใบหน้าของเด็กสาวแดงก่ำด้วยความโกรธ
ถังถังเข้ามาขวางทั้งสองคนไว้ “จะทำอะไรกัน ฉันจะแจ้งตำรวจนะ”
เธอจูงมือหนิงหนิงรีบเดินเข้าไปในตึก
#หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาว #หนิงหนิงปรากฏตัวครั้งแรก
หลังจากหายหน้าไปกว่าหนึ่งเดือน ข่าวที่หนิงหนิงปรากฏตัวที่สถานีโทรทัศน์สตรอเบอร์รี่ก็แพร่สะพัดไปทั่วอินเทอร์เน็ตทันที
[จริง ๆ นะ ฉันอยู่ในที่เกิดเหตุ]
[ฉันแทบลืมเธอไปแล้ว เธอยังกล้าออกมาอีกเหรอ?]
[พี่สาวคนนี้เก่งเรื่องหน้าด้านจริง ๆ เลยนะ]
[นานขนาดนี้ไม่มีความเคลื่อนไหว นึกว่าเธอตายไปแล้ว ฉันถึงขั้นเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้เลยนะ แต่ตอนนี้กลับโผล่มาได้ บ้าเอ๊ย! ของปลอม! คืนเงินค่ากระดาษเงินกระดาษทองมาให้ฉันด้วย!]
[เพื่อนคนนี้โหดจริง ๆ]
[เผากระดาษอะไรกัน ถ้าตายจริง ๆ พวกเราจะรวบรวมเงินบริจาค ให้สำนักพิธีกรรมทางไสยศาสตร์สาปวิญญาณเธอ คนชั่วร้ายแบบนี้ต้องไม่ให้ไปเกิดใหม่เด็ดขาด จะได้ไม่มาทำร้ายคนดีอีก]
[วันนี้ของปลอมขอโทษเจียงเจินหรือยัง? ไม่เห็นเลยนะ]
[มีพี่สาวคนหนึ่งกล้ามาก เธอกระโจนเข้าไปเรียกร้องความยุติธรรม แต่ของปลอมยังด่าเธออีก]
[โอ้โห จริงเหรอ หน้าด้านจริง ๆ สมควรโดนตบสักฉาดเพื่อให้จำไว้เป็นบทเรียน]
[อย่าโมโหไปเลย ฟังเรื่องสนุก ๆ นี่หน่อย ของปลอมนั่งแท็กซี่มาเองนะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ]
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ จริงเหรอ แบบนี้สะใจชะมัด]
[โดนตระกูลเจียงไล่ออกมาแล้ว ตอนนี้ชีวิตคงแย่ยิ่งกว่าหมา ก่อนหน้านี้อาศัยแต่ชื่อตระกูลเจียงใช่ไหมล่ะ ใช่ไหม? พอไม่มีตระกูลเจียงหนุนหลังแม้แต่หมาก็ยังไม่เห่า]
[ตระกูลเจียงทำดีแล้ว!]
[ตระกูลเจียงปฏิบัติกับเธออย่างมีเมตตาที่สุดแล้ว แค่ไล่เธอออกไปไม่ได้ทำอะไรให้ลำบากใจ]
[พ่อตาแม่ยายของผมช่างเป็นคนที่ ทั้งสวย ทั้งใจดีจริง ๆ]
[เรียกใครว่าพ่อตาแม่ยายกัน เจียงเจินเป็นของผม!]
[ภรรยาสุดที่รักของผมที่ถูกขโมยชีวิตอันมั่งคั่งไป อาเจินเอ๋ย~]
[ชักดาบออกมาเถอะ คู่แข่งเรื่องรัก!]
[หยุดก่อน ประเด็นสำคัญตอนนี้คือทำไมของปลอมถึงต้องไปที่สถานีสตรอเบอร์รี่ด้วย?]
[สถานีสตรอเบอร์รี่ คุณจะบ้าหรือไง? จะให้ไปร่วมงานกับหนิงเหนียนเหรอ?]
