แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 18 เมล็ดพันธุ์งอกแล้ว
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 18 เมล็ดพันธุ์งอกแล้ว
บทที่ 18 เมล็ดพันธุ์งอกแล้ว
จินซุ่ยตกใจไม่น้อย เธอหันตัวกลับและพูดว่า “เบา ๆ สิตูตู อย่าส่งเสียงดัง”
ตูตูนอนราบอยู่ที่ขอบกระถางต้นไม้ ย่อตัวต่ำลงแยกเขี้ยวทำท่าเตรียมจู่โจม
ในกระถางที่เคยว่างเปล่า มีหน่อสีทองเล็ก ๆ งอกขึ้นมา
จินซุ่ยขยี้ตาของเธอแรง ๆ หนึ่งที
เธอวิ่งกลับไปอย่างรวดเร็ว แล้วรีบอุ้มตูตูเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน
ภายใต้แสงจันทร์หน่อต้นไม้สีทองสั่นไหวเล็กน้อย แล้วเติบโตสูงขึ้นในทันที
จินซุ่ยตะลึงงัน
เธอเห็นมันแล้ว!
หน่อต้นไม้ที่ดูดซับแสงจันทร์ได้อย่างเพียงพอ ทำให้มันเติบโตอย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีมันก็เติบโตกลายเป็นต้นไม้สูงประมาณห้าสิบเซนติเมตร เปล่งประกายสีทองระยิบระยับใต้แสงจันทร์ ช่างงดงามเหลือเกิน
กิ่งไม้เริ่มแตกยอดอ่อน ต้นไม้เล็ก ๆ กำลังจะเริ่มแตกกิ่งก้านสาขา
จินซุ่ยหยิกตัวเองเบา ๆ แล้วตะโกนเสียงดัง “พ่อคะ! แม่คะ! รีบออกมาดูเร็ว!”
ตูตูที่อยู่ในอ้อมกอดของจินซุ่ยก็ส่งเสียงเห่าไม่หยุด
จินเฉียนตัวและเซี่ยลี่เฟินรีบวิ่งออกมาจากในห้อง
“เกิดอะไรขึ้นลูก!”
จินซุ่ยโบกมือให้พวกเขาจากชั้นล่าง พลางชี้ไปที่ต้นไม้ในกระถาง
ทั้งห้องนั่งเล่น มีเพียงบริเวณหน้าหน้าต่างบานใหญ่ที่สว่างเป็นพิเศษราวกับแสงจันทร์ทั้งดวงสาดส่องลงมาที่นี่
แม้ไม่เปิดไฟก็สามารถมองเห็นต้นไม้สีทองที่ถูกแสงจันทร์โอบล้อม มีกิ่งก้านใหม่ค่อย ๆ งอกออกมาจากลำต้น
จินเฉียนตัวและเซี่ยลี่เฟิน พวกเขาทั้งสองตกตะลึงไปเลย
ต้นไม้สีทองแตกกิ่งก้านและเติบโตไม่หยุด
ลำต้นค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น กิ่งก้านผลิใบ ใบไม้สีทองเปล่งประกาย
แกร๊ก!
รากต้นไม้บีบกระถางแตกละเอียด
ต้นไม้ยังคงเติบโตต่อไป ค่อย ๆ กลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีกิ่งก้านใบดกสูงเสียดฟ้า
เสียงดังตุ้บเมื่อยอดไม้กระแทกเข้ากับหลังคา
ใบไม้สีทองทั้งต้นกระทบกันดังซู่ซ่า
จินซุ่ยรีบอุ้มสุนัขวิ่งขึ้นบันได ไปยืนรวมกับจินเฉียนตัวและเซียลี่เฟินที่กำลังงุนงง
ต้นไม้หยุดนิ่งแล้ว
จินซุ่ยคิดว่ามันจบแล้ว
เซี่ยลี่เฟินมีสายตาที่เฉียบแหลมจึงตะโกนออกมา “จะออกดอกแล้ว!”