[สถานีสตรอเบอร์รี่ รีบบอกมาเร็ว คุณเตรียมจะจัดงานขอโทษให้ของปลอมใช่ไหม]
[ถ้าอย่างนั้น ฉันอยากเห็นของปลอมคุกเข่าขอโทษเจียงเจิน]
[สถานีสตรอเบอร์รี่ รีบบอกมาเร็ว คุณเตรียมจะจัดงานขอโทษให้ของปลอมใช่ไหม]
“พวกชาวเน็ตนี่ จินตนาการบรรเจิดเชียวประชุมขอโทษงั้นเหรอ ฮ่าฮ่า”
ฉีอันนอนเอกเขนกอยู่ในห้องซ้อมเต้น หนิงเหนียนกำลังซ้อมเต้นอยู่ส่วนเขากำลังเล่นโทรศัพท์
เด็กหนุ่มจ้องกระจกบานใหญ่ ตั้งใจซ้อมท่าเต้นอย่างจริงจัง
“หนิงเหนียน พักสักหน่อยเถอะ”
หนิงเหนียนปิดเพลง แล้วเดินไปนั่งข้าง ๆ ฉีอัน หยิบขวดน้ำขึ้นมาเปิดดื่ม
เขาแหงนหน้าขึ้น ดื่มน้ำไปเกือบครึ่งขวด
ผมสีดำที่หน้าผากเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ปรกลงมาปิดเปลือกตาเล็กน้อยดวงตารูปดอกท้อดูลึกล้ำ
ฉีอันนึกถึงรูปที่ถูกแอบถ่ายบนอินเทอร์เน็ตเมื่อสักครู่
หนิงหนิงสวมหน้ากากอนามัย เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่เดียว
ดวงตาคู่นั้นช่างเหมือนกันจริง ๆ
สมแล้วที่เป็นพี่น้องแท้ ๆ
“หนิงเนียน หนิงหนิงไปที่สถานีโทรทัศน์สตรอเบอร์รี่แล้ว น่าจะไปคุยเรื่องรายการวาไรตี้ ฉันคิดว่าพอไปคุยที่นั่นคงตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้นายก็แค่ไปเซ็นสัญญา”
ก่อนหน้านี้ ฉีอันได้รู้มาอย่างลับ ๆ ว่ารายการพวกเราโตแล้วไม่ได้เปลี่ยนตัวหนิงหนิงออก เขาเคยติดต่อกับซ่างซิง อยากให้หนิงเนียนกับหนิงหนิงร่วมรายการด้วยกันเพราะทั้งสองคนเป็นพี่น้องแท้ ๆ แต่ทางซ่างซิงปฏิเสธ
ฉีอันไม่ยอมแพ้ เขาอยากจะคุยกับหนิงหนิงโดยตรง แม้จะได้ช่องทางติดต่อของหนิงหนิงมาอย่างยากลำบาก แต่หนิงหนิงก็ไม่เคยรับสายเลย
หนิงหนิงเหมือนจงใจหลบหน้าเขา ไม่สามารถหาตัวเจอได้เลย
หนิงเหนียนยังต้องจ่ายค่าปรับผิดสัญญาแทนเธอหลายล้านหยวน มันไม่คุ้มค่าเลย ฉีอันรู้สึกไม่พอใจ
“ถ้าเธอไม่ยอมมาออกรายการกับนาย แล้วจะไปออกกับใคร”
หนิงเหนียน “ทงฮวา”
ทงฮวาเป็นน้องชายที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับหนิงเหนียน เขาเป็นลูกชายของพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยง
ปีนี้ทงฮวาอายุสิบเจ็ดปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่สาม
ทงฮวาส่งข้อความมาอวดเขาตั้งนานแล้ว
ฉีอันไม่เข้าใจเหตุผลในเรื่องนี้
“นายไม่ได้บอกหนิงหนิงเหรอ ว่านายช่วยจ่ายค่าปรับผิดสัญญาให้เธอ?”
“เป็นฉันเองที่ตั้งใจชดใช้ให้ ไม่เกี่ยวกับเธอ”
ฉีอันโกรธจนพูดไม่ออก “นิสัยนายนี่มันแย่ ทำอย่างเดียวไม่ยอมพูด เสียเปรียบมาตั้งเยอะแล้วยังไม่พออีกหรือไง”
โดนด่ามาขนาดนี้อย่างน้อยก็เป็นถึงซุปเปอร์สตาร์ ทำไมถึงได้น่าสมเพชขนาดนี้
รายการต่าง ๆ อ้อนวอนขอไปออกแต่กลับไม่มีใครอยากได้ตัว เขาเป็นผู้จัดการของซุปเปอร์สตาร์แต่กลับว่างจนต้องมานั่งแคะเล็บเท้าอยู่ในห้องซ้อมเต้น
ฉีอันถอนหายใจ
หนิงเหนียนจิบน้ำพลางมองโทรศัพท์มือถือ
เขาดูเฉยชา
….
สถานีโทรทัศน์สตรอว์เบอร์รี่
หนิงหนิงถูกพนักงานต้อนรับนำเข้าไปในห้องทำงาน เว่ยฉือรออยู่ข้างใน
ทันทีที่หนิงหนิงเข้าประตูมาเธอก็ถอดหน้ากากอนามัยและหมวกออก
หน้าผากของเธอมีเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มไปหมด แก้มแดงระเรื่อ
พลังงานของเธอถูกใช้ไปมาก และยังไม่ได้เติมเต็มกลับมาอย่างเต็มที่จึงทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าเป็นพิเศษ
ทำเอาถังถังและเว่ยฉือตกใจ จนเว่ยฉือเกือบจะโทรเรียกรถพยาบาลแล้ว
เขาเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่า หนิงหนิงกระโดดตึกจริง ๆ
“คุณหายดีแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?” เขาถามอย่างไม่แน่ใจ
หนิงหนิงกำลังพักผ่อนอยู่ ประตูห้องทำงานก็เปิดออกอีกครั้ง
ผู้ชายคนหนึ่งสวมเสื้อเชิ้ตสีดำ สวมสร้อยคอรูปหัวกะโหลก ย้อมผมสีทอง
ทงฮวาเห็นหนิงหนิงในทันที
“ทำไมจู่ ๆ ก็จะให้เซ็นสัญญา ไม่คิดจะถามก่อนเลยเหรอว่าฉันมีเวลาไหม น่ารำคาญจริง”
หนิงหนิงถาม “คุณเป็นใคร?”
ทงฮวาเดินไปนั่งข้าง ๆ หนิงหนิง พร้อมไขว่ห้าง “ฉันคือทงฮวา”
“เราคุยกันให้ชัดก่อนนะ ที่ฉันยอมไปออกรายการกับเธอ ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมรับเธอเป็นพี่สาว ฉันมีเจียงเจินเป็นพี่สาวแค่คนเดียว ขอร้องล่ะ อย่ามาทำตัวสนิทสนมกับฉันในรายการเพราะมันน่าขยะแขยง”
เว่ยฉือได้ยินแล้วขมวดคิ้ว
แต่นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวของคนอื่น
ละครยังไม่จบทงฮวาก็ลุกขึ้นยืน เดินไปหยุดตรงหน้าหนิงหนิงมองลงมาจากที่สูง
“อีกอย่าง รบกวนเธอไปขอโทษเจียงเจินหน่อยได้ไหม? ของปลอม”
คำเยาะเย้ยที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น มุมปากของทงฮวายกขึ้นเป็นรอยยิ้มสะใจ
วันนี้ที่เขามา ก็ตั้งใจจะมาแก้แค้นให้พี่สาวเจียงเจินอยู่แล้ว
รู้สึกดีจัง
ถังถังวิ่งเข้ามา “คุณพูดอะไรน่ะ”
หนิงหนิงตะโกน “ผู้กำกับเว่ย”
ทงฮวาหัวเราะคิกคัก “ยังไงล่ะ จะเรียกผู้ปกครองเหรอ”
หนิงหนิงพูด “ที่ฉันมาที่นี่ เพราะคิดว่าน้องชายที่คุณพูดถึงทางโทรศัพท์หมายถึงหนิงเหนียน”
รอยยิ้มของทงฮวาแข็งค้างทันที