ดอกตูมดอกหนึ่งผุดขึ้นมาจากกิ่งไม้
ในวินาทีที่ดอกไม้บาน มีเสียง ‘ติ๊ง’ ดังกังวานใสกระจ่างราวกับเสียงระฆัง
ดอกไม้บานแล้ว
มีกิ่งไม้กิ่งหนึ่งยื่นมาทางบันได ใกล้กับพวกเขามาก
จินซุ่ยมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นดอกไม้เล็ก ๆ ที่มีกลีบดอกสีทอง
เสียงกระดิ่งนับไม่ถ้วนดังประสานกัน กริ๊ง ๆ ๆ ช่างไพเราะเสนาะหู
เสียงกระดิ่งดังอยู่เป็นเวลานาน จนกระทั่งดอกไม้ทั้งต้นบานสะพรั่ง
จินซุ่ยพลันนึกถึงบทกวีท่อนหนึ่งขึ้นมา
‘ดุจดั่งต้นท้อนับพันนับหมื่นต้นที่พลันเบ่งบาน’
ผ่านไปสักพัก เสียงดอกไม้บานก็หยุดลง
สมาชิกทั้งสามคนในตระกูลจินและสุนัขหนึ่งตัว ยืนอยู่บนบันไดตกตะลึงจนไม่สามารถเรียกสติกลับคืนมาได้เป็นเวลานาน
ท่ามกลางแสงจันทร์ ดอกไม้เต็มต้นส่องประกายระยิบระยับรากของมันเผยให้เห็นอยู่ภายนอก แต่กลับตั้งตรงตระหง่านครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของหน้าต่างกระจกบานใหญ่ งดงามจนน่าตกตะลึง
จินเฉียนตัวกว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ ก็ใช้เวลาพักใหญ่ “นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
จินซุ่ยกลืนน้ำลาย “ก็เมล็ดพันธุ์ที่หนูบอกพ่อกับแม่ไงคะ ที่หนิงหนิงให้หนูมา”
จินเฉียนตัวใจกล้าขึ้นมาหน่อย จึงแตะกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้ตัวเขาที่สุด
“ดูเหมือนจะเป็นดอกท้อนะ”
เขาออกแรงเล็กน้อย ดอกไม้ก็หลุดติดมือมา
ต้นไม้ส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง
เซี่ยลี่เฟินรู้สึกเสียดายจนแทบขาดใจจึงตีเขาทีหนึ่ง “คุณทำอะไรของคุณ อย่าทำอะไรลวก ๆ แบบนี้สิ”
จินเฉียนตัวถือดอกไม้ขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด แล้วก็ถึงกับงงงัน “นี่มัน ดูเหมือนจะเป็นทองคำนะ”
เซี่ยลี่เฟินหันไปมอง “อย่าพูดเรื่อยเปื่อยนะ”
จินเฉียนตัว “ไม่เชื่อก็ลองดูเองสิ”
เซี่ยลี่เฟินรับมาแล้วลองกัดดู ถึงกับอึ้ง “ดูเหมือนจะเป็นทองคำจริง ๆ ด้วย”
“ต้นไม้ต้นนี้คงไม่ได้เป็นทองคำทั้งต้นหรอกนะ?” จินซุ่ยถามพลางเดินไปที่ต้นไม้
สมาชิกทั้งสามคนในตระกูลจินยืนล้อมรอบต้นไม้มองดูรอบ ๆ แล้วค่อย ๆ หักกิ่งไม้ออกมาอย่างระมัดระวัง
ตอนที่หักออกมาก็เหมือนต้นไม้ทั่วไป ไม่มีแรงต้านใด ๆ
พอถือไว้ในมือมันกลับกลายเป็นทองคำที่หนักอึ้ง
ต้นไม้ทั้งต้นนี้ ล้วนเป็นทองคำทั้งหมด
ตระกูลจินยังคงงงงวยอยู่
จินซุ่ยรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง
ถ้าปลูกไว้ในสวน คงจะโตได้สูงกว่านี้
เซี่ยลี่เฟินเคาะหัวเธอเบา ๆ “เด็กน้อยคนนี้ ช่างโลภจริง ๆ”
“ต้นไม้ทองคำต้นนี้” จินเฉียนตัวแสดงท่าทางกางมือออก “อย่างน้อยก็ราคาประมาณนี้”
จินซุ่ยถาม “ห้าสิบล้าน?”
เซี่ยลี่เฟินยิ้มพร้อมพูดออกมา “ห้าร้อยล้านต่างหาก!”
ลูกสาวของเธอช่างโง่จริง ๆ
จินซุ่ยตกใจจนตาโต
ขาของจินซุ่ยอ่อนยวบลงไปทันที
จินเฉียนตัวพูดอย่างมีนัยยะลึกซึ้ง “เรื่องพวกนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ” เขามองไปที่จินซุ่ย “จินซุ่ย พ่อว่าที่หนิงหนิงพูดมานั้นถูกต้องนะ เธอไม่กลัวผีจริง ๆ”
คนที่มีความสามารถขนาดนี้ จะไปกลัวผีพวกนั้นทำไม?
เซี่ยลี่เฟินอดที่จะถามออกมาไม่ได้ “แปลกนะ ถ้าหนิงหนิงมีความสามารถขนาดนี้ ทำไมตระกูลเจียงถึงได้ไล่เธอออกมาล่ะ?”
จินเฉียนตัวก็คิดไม่ออกเหมือนกัน
จินซุ่ยทำหน้าครุ่นคิด “จะเป็นไปได้ไหมว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของหนิงหนิง แต่เธอได้พบกับผู้วิเศษเข้า?”
จินเฉียนตัวพูดว่า “ถึงจะไม่ใช่หนิงหนิง แต่เธอก็ต้องมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับผู้วิเศษคนนั้นแน่ ๆ นี่ไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลยนะ”
ตอนนี้ยังเช้าอยู่ จินซุ่ยรีบส่งข้อความหาหนิงหนิง
[จินซุ่ย: คฤหาสน์กุหลาบหลังนั้น คุณยังต้องการอยู่ไหม เรานัดคุยกันสักหน่อยดีไหม]
[หนิงหนิง: อีกสองสามวันรอฉันออกจากโรงพยาบาลก่อนแล้วจะติดต่อไป]
[จินซุ่ย: ได้]
สมาชิกทั้งสามคนในตระกูลจินถอนหายใจด้วยความโล่งอกพร้อมกัน
….
เช้าวันรุ่งขึ้น หมอตรวจร่างกายหนิงหนิงเสร็จแล้วยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไรมาก อีกสองวันก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้
คราวนี้หนิงหนิงว่าง่ายและอยู่นิ่ง ๆ ไม่กล้าสร้างความวุ่นวายอีก
สองวันต่อมาซึ่งพอดีเป็นวันเสาร์ หนิงหนิงได้ออกจากโรงพยาบาล
หนิงหนิงยืนอยู่ที่หน้าต่าง ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว
สองสามวันมานี้ ในโรงพยาบาลมีพวกวิญญาณเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย
ถังถังถือกระเป๋าเดินทางพลางพูดว่า “ไปกันเถอะ”
เธอคิดเรื่องที่พักของหนิงหนิงจนปวดหัวไปหมดในช่วงสองสามวันนี้
สุดท้ายเธอตัดสินใจพาหนิงหนิงกลับไปที่บ้านของเธอก่อน
หนิงหนิง “รอแป๊บนึง”
ผ่านไปสักพักเธอก็พูดขึ้นมาอีกว่า
“มาแล้ว”
จินซุ่ยพาจินเฉียนตัวและเซี่ยลี่เฟินมาด้วย ทั้งสองคนถือถุงใหญ่น้อยมามากมาย
จินเฉียนตัวเป็นคนที่เป็นกันเองง่าย ๆ พอมาถึงก็รีบเข้าไปจับมือถังถังทันที
“สวัสดีครับ สวัสดีครับ”
ถังถังรู้สึกสงสัย เธอไม่รู้จักคนคนนี้เลย
วันนี้หนิงหนิงสวมชุดกระโปรงยาวสีดำ ชายกระโปรงปิดถึงข้อเท้า ผมยาวสยายบนไหล่แสงจันทร์พร่างพรายทอดลงบนร่างของเธอ ทำให้เธอดูราวกับเป็นเทพธิดาที่ไม่ใช่คนธรรมดา
จินเฉียนตัวก้าวเข้าไปจะจับมือทักทายแต่ก็ชะงักฝีเท้าไว้
เขายิ้มตาหยีพลางกล่าวว่า “คุณหนิงหนิงใช่ไหมครับ ผมชื่อจินเฉียนตัวเป็นพ่อของจินซุ่ย คุณเรียกผมว่าลุงจินก็ได้”
เซี่ยลี่เฟินชกเขาเบา ๆ “ลุงจินอะไรกัน อย่ามาทำเป็นสนิทสนมนักเลย เรียกเขาว่าคุณจินก็พอแล้วค่ะ”
เธอยื่นของที่ถือมาในมือให้ “คุณหนิงหนิงคะ นี่ของขวัญสำหรับคุณค่ะ ยินดีด้วยที่ได้ออกจากโรงพยาบาลนะคะ!”
วาเซียดมกลิ่นในถุง มันได้กลิ่นของอร่อย
“นี่คงเป็นวาเซียสินะ น่ารักจังเลย!” เซี่ยลี่เฟินพูด
“มา ๆ ให้ฉันถือเองค่ะ ขอบคุณนะคะ” ถังถังกล่าว
เธอไม่รู้จักพวกเขา แต่เมื่อรู้ว่ามาเยี่ยมหนิงหนิงเธอก็รู้สึกดีใจ
หนิงหนิงกอดลูกแก้วคริสตัลไว้แล้วพูดว่า “ขอบคุณนะ งั้นพวกเราไปคฤหาสน์กุหลาบกันเลยเถอะ”
จินเฉียนตัวและเซี่ยลี่เฟินสบตากันแล้วตอบพร้อมกันว่า “ได้ ได้ งั้นไปกันเลยครับ”
หนิงหนิงเดินออกจากห้องผู้ป่วยก็เจอกับหลินเค่อพอดี
เธอยัดช่อกุหลาบใส่อ้อมอกของหนิงหนิง “ยินดีด้วยนะ ที่ได้ออกจากโรงพยาบาล”
หนิงหนิงสูดกลิ่นดอกกุหลาบ กลิ่นหอมสดชื่นเธอชอบดอกกุหลาบ
“ลาก่อน” หลินเค่อพูด
“ลาก่อน” หนิงหนิงตอบ
เมื่อยืนมองหนิงหนิงที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป หลินเค่อรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมาทันที
เธอก้มหน้าลงมีแมวน้อยสีดำตัวหนึ่งอยู่ข้างเท้า มันถูไถขาของหลินเค่ออยู่
หัวใจของหลินเค่อกำลังจะละลาย
เธอจำได้ว่านี่คือแมวของหนิงหนิง
มันเป็นแมวดำที่เย็นชามาก ไม่ยอมให้ใครแตะต้องตัวเลย
แมวดำตัวนั้นส่งเสียงร้องใส่เธอสองสามครั้ง ก่อนจะหันหลังวิ่งจากไป
ลาก่อนนะ พยาบาลสาวน้อย